[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

    41 หอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า

    “หอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าของเรามีทั้งหมด 9 ชั้น น้องตงฟางเห็นนั่นไหม”


    ตงฟางยืนแกะเม็ดบัวแล้วมองตามนิ้วของซิงเยียนกำลังชี้สิ่งที่อยู่ด้านบนสุดของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า  สิ่งที่เขามองกำลังส่องแสงสีทองออกมาจางๆ มันมีรูปลักษณะคล้ายกับเจดีย์หลายชั้นถูกล่ามเอาไว้ด้วยโซ่สีทอง


    “สิ่งนั้นคืออาวุธโบราณ ไม่สามารถวัดระดับได้ มันเป็นสิ่งที่ใช้บ่งบอกความเป็นหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าของเรา”


    “มันทำอะไรได้อย่างนั้นเหรอพี่ซิงเยียน”


    “เป็นความลับจ้ะ ไม่สามารถบอกความสามารถของมันได้ อีกอย่างใครก็ตามที่คิดจะขโมยไปก็ไม่สามารถทำได้เช่นกัน แม้จะเห็นว่ามันอยู่ใกล้ๆเพียงแค่บินไปไม่กี่เมตรก็หยิบจับมันได้ ความเป็นจริงมันอยู่ในค่ายกลขนาดใหญ่ ไม่สามารถเข้าใกล้ได้เลย ต่อให้จะบินขึ้นไปเป็นชั่วโมงก็ไม่สามารถเข้าใกล้ได้”


    “อ๋อ สรุปแล้วมันเป็นสิ่งที่เอาไว้ล่อผู้คนให้เดินทางมาที่นี่”


    “ฮิฮิ น้องตงฟางพูดตรงเกินไปแล้ว เอาล่ะไปกันต่อเถอะยังมีเวลาเหลืออีกเยอะ พี่จะพาตงฟางดูตั้งแต่ชั้นที่ 1 ถึงชั้นที่ 9 เลย”


    ตงฟางเดินตามหลังพี่สาวซิงเยียนด้วยความตื่นเต้นดีใจ แม้เขาจะมีเงินไม่พอซื้อแต่การได้มาเห็นของวิเศษมากมาย รวมไปถึงสมุนไพรหายากและยาเม็ดที่เขาไม่เคยเห็นมันวางขายในบ้านของเขามีเพียงแค่ในตำราทำให้เขาตื่นเต้น


    “นี่ เด็กคนนั้นเป็นใครเหรอ ทำไมคุณหนูถึงต้อนรับเขาเองด้วยล่ะ แล้วใบหน้าของคุณหนูที่กำลังแสดงออกมานั่น ใช่คุณหนูจริงหรือเปล่า”


    เหล่าพนักงานในหอประมูลเก้าชั้นฟ้าล้วนตะลึงกับท่าทางของคุณหนูซิงเยียน พวกเขาล้วนรู้จักคุณหนูซิงเยียนในคาบหญิงสาวผู้อารมณ์ร้าย ตอนนี้กลับไม่ใช่เพราะเธอกำลังยิ้มและหัวเราะไม่ต่างจากหญิงสาวทั่วไป จนทุกคนหลงไหลไปกับใบหน้าที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม


    “ไม่รู้ว่าเด็กคนนั้นเป็นใคร รู้เพียงแค่ว่าคุณหนูเตรียมของเอาไว้ต้อนรับหลายอย่างเลย สาวงามหน้าร้านเมื่อครู่คุณหนูก็เตรียมเอาไว้ให้เด็กคนนั้น”


    “หรือจะเป็นน้องที่พลัดพราก”


    “ไม่ใช่หรอก คุณท่านบอกเสมอว่ามีลูกเพียงคนเดียว ไม่น่าจะมีลูกชายที่พลัดพราก แล้วเด็กคนนั้นก็หน้าตาไม่เหมือนคุณท่านและคุณหนูเลย คงจะเป็นแขกคนสำคัญที่คุณหนูเชิญมาแน่นอน”


