การเผชิญหน้าในความมืด
เสิ่นอวี่หานััได้ถึงการเปลี่ยนแปลงนั้นทันที
ร่างกายที่อ่อนปวกเปียกในอ้อมแขนของเขา...คือสัญญาณแห่งชัยชนะ...
นางสิ้นฤทธิ์แล้ว
"เสิ่นอวี่หาน" พอใจกับผลลัพธ์นี้เขาต้องควบคุมนาง... และเขาทำสำเร็จแล้ว
เขาคลายแขนที่ทุบประตูไว้ข้างหนึ่งออกอย่างเชื่องช้า...แต่ยังไม่ปล่อยนางให้เป็อิสระ
“ข้า...” เสียงของซูอันอันดังขึ้นอีกครั้งแต่มันไม่ใช่เสียงตวาดอีกต่อไป มันเป็เพียงเสียงกระซิบที่แหบพร่าและว่างเปล่า
“...ข้าเกลียดท่าน”
เสิ่นอวี่หานนิ่งไปชั่วอึดใจ...ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกขึ้นเล็กน้อยในความมืด... เป็รอยยิ้มที่ปราศจากความยินดี
“ดี”
เขากล่าวเพียงคำเดียวคำที่ตอกย้ำความโหดร้ายของเขาจนสมบูรณ์แบบ
เขาจับท่อนแขนของนางดึงร่างที่ไร้ิญญานั้นออกจากประตูอย่างง่ายดายราวกับย้ายตุ๊กตาผ้า
“กลับไปที่เตียง” เขาออกคำสั่งเสียงเรียบ
ซูอันอันไม่ได้มองหน้าเขานางเดินโซเซไปยังเตียงไม้แข็งๆ นั้น... เตียงที่เคยเป็ที่พักพิงยามอ่อนล้าแต่บัดนี้มันกลับให้ความรู้สึกไม่ต่างจากคุกนักโทษ
นางล้มตัวลงนั่งบนขอบเตียง... นั่งนิ่ง...ดวงตาเหม่อลอยมองฝ่าความมืด
เสิ่นอวี่หานยังคงยืนค้ำหัวอยู่กลางห้อง...มองนาง... ประเมิน "ภาชนะ" ของเขา
ความเงียบที่โรยตัวลงมานั้นหนักอึ้ง...หนักจนแทบจะบดขยี้กระดูกให้แหลกสลาย
“นอนเสีย”
เขาเป่าตะเกียงดับ...
ฟู่!
เขาเป่าตะเกียงดับ...แสงสว่างเพียงริบหรี่เดียวในห้องดับวูบลง
ทั้งห้องตกอยู่ในความมืด...และความเงียบที่น่าอึดอัดที่สุด
ซูอันอันนอนตัวเกร็ง...หัวใจยังเต้นไม่เป็ส่ำ...
เขารู้...เขารู้ทุกอย่าง... แต่เขาไม่พูด...
ทำไม?
เขากำลังระแวงข้า? หรือเขากำลัง...'หึงหวง'?
... ไม่... ไม่ใช่...เขาไม่ได้หึง...
เขากำลัง... 'สงสัย'ในตัวตนของข้า
นางไม่ไว้ใจเขา...และตอนนี้... เขาก็ไม่ไว้ใจนาง... ความสัมพันธ์ที่เปราะบาง...บัดนี้ได้แตกสลายลงแล้ว...
ในความมืด...เสิ่นอวี่หานล้มตัวลงนอน... หันหลังให้นาง
เขาไม่ได้หลับ.....สมองของเขากำลังประมวลผลอย่างหนัก
นางโกหกข้า... เขาคิด
นางมีสิ่งของล้ำค่า... ที่สามารถ 'หายตัว'และ 'รักษา' าแได้...
มันคือ 'ตงเทียนฝูตี้' [1] ... คือมิติส่วนตัว...
แหวนัของเขาตอบสนองต่อมัน...
หงส์... กับั...
ชะตา... ช่างเล่นตลก...เขาโกรธที่นางไม่ไว้ใจ... แต่... เขาก็ "เข้าใจ"
หากเป็เขา...เขาก็จะไม่บอกความลับนี้กับผู้ใด
แต่การที่เขารู้... มันเปลี่ยนทุกอย่าง
นางคือไพ่ตาย...คือทางรอดที่แท้จริงของครอบครัวนี้... แผนการอพยพ... มันต้องเปลี่ยนไป...
