The Possible Man

    ตอนที่ 88 : ช่วยกันปกปิด

    เช้าวันต่อมาหินค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้นมาก่อนจะพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงในห้อง ซึ่งถัดจากหินเตียงข้างๆ ก็เป็นนัทที่ยังคงนอนหลับอยู่
    “เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น” หินเอ่ยขึ้นมาเบาๆ พลางนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืน แต่เขากลับพบว่าเขาจำอะไรไม่ได้เลย ดีหน่อยที่น้ำหมักผลไม้ของเขาถูกผลิตมาอย่างดี เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วจะไม่ทำให้มีอาการแฮงค์เหมือนแอลกอฮอล์ปกติทั่วไป
    “เดวิด...” หินเรียกหา AI ประจำตัวของตัวเองในทันที แต่พบว่าเดวิดกลับไม่ตอบสนอง
    “เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” หินพยายามนึกขึ้นอีกครั้ง แต่ไม่ว่าจะนึกเท่าไหร่เขาก็นึกไม่ออก ตอนแรกเขากะจะให้เดวิดฉายภาพเหตุการณ์ที่ถูกบันทึกเอาไว้ให้เขาดู เพราะเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตหินจะถูกเดวิดบันทึกเอาไว้อยู่แล้ว
    แต่ในเมื่อเดวิดเองไม่ตอบสนองเขา เขาก็พอจะทราบในทันทีว่ามันต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นแล้วอย่างแน่นอน และหินก็คิดว่านี่ก็เป็นเหตุผลที่เดวิดยังออฟไลน์อยู่อีกด้วย
    เมื่อหินพยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก จึงได้ตัดสินใจที่จะเลิกคิดถึงมัน ถึงยังไงเดี๋ยวพอเดวิดออนไลน์อีกครั้ง เขาก็ยังสามารถดูเหตุการณ์ย้อนหลังได้อยู่ดี
    “ไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน” หินเอ่ยขึ้นก่อนจะเข้าไปทำธุระส่วนตัวของตัวเอง
    หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วหินออกมาก็พบว่านัทก็ได้ตื่นขึ้นมาแล้ว หินจึงได้มองสบตากับนัทพอดิบพอดี
    “....” หิน
    “....” นัท
    หินรู้สึกได้ในทันทีว่าสายตาที่นัทมันมองมาที่เขา มีบางอย่างประหลาดไป
    “ทำไมแกมองชั้นแบบนั้น? ” หินถามขึ้นด้วยความสงสัย
    “เปล๊า นัทก็มองปกติไง หินคิดไปเองแล้ว” นัทเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางที่ขนาดเด็ก ป.3 ดูก็รู้ว่ามีพิรุธ ซึ่งหินเริ่มเอะใจในทันทีว่าเมื่อคืนนี้มันต้องมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นแล้วจริงๆ
    “เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น? ” หินถามขึ้น
    “ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นนี่ นัทว่า...เดี๋ยวนัทไปอาบน้ำก่อนนะ” นัทตอบขึ้นก่อนที่จะรีบเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว
    “....” หิน
    ‘นี่ฉันคงไม่ได้ทำอะไรแย่ๆ ลงไปหรอกใช่ไหม’ หินคิดขึ้นในใจก่อนจะหันไปเก็บข้าวของของตัวเอง
    หลังจากที่นัทอาบน้ำเสร็จออกมา หินก็พยายามเค้นให้มันบอกเขาว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น แต่ทว่าก็ต้องพบกับความล้มเหลว ดูเหมือนว่าให้ตายยังไงมันก็ไม่ยอมปริปากบอกแม้แต่น้อย
    ยิ่งเห็นอาการของนัทเป็นแบบนี้ หินก็ยิ่งรู้สึกใจคอไม่ดีมากขึ้นเรื่อยๆ
    “มันไม่มีอะไรจริงๆ หินดื่มเสร็จพอเมาก็เลยกลับห้องมานอนนี่ไง ก็แค่นั้นเอง”
    ‘แค่นั้นบ้าอะไรล่ะ จนตอนนี้ไอ้เดวิดมันยังไม่ออนไลน์เลยเนี่ย’ หินแย้งขึ้นในใจ พิรุธเต็มไปหมดแบบนี้จะให้เชื่อได้ยังไงว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้น
    ‘ได้ในเมื่อแกไม่บอกฉัน เดี๋ยวฉันไปถามคนอื่นเองก็ได้’ หินคิดขึ้นก่อนที่จะขนสัมภาระตัวเองไปนั่งรอที่ห้องรับแขกพร้อมกับนัท
    ซึ่งนัทก็ดูเหมือนจะสนใจกับโทรศัพท์ของตัวเองมากหรือแม้กระทั่งสนใจของที่ไม่ได้สลักสำคัญต่างๆ รอบตัว กิริยาท่าทางของมันในตอนนี้เหมือนกับว่า ทำอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องพูดกับหิน....