    “เอาล่ะ ทำงานกัน ช่วงนี้รู้สึกว่าคนจะเยอะขึ้นมาก ฉันยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย”


    “ฉันก็เหมือนกัน ตั้งแต่คุณหนูนำยายี่จงมาขาย คนก็เริ่มเพิ่มขึ้นมาก”

    —-------------------------------------


    “น้องตงฟาง ของชิ้นนี้เป็นเม็ดยาระดับ 8 หลอมมาจากฝีมือนักหลอมยาระดับราชันวิญญาณ”


    “โหว” ตงฟางเบิกตากว้าง เขาพึ่งเคยเห็นเม็ดยาระดับสูงใกล้ๆ แม้จะมีตู้กระจกปิดกั้นเอาไว้อย่างดี พลังงานภายในยาที่แผ่กระจายไปทั่วตู้กระจกที่เก็บคุณภาพตัวยา กลับมีพลังรุนแรงและมหาศาลมาก หากเปิดตู้มันจะต้องมีพลังงานระเบิดออกมาอย่างแน่นอน 


    หลังจากศึกษาข้อมูลระดับพลังมามากทำให้ตงฟางรู้ขอบเขตพลังของผู้คนในจักรวรรดิเทียนหยวนถูกแบ่งออกเป็น 10 ระดับใหญ่ๆด้วยกัน เริ่มต้นที่ ชำระชีพจร สูงขึ้นไปอีกเป็นระดับสัมผัสวิญญาณ ระดับก่อตั้งวิญญาณ ระดับผสานวิญญาณ ระดับจารึกวิญญาณ ระดับผันแปรวิญญาณ ระดับราชาวิญญาณ ระดับราชันวิญญาณ ระดับจักรพรรดิ์วิญญาณ ระดับสูงสุดระดับบรรพกาลวิญญาณ 


    การที่เม็ดยาตรงหน้าเป็นถึงยาระดับ 8 หลอมสร้างมาจากฝีมือระดับราชันวิญญาณ เหลือเพียงอีก 2 ขั้นมันก็จะถึงเม็ดยาระดับสูงสุดแล้ว เขาจึงมองด้วยความสนใจพลางพยายามซึมซับความรู้สึกของตัวยา ถึงอย่างนั้นเขาก็เลิกสนใจเพราะเม็ดยาตรงหน้ามีคุณภาพเพียง 5 ส่วนเท่านั้น แม้มันจะเป็นยาระดับ 8 ก็ตาม


    “น้องตงฟางสนใจไหม”


    “อาห์  จะบอกว่าไม่สนใจก็ไม่ได้ แต่คุณภาพของมันแค่ 5 ส่วน ผมสนใจสมุนไพรที่หลอมมันมากกว่า”


    “หืม สามารถบ่งบอกคุณภาพของมันได้แค่มอง น้องตงฟางไม่ธรรมดาเลยนะจ๊ะ แต่สนใจสมุนไพรมากกว่า หมายความว่าอยากจะลองหลอมมัน”


    “ใช่ครับ”


    “เหลวไหล ฮ่าๆๆ พึ่งเคยได้ยินคนพูดเหลวไหลแบบนี้เป็นครั้งแรก ไม่คิดเลยว่าหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าจะพาชาวบ้านขึ้นมายังชั้นที่สูงขนาดนี้ แล้วยังพูดเหลวไหลว่าจะหลอมยาระดับ 8 อีก ฮ่าๆ ช่างเป็นเรื่องน่าตลกสิ้นดี”


    ตงฟางกำลังอ้าปาก เขายังพูดไม่จบลงสักนิดกลับถูกชายหน้าหล่อสวมใส่เสื้อผ้าสีเหลืองมีการเย็บชายผ้าด้วยทองเดินเข้ามาหาเขาแล้วมองจ้องซิงเยียนด้วยสายตาหลงไหลต้องการครอบครอง


