มารประหัตถ์ฟ้า (จบ)

บทที่ 210 ก้าวกระโดด

บทที่210 ก้าวกระโดด

         

        ความมืดหมุนวนไร้จุดสิ้นสุด คล้ายเป็นวังวนอนธการแห่งอนันต์แฝงพลังดึงดูดที่หนักหน่วงไร้ต่อต้าน แรงดึงดูดนี้มีแรงบดขยี้ที่พร้อมฉีกกระชากได้แม้แต่ห้วงมิติฮุ่ยจวินติดอยู่ในวังวนแห่งอดีตอนันตกาลนี้ มันฝืนกระทำทุกวิถีทางเพื่อจักรักษากายเนื้อไม่ให้แหลกสลายพิทักษ์ดวงจิตมิให้แตกดับ ปลดปล่อยมหาวิถีเจ็ดดาราที่ทะลวงถึงดวงที่หก กอปรรวมกับพลังญาณทางสายเลือดแห่งบิดาและมารดามิหนำซ้ำยังผนวกมรรคาแห่งวจนะมุทราที่เคยได้รับการชี้นำจากไป๋เหิ่นซินหรือก็คือฮุ่ยไป๋ที่มันพึ่งมารู้ความจริงทีหลัง

         

        ทุกมหาวิถีถูกหล่อหลอมอย่างฝืนกฎเกณฑ์ แม้มีผลกระทบต่อร่างกายใหญ่หลวงแต่เมื่อเทียบกับวังวนอนันตกาลตรงหน้าแล้วนับว่าไกลห่างราวฟ้ากับเหว เพื่อรักษาชีวิตเพื่อกลับไปในที่ที่ควรกลับ มันต้องตั้งสติหาทางรักษาชีวิตและหาทางออกจากอดีตไร้จุดสิ้นสุดให้จงได้

         

        ความมุ่งมั่นของชายหนุ่มมีเกินสิบส่วน ยิ่งนึกถึงเรื่องราวมากมายที่ต้องสะสางยิ่งทำให้มันมีแรงฮึดสู้พลังใด มหาวิถีใด มรรคาใดที่เคยศึกษา ที่เคยฝึกฝน ที่เคยรับรู้ มันงัดออกมาทั้งสิ้นผนวกรวมกันทั้งสิ้น สร้างกฎเกณฑ์ที่จะรอดจากอดีตอนันตกาลที่ดำมืดแห่งนี้

         

        แต่คนทั่วไปไฉนเลยจะสามารถพยุงกฎเกณฑ์ที่แตกต่างโดยใช้แค่ร่างกายเดียวได้นานขนาดนี้มันที่เป็นแพทย์ย่อมรู้ขีดจำกัดของมนุษย์ดี หากเป็นปกติทั่วไปมนุษย์ที่อยู่ภายใต้การผนวกหลายกฎเกณฑ์เช่นนี้สมควรจะร่างแหลกสลายไปแล้วไม่ต้องรอถูกบดขยี้จากหลุมดำแห่งอนันตกาลเบื้องหน้า ตัวของมันยังสับสนว่าตนแท้จริงเป็นคนหรือสัตว์ประหลาดใดกันแน่

         

