ภายในห้องพักในโรงเตี้ยม เพลิงไฟในตะเกียงน้ำมันกระพริบส่ายไปมา น้ำมันทำมาจากไขมันของสัตว์ร้ายที่เรียกว่าฮาชื่อ สามารถเผาผลาญได้นานแสงไฟที่ได้สว่างไสว ที่สำคัญคือมันมีเพียงกลิ่นควันอ่อน ๆ เท่านั้นหลิวเวยอันนั่งหลังตรงร่างกายไม่ขยับ มีเพียงมือขวาเท่านั้นที่ขยับพู่กันราวโบยบิน เขียนอย่างรวดเร็ว เขาเขียนเสร็จในครั้งเดียวไม่หยุดลง พอพู่กันเขาหยุดลง ภาพลึกลับที่เปล่งประกายอ่อน ๆ ก็แวบผ่านไป หายไปในหัวลูกศร ยันต์ฮู้ปราบผีดิบอันหนี่งเสร็จสมบูรณ์
ลูกศรห้าสิบสองดอกวางเรียงเป็นแถวเดียว เป็นประกายส่องสว่าง ระดับเหล็กดำต่างจากระดับไร้คุณภาพราวฟ้ากับดิน ตอนนี้เขาสามารถเขียนยันต์ได้หกสิบครั้ง ล้มเหลวเพียงแปดครั้ง ปริมาณและอัตราความสำเร็จเพิ่มสูงขึ้นมาก
พอเก็บของเสร็จ เขาเดินออกนอกประตูไป ตอนนี้เวลาประมาณสี่ทุ่มแล้ว เขาไม่ออกจากเกมแต่เดินไปทางสุสานแทน ในระยะทางห่างจากสุสานประมาณ 1.5 กิโล ก็ได้ยินเสียงการต่อสู้ดังเข้ามา เขาใจกระตุกวาบ รีบพุ่งเข้าไปหลบในโพรงหญ้าด้วยความรวดเร็ว พลางค่อย ๆ คลำไปด้านหน้าอย่างระมัดระวัง
ในพื้นที่ที่รกร้าง คนหลายสิบคนล้อมโจมตีหญิงสาวคนหนึ่ง มีทั้งนักรบ นายพราน พลธนู และยังมีคนถือหอกด้วย พวกเขารุกและรับอย่างมีระเบียบ ล้อมไว้เป็นชั้น ๆ หญิงสาวพยายามพุ่งโจมตีหลายครั้งแต่ก็ถูกบังเอาไว้ทั้งหมด เหงื่อไหลลงจากหน้าผากของเธอ ที่ต้นขาซ้ายยังมีลูกศรธนูปักคาอยู่ ทำให้ส่งผลกระทบต่อความคล่องแคล่ว เธอใช้ดาบสั้นโบกสะบัดขึ้นลงต้านการโจมตีที่มาจากสี่ทิศ
พอเห็นหญิงสาวคนนี้ ใจหลิวเวยอันก็ดิ่งลง ตามมาด้วยไฟแห่งความโกรธ หญิงสาวคนนี้ไม่ใช่ใครคนอื่น เธอคือหลูเยี่ยน
“ยอมแพ้เถอะ ถ้าไม่ใช่เพราะนายน้อยถูกใจแก แกมีเก้าชีวิตก็ไม่พอแกตายหรอก ยังจะขัดขืนต่อไปอีกหรือ?”ชายหนุ่มที่บนใบหน้าเต็มไปด้วยความยโสกล่าวอย่างเงือกเย็น เขาไขว้ดาบยาวไว้ด้านหลัง มีความดุดันฉายออกจากตัว ด้านหลังตามติดมาอีกสี่คน ทำให้รู้ถึงตำแหน่งของเขา
หลูเยี่ยนไม่พูดกล่าวอะไรสักคำ จู่ ๆ ก็เคลื่อนที่มาด้านหน้าก้าวหนึ่ง แสงคมดาบแวบผ่าน เลือดสาดกระเด็นออกมา นักรบคนหนึ่งร้องด้วยความเจ็บปวดเดินพลางเซถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนจะล้มลงบนพื้น ตรงหัวใจเขามีรูที่มีเลือดปรากฏขึ้น
“หาที่ตาย” ชายหนุ่มที่ไขว้ดาบไว้ด้านหลังโกรธจัด กำลังจะสั่งยิงธนูไม่ต้องสนความเป็นตายของเธอ จู่ ๆ ก็หันหลังด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะคำรามเสียงดัง “ใคร?”
