บทที่ 27 พี่จิ่นเฉิงช่างแสนดีเหลือเกิน
เมื่อกลับมาถึง ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ ฟ่านซีซีพบว่าร้านขายของยังเปิดอยู่ แถมไฟฟ้าในย่านนี้ก็กลับมาแล้ว
หลิ่วซิ่งฟางเห็นพวกเขากลับมา ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ทุกคนไม่เป็อะไรใช่ไหม?”
ฟ่านซีซีพยักหน้า “ทุกคนปลอดภัยดีค่ะ พรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ป้าหลิ่ว ทำไมป้ายังเปิดร้านอยู่ดึกขนาดนี้คะ”
เธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้ป้าหลิ่วบอกว่าจะปิดร้าน
หลิ่วซิ่งฟางถอนหายใจ “ตอนแรกฉันกะว่าจะปิดร้านไปโรงพยาบาล แต่มีคนมาซื้อของกันเยอะมาก พวกเขาบอกว่าถนนที่ไปเขตหมี่ซีเกิดเหตุดินถล่ม รถติดเป็แถวยาว หลายคันที่ลงมาจากทางด่วนตอนเย็นก็ยังไม่ได้กินข้าว แถวนั้นไม่มีร้านขายของกิน มีคนมาซื้อของกินที่ร้านเราไปเยอะเลย เอาไปส่งให้คนที่นั่น”
“ฉันได้ยินมาว่ามีคนาเ็เยอะเลย แถมยังมีคนเสียชีวิตด้วย ฝนตกหนักเป็ต้นเหตุแท้ ๆ!”
ถ้าไม่ใช่แบบนี้ พ่อของซีซีกับมี่มี่ก็คงไม่าเ็!
ฟ่านซีซีเหลือบมองไปที่ชั้นวางของในร้าน บอกเลยว่าของบนชั้นวางแทบจะหมดเกลี้ยง ผลไม้ก็ขายหมดแล้ว
“แม่ ทำไมแม่ไม่ให้จิ่นซินอยู่เป็เพื่อนแม่ที่นี่ล่ะ” ฟ่านจิ่นเฉิงถามขึ้น ขณะที่กำลังช่วยปิดร้าน
“เมื่อกี้เธอก็อยู่ที่นี่ แม่เพิ่งให้เธอกลับไปนอน พวกเธอก็รีบกลับบ้านไปนอนเถอะ อ้อ จริงสิ ซีซี วันนี้ที่บ้านเธอไม่มีผู้ใหญ่อยู่บ้าน งั้นเธอไปนอนที่บ้านเราไหม ให้จิ่นเฉิงยกห้องให้เธออยู่ ส่วนเขาก็ไปนอนห้องข้าง ๆ เจวียนเจวียนไปนอนกับจิ่นซินก็ได้”
“หา?” ฟ่านซีซีใเล็กน้อย เธออยากจะบอกว่าจริง ๆ เเล้วเธอไม่ได้กลัวการอยู่บ้านคนเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น พี่สาวของเธอก็อยู่ที่บ้านด้วย
ทางด้านฟ่านจิ่นเฉิงกลับดูยินดี เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย แต่ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉย “ได้”
ฟ่านเจวียนเจวียนกระแอมไอเบา ๆ “ป้าหลิ่ว ให้จิ่นเฉิงมานอนที่บ้านเราก็ได้ค่ะ เขาไปนอนห้องซีซี ส่วนซีซีไปนอนห้องมี่มี่ พรุ่งนี้เช้าเราจะไปส่งอาหารที่โรงพยาบาล จะได้ตื่นเช้าไปด้วยกันพอดี ไม่ต้องรบกวนจิ่นซิน”
“แบบนั้น...ก็ได้จ้ะ” หลิ่วซิ่งฟางไม่ได้คิดมาก ยังไงซะลูกชายของเธอนอกจากจะนอนที่บ้าน เวลาส่วนใหญ่ก็ไปอยู่บ้านซีซีตลอดอยู่แล้ว
คืนนั้น ฟ่านจิ่นเฉิงนอนบนเตียงของซีซี ห่มผ้าห่มที่มีกลิ่นอายเฉพาะตัวของเธอ เขานอนหลับสบายเป็พิเศษ
ส่วนฟ่านซีซีรู้สึกหดหู่ใจเล็กน้อย แม้ว่าเธอจะไม่ได้เป็คนติดที่นอน แต่เธอก็ยังอยากนอนบนเตียงของตัวเองมากกว่า
……
เช้าวันรุ่งขึ้น อากาศค่อนข้างเย็น แต่ฟ่านซีซีกลับตื่นเช้าเป็พิเศษ