        ทว่าเมื่อเป็นเช่นนี้ก็นับว่าเป็นความได้เปรียบไม่ว่ามันจะเป็นตัวประหลาด มาร หรือปีศาจ ขอแค่ปลายทางเบื้องหน้ามันคิดใช้ร่างกายนี้เพื่อความดีความเป็นมาของร่างกายก็ไม่นับว่าสำคัญแต่อย่างใด ฮุ่ยจวินพยายามสร้างแรงฮึกเหิมให้กับตนเองเพื่อที่จะฝืนทนต่อความเจ็บปวด เพื่อที่จะหาทางเอาชนะกฎเกณฑ์ที่อเนกอนันต์ สุดท้ายแม้มันจะมองว่าร่างกายตนยิ่งกว่าสัตว์ประหลาดแต่แท้จริงก็ยังมีขีดจำกัดของความเป็นมนุษย์ มันทานทนได้นานขนาดนี้ก็ทำลายทฤษฎีของเหล่าปัญญาชนไปมากแล้วเช่นนั้นทุกพลังจึงเกิดการหักล้างปะทะซึ่งกัน เกิดการหมุนวนย้อนทวนแทบทำให้คนธาตุไฟเข้าแทรกฮุ่ยจวินเห็นท่าไม่ดีคิดสลายกฎเกณฑ์บางอย่างไป แต่ด้วยที่มันศึกษาเรียนรู้มาหลายสรรพวิถีอ่านมาหลายตำรา ทำความเข้าใจได้หลายคัมภีร์ จังหวะที่กฎเกณฑ์ในกายกำลังปั่นป่วนย้อนทวนมันก็นึกถึงทฤษฎีหนึ่งขึ้นมาได้

         

        โลกของมันใบนี้นับเป็นดวงดาราเล็กๆ ดวงหนึ่งของจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลจักรวาลนี้มีดวงดารามากมายนับมิถ้วน เกิดการแตกดับตามอายุไขตลอดเวลา การระเบิดของดวงดาราหนึ่งจะสร้างพลังงานความร้อนที่ดีดสะท้อนกวาดม้วนออกเป็นวงกว้างเมื่อแรงความร้อนระเบิดจนถึงจุดสิ้นสุดของพลังงาน มันจะยุบตัวก่อเกิดแรงสุญญากาศที่ดึงดูดหมุนวนกลับกลายเป็นหลุมดำที่ดูดกลืน

         

        “หากหลุมดำดูดกลืนซึ่งกันเล่า?"

         

        ขัดขืนไปมีแต่จะพานพบต่อความตาย หากฎเกณฑ์ต่อต้านมีแต่จะนำพาร่างแหลกสลายในที่สุดในเมื่อวังวนแห่งอนันตกาลเปรียบได้ดั่งหลุมดำซึ่งมีพลังมหาศาล ใยไม่ลองสร้างหลุมดำในตัวดูดกลืนคืนกลับดูคิดเช่นนั้นฮุ่ยจวินจึงยิ่งเร่งเร้าทุกกฎเกณฑ์ในกาย ให้ก่อเกิดการปะทะหักล้างมากที่สุดให้พลังปะทุออกมาจนถึงขั้นสุด เพื่อให้เกิดพลังงานมากพอที่มันจะใช้บีบอัดในสภาวะสุญญากาศเพื่อก่อให้เกิดพลังที่มีความคล้ายคลึงกับหลุมดำ!

         

        ฮุ่ยจวินไม่แน่ใจว่าวิธีนี้จะได้ผลหรือไม่แต่ตามความรู้ที่มี พลังที่ฝึกปรือ ความสามารถที่สั่งสมมาทั้งหมด มันได้ทุ่มใช้กับวิธีนี้ไปจนสิ้น

         

        “ไม่เจ้าก็ข้า ที่จะต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของกัน"

         

         ฮุ่ยจวินกล่าวไม่ผิด หากพลังที่มันสร้างพ่ายแพ้แรงดึงดูดแห่งวังวนอนันตกาลร่างของมันจะแหลกสลาย วิญญาณของมันจะเป็นส่วนหนึ่งของอดีตอนันตกาลในทันที แต่ในทางกลับกันหากมันสามารถดูดเอากฎเกณฑ์แห่งอดีตอนันตกาลมาได้ แม้ผลลัพธ์สุดท้ายจะมิอาจทราบ แต่ที่แน่ๆมันจะยังไม่ตกตายภายใต้วังวนอันดำมืดนี้!

         

        “แม้ข้ามิอาจแก้ไขอดีต ไม่อาจช่วยท่านลุงแต่โลกนี้ยังดำรงอยู่ ปลาเล็กยังต้องแหวกว่าย ข้าจะต้องช่วยพวกมันให้แหวกว่ายอย่างอิสระและที่สำคัญ ข้าจะกลับไปหานางให้ได้!”

