ตอนที่ 4 เพื่อนเดินทาง
“ ทำไมป่าแห่งนี้มันดูน่ากลัว เหมือนมีอะไรมาจับจ้องตลอดเวลา” หญิงสาว รู้สึกขนลุกชัน ความมืดคลืบคลานเข้ามาสองข้างทางมันมืดสนิทลับหูลับตา ทั้งสองต่างเดินทางเพื่อที่จะมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย
“ข้าไม่ไหวแล้วเฮ้อ! ข้าง่วงและเพลียมาก ” ต้าหลงเห็นหญิงสาวอ่อนเพลียกับการเดินทางที่แสนยาวนาน ชายหนุ่มจึงก่อกองไฟนั่งพักเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น
“เ้าพักผ่อนก่อนละกันข้าจะเฝ้ายามให้ เ้าจะได้นอนหลับเต็มที่ พรุ่งนี้เช้าตื่นมาก็ค่อยออกเดินทางกันต่อ”ชายหนุ่มได้เป็ยามเฝ้าให้สาวน้อยอย่างดี แต่ด้วยความอ่อนเพลียที่เกิดจากการเดินทางมาตลอดทั้งวันชายหนุ่มก็ผล็อยหลับไปในที่สุด ความอบอุ่นจากไหล่ที่ซบกันโดยไม่รู้ตัว
แสงแรกยามเช้าที่อบอุ่นทำให้หญิงสาวได้ขยับตัวเบียดเข้าไปแนบชิดกับชายหนุ่มสักพักก็รับรู้ได้ว่าแสงแดงที่ส่องลงตรงหน้าตนมันจ้าจนแสบตา ต้องลืมตาขึ้นมา “ กว่าจะตื่นได้นะเ้า เล่นเอาไหล่ข้าแทบหลุด” หญิงสาวหันหน้าไปมองไหล่ของตนที่ไปกระทบกับไหล่ของอีกคน
อุ๊ย! “ทำไมเ้าถึงไม่ปลุกข้าละ ข้าเดินทางมาเสียไกลข้าก็เหนื่อยเป็ธรรมดาอยู่แล้ว” ชายหนุ่มคลี่ยิ้มดวงตาที่คมคายจ้องมองหญิงสาวอย่างเอ็นดู”ข้ารู้ว่าเ้าเหนื่อยไง ข้าเลยไม่ปลุกเ้า เอาละถ้าเ้าตื่นแล้วก็ไปล้างหน้าล้างตา เตรียมตัวเดินทางกันต่อ” ...
“ นี่มันกลิ่นอะไร! ” “ ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนยิ่งนักข้าได้กลิ่นไอที่มีญาณแก่กล้าลอยมาเตะจมูกข้าได้อาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้มานานนับร้อยปีพันธนาการกิ่งก้านตามต้นไม้ใหญ่ไม่เคยเห็นใครกล้าผ่านมาทางนี้ทำไมวันนี้ถึงมีกลิ่นที่เย้ายวนเข้ามาอยู่กลางป่าลึกได้ขนาดนี้ เป็ผู้ใดกันนะข้าอยากเห็นหน้าเสียแล้วสิ ” ฟู่ซาง ...(เ้าปีศาจเถาวัลย์)
เหมือนสายตามากมายกำลังจับจ้องมายังชายหนุ่มและหญิงสาวที่กำลังเดินเข้ามาในป่าลึก “ ต้าหลง” “นี่เราจะต้องผ่านทางนี้จริงๆหรือ ข้ารู้สึกกลัวมันเหมือนมีตัวอะไรมาจ้องมองตลอดเวลา ”
“ใช่!” “พวกเราจะต้องผ่านป่าเทียนหลัว นี่ไปเพื่อที่จะเข้าไปยังเมือง หยางชิงมันเป็ทางเดียวที่ใกล้ที่สุด เ้าไม่ต้องกังวลไปหรอกหลิวเฟย ”
ต้าหลงนั้นก็ััได้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างในป่าลึกแห่งนี้จริงๆเร่งหาที่หลบให้พ้นจากแสงจันทร์เต็มดวงที่กำลังส่องลงมากระทบตัว กึ่งเดิน กึ่งวิ่งด้วยมีความรู้สึกว่าตอนนี้ตนเองเริ่มรู้สึกกระสับกระส่าย เหงื่อไหลรินลงมาตรงหน้าผาก และเริ่มสับสนต้าหลงนั้นกลับรู้สึกว่าเหมือนตัวเองกำลังควบคุมความรู้สึกนี้ไม่ได้แล้ว
“ หลิวเฟย ช่วยข้าด้วย” !