ฉึก
ลูกมือคนหนึ่งล้มลงบนพื้น ที่หลังหัวยีงมีลูกศรปักคาอยู่หนึ่งดอก ลูกศรนั้นสั่นคลอนไปมาห่าธนูแผงหนึ่งถูกยิงมาจากระยะไกล เร็วดั่งสายฟ้า ลูกมือเขาก็ล้มลงเป็นแถวเพิ่มอีกเจ็ดแปดคนทันทีที่เสียงธนูปักเข้าร่างกาย ยังไม่ทันได้ร้องโอยโอยเลยก็ตายไปแล้ว คนที่เหลือรู้สึกตัวได้แล้วก็รีบหันหลังด้วยความรวดเร็ว ในระหว่างนี้ มีคนอีกสองคนที่ถูกธนูยิงล้มลง ส่งเสียงร้องโอดโอยออกมา
ติ้ง ติ้ง ติ้ง
นักรบสามคนถือโล่พุ่งเข้าไป การเคลื่อนไหวคล่องแคล่วว่องไว เดินเรียงกันเป็นแนวสลับฟันปลาเหมือนรูปตัวz
เสียงร้องหนึ่งดังขึ้น นักรบด้านซ้ายถูกยิงเข้าที่ขาซ้าย เขาร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนล้มลงบนพื้น ในวินาทีที่โล่ขยับออกจากร่างกาย ก็มีลูกศรพุ่งทะลุหัวใจเขาไป ต่อมานักรบด้านขวาก็ถูกฆ่าด้วยวิธีเดียวกัน
ชายหนุ่มที่ไขว้ดาบไว้ด้านหลังสะบัดแขนครั้งหนึ่ง ก็มีนักรบอีกห้าคนพุ่งเข้าไป มือซ้ายถือโล่มือขวาถือมีด ด้านหน้ามีเสียงของชนกันดังขึ้น ตามด้วยนักรบคนสุดท้ายที่ล้มลง
ฟิ้ว
เสียงฝ่าอากาศที่แสบแก้วหูดังขึ้นในอากาศ แสงเย็นยะเยือกที่มีความโหดร้ายยิงเข้าไปหาชายดาบไขว้ ที่ ๆ ธนูยิงผ่าน ในอากาศเกิดความบิดเบี้ยวขึ้นเล็กน้อย ทำให้รู้ว่าลูกศรดอกนี้ยิงออกไปแรงมากเพียงใด
เหอะ ชายหนุ่มที่ไขว้ดาบไว้ด้านหลังแค่นเสียงออกมา พลางขยับมือขวาเล็กน้อยดาบก็มาอยู่บนมือเขาแล้ว มีหลายสิบคนที่อยู่ตรงนั้น แต่กลับไม่มีใครสักคนที่เห็นว่าเขาชักดาบออกมาอย่างไร ภายในแสงดาบที่สะท้อนแวววาว
เคร้ง
ลูกศรถูกผ่าออกเป็นสองท่อน แรงที่ส่งมาจากลูกศรทำให้ชายดาบไขว้บนหลังรู้สึกแขนชาไปทั้งแขน จู่ ๆ เขาก็เบิกตาโตขึ้นด้วยความรวดเร็ว ด้านหลังลูกศรที่หักไปปรากฏลูกศรเพิ่มขึ้นมาอีกดอกหนึ่งอย่างกระทันหัน เป็นลูกศรที่ยิงมาด้วยความเร็วกว่าเดิม
แสงดาบสว่างขึ้นอีกครั้ง ในวินาทีสุดท้าย เขาตัดลูกศรนั้นได้ทันเวลาพอดี
ฟิ่ว ฟิ่ว ฟิ่ว ฟิ่ว
ลูกศรสี่ดอกยิงเรียงเป็นหนึ่งแผงพุ่งเข้ามาหาชายดาบไขว้ เร็วดั่งดาวตก
สีหน้าชายดาบไขว้เปลี่ยนไปทันที ตอนเสียงผ่าอากาศดังขึ้น ลูกศรก็มาถึงตรงหน้าเขาแล้ว ทำให้เขาไม่สามารถหลบไปได้ แสงดาบที่แสบตาระเบิดประกายออกมา
เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง
เขาตัดลูกศรทิ้งติดต่อกันหกดอก แต่จู่ ๆ ดาบยาวก็ฟันไม่โดนลูกศร ทำให้สีหน้ายโสของชายหนุ่มดาบไขว้เปลี่ยนเป็นความสิ้นหวังในพริบตา ที่แท้การยิงติดต่อกันครั้งนี้สลับกับทุกครั้ง ธนูดอกแรกกลายเป็นดอกที่สอง ส่วนดอกที่สองก็กลายเป็นดอกที่หนึ่ง ชายดาบไขว้ใช้การกำบังเหมือนธนูสามดอกแรกจึงเกิดข้อผิดพลาด ตอนดาบกำลังจะฟันโดนลูกศร ลูกศรก็เพิ่มความเร็วขึ้นมาอย่างกะทันหัน มาปรากฏตรงหน้าเขาในพริบตา ในตอนที่แม้แต่ชายดาบไขว้ก็คิดว่าตนต้องตายแล้วนั้น โล่อันหนึ่งได้แทรกเข้ามา
เคร้ง
ที่แท้ก็คือองครักษ์ด้านหลังตามขึ้นมาแล้ว ตอนลูกศรยิงโดนโล่นั้นก็มีเสียงดังสนั่นขึ้นมาหน้าของชายดาบไขว้เปลี่ยนจากซีดเซียวมามีสีเลือดอีกครั้ง สายตาหมดความหวังกลายเป็นความดีใจ จู่ ๆ โล่ก็ส่งเสียงดังขึ้นมา ระเบิดกระจายแยกเป็นชิ้น ๆ ออกไป ตามมาด้วยธนูดอกที่สองที่พุ่งผ่านชิ้นส่วนโล่บนอากาศเข้ามาทะลุผ่านตัวเขาไป
ตู้ม
พลังของธนูยันต์ฮู้ปราบผีดิบพุ่งออกมา หัวธนูระเบิดออก ท่อนบนชายดาบไขว้ถูกอัดเละไปหมด
ธนูสองดอกสุดท้ายเป็นธนูที่เขียนยันต์ฮู้ปราบผีดิบแล้วทั้งคู่
ในชั่วพริบตา หัวหน้าก็ถูกฆ่าทิ้งไป ทำให้คนรอบ ๆ ต่างอึ้งกันไปหมด พวกเขาอึ้งตะลึง แต่หลิวเวยอันไม่ได้อึ้ง ธนูแต่ละดอกที่เขายิงออกมาเร็วดั่งสายฟ้า เพียงพริบตาเดียวก็มีคนล้มลงไปอีกสามคน
ตอนนี้นักรบห้าคนจึงพุ่งมาถึงตรงหน้าเขา เห็นเพียงเขาฉีกปากแยกยิ้มมาให้นักรบทั้งห้าคน รอยยิ้มนี้ทำให้ทั้งห้ารู้สึกขนลุกไปทั้งตัว ตามมาด้วยเสียงสั่นคลอนของสายธนูที่ดังขึ้น
ตุบทั้งห้าคนรู้สึกได้เพียงโล่สั่นหนึ่งครั้ง โล่นั้นก็ระเบิดออกอย่างกระทันหัน พวกเขายังไม่ทันรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เย็นวาบที่หัวใจ ถูกลูกศรยิงทะลุผ่านร่างกายไปแล้ว