    ‘ไม่ต้องแสดงออกชัดเจนขนาดนั้นก็ได้มั้ง ว่าไม่อยากคุยกับฉัน’ หินคิดขึ้นด้วยความเอือมระอา
    หลังจากนั้นประมาณ 1 ชม. พวกผู้หญิงก็ได้เก็บสัมภาระของตัวเองเสร็จแล้วค่อยๆ ทยอยลงมาจากชั้นบน
    ซึ่งนาเดียร์เป็นคนแรกที่ขนสัมภาระลงมา
    “นาเดียร์ เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นเหรอ? ” หินถามขึ้น
    “หืม? หินหมายถึงอะไรเหรอ? ” นาเดียร์ถามขึ้น
    “เมื่อคืนหลังจากที่หินดื่ม….แล้ว...มันมีอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า?” หินถามขึ้นอีกครั้ง
    “ก็ไม่มีอะไรนี่ หลังจากหินดื่มเสร็จ หินก็กลับห้องมานอนเลย หินถามทำไมเหรอ” นาเดียร์ตอบขึ้นด้วยท่าทางที่เป็นธรรมชาติดูไร้พิรุธใดๆ
    “อ๋อ เปล่าๆ ไม่มีอะไรหรอก” หินพูดขึ้น แต่ทว่าเขาก็ยังไม่ปักใจเชื่อคำตอบของนาเดียร์อยู่ดี
    ‘นาเดียร์เป็นนักแสดง การจะแสดงละครตบตาโกหกเราเป็นเรื่องง่ายมาก ต้องถามคนอื่น’ หินคิดขึ้นในใจ
    ไม่นานนักจอยก็เดินตามลงมา
    “จอย เมื่อคืนมีอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า? ”
    “เรื่องอะไรเหรอ?” จอยถามขึ้นด้วยความงุนงง
    “ก็อย่างเช่น หินทำอะไรแปลกๆ รึเปล่าเมื่อคืนน่ะ? ”
    “ก็เปล่านะ หินแค่ดื่ม เมาและกลับห้องนอน”
    “....” หิน
    “หินถามทำไมเหรอ? หรือคิดว่าตัวเองไปทำเรื่องแย่ๆ อะไรเอาไว้” จอยถามขึ้น
    “เปล่าๆ ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว” หินเอ่ยออกมาด้วยความไม่แน่ใจ
    ‘หรือว่าเมื่อคืนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ แล้วเดวิดมันออฟไลน์ไปได้ยังไงกัน? ’ หินคิดขึ้นด้วยความสงสัย
    ยังไม่ทันไรมิ้วก็เดินตามลงมาติดๆ
    หินมองไปที่มิ้วด้วยท่าทางเจ้าเล่ห์ มิ้วเป็นคนซื่อๆ เขาคิดว่าถ้าหากถามมิ้ว มิ้วต้องหลุดปากออกมาแน่ๆ
    “มิ้ว เมื่อคืน...” หินเอ่ยขึ้น
    “ไม่มีอะไรเกิดขึ้น หินแค่เมาและกลับไปนอนเฉยๆ ” มิ้วตอบออกมาด้วยความรวดเร็วเหมือนมีบทที่ได้ท่องเตรียมเอาไว้ จอย นัท นาเดียร์ ที่อยู่รอบๆ ถึงกับหันมามองมิ้วด้วยความตกใจ
    ‘เวรละ!’ นัท
    ‘ยัยมิ้ว!’ จอย
    ‘....’ นาเดียร์
    ‘บ้าจริง!’ มิ้วถึงกับลอบด่าตัวเองขึ้นมาในใจ ก็เธอโกหกใครไม่ค่อยเก่งแล้วเมื่อกี๊เธอก็รู้สึกประหม่ามากตอนที่หินจ้องเธอ เธอถึงได้หลุดพิรุธออกมา
    “เอ๋ หินยังไม่ได้ถามเลยนี่ ทำไมมิ้วถึงรู้ล่ะว่าต้องตอบอะไร? ” หินคาดคั้นขึ้น
    “มิ้วก็อยู่แค่ชั้นสองเองนะหิน แล้วหินก็เล่นถามคำถามเดิมกับทุกคนแบบนี้ ต่อให้เป็นเดียร์ แค่เห็นหินเอ่ยปากก็รู้แล้วว่าหินจะถามอะไร? ” นาเดียร์เอ่ยขึ้นช่วยแก้สถานการณ์อย่างแนบเนียน