หญิงสาวสะดุ้ง “เ้าเป็อะไรไปต้าหลง ”
“ คืนนี้เป็คืนพระจันทร์เต็มดวงนี่ ”
“ ข้าไม่ไหวแล้ว ช่วยข้าด้วย! ”
หญิงสาวเริ่มมีความรู้สึกกลัวขึ้นมาเมื่อครั้งก่อนนั้น ข้าก็เกือบจะตายเพราะเ้าแล้วมาคราวนี้ข้าควรจะทำอย่างไรดี หญิงสาวครุ่นคิด...
“ คราวนี้เ้าจะมากินเืข้าอีกแล้ว อย่างนั้นหรือ! ”พูดเสร็จหญิงสาวรีบวิ่งหนีไปในใจก็คิดว่าจะช่วยดีหรือ ไม่ ... “ ไม่ดีกว่า”
ชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงสิ่งอันตรายที่กำลังจะคลืบคลานมาหาตน กรอบ! แกรบ! เสียงแผ่นดินเบื้องล่างไหวสั่นสะท้าน ชายหนุ่มรีบถอยออกมาตั้งหลักทันใดนั้น...เถาวัลย์ไม้เลื้อยขนาดใหญ่มหึมาโผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน
“ กลิ่นนี้ช่างหอมเหลือเกิน...เ้าคือ ราชันหมาป่าสินะ!เหตุใดตอนนี้ถึงเป็เยี่ยงนี้ได้นะ ฮ่า ๆ ๆแค่แรงจะเดินหนีข้าเ้ายังไม่มี เ้าจะเอาอะไรมาสู้กับข้า ”ปีศาจเถาวัลย์พูดจาเยาะเย้ย
พรึบ! เสียงปีศาจเถาวัลย์ได้ใช้เถาวัลย์พันธนาการตัวราชันหมาป่าเอาไว้ราชันหมาป่า ได้ลงไปนอนกองอยู่กับพื้น “ทำไม! ข้าถึงอ่อนแอได้เพียงนี้ แค่ต่อสู้กับปีศาจธรรมดาตนนึงข้าก็ยังสู้มันไม่ได้
ทำไม! ทำไม!ต้าหลงรู้สึกว่าทำไมตัวเองไร้ประโยชน์อะไรเยี่ยงนี้ข้าคือราชันหมาป่าใช่หรือไม่แล้วตอนนี้ทำไมข้าถึงเป็ได้แค่หมาจนตรอกตัวหนึ่งเท่านั้นเองนะเ้าปีศาจเถาวัลย์พยายามฆ่าราชันหมาป่าให้ได้เพื่อที่จะได้ดูดไอมารจากราชันหมาป่าและจะทำให้ตัวเองมีความแข็งแกร่งมากขึ้น
หลิวเฟยวิ่งหนีมาได้ระยะหนึ่งแล้วหยุดชะงักลง
อึก! “ ทำไมข้าถึงรู้สึกเ็ปที่หัวใจได้ขนาดนี้ หรือว่าต้าหลงกำลังตกอยู่ในอันตราย”
ตุบ!
อึก!
สภาพชายหนุ่มที่กองอยู่กับพื้นตรงหน้าทำให้หญิงสาวที่เห็นทนดูไม่ได้
“ หยุดเดี๋ยวนี้นะ” ปีศาจเถาวัลย์ได้หันไปมองเสียงเบื้องหน้า“เ้าเป็ใคร”!