หลิวเวยอันมองดูโล่ที่แตกเป็นเสี่ยง ๆ ด้วยความเสียดาย พวกนี้เป็นเงินทั้งนั้นเลยนะ ยิงเต็มกำลังไปครั้งหนึ่ง ลูกศรส่งเสียงดังราวฟ้าร้อง พอยิงทะลุนักยิงคนแรกไปแรงในลูกศรยังไม่หมด พุ่งไปยิงเข้าที่คอของนักรบอีกคน นักรบคิดไม่ถึงว่ามีคนยืนบังอยู่คนหนึ่งยังจะได้รับเคราะห์ร้ายนี้อีก เขาใช้มือจับคอล้มลงไป บนใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่น่าเชื่อ
ในคนสามคนที่ล้อมโจมตีหลูเยี่ยน มือหอกที่กำลังจะแทงฆ่าเธอ รู้สึกเย็นวาบจากด้านหลัง เขาก้มลงดู ก็เห็นหัวธนูที่ติดเลือดท่อนหนึ่งโผล่ออกมาพอดี กำลังกายตัวเขาหายไปดั่งสายน้ำที่ไหลกลับไปตอนน้ำลง ค่อย ๆ หมดสติไป
ตุบ
หลูเยี่ยนควบคุมดาบอันหนึ่งไว้ นักรบที่ถือดาบใช้โอกาสนี้ แทงเข้าไปที่หัวใจหลูเยี่ยนราวสายฟ้า ในตอนที่คมดาบสัมผัสโดนเสื้อผ้าของหลูเยี่ยน ลูกศรดอกหนึ่งก็ทะลุผ่านแขนเขาไป ความเจ็บปวดส่งทั่วไปทั่วร่าง ทำให้ดาบนี้ไม่สามารถแทงออกไปได้อีก วินาทีต่อมา ลูกศรที่แหลมคมอันหนึ่งก็ทะลุผ่านคอเขาไป
ฟิ่ว
แสงเย็นแวบผ่าน นักรบที่ถือดาบ ร่างกายแข็งทื่อ ก่อนจะค่อย ๆ ล้มลงบนพื้น ที่ตำแหน่งหัวใจเขามีลูกศรปักคาอยู่ เอาอ้าปากพูดออกมาเบา ๆ ได้สองสามคำก็หมดลมหายใจไป
ภายในเสียงธนู มองไม่เห็นศัตรูด้วยซ้ำ เห็นได้เพียงลูกศรที่ถูกยิงออกมาเรื่อย ๆ เท่านั้น ในพริบตาเดียวคนจำนวนหลายสิบคนก็เหลือไม่ถึงสิบคน บวกกับหัวหน้าถูกฆ่า คนที่เหลือจะไปสนใจที่จะจัดการกับหลูเยี่ยนต่อได้อย่างไร พวกเขาตะโกนครั้งหนึ่งก็หมุนตัววิ่งหนีไปแล้ว แต่แม้พวกเขาจะเร็ว แต่ธนูของหลิวเวยอันยังเร็วกว่า
ธนูทั่วมู่ชั้นดีสมกับคำว่าชั้นดีจริง ๆ ใช้งานได้ดีมาก ความแม่นยำ ต้านการสั่นคลอน มือสัมผัสต่างดีกว่าธนูทั่วมู่อันก่อนของเขามาก ที่สำคัญกว่านั้นคือพละกำลัง ธนูทั่วมู่อันก่อนของเขามีพละกำลังประมาณหนึ่งครึ่งสือ หรือก็คือเก้าสิบกิโลนั่นเอง แต่ในมือเขาตอนนี้เป็นธนูสองสือ ก็คือหนึ่งร้อยยี่สิบกิโล
มีพละกำลังเพิ่มขึ้นสามสิบกิโลไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ระยะการยิงของเขาเพิ่มมากขึ้นประมาณยี่สิบเมตร คนเหล่านี้ยังวิ่งไปได้ไม่ถึงสิบเมตร ก็ถูกหลิวเวยอันค่อย ๆ ยิงทิ้งทั้งหมดไปทีละคน
“นายหายไปไหนมา?” หลูเยี่ยนหอบหายใจพลางจ้องเขม่นหลิวเวยอันด้วยน้ำเสียงโมโห