    “พี่ซิงเยียน แม้ผมจะหลอมมัน แต่ตอนนี้ผมก็ยังหลอมไม่ได้หรอกนะครับ เพลิงระดับ 8 ไม่ใช่สิ่งที่ผมจะสร้างหรือควบคุมได้ในตอนนี้”


    ตงฟางพูดให้จบกลัวจะมีปัญหาตามต่อ จากนั้นเขาจึงเดินตามหลังพี่ซิงเยียนไปชมทุกอย่างในชั้นที่ 8 ของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า แต่ชายสวมชุดสีเหลืองกลับไม่ยอมเลิกลา ยังคงพูดจาดูถูกตงฟางต่อไป


    “คุณหนูซิงเยียน ข้าเป็นถึงนายน้อยตระกูลกู่แห่งเมืองหลงไห่ ทำไมคุณหนูซิงเยียนถึงต้องไปพาชาวบ้านดูยากจนมีระดับเพียงแค่สัมผัสวิญญาณอย่างไอ้เด็กนั่นเดินชมหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าล่ะ หรือว่าหอประมูลเก้าชั้นฟ้าจะเปลี่ยนกฎของตัวเอง”


    เหล่าคุณชายมากมายเริ่มหันมองจ้องไปยังชายสวมชุดสีเหลืองพลางมองไปยังตงฟาง จากการแต่งตัวของพวกเขาและตงฟางดูต่างกันราวฟ้ากับเหว ทำให้พวกเขาย่นคิ้วทันทีเพราะไม่เคยเห็นชาวบ้านขึ้นมาถึงชั้นนี้เลยสักคนเดียว แล้วครั้งนี้ที่พวกเขาเห็นชาวบ้านเดินขึ้นมาตีตนเสมอไม่ห่าง ยังมีคุณหนูซิงเยียนพาเดินขึ้นมาอีก


    “ทุกคนว่ายังไง หรือว่าแท้จริงแล้วมันจะเป็นเหมือนข่าวลือ ที่บอกว่าหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้ากำลังอยู่ในช่วงขาลง จนทำให้ชาวบ้านขึ้นมายั้งชั้นนี้ได้”


    “นายน้อยกู่” ซิงเยียนหยุดเท้าที่กำลังพาตงฟางเดินขึ้นไปยังชั้นที่ 9 ของหอประมูลแห่งนี้ ทันทีที่เธอหยุดตัวได้หันหลังกลับมามองจ้องคุณชายกู่ด้วยความรู้สึกไม่ชอบใจ


    “หอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าของเรายังคงมีกฎเช่นเดิม เพียงแต่ข้านั้นเป็นหนึ่งในกฎเช่นเดียวกัน การที่ข้าจะพาใครสักคนเดินดูบ้านของข้ามันหนักหัวใคร หรือว่านายน้อยกู่เป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี่  ก็ไม่ใช่  งั้นอย่าสอดรู้เรื่องคนอื่นให้มากนัก มันจะเหมือนข่าวลือที่ชาวบ้านพูดกัน ว่าคุณชายกู่ชอบแส่เรื่องชาวบ้าน”


    “นี่เจ้า~! รู้ไหมว่าข้าคนนี้สามารถสร้างผลกระทบกับธุรกิจของเจ้าได้ซิงเยียน”


    “ข้ารู้ แต่ตอนนี้ข้าคิดว่าท่านคงทำไม่ได้หรอก ต่อให้ท่านจะมีหุ้นส่วนกับหอประมูลโคมกระจ่าง มันก็ไม่สามารถทำอะไรหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าของเราได้อีกแล้ว เพราะเรามีนักหลอมยาที่สามารถหลอมยาคุณภาพ 10 ส่วนให้กับทางเรา ไปกันเถอะน้องชาย พี่สาวจะพาขึ้นไปชั้นสุดท้าย”