แต่ก็ไม่เป็ไรวันนี้ข้าจะฆ่าให้หมดหญิงสาวต่อสู้กับเ้าปีศาจเถาวัลย์อย่างดุเดือดต่างฝ่ายต่างตั้งรับกันอย่างไม่ลดละ
“ หลิวเฟย” เ้าระวัง !
ตูม!! เสียงน้ำสาดกระเด็นชายหนุ่มและหญิงสาวได้ะโลงไปในน้ำเพื่อที่จะหนีเ้าปีศาจแต่ตอนนี้ด้วยแรงที่มีน้อยนิดของชายหนุ่มเพราะคืนนี้เป็คืนพระจันทร์เต็มดวงทำให้พลังอำนาจได้หมดไป ชายหนุ่มกลับแน่นิ่งหมดสติลง
“ ไม่ได้การแล้ว หลิวเฟย ได้กรีดเืตัวเองออกเพื่อที่จะให้ต้าหลงได้ดื่มเืของตน” พลันร่างกายที่ได้แน่นิ่งไปในตอนแรกกลับมีความรู้สึกว่าพลังของตนได้กลับมาอีกครั้ง ชายหนุ่มกลับมีสติและได้หันไปมองร่างบางที่เริ่มจะไม่ไหวชายหนุ่มพยายามช่วยเหลือหลิวเฟยที่ตอนนี้นางกลับรู้สึกหมดแรงเข้าไปทุกที
“ หลิวเฟย” เ้าเป็อย่างไรบ้าง !
ชายหนุ่มรีบดึงตัวหญิงสาวขึ้นมาให้ขึ้นมาเหนือน้ำให้ได้ “ ไม่ได้การแล้วพวกปีศาจยังคอยเฝ้ามองอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ ทำอย่างไรดี ”เพื่อ้าให้หลิวเฟย ได้มีชีวิตที่ปลอดภัย ปากที่อบอุ่นของชายหนุ่มได้ให้ความอบอุ่นแก่หลิวเฟยไปในที่สุด
“พวกมันคงจะหนีไปแล้วแน่ๆ หลังจากเ้าปีศาจเถาวัลย์ยืนรออยู่ตรงริมฝั่งแต่ก็ไม่เห็นต้าหลงและหลิวเฟยขึ้นมาจากน้ำสักที”
เมื่อสบโอกาส ทั้งคู่ก็พากันขึ้นมาจากแม่น้ำ
“แค่ก ๆ ” หลิวเฟย สำลักน้ำ “เ้าเป็อย่างไรบ้าง? ”
“ ข้าดีขึ้นแล้ว เ้าละเป็อย่างไรบ้าง
” ตะกี้ข้ามีความรู้สึกแปลกๆเ้าทำอะไรข้าหรือไม่ ? ”
“เปล่าเลย...ข้าไม่ได้ทำอะไรเ้าทั้งนั้น เราออกไปจากที่นี่กันเถอะถ้าอยู่นานกลัวจะเจอเข้ากับเ้าปีศาจอีก ”
ต้าหลงได้ประคองหลิวเฟย เพื่อที่จะหาที่กำบังหลบภัย
ทันใดนั้น!!
สวบ! ๆ โอ้ย…เกิดอะไรขึ้นกับข้า!
