ตอนที่ 38 บันทึกชีพจรฟ้า
หลังจากการประมูลเสร็จสิ้นลง ทุกผู้ทุกคนต่างไปรับสินค้าของตน แล้วแยกย้ายกลับสำนักของตนเอง ท่ามกลางความตึงเครียดและความละแวกระวังอย่างที่สุด จนปรากฏผู้คุ้มกันหลายสิบคนที่เนืองแน่นไปทั่วท้องถนน ซึ่งในขณะที่เจี่ยนซือ และซุนหวังเหว่ยกำลังจะออกจากห้องโถงการประมูล ก็ยังเหลือบมองชายที่อยู่ในผ้าม่านทึบ ก่อนจะเดินจากไปภายในห้องประมูลในระเบียงชั้นสอง เนี่ยฟงกำลังนั่งรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ผ่านไปไม่กี่อึดใจ หูเกอก็เข้ามาพร้อมกับกล่องอัญมณีใบเล็ก หากคาดการณ์ไม่ผิดมันคงเป็นแหวนมิติที่เก็บบัตรเงินสดเอาไว้ พร้อมกับบันทึกชีพจรฟ้าที่อยู่ในถาดทองคำ “น้องชาย! หลังจากแบ่งค่าขายโอสถครึ่งหนึ่งแล้ว ทั้งหมดที่เหลือล้วนแต่เป็นของเจ้า” หูเกอเอ่ยออกมาพร้อมกับยื่นของในถาดให้ เนี่ยฟงรับมันมาพร้อมกับเปิดกล่องดูทันที และเป็นจริงตามที่คาดมันคือแหวนมิติสีเหลืองทองอร่าม เนี่ยฟงรู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมของเงินที่อยู่ในนั้น เมื่อลองตรวจสอบดูพบเงินจำนวนมากกว่าสองแสนห้าหมื่นตำลึงทองที่อยู่ในแหวน ทำให้เนี่ยฟงเอ่ยออกมาทันที“เหตุใดมีถึงสองแสนห้าหมื่นตำลึงทอง แล้วค่าบันทึกเล่มนี้แล้วกับค่านายหน้าประมูล พวกท่านลืมหักมันออกไปหรือไง” เนี่ยฟงเอ่ยถามด้วยความสงสัย ทันใดนั้นหูเกอส่ายศีรษะ แล้วเอ่ยออกมาทันที “ด้วยความเมตตาของท่านถังต้าเหลียน ทำให้สมาคมการค้าได้กำไรมหาศาล สำหรับของเล็กน้อยเพียงนี้ ล้วนเป็นเพียงของขวัญเล็กๆ น้อยๆ เพื่อตอบแทนท่านถังต้าเหลียน” เนี่ยฟงนิ่งเงียบพลางครุ่นคิด ในเมื่อไม่มีเหตุผลใดต้องปฏิเสธ อีกทั้งเขากำลังสร้างโรงหมอปรุงยาให้ปู่ ย่อมเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล และยังได้รับการคุ้มครองจากสมาคมการค้าจันทรา เมื่อคิดได้ดังนั้น เนี่ยฟงก็ประสานมือคำนับหูเกอทันที “ขอขอบคุณท่านผู้จัดการเป็นอย่างมาก หากวันใดอาจารย์ข้ามาเยี่ยมเยียน ข้าต้องรายงานเรื่องนี้ให้ท่านทราบแน่นอน” “รบกวนน้องชายแล้ว!” หูเกอยิ้มแย้มจนปากแทบจะฉีกถึงกกหู ราวกับว่าได้ผูกมิตรไมตรีกับเนี่ยฟงได้สำเร็จ ทันใดนั้นมันก็นึกอะไรได้บางอย่าง จึงได้เอ่ยถามออกไป “ว่าแต่น้องชายเป็นศิษย์ของท่านถังต้าเหลียน ย่อมมีความสามารถในการปรุงยา ข้าขอถามได้หรือไม่...