อย่างไรก็ตาม ฟ่านจิ่นเฉิงเร็วกว่าเธอ เมื่อเห็นซีซีตื่นขึ้นมา เขารีบยกอาหารเช้าที่ยังร้อน ๆ มาวางบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว
“ซีซี เธอกินอาหารเช้าก่อน เดี๋ยวเราไปโรงพยาบาลกัน”
ฟ่านซีซีมองอาหารเช้าในวันนี้ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย เช้าตรู่ขนาดนี้ พี่จิ่นเฉิงต้มโจ๊ก ผัดผักสี่อย่างที่เธอชอบกินกับโจ๊ก ทอดไข่ดาวรูปหัวใจ ทำแพนเค้ก อุ่นนม และยังทอดปาท่องโก๋ที่เธอชอบกินอีกสองสามตัว นับว่าเป็อาหารเช้าที่อุดมสมบูรณ์มาก
เธอรู้สึกว่าพี่จิ่นเฉิงช่างเอาใจใส่และมีความอดทนจริงๆ ไม่เพียงแต่ดูแลอารมณ์ของเธอ แต่ยังดูแลท้องของเธอด้วย
“พี่จิ่นเฉิง เรามากินด้วยกันเถอะ!” ฟ่านซีซีไม่ได้กินก่อน แต่เอามือทั้งสองข้างยันคางมองเขา รอเขาอยู่
ฟ่านจิ่นเฉิงรีบนำกล่องอาหารสี่กล่องที่เตรียมไว้ใส่ลงในถุงเก็บความร้อนอย่างรวดเร็ว แล้วจึงนั่งลง
“กินเถอะ! อาหารเช้าที่จะเอาไปโรงพยาบาล ฉันเตรียมเสร็จแล้ว”
“อืม จะให้ปลุกพี่สาวของฉันไหม?” ฟ่านซีซีพบว่าพี่สาวของเธอยังไม่ตื่นเลย
“ไม่ต้องหรอก ให้เธออยู่บ้านดูแลร้านก็แล้วกัน! เดี๋ยวออกไปเธอใส่เสื้อนอกหนา ๆ หน่อยนะ ข้างนอกค่อนข้างหนาว”
“อืม รู้แล้ว”
ในห้อง ฟ่านเจวียนเจวียนที่เพิ่งตื่นนอน ได้ยินเสียงสนทนาของสองคนในห้องนั่งเล่น จึงตัดสินใจนอนต่อ
เธอคิดว่าที่ฟ่านจิ่นเฉิงให้เธออยู่บ้าน จริง ๆ แล้วก็เพราะไม่อยากให้เธอเป็ก้างขวางคอแต่เช้าตรู่เท่านั้น
ช่างเถอะ เธอเข้าใจดี คนเก่งย่อมมีงานมาก ฟ่านจิ่นเฉิงควรจะช่วยทำงานบ้านให้เธอมากกว่านี้
หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ ทั้งสองคนก็ออกจากบ้านอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากเมื่อวานมีฝนตกหนัก แม้ตอนนี้ฝนจะหยุดแล้ว แต่บนถนนยังมีน้ำท่วมขัง ฟ่านซีซีแวะไปที่พื้นที่เพาะปลูกของเธอระหว่างทาง
ฟ่านจิ่นเฉิงรู้แค่ว่าซีซีกำลังสร้างพื้นที่เพาะปลูกแห่งนี้ แต่ความจริงแล้วนอกจาก่แรก ๆ ที่เขามาสองสามครั้ง หลังจากนั้นเขาก็แทบไม่ได้เข้ามาอีกเลย
เมื่อพบว่าพื้นที่เพาะปลูกแห่งนี้ไม่ได้รับผลกระทบจากพายุฝนเมื่อวาน ดอกไม้และต้นไม้ต่าง ๆ ยังคงเติบโตอย่างอุดมสมบูรณ์และสวยงาม เขาก็รู้สึกประหลาดใจ
“พี่จิ่นเฉิง ช่วยฉันเก็บสตรอว์เบอร์รีหน่อย” ฟ่านซีซีไม่ได้สังเกตว่าฟ่านจิ่นเฉิงกำลังเหม่อลอย จึงยื่นตะกร้าให้เขา
ฟ่านจิ่นเฉิงยิ้มพลางพูดว่า “เธอใช้พื้นที่ได้ดีจริง ๆ ชั้นวางดอกไม้พวกนี้ทำได้ดี ทั้งวางของได้ ทั้งช่วยบังฝนให้สตรอว์เบอร์รีที่เธอปลูกไว้ข้างล่างด้วย”
ฟ่านซีซีเงยหน้ามองท้องฟ้า แล้วแอบกะพริบตาอย่างลับ ๆ พื้นที่เพาะปลูกของเธอไม่ได้รับผลกระทบจากพายุฝน ไม่ใช่เพราะชั้นวางดอกไม้พวกนี้ช่วยบังฝนเท่านั้น แต่เป็เพราะตอนสร้างพื้นที่เพาะปลูก เธอได้วางค่ายกลปกป้องิญญาไว้ในพื้นที่นี้ด้วย!