    ซึ่งคำพูดของนาเดียร์ถึงกับทำให้ มิ้ว จอย นัท ลอบยกนิ้วขึ้นมาภายในใจด้วยความชื่นชม ‘สมกับที่ได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมแห่งปีจริงๆ’
    แน่นอนว่าเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี้มันเป็นเพราะนัทได้ส่งข้อความไปบอกทุกคนว่า หินจำอะไรที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ได้ ขอให้ทุกคนทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ให้บอกหินไปว่า เมื่อคืนหลังจากที่หินเมาแล้วก็กลับไปนอนที่ห้องแค่นั้น ซึ่งทุกคนต่างก็ยินดีที่จะปฏิบัติตามโดยไม่มีเงื่อนไข เพราะถ้าหินได้รู้ความจริงแล้วล่ะก็...
    ‘ไม่เป็นไร ยังเหลืออีกคนที่อยู่ในเหตุการณ์เมื่อคืน’ หินคิดขึ้นในใจเงียบๆ จะเป็นใครอื่นไม่ได้ นั่นก็คือ วิชัย นั่นเอง
    เมื่อทุกคนได้จัดสัมภาระทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็ได้ขนทุกอย่างขึ้นรถ ก่อนที่จะขับออกไปยังร้านอาหารของไร่ เนื่องจากพวกเขาต้องการแวะทานอาหารก่อนที่จะออกจากไร่นั่นเอง
    ระหว่างที่กำลังพากันออกจากรถนั้น นัทก็มีท่าทางแปลกๆ ไป
    “นัทเป็นอะไรรึเปล่า?” จอยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
    นัทเอามือกุมน้องเบาๆ ก่อนเอ่ยขึ้นมา
    “นัทรู้สึกปวดท้องน่ะ สงสัยอาหารเมื่อคืนทำพิษ ยังไงก็ไปนั่งกันก่อนเลยนะ เดี๋ยวนัทขอไปเข้าห้องน้ำก่อน”
    เมื่อเอ่ยจบนัทก็วิ่งหายเข้าไปในร้านทันที
    “งั้นเราก็เข้าไปนั่งสั่งอาหารรอก่อนก็ได้” นาเดียร์เอ่ยขึ้น ก่อนที่ทุกคนจะพากันเข้าไปในร้าน
    ไม่นานนัก วิชัยก็ได้เดินออกมาต้อนรับพวกเขาเช่นเคย
    “เป็นยังไงกันบ้างครับ เมื่อคืนทุกคนคงจะสนุกกันมากเลยใช่ไหมครับ” วิชัยถามขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
    “สนุกกันมากเลยค่ะ ฝากคุณวิชัยไปขอบคุณพ่อเลี้ยงด้วยนะคะ พวกเราชอบน้ำหมักผลไม้ของไร่มากๆ เลยค่ะ” นาเดียร์เอ่ยขึ้น
    “ฮ่าๆๆ ได้เลยครับ เสียดายเลยนะครับ ถ้าหากผมไม่มีธุระซะก่อนผมคงจะอยู่ฉลองกับทุกคนจนจบแน่ๆ ” วิชัยเอ่ยขึ้นอย่างเสียดาย
    “เมื่อคืนคุณวิชัยกลับก่อนเหรอครับ? ” หินถามขึ้น
    “ใช่ครับ คุณหิน เมื่อคืนนี้ผมดื่มไปได้ไม่กี่แก้ว ก็ต้องกลับเพราะมีงานด่วนเข้ามาก่อน” วิชัยตอบออกมา
    เขาบอกว่าการจะโกหกให้แนบเนียนที่สุดก็คือการพูดความจริงเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้นและอีกครึ่งหนึ่งก็คือเรื่องที่เราต้องการจะปกปิด และใช่วิชัยกำลังใช้วิธีนี้ มันจึงทำให้เขาโกหกได้อย่างเป็นธรรมชาติสุดๆ จนหินไม่สามารถจับพิรุธได้