“ฉันไม่ได้เฉันเกม” หลิวเวยอันมองหลูเยี่ยนด้วยความแปลกใจ ในสายตาของเธอมีสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกไม่สงบ
“ตกลงกันไว้ว่าจะไปฆ่าผีดิบเจียงซือที่สุสานไม่ใช่หรอ?” เสียงหลูเยี่ยนเย็นยะเยือก
“สุสานโดนขบวนรถเฟยหม่ายึดไปแล้วไม่ใช่หรอ?”หลิวเวยอันถามกลับ
“นายพูดไม่เป็นคำพูด” หลูเยี่ยนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เธอกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลลงมา หมุนตัวเดินหนีไป
“เธอจะไปไหนน่ะ?” หลิวเวยอันรีบวิ่งตามไป
“อย่ามาโดนตัวฉันนะ!” ในตอนที่มือของหลิวเวยอันกำลังจะหล่นลงบนไหล่ของเธอ หลูเยี่ยนก็หันหลังอย่างกะทันหัน บนใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก ฉายความเย็นยะเยือกออกมา
หลิวเวยอันเก็บมือกลับอย่างทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย เขารอให้หลูเยี่ยนเดินกระโผลกกระเผลกไปหลายเมตร ค่อยตามไป“ไม่ต้องตามฉันมา” หลูเยี่ยนหยุดลง เธอจ้อเขม่นมาที่เขา หลิวเวยอันหยุดฝีเท้าลง รอหลูเยี่ยนเดินไปได้สักระยะแล้ว ค่อยเดินตามไปช้า ๆ
หลายนาทีต่อมา หลูเยี่ยนค่อย ๆ หมุนตัว พลางใช้ดาบสั้นชี้หน้า เสียงของเธอเย็นจับขั้วหัวใจราวกับถูกพัดมาจากกลางฤดูหนาว
“ถ้านายเดินมาอีกก้าวเดียว ฉันจะฆ่านายแน่นอน”
“ไม่ว่าเธอจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม ฉันมาช้าเพราะฝึกวิชาอยู่ พอฟื้นจากการนั่งขัดสมาธิ ก็ผ่านไปสามวันแล้ว เพราะฉันเป็นห่วงเธอ จึงรีบเข้าเกมมา แต่ฉันรู้ดีว่าตัวเองผิดคำพูดก็คือผิดคำพูด ไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นความผิดของฉัน แต่ฉันก็ไม่อยากให้เธอโกรธฉันอยู่ดี” หลิวเวยอันกล่าวด้วยความจริงใจ
“ไม่ต้องมาอธิบาย” เสียงของหลูเยี่ยนก็ยังคงไร้ความรู้สึกเช่นเดิม แต่ไอสังหารกลับหายไปโดยไม่รู้ตัว
“หลูเยี่ยน เธอจะไปไหนน่ะ?” หลิวเวยอันมองดูร่างของหลูเยี่ยนที่ไกลออกไป แล้วอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม
“นายไม่ต้องมายุ่ง”หลูเยี่ยนโซเซเล็กน้อย ดาบสั้นร่วงลงพื้น ร่างกายล้มลงช้า ๆ หลิวเวยอันตกตะลึงหนัก เขาวิ่งพุ่งเข้าไปกอดร่างกายเธอเอาไว้ ถึงเห็นว่าใบหน้าของเธอซีดเซียวจนน่ากลัว บนร่างกายก็เต็มไปด้วยบาดแผล เขาตรวจสอบร่างกายเธอรอบหนึ่งด้วยความรวดเร็ว แม้แผลของเธอจะมีมาก แต่ไม่ได้โดนจุดสำคัญ น่าจะเป็นเพราะเสียเลือดมากเกินไปจึงสลบไป เขาโล่งใจขึ้นมาหน่อย ก่อนจะป้อนเธอกินเมล็ดพันธุ์พลังงานเข้าไปสองเม็ด แล้วถอนลูกศรบนต้นขาเธอออก จัดการอยู่ครู่หนึ่ง ก็วิ่งไปเก็บกวาดสถานณ์ที่ต่อสู้ สำหรับเรื่องการค้นศพเช่นนี้ เขามีความสนใจเป็นพิเศษอยู่แล้ว
มีรายได้ไม่เลวเลย คนพวกนี้ไม่เพียงแต่ฝีมือไม่เลว ค่าตัวก็ไม่เลวเช่นกัน แค่เงินสดบนตัวก็มี 116 เหรียญทอง 28 เหรียญเงิน 64 เหรียญทองแดงแล้ว ที่สำคัญคือแค่บนตัวชายดาบไขว้คนเดียวก็ค้นเจอ 100 เหรียญทองแล้ว ดูก็รู้ว่าร่ำรวยมาก บวกกับอาวุธพวกนี้ โล่ และยังมีเครื่องเหล็กดำอีกหลายชิ้น น่าจะขายได้ประมาณ 100 เหรียญทอง
หลิวเวยอันเชื่ออีกครั้งว่าการปล้นเป็นเส้นทางการร่ำรวยที่รวดเร็วที่สุด
จากอุปกรณ์และตราสัญลักษณ์บนคอเสื้อของพวกเขาแล้ว หลิวเวยอันก็แน่ใจว่านี่เป็นคนของขบวนรถเฟยหม่า เขาเพิ่งเดินไปถึงตรงหน้าหลูเยี่ยน เธอก็ตื่นขึ้นมาแล้ว
อย่างแรกเธอกวาดสายตามองรอบ ๆ ด้วยความระมัดระวังตามความเคยชิน แล้วค่อยมองมาที่ตัวเธอเอง หยุดสายตาบริเวณต้นขาเล็กน้อย พลางจับดาบสั้นไว้ในมือด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก
“เธอตื่นขึ้นมา ฉันก็วางใจแล้ว” หลิวเวยอันกล่าวเบา ๆ
ไม่รูว่าหลูเยี่ยนคิดอะไรอยู่ เธอไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย ความเงียบที่แปลกประหลาดนี้ทำให้หลิวเวยอันรู้สึกไม่ชินเป็นอย่างมาก หลายนาทีผ่านไปเขานำเมล็ดพันธุ์พลังงานออกมาจากแหวนมิติหนึ่งร้อยกว่าเม็ด วางข้างตัวหลูเยี่ยน
“เงินที่ได้จากการค้นศพ แบ่งกันคนละครึ่ง ฉันนำมันไปแลกเป็นเมล็ดพันธุ์พลังงานให้เธอ มันดีต่อการบาดเจ็บของเธอ” หลิวเวยอันชะงักครู่หนึ่ง อยากจะพูดอะไรแต่คิดไปคิดมา สุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกมา เขากล่าว “ฉันไปก่อนแล้วกัน”
ไม่รอหลูเยี่ยนตอบเขาก็หายไปในค่ำคืนที่มืดมิดอย่างรวดเร็ว
-โปรดติดตามตอนต่อไป-