ในฐานะนักปลูกพืชิญญาที่เก่งกาจ การปกป้องพืชิญญาที่ปลูกไว้เป็ความสามารถขั้นพื้นฐาน และการวางค่ายกลก็เป็วิธีที่ใช้กันมากที่สุด
แน่นอน เื่นี้เธอไม่อาจอธิบายให้พี่จิ่นเฉิงเข้าใจได้ ปล่อยให้เขาคิดว่าเป็เพราะชั้นวางทำได้ดีก็แล้วกัน
หลังจากเก็บสตรอว์เบอร์รีสีแดงสดเต็มตะกร้าแล้ว ฟ่านซีซีก็หว่านเมล็ดพันธุ์ลงบนพื้นที่ว่างก่อนจะจากไป
เมื่อไปถึงโรงพยาบาล ในห้องพักผู้ป่วยมีเพียงฟ่านมี่มี่อยู่คนเดียว ฟ่านมี่มี่ไม่รอให้ฟ่านซีซีเอ่ยถาม เธอก็พูดอย่างตื่นเต้นขึ้นมา
“พี่รอง พี่รู้ไหม พ่อของเหวยเหวยเป็ถึงผู้นำคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาที่เมืองหมี่เฉิง ส่วนพ่อแม่ของอันฉีเอ๋อร์เป็แขกคนสำคัญที่เมืองนี้เชิญมา ดูเหมือนจะมาร่วมงานประชุมเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติอะไรสักอย่าง เมื่อคืนหลังจากที่พวกพี่กลับไป ครอบครัวของพวกเขาก็มาถึงพอดีเลย”
“อย่างนี้นี่เอง! แล้วพ่อกับแม่อยู่ไหนล่ะ?” ฟ่านซีซีรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง แต่ก็คิดว่าสมเหตุสมผล
เพราะในชาติก่อน มีคนสามารถให้เงินรางวัลมากมายแก่ชาวบ้านที่เข้าร่วมการช่วยเหลือ แน่นอนว่าคนเหล่านี้ต้องมีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดา
“อ๋อ พ่ออยากออกจากโรงพยาบาล เลยไปหาหมอกับแม่แล้ว พี่รอง วันนี้เราจะไปซื้อจักรยานกันอีกไหม?”
ฟ่านซีซียิ้มและใช้นิ้วดีดหน้าผากน้องสาวเบา ๆ “ถ้าหมออนุญาตให้เธอออกจากโรงพยาบาล พี่จะพาเธอไปซื้อ เธอกินข้าวเช้าก่อนเถอะ”
“อืม ๆ ตอนเช้าหมอมาตรวจอาการ บอกว่าฉันไม่เป็อะไรแล้ว ฉันต้องออกจากโรงพยาบาลได้แน่ ๆ พี่รอง พี่ซื้อกระเป๋าหนังสือใบใหม่ให้ฉันได้ไหม เมื่อวานกระเป๋าของฉันโดนรถสามล้อคันนั้นทำพังไปแล้ว”
“ได้ พี่เอาเงินมาแล้ว วันนี้เธอใช้ได้เต็มที่เลย” ฟ่านซีซีพูดด้วยน้ำเสียงใจดี
ฟ่านมี่มี่เม้มปากยิ้ม เธอพบว่าพี่สาวคนที่สองใจกว้างเป็พิเศษหลังจากหาเงินได้
ในตอนนั้นเอง เสียงประหลาดใจก็ดังมาจากข้างนอก “พี่ซีซี!”
ฟ่านซีซีเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเหวยเหวย เด็กชายตัวน้อยที่เพิ่งเจอเมื่อคืนนี้ ยืนยิ้มให้เธออยู่ที่ประตู
“อ้าว! เธอไม่ได้กลับบ้านเหรอ ทำไมถึงมาที่นี่อีกแล้วล่ะ?” ฟ่านซีซีเดินเข้าไปใกล้ แล้วมองออกไปข้างนอก
เมื่อเห็นว่ามีเพียงเขาอยู่คนเดียว เธอก็อดแปลกใจไม่ได้