หญิงสาวได้ก้มลงไปมองที่ข้อเท้าของตนเพราะเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังเกาะติดที่ข้อเท้า สายตาต้าหลงได้หันกลับไปมองหญิงสาวที่ได้เดินเคียงคู่กันมา พลันชายหนุ่มได้เจอเ้าปีศาจเถาวัลย์ที่ตอนนี้ได้ใช้แส้ตวัดเข้ามาที่ข้อเท้าของหญิงสาว
“ ช่วยข้าด้วย! ”
“ พวกเ้าคิดว่าจะหนีข้าพ้นอย่างนั้นหรือ ฝันไปเถอะ! นานทีกว่าข้าจะได้เจอปีศาจทีมีพลังข้าไม่ปล่อยพวกเ้าไปง่ายๆแบบนี้เป็แน่ ”
ทั้งสองฝ่ายต่างได้ทำการต่อสู้กันต้าหลงพยายามต่อสู้กับเ้าปีศาจตรงหน้ามันไม่ยอมลดละที่จะฆ่าราชันหมาป่าที่อยู่ใน่ที่อ่อนแอที่สุดให้ได้ชายหนุ่มจึงได้ง้างกระบี่สังหารมารออกมา “ หลิวเฟยข้าต้องรบกวนเ้าอีกแล้ว”
“อืม ได้เลย! ” หญิงสาวได้กรีดเืของตนส่งไปให้ต้าหลง
“ ด้วยพลังอำนาจของกระบี่สังหารมารและไข่มุกดำเพลิงจงผสานเข้าด้วยกัน ณบัดนี้ ” แสงสว่างได้ปรากฏขึ้นชายหนุ่มได้ง้างดาบแล้วฟาดฟันเข้าไปจัดการเ้าปีศาจลงอย่างราบคาบกลายเป็ผงธุลีล่องลอยหายไปในอากาศ
หญิงสาวล้มทรุดลงกับพื้นเพราะหมดเรี่ยวแรงเป็ที่สุดข้อเท้าที่ได้รับาเ็ เริ่มเ็ปมากยิ่งขึ้นชายหนุ่มโน้มตัวลงมาเพื่อที่จะให้หญิงสาวขึ้นขี่หลังของตนและแบกหญิงสาวเข้าไปในถ้ำเพื่อให้หญิงสาวได้นอนพักความห่วงใยที่ทั้งสองมีให้กันกลับเพิ่มมากขึ้นโดยมิได้รู้ตัว
“ เมือง หยางชิง ”
ณ หอ กวนซี
“ ท่านยังจำที่แห่งนี้ได้หรือไม่!”
“ มันคือที่ใด ”
“ ที่แห่งนี้มันเคยเป็ที่ที่เราเคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ท่านกับข้าต่างมีความสุขร่วมกัน ”
“ ข้าไม่รู้ว่าท่านกำลังพูดถึงสิ่งใดอยู่ข้าไม่คุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้เลย ”
“ทำไม! แม่นางต้องพาข้ามาที่นี่ !”
“ นับจากที่ท่านได้จากข้าไปข้าก็ไม่ได้กลับมาที่นี่อีกเลย ท่านลองดูว่าท่านพอจำได้บ้างไม่? ” หรือท่านอาจจะนึกอะไรออกมาบ้าง
ลู่หลานหญิงสาวผู้ที่พยายามให้คนที่ตัวเองรักนั้นกลับมาจำเหตุการณ์ในอดีตได้พยายามรื้อฟื้นทุกสิ่ง..
“เมื่อยี่สิบปีก่อนนั้น ได้มีปีศาจจิ้งจอกเก้าหางออกอาละวาดในหมู่บ้าน ท่านกับข้า ต่างร่วมมือกันเพื่อปกป้องหมู่บ้านแห่งนี้ ท่านกับข้าได้เคยต่อสู้ร่วมกันมา
ท่านจำได้หรือไม่? ”
“นี่ไงอาวุธของท่านกระบี่แม่ทัพโม่ ! ข้าดูแลมันอย่างดี รอวันที่ท่านกลับมาหาข้า”
“ ข้าเป็นักพรต! เหตุใดข้าต้องมาจับอาวุธแบบนี้ข้าแค่อยากจะพาคนรักของข้ากลับบ้านเมืองของข้าเท่านั้น”
“ บ้าน! บ้านอย่างนั้นหรือ!”
“ นางเป็ปีศาจ! ”
“ โม่เฉียว!ท่านเข้าใจข้าหรือไม่ ที่ท่านกับข้าต้องเป็แบบนี้ก็เพราะนางคนเดียว
นางทำให้พวกเราเป็แบบนี้ !”