ว่าน้องชายสามารถปรุงยาได้ระดับเท่าใดบ้าง?” เนี่ยฟงยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก แผนการขั้นต่อไปในการสรรหาวัตถุดิบมาวางอยู่ตรงหน้า ไหนเลยที่เขาจะยอมให้มันหลุดมือ “เรียนท่านผู้จัดการ ตัวข้านั้นมีความสามารถไม่อาจเทียบเคียงกับอาจารย์ได้ ในการปรุงยาของข้าแต่ละครั้งนั้น ล้วนต่ำกว่าอาจารย์ถึงหนึ่งและสองขั้น อาจจะมีบ้างบางครั้งที่ข้าสามารถปรุงมันขึ้นมาได้เทียบเท่ากับอาจารย์ ช่างเป็นเรื่องน่าละอายเหลือเกิน” หูเกอทบทวนคำบอกกล่าวของเนี่ยฟงอย่างช้าๆ ก่อนจะเอ่ยถามออกไปอีกครั้ง “แล้วท่านถังต้าเหลียน สามารถปรุงยาได้ระดับเท่าไรกัน?” เนี่ยฟงก็ตอบออกมาทันที “ทุกตัวยาที่ท่านอาจารย์เคยปรุงแต่งไม่เคยต่ำกว่าระดับสิบ!” ดวงตาหูเกอพลันสั่นไหว เมื่อได้ยินคำตอบของเนี่ยฟง นั้นย่อมหมายความว่าชายผู้นี้ ย่อมสามารถปรุงยาระดับแปดระดับเก้าได้อย่างแน่นอน และบางครั้งอาจสามารถปรุงได้ถึงระดับสิบ แล้วด้วยน้ำเสียงที่ใสของเนี่ยฟง หูเกอมั่นใจว่าอายุของเนี่ยฟงต้องไม่ถึงยี่สิบปี นี้ล้วนเป็นอัจฉริยะที่เกิดขึ้นเพียงหนึ่งในหลายสิบล้าน ทันใดนั้นหูเกอก็พูดออกมาทันที“อาจารย์ของเจ้าได้กล่าวไว้ว่า เจ้าจะทำการเปิดร้านหมอปรุงยาในเมืองแห่งนี้ เป็นความจริงหรือไม่?” แผนการขั้นแรกของเนี่ยฟงประสพผลสำเร็จ จึงได้เอ่ยตอบออกไป “โอ้~!! ท่านอาจารย์ถึงกับบอกเรื่องนี้ให้แก่ท่าน นั้นหมายความว่าท่านกับอาจารย์สนิทสนมกันเป็นอย่างดี เป็นจริงตามที่ท่านกล่าว ยามนี้ข้าสามารถหาสถานที่ที่จะทำร้านได้แล้ว ขาดเพียงแค่หาตัวยา และการตกแต่งร้านนิดหน่อย ไม่นานคงสามารถเปิดการค้าได้” เมื่อหูเกอได้ยินดังนั้นก็เอ่ยออกมาทันที “ช่างวิเศษยิ่งนัก! อาจารย์ของเจ้าได้ฝากฝังให้ข้าช่วยเหลือเจ้าในการทำร้านขายยา พ่อหนุ่มเจ้าไม่ต้องไปสรรหาสมุนไพรที่ใด หากเจ้าต้องการมันสามารถมาเอาได้ที่สมาคมการค้าตลอดเวลา อีกทั้งข้าจะขายมันให้เจ้าในราคาต้นทุน และข้าจะให้คนงานของข้าไปช่วยตกแต่งร้านให้แก่เจ้า เพียงแค่เจ้าบอกสถานที่มาข้าจะส่งคนงานไปในทันที” รอยยิ้มปรากฏขึ้นภายใต้หมวกม่าน ภายในใจของเนี่ยฟงนั้นเพียงต้องการสมุนไพรจากสมาคมการค้าเท่านั้น แต่ไม่คาดคิดว่าหูเกอถึงกับจะลงมือตกแต่งร้านให้ ในขณะนั้นเองที่เนี่ยฟงกล่าวออกมาทันที “ขอบคุณท่านผู้จัดการเป็นอย่างมาก เช่นนั้นข้าจะทำตามที่ท่านอาจารย์ได้สั่งก่อนไป ท่านได้สั่งไว้ว่าหากปรุงยาระดับสิบได้ ให้นำมาให้ท่านประมูลมัน แล้วแบ่งปันกันคนละครึ่งเท่าเดิม” ไม่เพียงแต่เนี่ยฟงจะสำเร็จในการเจรจา แม้แต่หูเกอเองก็ได้สิ่งที่คาดหวัง นั้นล้วนเป็นจุดประสงค์ของหูเกอที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก ทั้งสองจึงเริ่มเขียนสัญญาการซื้อขายขึ้นมาทันที พร้อมทั้งบอกถึงสถานที่ที่ใช้เป็นร้านขายยา ซึ่งผลประโยชน์ที่ทั้งสองได้รับ ล้วนแต่ประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย เมื่อทำการเขียนสัญญากันเรียบร้อย เนี่ยฟงก็เตรียมจะจากไปทันที ทันใดหูเกอก็เอ่ยออกมา“พ่อหนุ่ม...