    ตงฟางตกใจเล็กน้อยกับท่าทางและคำพูดที่ต่างออกไปจากตอนที่อยู่กับเขาไร้ผู้คนเข้ามายุ่งเกี่ยว จากคนขี้เล่นชอบแหย่เขาอยู่เรื่อยเปลี่ยนไปเป็นผู้หญิงร้ายในเพียงเสี้ยววินาทีแม้แต่เขาก็ยังคงเสียวสันหลังกับอารมณ์ของพี่สาวซิงเยียน


    “ซิงเยียน เจ้าระวังตัวเอาไว้ให้ดี ข้าจะทำให้เจ้าเห็นว่าการดูหมิ่นข้านายน้อยกู่จะเป็นยังไง”


    “เด็กๆ เชิญคุณชายกู่ออกไปจากหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าแล้วลบรายชื่อแขกคนสำคัญออกจากหอประมูล ต่อจากนี้ไปนายน้อยตระกูลกู่ไม่สามารถเข้ามายังหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าได้อีกต่อไป”


    “เจ้า!”


    ตงฟางมองใบหน้าชายสวมชุดสีเหลือง ตอนนี้มันหน้าแดงเป็นอย่างมากจากความโกรธ นอกจากมันจะขายหน้าแล้วยังถูกตัดชื่อแล้วโดนไล่ออกจากหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า เดิมทีมันคิดจะเข้ามาเรียกร้องความสนใจกับซิงเยียนเพื่อยกตนให้เหนือกว่าชาวบ้านที่เธอพาเดินชมหอประมูล กลับกลายเป็นว่ามันถูกซิงเยียนดูถูกเพียงเพราะต้องการปกป้องชาวบ้านที่เธอพามา


    “เด็กๆ ข้าอยากฆ่าคน”


    นายน้อยตระกูลกู่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น ภายในเมืองมีกฎห้ามฆ่าคน ถึงอย่างนั้นกฎยังคงมีช่องว่างเสมอ หากคนที่เขาฆ่าไม่มีใครเห็นก็ไม่สามารถใช้กฎกับเขาได้


    “พี่สาวซิงเยียน มันจะไม่มีผลกระทบเหรอ เล่นไล่คุณชายออกไปแบบนั้น”


    ตงฟางยังคงแกะเม็ดบัวเช่มเดิม เมื่อครู่เขาไม่ได้พูดอะไรเลยสักนิด คิดว่าจะเล่นคุณชายสักหน่อยให้มันขายหน้า กลับถูกพี่สาวซิงเยียนตบหน้ามันด้วยคำพูดอันเด็ดขาดจนเขาไม่มีที่ว่างแทรกเข้าไปเลย


    “ไม่มีหรอก เราทำธุระกิจมานาน แม้ตระกูลกู่จะร่ำรวยในเมืองหลงไห่มาก พวกเขากลับมีหุ้นส่วนกับหอประมูลโคมกระจ่าง การเดินทางมายังหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าก็เพื่อดูรูปแบบการขายเท่านั้น ยากมากที่พวกเขาจะควักเงินออกมาซื้อสินค้าออกไปจากหอประมูลของเรา”


    “อ๋อ ที่แท้ก็เดินอวดรวย แต่ไม่เคยควักจ่าย”


    “น้องตงฟางยังคงพูดตรงเช่นเดิมนะ เอาล่ะ ชั้นนี้มีของมากมายเก็บเอาไว้ พวกมันอยู่ในตู้อย่างดี แต่พี่สาวไม่สามารถเปิดให้ดูได้ คงมีเพียงแค่พาน้องตงฟางมาดูหอประมูลเก้าชั้นฟ้าของเราจากมุมสูงเท่านั้น”


    “พี่คงไม่คิดจะทำอะไรผมหรอกใช่ไหม”