         

        ปณิธานของชายหนุ่มยังคงหนักแน่น มันยังต้องการเปลี่ยนแปลงปฐพีมันยังต้องการช่วยเหลือผู้คน และที่สำคัญ มันต้องการพบฮุ่ยไป๋อีกครั้ง

         

        ฮุ่ยจวินมีสิ่งตั้งมั่นเพื่อการมีชีวิตรอดทว่าสิ่งที่มันตั้งมั่นสองสิ่งนั้นกำลังจะเกิดเรื่องในไม่ช้า ไฟแห่งปฐพีกำลังก่อตัวผู้ฝึกญาณตัดสินใจเดินตามหลังอวิ๋นเซี่ยวซุนประจันหน้าเทวะวจนะ แดนตะวันตกวางแผนเหยียบแดนตะวันออกเทพดาเร้นกายคิดแก้แค้น ธรรมบาลปัญญาหวังสร้างความชอบธรรมแก่โลก และประการสำคัญ อีกเก้าวันสตรีที่มันรักแลผูกพันธ์กำลังจะแต่งงานกับผู้อื่น!

         

        เรื่องแรกนั้นยังพอสงบจิตใจได้ แต่หากฮุ่ยจวินทราบเรื่องราวประการหลังไม่รู้ว่ามันจะมีสมาธิเอาชนะวังวนแห่งอดีตอนันตกาลได้หรือไม่

         

        ดีที่มันยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย อยู่ในห้วงเวลาแห่งอดีตย่อมไม่มีข่าวคราวใดจะเวียนผ่านมาถึงมันจึงยังพอมีสมาธิที่เข้าขั้นสมบูรณ์สูงสุด ประคองพลังที่ราวกับวังวนหลุมดำในกายดึงดูดคัดง้างกับวังวนอนันตกาลได้คู่คี่สูสีอย่างน่าเหลือเชื่อ

         

        สภาวะของสองพลังดึงดูดก่อเกิดเป็นแรงผลักดันวังวนแห่งอดีตอนันตกาลเริ่มบิดเบี้ยว เฉกเช่นพลังของฮุ่ยจวินเองก็กำลังบิดเบี้ยว วังวนอนันตกาลแม้เสียรูปแต่ไร้ซึ่งกายเนื้อผลกระทบที่เกิดจึงดูไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทว่าพลังที่เกิดจากการผสานรวมทุกกฎเกณฑ์ในร่างการทำให้เกิดการหมุนวนย้อนทวนว่ายากแล้ว พอบังเกิดการหักล้างบิดเบี้ยวจึงส่งผลกระทบต่อกายเนื้อฮุ่ยจวินได้รับผลกระทบ โลหิตหลายสายพ่นออกเป็นฟูฝอย หากไม่กัดฟันฝืน มันสามารถทิ้งร่างให้ลอยเคว้งกลางวังวนได้ทุกเมื่อ

         

        “จะดูดกลืนด้วยพลังเท่านี้ไม่ได้เลยจริงๆ"

         

        วังวนอันขัดแย้งที่มันสร้าง เพียงพอต่อการต้านแรงดูดแห่งวังวนอนันตกาลแต่ไม่เพียงพอที่จะดูดกลืนเอาชนะกฎเกณฑ์แห่งวังวนตรงหน้าได้ กฎเกณฑ์แห่งพลังบางสายของมันยังมิได้เข้าขั้นเทียบเทียมกับมหาวิถีอื่นมันยังตีความบางมหาวิถีได้ไม่ดีพอ ส่งผลให้วังวนหมุนวนอย่างไม่สมดุล ซึ่งหากจะตัดทิ้งไปพลังหักล้างที่ช่วยให้เกิดการย้อนทวนยิ่งจะอ่อนกำลังลง ผลลัพธ์จะยิ่งแย่กว่า มันจึงตัดทิ้งมหาวิถีใดมหาวิถีหนึ่งไม่ได้

         