“เ้าหยุดพูดจาเหลวไหลแบบนี้นะข้าไม่เชื่อเ้า ”
เมื่อหลายสิบปีก่อนนั้นหลังจากที่ข้าได้สังหารปีศาจหมาป่า “ท่านพี่หญิงเ้าคะ …ท่านมาดูอะไรตรงนี้สิเ้าคะนี่มันคือขนจิ้งจอกเก้าหางนี่! “หลังจากที่ข้ารู้ว่านางลักพาตัวท่านไป เพราะนางหลงใหลในตัวท่าน ทำให้ท่านได้หลงรักนาง ”
“ไม่จริง”
“นางเป็คนช่วยชีวิตข้าไว้ต่างหากจากการที่ข้าได้รับาเ็สาหัส”
“ท่านเ้าสำนัก เมียของข้าเป็คนดี นางไม่ใช้ปีศาจอย่างที่ท่านกล่าวหาอย่างแน่นอนใยท่านต้องมากล่าวร้ายเมียของข้าเช่นนี้! ”
ลู่หลานเ้าสำนักเหวินจิ่งรู้สึกจุกในหัวใจที่คนรักกลับจำนางและเหตุการณ์เมื่อครั้งอดีตไม่ได้แม้แต่น้อย
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! “ข้าเข้าไปได้หรือไม่?”
“ เข้ามาสิ! “
“เ้าหิวหรือยังหลิวเฟย ข้าได้นำอาหารมาให้เ้าแผลที่ข้อเท้าของเ้าหละดีขึ้นหรือยัง ข้าขอดูหน่อย ”
“ข้ามีเื่จะถามเ้าข้าอยากรู้ว่าวิชาเพลิงมรกตที่เ้าได้สังหารปีศาจเถาวัลย์ มันใช้อย่างไรหรือ?”
“มันจะต้องใช้พลังจากไข่มุกดำเพลิงที่คอยดูแลเ้าปลุกพลังมันออกมาให้มากพอ ”
“แปลว่าคราก่อนที่ข้าได้ต่อสู้กับท่านอาก็คงเป็เพราะวิชาเพลิงมรกตนี่สินะ หญิงสาวได้นึกย้อนไป...แล้วทำไมตอนนั้นข้าใช้มันได้ แล้วทำไมตอนนี้ข้าใช่มันไม่ได้กัน ”
เป็เพราะเหตุใด?
“ทำไมเ้าถึงได้สนใจวิชาเพลิงมรกตขึ้นมา ”
“ ข้าอยากเรียนรู้ท่านพอจะสอนข้าได้หรือไม่ข้าได้ศึกษาวิชาจากสำนักตู้ฟางมาเป็เวลาหลายปีแต่ทำไมข้าไม่มีพลังวิเศษอะไรเหมือนกันคนอื่นเลยข้าไม่สามารถปลุกพลังเพื่อจะเข้าถึงวิชาได้เลย ”
“เช่นนั้น เรามาลองดูกัน” ชายหนุ่มได้จับมือของหญิงสาวประสานเข้ากับมือของตนเ้าจะทำอะไรข้าอีกแล้วเนี่ย
หัวใจของหญิงสาวรู้สึกเต้นผิดจังหวะอีกแล้ว ...