    “ฮิฮิ หรือว่าจะทำดีนะ”


    “อย่านะ ผมหนีจริงๆด้วย” ตงฟางกอดตัวเองเอาไว้แน่น หากเป็นผู้หญิงคนอื่นเขากล้าต่อล้อต่อเถียง สามารถหยอกล้อด้วยคำพูดได้ แต่พี่ซิงเยียนเป็นข้อยกเว้น แม้เธอจะพูดหยอกล้อเขาก็ตาม แต่ในคำหยอกล้อนั้นสามารถทำให้เป็นความจริงได้ตลอด เธอพร้อมจะขย้ำเขาทุกเมื่อหากเขาก้าวล้ำเส้น


    “พี่สาวล้อเล่น ฮิฮิ เอาล่ะพี่สาวจะพูดคุยเรื่องธุระกิจระหว่างเราที่พี่สาวได้คุยกับพ่อให้ฟังนะ”


    “พูดมาเลยครับ แล้วข้าวเที่ยงผมขอผ่านได้ไหม ผมไม่ค่อยชอบกินข้าวกับผู้หลักผู้ใหญ่”


    “ได้จ้า งั้นกินมันที่นี่กับพี่สาวสองคนเลยก็แล้วกัน พร้อมกับคุยเรื่องงานไปด้วย”


    แปะแปะ 


    ตงฟางย่นคิ้วด้วยความสงสัยกับเสียงปรบมือของพี่ซิงเยียน ทันใดนั้นก็มีสาวรับใช้จำนวนมากเดินมายังชั้น 9 ของหอประมูลพร้อมกับอาหารหลายอย่าง กระทั่งผ่านไปไม่นานโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ก็ถูกจัดเตรียมบนชั้นเก้า ทำให้เขารู้ว่าพี่ซิงเยียนเตรียมการเอาไว้ก่อนแล้ว รู้แม้กระทั่งว่าเขาจะไม่กินข้าวกับพวกเธอ


    “ผมรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเลย พี่ซิงเยียนเล่นอ่านเกมของผมได้ตลอด”


    “ฮิฮิ พี่ก็ดูคนมามากนะ อย่าลืมสิเราต้องคอยรับแขกมากหน้าหลายตา ทุกคนก็ล้วนแล้วอารมณ์ต่างกันออกไป แค่นี้พี่สาวมองแวบเดียวก็รู้แล้ว เอาล่ะ เรามาคุยกันเถอะเรื่องธุระกิจของเรา”


    “ครับ”


    “น้องตงฟางชิมนี่ดู มันเรียกว่ามังกรแม่น้ำ พี่สาวสั่งมาเมื่อเช้าเลย ยากมากจะหากินสดๆ”


    ตงฟางมองไปยังสัตว์อสูรขนาดเท่าแขน รูปลักษณ์ของมันหากอยู่โลกเดิมเขาจะเรียกมันว่ากุ้งแน่นอน


    “ครับ”


    “งั้นพี่สาวพูดล่ะนะ จากที่เราตกลงกันไว้ว่าจะขายยายี่จงคุณภาพ 10 ส่วน พี่สาวคิดว่ามันอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดี หากจะขายในระยะยาว”


    “พี่ซิงเยียนกลัวสมุนไพรจะหมดป่าใช่ไหมครับ หากเราขายมันเป็นระยะเวลานาน แม้ตอนนี้สมุนไพรใช้หลอมยายี่จงจะมีมาก หากมีคนรู้จักจะต้องทำให้เกิดการแย่งสมุนไพรเกิดขึ้นแน่นอน ไม่เพียงเท่านั้นหากคู่แข่งต้องการตัดกำลังการผลิตของพวกเราไป พวกเขาสามารถทำได้ง่ายๆด้วยการกำจัดสมุนไพรของเราผ่านการกว้านซื้อหรือทำลายมัน  จนเราไม่มีสมุนไพรหลอมยา”