        แน่นอนว่ามหาวิถีที่ยังเข้าใจได้ไม่ดีพอก็คือมหาวิถีเทวะวจนะมหาวิถีอื่นในกายมันได้ศึกษารวมถึงได้รับคำชี้แนะมาอย่างมากมายแล้ว แต่มหาวิถีเทวะวจนะเพียงรับฟังจากศิษย์ของมันที่เป็นประมุขพรรคภูษาทมิฬ และได้รับการถ่ายทอดจากฮุ่ยไป๋เมื่อคราที่ช่วยเหลือนางตอนนั้นซึ่งประเด็นที่ขาดหาย กฎเกณฑ์แห่งความขาดห้วงไม่สมดุลก็เกิดจากสิ่งที่ค้างคาจากการถ่ายทอดของนางนี้

         

        เป็นเพราะคัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์เล่มเทวะมุทราสูญหายทำให้นางเรียนรู้ได้ไม่ถึงแก่นแท้และขั้นสูงสุด...

         

        “เดี๋ยวนะ คัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์…นี่เราลืมไปเสียฉิบ"

         

        พอนึกถึงคัมภีร์ที่ทำให้มหาวิถีเทวะวจนะขาดหายมันก็นึกขึ้นได้ว่าเหตุการณ์การย้อนอดีตนั้น เป็นมันที่พึ่งชิงคัมภีร์เล่มนั้นมา ซึ่งตอนนี้คัมภีร์อยู่บนตัวมัน

         

        ประกายตาของฮุ่ยจวินที่ดูไร้หนทางบัดนี้เริ่มเจือไปด้วยความหวังมันจึงกัดปลายลิ้นเพื่อหวังประคองสติเสี้ยวสุดท้าย ใช้ความเจ็บปวดเรียกพลังกายให้ฝืนทนอีกเฮือกหนึ่งใช้พลังที่หักล้างย้อนทวนจนก่อเกิดเป็นวังวนที่ไม่สมดุลต้านทานวังวนแห่งอดีตอนันตกาลอย่างสุดฤทธิ์มันเสี่ยงทุ่มพลังเฮือกสุดท้ายที่มี เพื่อดึงเวลาในการอ่านคัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์เล่มเทวะมุทรา!

         

        ด้วยคำชี้แนะพื้นฐานที่ได้รับจากไป๋เหิ่นซิ่นหรือก็คือฮุ่ยไป๋ด้วยที่มันเคยศึกษาตีความในแบบฉบับความเข้าใจของตนเองมาก่อนแล้ว จึงไม่เป็นเรื่องยากนักที่มันจะอ่านและตีความสิ่งสุดท้ายในคัมภีร์ได้แม้สถานการณ์เป็นตายจะบีบคั้นตลอดเวลา แต่แววตาของมันมีแต่ความใสกระจ่างราวผู้รอบรู้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆประหนึ่งว่าแววตาคู่นั้น คล้ายมีแสงแห่งมุทราที่เจิดจ้าแลศักดิ์สิทธิ์ผุดวาบขึ้นก็ปาน

         

        ในขณะที่ฮุ่ยจวินกำลังเข้าสู่ห้วงแห่งการตีความทำความเข้าใจในคัมภีร์บทสุดท้ายวังวนแห่งพลังที่ย้อนทวนในกายคล้ายถูกฉาบด้วยกฎเกณฑ์ที่สมดุลหนึ่ง เป็นความสว่างเจิดจ้าราวมุทราจากปลายนิ้วแห่งองค์เทพก่อนหล่อหลอมผนวกเป็นหนึ่งเดียวกับวังวนที่มีสีดำ ก่อเกิดพลังแห่งการดูดกลืนที่เสถียรคงที่ซ้ำยังมีพลานุภาพการดูดกลืนเพิ่มพูนอย่างน่าเหลือเชื่อ แรงผลักดันจนบิดเบี้ยวที่เกิดขึ้นจากการหักล้างกันแห่งสองวังวนกลับกลายเป็นว่ามีเพียงวังวนแห่งอดีตอนันตกาลที่ยังบิดเบี้ยว แต่วังวนแห่งพลังที่เกิดจากฮุ่ยจวินมีแต่จะสงบราบเรียบทั้งยังมีแรงดูดกลืนที่คงที่ขึ้นเรื่อยๆ