“ เ้าคิดว่าข้าโง่อีกแล้วใช่หรือไม่ ออกไปให้ห่างๆ ข้าเดี๋ยวนี้นะ ”
“ ถ้าหากพลังที่อยู่ในตัวเ้าใช้การไม่ได้แล้วเ้าจะใช้วิชาเพลิงมรกตได้เช่นใด ”
“แล้วทำไมคราก่อนข้าถึงใช้วิชาเพลิงมรกตได้นะตอนที่ข้าอยู่สำนักตู้ฟาง”
“ ถ้าหากว่าเ้า ยังไม่พร้อมที่จะเรียนรู้ งั้นก็เก็บของเตรียมตัวออกเดินทางไปเมือง หยางชิง กันได้แล้ว นี่มันก็ใกล้จะยามซวีแล้ว” (เวลา 19.00-21.00 น.) ชายหนุ่ม ลุกเดินออกจากห้องไป
ณ โรงเตี๊ยม …
“ถึงสักทีเราหาที่พักกันก่อน ข้าปวดเมื่อยไปหมดแล้ว อยากอาบน้ำเป็ที่สุด”
ตึง ๆ ๆ ต้าหลงและหลิวเฟยไม่ทันจะได้พักผ่อนก็ได้ยินเสียงดังมาจากด้านนอกทั้งคู่ได้แง้มประตูเพื่อรับฟังบทสนทนา
พลันก็ได้เห็นทางการและนักพรตกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาภายในโรงเตี๊ยม
“นี่เถ้าแก่ ข้าขอตรวจค้นโรงเตี๊ยมแห่งนี้หน่อย ”
“ดะ! ดะ! ได้ขอรับ” เถ้าแก่โรงเตี๊ยมตกปากรับคำได้ให้ทหารและนักพรตเข้ามาเพื่อตรวจสอบภายในโรงเตี๊ยม
“ในโรงเตี๊ยมแห่งนี้มีปีศาจกี่ตน! เรียกออกมาให้ขอให้หมด”เหล่าพวกปีศาจทั้งหลายต่างพากันออกมา
“ ข้าขอดูสัญญาทาสที่หน้าผากของพวกเ้าหน่อยว่าพวกเ้าเป็ปีศาจที่มีเ้านายหรือไม่ ”
“เ้าเป็ปีศาจใช่หรือไม่ ไม่ใช่เ้าค่ะ ๆ ข้าไม่ได้เป็ ” นักพรตได้ใช้อาคมเพื่อพิสูจน์ว่าผู้หญิงคนนี้ได้เป็ปีศาจถ้าใครที่เป็ปีศาจจะมีชื่อเ้านายสลักไว้ตรงหน้าผากแสดงว่าปีศาจตนนั้นเป็ทาสรับใช้ ที่มีเ้าของเป็ตัวเป็ตน ไม่ใช้ปีศาจเร่รอนถ้าพวกนักพรตได้เจอปีศาจเร่ร่อน ก็จะฆ่าทิ้งหมดไม่เหลือ
ชายหนุ่มและหญิงสาวเมื่อได้ยินและได้เห็นดังนั้นจึงแอบหลบซ่อนตัวไม่ให้พวกนักพรตได้เจอ “มีอีกหรือไม่เถ้าแก่ ข้ายังได้กลิ่นปีศาจอยู่แถวนี้นะไหนข้าขอเข้าไปตรวจห้องพักทุกห้องหน่อย! ”
“เปิดประตูห้องพักให้ข้าเดี๋ยวนี้! ”
“ ได้ขอรับ ! ได้ขอรับ ! ” เถ้าแก่ได้ให้ลูกน้องพาทางการและนักพรตเข้าทำการตรวจตราห้องพักทุกห้องเมื่อได้ยินที่ทางการจะเข้าตรวจค้นทุกห้องชายหนุ่มและหญิงสาวต่างครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรกันดี ....
“ ข้าว่าเอาแบบนี้ดีกว่า เ้าต้องเป็ปีศาจรับใช้ของข้า” เสียงกระซิบจากหญิงสาวได้ดังขึ้นมา สายตาชายหนุ่มที่มองมายังหญิงสาวตรงหน้า
“ นับวันเ้าจะเอาใหญ่แล้วนะหลิวเฟย ” สายตาหญิงสาวที่มองไปยังชายหนุ่มบ่งบอกว่า “ วันนี้เ้าจะได้เป็ทาสของข้าเป็แน่” (เสียงหัวเราะที่ดังอยู่ในลำคอ ไม่สามารถออกมาได้ยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ)
“เ้าลองคิดดูแล้วกัน มันไม่มีวิธีอื่นแล้วนะ ถ้าข้าไม่ทำแบบนี้เ้าจะต้องโดนทางการจับตัวเป็แน่ เร็วหน่อยสิ ใกล้จะถึงห้องพักแล้วนะ ”
มันไม่มีวิธีอื่นแล้วจริงๆชายหนุ่มเลยต้องจำยอมเป็ปีศาจรับใช้หญิงสาวโดยการสลักชื่อไว้ตรงกลางหน้าผากของชายหนุ่มว่านายหญิงหลิวเฟยหญิงสาวยิ้มอย่างผู้ชนะ “ วันนี้แหละข้าจะจัดการเ้าบ้าง”
พรึบ !