ข้าว่าก่อนเจ้าจะไป ควรถอดผ้าคลุมและหมวกม่านออกก่อน เพื่อความปลอดภัยของเจ้า” เนี่ยฟงเห็นด้วยกับความคิดของหูเกอ มีความเป็นไปได้ที่อาจจะมีฝูงโจร หรือกลุ่มคนที่คอยปล้นชิงผู้เข้าร่วมประมูล ดังนั้นเนี่ยฟงถึงถอดผ้าคลุมและหมวกม่านออกทันที เผยให้เห็นรูปโฉมที่หล่อเหลา จนหญิงสาวรับใช้ทั้งสองคนต้องตกตะลึงตาค้างทันที“ที่แท้ก็เป็นพ่อหนุ่มที่มาซื้อชุดหยกสวรรค์เมื่อคราวก่อน นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าเจ้าจะเป็นศิษย์ของท่านถังต้าเหลียน” หูเกอกล่าวออกมาทันที เมื่อเห็นใบหน้าของเนี่ยฟง ก่อนจะเดินไปส่งเนี่ยฟงด้วยตนเองที่ประตูหลัง ท่ามกลางการจ้องมองของหญิงสาว เมื่อยามที่เนี่ยฟงเดินจากไป หูเกอก็เอ่ยพึมพำออกมาทันที “ในภายภาคหน้า ชายหนุ่มผู้นี้ย่อมก้าวข้ามอาจารย์ของตนได้อย่างแน่นอน” เนี่ยฟงใช้เวลาไม่นานก็กลับมาถึงบ้านของตน เขารีบปิดประตูลงกลอนเข้าเก็บตัวในห้องปรุงโอสถทันที เพื่อหาวิธีเปิดอ่านบันทึกชีพจรฟ้า เมื่อยามที่ถือมันขึ้นมาแกนกลางของชีพจรลมปราณก็สั่นไหวทันที หรือว่ามันมีอะไรบางอย่างที่เรียกร้องหากัน ทันใดนั้น! เนี่ยฟงก็ทดลองถ่ายพลังลมปราณลงไปที่บันทึกทันที “วูบ~~!!” ปรากฏเพียงเสียงของคลื่นพลังที่ไหลผ่าน แต่กลับไม่ปรากฏสิ่งใดให้เห็น แต่บันทึกชีพจรฟ้ากลับมีพลังปราณที่มากขึ้น ทำให้เนี่ยฟงรู้ทันทีว่าสมุดบันทึกชีพจรฟ้านั้น ซึมซับพลังลมปราณของผู้ที่ต้องการเปิดมันมามากพอสมควร“แล้วจะเปิดมันอย่างไร? !” เนี่ยฟงบ่นพึมพำในใจ หากจะฝืนถ่ายเทพลังลมปราณลงไป ล้วนแต่เป็นการกระทำที่สูญเปล่า แม้จะใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีก็ไม่สามารถเปิดหน้าบันทึกได้แม้แต่หน้าเดียว จนเวลาล่วงเลยไปถึงสองชั่วยาม (สี่ชั่วโมง) เนี่ยฟงเริ่มรู้สึกหมดความอดทนกับบันทึกเล่มนี้ จึงได้ปามันลงพื้นอย่างแรงด้วยความโกรธ “ปัง!!” เสียงกระทบพื้นดังสนั่นจนปรากฏร่องรอยลึกบนพื้น ก่อนที่มันจะกระเด้งล่องลอยไปที่หม้อปรุงโอสถ ที่มีเปลวเพลิงที่ร้อนแรงคุกรุ่นอยู่ ท่ามกลางการจ้องมองของเนี่ยฟงที่ตกตะลึง เมื่อยามที่ตั้งสติได้บันทึกชีพจรฟ้าก็ตกลงสู่ก้นหม้อปรุงโอสถเสียแล้ว เนี่ยฟงรีบทะยานเข้าหาด้วยความรวดเร็ว เมื่อยามที่จะล้วงมือลงไปในหม้อปรุงโอสถเพื่อหยิบมันขึ้นมา ความร้อนของมันก็ทำให้เนี่ยฟงถอยมือกลับทันที ท่ามกลางความเสียดายเงินหมื่นตำลึงทองที่กำลังถูกเผาไหม้อย่างเชื่องช้า “บัด...