    ‘แสดงว่าวิชัยก็ไม่รู้เรื่องสินะ’ หินคิดขึ้นในใจ เขาพยายามจับพิรุธวิชัยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสุดท้ายจะเลิกสนใจไป เพราะดูเหมือนว่าวิชัยจะไม่ได้โกหกเขาจริงๆ
    “เอ้า แล้วนี่คุณนัทไปไหนล่ะครับเนี่ย? ” วิชัยถามขึ้นด้วยความสงสัย แม้ในใจตัวเองจะรู้คำตอบดีแล้วก็ตาม ที่นัทหายไปเมื่อครู่ก็เพราะวิ่งเข้ามาเตี๊ยมกับเขาในร้านนั่นเอง
    “อ๋อ นัทไปเข้าน้องน้ำน่ะค่ะ” จอยตอบขึ้น
    “งั้น อาหารมื้อนี้ เอาเหมือนเดิมเลยรึเปล่าครับ? ” วิชัยถามขึ้น
    ซึ่งทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วยไม่มีใครเปลี่ยนเมนูเลยสักคน
    ไม่นานนักนัทก็ได้กลับเข้ามาที่โต๊ะ หลังจากนั้นวิชัยก็เอาอาหารมาเสิร์ฟ
    เมื่อทุกคนทานอาหารเสร็จแล้ว จึงได้พากันร่ำลาวิชัยก่อนที่จะขึ้นรถกลับมหาลัยโดยสวัสดิภาพ ซึ่งในระหว่างทาง ทุกคนในรถก็ได้พูดคุยกันอย่างปกติ จนหินเริ่มจะเชื่อแล้วว่าเมื่อคืนมันคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วจริงๆ..เมื่อกลับมาถึงบ้าน หินก็ได้เอาสัมภาระไปเก็บเข้าที่ ก่อนที่จะแวะไปนั่งที่ห้องครัวเพื่อรับประทานไอศกรีมในตู้เย็น
    “เก็บของเหนื่อยๆ ของหวานๆ เย็นๆ นี่แหละจะช่วยบรรเทา” หินเอ่ยขึ้นก่อนจะตักไอศกรีมในกล่องขึ้นมาทานอย่างเอร็ดอร่อย
    ในขณะนั้นนั่นเอง เสียงของเดวิดก็ดังขึ้นมาเป็นสัญญาณว่าตอนนี้เดวิดได้กลับมาออนไลน์อีกครั้งแล้ว
    ‘อา…. ดอกเตอร์ครับ’
    “ตื่นได้สักทีนะเดวิด เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นห๊ะ แกถึงได้ออฟไลน์หายไปแบบนี้? ” หินถามขึ้นด้วยความสงสัย
    “เอ่อ….เอ่อ” เดวิดพยายามหาคำตอบมาตอบหิน แต่มันก็ไม่อยากพูดถึงเรื่องเมื่อคืนด้วยเช่นกัน
    “พิริ้พิไรอะไร ไหนเปิดวิดีโอบันทึกเหตุการณ์เมื่อคืนขึ้นมาดูซิ” หินสั่งขึ้น
    “เอ่อ… ดอกเตอร์ครับ ผมว่า….” เดวิดเอ่ยขึ้นด้วยความลำบากใจ มันคิดว่าวีดีโอนนี้หินไม่สมควรได้ดูเป็นอย่างยิ่ง
    “นี่เป็นคำสั่ง!” หินเอ่ยย้ำขึ้น
    สุดท้ายเดวิดจึงต้องยอมเปิดวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดเมื่อคืนขึ้นด้วยความจำใจ
    หลังจากที่ได้ดูวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ยิ่งได้ดูหินยิ่งรู้สึกว่างเปล่าและตกตะลึงจนสติเขาได้หลุดลอยออกไปจากร่าง
    โป๊ะ! ช้อนตักไอศกรีมหล่นลงบนโต๊ะในทันทีเมื่อคนที่ถือไม่สามารถประครองสติให้ถือมันได้อีกต่อไป
    " นี่ฉันทำอะไรลงไป " หินเอ่ยขึ้นอย่างเลื่อนลอย
    --------------------------------------------------------------------------------------------
    เออ หิน นายทำอะไรลงไป!?