“ ข้าขอตรวจค้นห้องนี้หน่อย ไหนเ้าปีศาจ ข้าขอตรวจค้นเ้าหน่อยว่าเ้าเป็ปีศาจมีนายหรือไม่” ทางการได้ให้นักพรตทำการร่ายคาถาอาคม พลันชื่อของนายหญิงหลิวเฟยก็ปรากฏตรงกลางหน้าผากของชายหนุ่ม
“คือแม่นางคนนี้ใช่หรือไม่? ”
“ ใช่! ขอรับ ”
“ นี่เ้าปีศาจรับใช้ เ้าไปเอาน้ำมาให้ข้ากินหน่อย” หญิงสาวได้ทีใช้งานต้าหลงทันที(ยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ) สายตาที่ดุดัน จ้องมองหญิงสาว
“อย่าให้ถึงเวลาของข้าบ้างนะสาวน้อย” ...
เมื่อทางการและนักพรตได้ตรวจพิสูจน์ตัวตนแล้วก็ได้พากันกลับออกไปจากโรงเตี๊ยมทันที
“หลิวเฟยเ้าตื่นหรือยัง เช้าแล้ว เราต้องออกเดินทางกันต่อ”
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! อากาศยามเช้าหญิงสาวนอนขดตัวอย่างสบาย ปวดเมื่อยมาจากการเดินทางที่แสนไกลเมื่อมาเจอที่พัก “ ข้าขอเวลาอีกสักพักนึง เดี๋ยวข้าออกไป” หลิวเฟยตกปากรับคำชายหนุ่มที่รอหญิงสาวอยู่ด้านนอก
อากาศที่เมืองหยางชิงนี่ดีจริงๆเลยมันเย็นสดชื่นหมู่บ้านที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยูเาสูงตระง่านเหมือนอยู่ในเมือง์เลยจริงๆนะ
ฮ่า...หญิงสาวสูดหายใจเข้าเต็มปอด
ไป ! “ ข้าพร้อมออกเดินทาง ” ทั้งสองได้ออกเดินทางต่อ “ ต้าหลงเ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าสิ่งที่เ้ากำลังตามหาอยู่ มันอยู่ที่ใดกัน ?”
“ข้ารู้ว่าข้ามาครั้งนี้อาจจะเป็กับดักที่ลู่หลาน ได้วางเอาไว้นางรู้ว่ายังไงข้าจะต้องมาที่นี่ สิ่งนี้มันเป็สิ่งที่ข้าจะต้องเอากลับคืนมาอดีตที่ข้าได้เสียไปทุกอย่าง ข้าจะตามคืนมาให้หมด ” สายตาชายหนุ่มดูดุดันและเคียดแค้นในสิ่งที่ได้รับจากคนที่ขึ้นชื่อว่าตนรัก ได้หักหลังตน
ชายหนุ่มและหญิงสาวเดินกันมาจนตะวันบ่ายคล้อย
“เ้าเป็อย่างไรบ้างข้าว่าเราพักก่อนดีมั้ย?”
ต้าหลงมองหญิงสาวที่ได้เดินทางมากับตนตลอดเวลา สาวน้อยตัวเล็ก รูปร่างบางระหงส์หน้าตาจิ้มลิ้ม ตอนนี้มันช่างดูมอมแมมไปเสียหมด ความห่วงใยในใจลึกๆและแอบเก็บซ่อนอะไรบ้างอย่างภายในสายตาคู่นั้น