         

        คัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์เล่มเทวะมุทรา เป็นส่วนหนึ่งในมหาวิถีเทวะวจนะการเข้าถึงเพียงหนึ่งคัมภีร์มิได้หมายความว่าจะเข้าถึงทั้งมหาวิถี ทว่าเสมอมาฮุ่ยจวินเป็นพวกที่ชอบเรียนรู้ดัดแปลง มองหากฎเกณฑ์อื่นมาทดแทนหักล้างอยู่เสมอ เช่นนั้นการได้อ่านแค่คัมภีร์ชั้นสูงอย่างทะลุปรุโปร่งเล่มเดียวมันก็แทบมองได้ถึงส่วนยอดของมหาวิถีเทวะวจนะ!

         

        ฮุ่ยจวินใช้หลักการที่ทุกมหาวิถีมีต้นกำเนิดเดียวกันนั่นคือพลังแห่งคน การที่มันสร้างมหาวิถีเจ็ดดาราขึ้นมา รากฐานย่อมมาจากพลังแห่งคนเพราะมีมหาวิถีเจ็ดดารา มันถึงต่อยอดในมหาวิถีอื่นได้ ยิ่งมหาวิถีเจ็ดดาราฝึกได้เข้าขั้นมากเท่าไหร่หากได้ลองฝึกมหาวิถีอื่นเพียงครึ่งเดียว มันก็สามารถจะไปถึงจุดสูงสุดของมหาวิถีนั่นได้มหาวิถีเจ็ดดารา นับเป็นมหาวิถีทางเลือกสำหรับผู้ไร้พรสวรรค์ฟ้าประทานอย่างแท้จริง

         

        ฮุ่ยจวินเกิดมาไม่มีจุดชีพจรลมปราณพิเศษเหมือนผู้มีพรสวรรค์ทั่วไปมันจึงฝึกพลังปาฏิหาริย์มิได้ แต่ฮุ่ยจวินเกิดมามีสติปัญญาและพรแสวง มันถึงได้สร้างมหาวิถีที่สามารถทดแทนในสิ่งที่ขาดหายตอนนี้ไม่จำเป็นต้องมีจุดชีพจรลมปราณพิเศษเปิด ขอเพียงมันสามารถเปิดดวงดาราในมหาวิถีเจ็ดดารามันก็สามารถใช้พลังปาฏิหาริย์แห่งเทวะวจนะได้

         

        ซึ่งหลังจากเบิกตาที่วาวโรจน์

         

        หลังจากเก็บม้วนคัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์เล่มเทวะมุทราในมือ

         

        พลังวังวนอัดดำมืดในกายก็แผ่สยายออกไปในทันทีเพียงเข้าถึงมหาวิถีเทวะวจนะ ประตูแห่งดาราดวงที่เจ็ดก็เริ่มปริแตก กฎเกณฑ์บางอย่างได้เริ่มทลายลงมหาวิถีเจ็ดดาราทะลวงจ่ออยู่ที่ขั้นสูงสุด ขาดอีกเพียงก้าวเดียวมันก็จะพุ่งเหนือจุดสูงสุดเส้นทางแห่งอดีตกาลที่มันหลงเข้ามา ความเป็นตายที่อาจร้ายกว่าดี ได้ขัดเกลาฝึกฝนมันให้ก้าวขึ้นไปอีกขั้นระดับพลังฝีมือของชายหนุ่มตอนนี้ก้าวกระโดดถึงขั้นสุด

         

        ก้าวกระโดดชนิดที่ว่า วังวนแห่งอดีตอนันตกาลก็มิอาจที่จะหยุดชายหนุ่มได้!

         

         

         

         

         

 

คล้ายกับเรื่องมารประหัตถ์ฟ้า (จบ) ที่คุณอ่าน