บัดซบ!!! เปิดแทบตายยังไงก็เปิดไม่ออก แต่กลับถูกเผาไหม้ได้ง่ายดายยิ่งนัก!!” ในขณะที่เนี่ยฟงกำลังบ่นพึมพำด้วยความเสียดาย ทันใดนั้นหม้อปรุงโอสถก็ทอประกายแสงเจิดจ้าขึ้นมา ตัวอักษรสีทองจำนวนมากโบยบินขึ้นมาจากหม้อไม่ขาดสาย พร้อมกับพลังลมปราณฟ้าดินที่หนาแน่น นั้นล้วนเป็นพลังลมปราณของผู้คนที่พยายามจะเปิดมัน ไม่กี่อึดใจตัวอักษรสีทองทั้งหลายก็พุ่งทะยานมารวมตัวกัน กล่าวเป็นบทความที่ล่องลอยกลางอากาศ เนี่ยฟงก็เริ่มอ่านมันทันที“ต้นหญ้าสวรรค์ชีพจรฟ้า หนึ่งในสมบัติของเทพบรรพกาลที่ตกทอด การจะได้ครอบครองล้วนแต่ต้องทำลายจุดชีพจรของตนให้หมดสิ้น มิเช่นนั้นจุดลมปราณทั้งหมดต้องแตกสลาย เมื่อยอมสูญเสียจะได้รับเส้นชีพลมปราณชุดใหม่ ที่ใหญ่กว่าผู้อื่นถึงเท่าตัว การฝึกฝนลมปราณล้วนง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือ และยังดูดซับพลังลมปราณจากธรรมชาติได้อย่างมิสิ้นสุด อีกทั้งพิษทั่วทั้งโลกหล้ามิสามารถกล้ำกรายได้ และยังได้ต้นชีพจรฟ้าปลูกฝังในร่างกาย เมื่อยามใดที่เด็ดดอกมัน ล้วนได้พลังลมปราณเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัวเป็นเวลาหนึ่งก้านธูป (15 นาที) ส่วนการเด็ดดอกมันนั้นเพียงแค่นึกคิดจินตนาการ ก็สามารถเด็ดมันออกได้อย่างง่ายดาย แต่การจะใช้ในครั้งต่อไปต้องรอให้เบ่งบานเสียก่อน หากสามารถทำให้มันเบ่งบานครบเก้าดอก ในโลกหล้าล้วนไร้ผู้ต่อกร แต่ผลพวงทั้งหมดจะไม่เกิดขึ้นหากต้นชีพจรฟ้ายังไม่เติบโตเต็มที่ หากดื้อรั้นกลืนกินต้นอ่อนของมัน ล้วนแต่เป็นการทำลายตัวเอง...เทพบรรพกาล อี้ทงเทียน” “เทพบรรพกาลอี้ทงเทียน! เขาคือใครกัน? แล้วอะไรคือเทพบรรพกาล?” เนี่ยฟงกล่าวพึมพำท่ามกลางความสงสัย ในขณะนั้นเองที่ตัวอักษรสีทองก็เปล่งประกายแสงสว่างเจิดจ้า คลื่นพลังลมปราณที่หมุนวนไปทั่วห้องเกิดบ้าคลั่ง ดังพายุที่โหมกระหน่ำพุ่งทะยานเข้าสู่ร่างของเนี่ยฟงไม่ขาดสาย ทำให้เนี่ยฟงล่องลอยอยู่กลางห้องยากแก่การขัดขืน จุดชีพจรลมปราณทั้งห้าสิบหกจุดพลันเปิดออก ดูดซึมซับพลังลมปราณที่เอ่อล้น ทอประกายเรืองแสงสีฟ้าออกมาจากเรือนร่าง “ปัง!!” เสียงระเบิดดังสนั่นภายในเรือนร่าง เนี่ยฟงรู้สึกสั่นสะท้านไปทุกสัดส่วน ยามนี้พลังลมปราณของเนี่ยฟงเข้าสู่ปราณพิภพขั้นต้น ก้าวสู่ครึ่งก้าวก่อนจะเข้าสู่ขั้นกลาง ความดีใจปรากฏขึ้นท่ามกลางพายุลมปราณที่โหมกระหน่ำ เนี่ยฟงยกยิ้มขึ้นพร้อมกับโคจรพลังปราณที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ทันใดนั้นก็ปรากฏเสียงดังขึ้นอีกครั้ง จนทำให้เนี่ยฟงต้องตกตะลึง “ปัง!!!” เนี่ยฟงร่วงหล่นสู่พื้นในท่าชันเข่า พร้อมกับพายุลมปราณที่ค่อยๆ จางหาย เสียงลมหายใจของเนี่ยฟงหนักหน่วงจนฟังได้ชัด บนใบหน้าปรากฏเม็ดเหงื่อปกคลุมไปทั่วทั้งใบหน้า แต่มันก็มาพร้อมกับรอยยิ้มของเขา ก่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ “ทะลวงสู่ลมปราณพิภพขั้นกลางแล้ว!!”