ความเย็นเยียบแผ่ซ่านออกมาจากคนสองคนที่นอนอยู่บนเตียงเดียวกัน... แต่หัวใจนั้นห่างไกลกันราวกับอยู่คนละชาติภพ
คืนนี้... คือรัตติกาลที่ยาวนานที่สุด...และคือจุดเริ่มต้นของาเย็นที่แท้จริงระหว่างคนทั้งคู่
พันธสัญญาเื
ยามเหม่า
แสงอรุณแรกของวันสาดส่องเข้ามาผ่านรอยแตกของผนังดินฝุ่นละอองเล็กๆ เต้นระบำอยู่ท่ามกลางลำแสงสีทองที่พาดผ่านห้องอันเงียบสงัด...แต่มันมิได้นำพาความอบอุ่นใดๆ เข้ามาด้วย
บรรยากาศภายในห้องนอนเล็กๆ นี้เย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็งพันปี ซูอันอันลืมตาขึ้นมาในความมืดสลัวนางไม่ได้นอนหลับเลยทั้งคืน... นางทำเพียงแค่นอนนิ่งๆฟังเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนข้างกาย และรอ... รอให้ฟ้าสาง
นางขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างแ่เบาแต่ทุกการเคลื่อนไหวนั้นหนักแน่นมั่นคง ร่างกายที่เคยอ่อนเพลียจากอาการแพ้ท้องบัดนี้กลับเปี่ยมไปด้วยพลังงานประหลาด...พลังงานที่เกิดจากความเด็ดเดี่ยวอันเยียบเย็นเมื่อหัวใจถูกแช่แข็ง
นางเดินไปที่หีบไม้เก่าๆ ตรงมุมห้อง...หีบเดียวที่เป็สมบัติส่วนตัวของนาง... แล้วเริ่มเก็บของ
นางเมินเฉยต่อเสื้อผ้าเนื้อหยาบเมินเฉยต่อปิ่นไม้ราคาถูกที่เคยวางไว้อย่างทะนุถนอม
นางเลือกเก็บเพียงสมุนไพรแห้งที่นางอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตไปเสาะหามาจากป่า...เศษถ่านไม้ก้อนเล็กๆ ที่นางใช้จดบันทึกสูตรอาหาร...และมีดเล่มเล็กที่นางลับจนคมกริบ
สิ่งเหล่านี้คือเครื่องมือ...คือศักดิ์ศรี... และคือสิ่งเดียวที่เป็ของ "หลินอันอัน"ิญญาอิสระที่ไม่ขึ้นตรงต่อใคร
“เ้า... กำลังทำอะไร”
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังขึ้นจากด้านหลัง...เงาทะมึนของร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาบนตัวนาง
เสิ่นอวี่หานตื่นแล้ว... หรือบางทีเขาอาจจะไม่ได้หลับเลยเช่นกัน
ซูอันอันไม่หันไปมองนางยังคงก้มหน้าเก็บห่อสมุนไพรใส่ย่ามผ้าเก่าๆ ต่อไปอย่างใจเย็นราวกับเสียงของเขาเป็เพียงเสียงลมพัดผ่านแต่ปากกลับเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ว่างเปล่า และปราศจากความรู้สึก
“ข้ากำลังจะกลับบ้าน”
บรรยากาศในห้องพลันอึดอัดจนแทบะเิไอสังหารจางๆ แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่ม
“ข้าบอกเ้าแล้ว...”น้ำเสียงของเขาเริ่มกดต่ำลง เจือด้วยความคุกคามที่อันตราย “...ว่าเ้าไปไหนไม่ได้”
“ท่านเข้าใจผิดแล้ว”
คราวนี้นางหันกลับมาเผชิญหน้าเขาช้าๆ...ดวงตาคู่สวยที่เคยทอประกายสดใส บัดนี้กลับสงบนิ่งลึกล้ำดุจบ่อน้ำตายมันสงบจนน่ากลัว... สงบจนเสิ่นอวี่หานเผลอกำหมัดแน่น
“ข้าไม่ได้ ‘หนี’...”นางยกมือบางขึ้นลูบท้องของตนเองเบาๆ การกระทำนั้นดูทะนุถนอมแต่แววตากลับไร้ซึ่งความรักใคร่ในตัวบิดาของเด็ก
“ข้าจะกลับไปอยู่กับท่านพ่อท่านแม่...ครอบครัวที่แท้จริงของข้า... จนกว่าเด็กคนนี้จะคลอด”
เสิ่นอวี่หานขมวดคิ้วจนเป็ปมคางแกร่งเกร็งแน่น... นางกำลังเล่นไม้ไหนอีก?
“ท่านพูดถูก... ท่านสนใจแค่เด็กในท้องและข้าคือ ‘ภาชนะ’”
นางกล่าวทวนคำพูดที่กรีดแทงหัวใจเมื่อคืนออกมาได้อย่างหน้าตาเฉยราวกับกำลังพูดถึงดินฟ้าอากาศ
“ในเมื่อข้าเป็แค่ภาชนะ...ข้าก็จะทำหน้าที่ของข้าให้ดีที่สุด ข้าจะกินอาหารที่ดีที่สุดที่ครอบครัวข้าจะหาได้ข้าจะพักผ่อนให้เพียงพอ จะไม่วิตกกังวลใดๆ... เพื่อให้ ‘สายเืของท่าน’แข็งแรงสมบูรณ์ที่สุด”
นางก้าวเท้าเข้ามาหาเขาหนึ่งก้าวเงยหน้ามองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบดุจพยัคฆ์คู่นั้น
“และเมื่อข้าคลอดเขาออกมาอย่างปลอดภัย...ข้าจะยกเด็กคนนี้ให้กับตระกูลเสิ่น... ทายาทที่ท่าน้า ข้าจะมอบให้...”
นางสูดหายใจเข้าลึกริมฝีปากบางขยับเอ่ยถ้อยคำที่ตัดขาดวาสนา
“...ส่วนตัวข้า... ก็จะแยกทางกับท่าน”
เสิ่นอวี่หานนิ่งอึ้งไป...ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาป
นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดไว้...
นี่ไม่ใช่การอาละวาดของสตรีขี้งอนไม่ใช่การเรียกร้องความสนใจ... แต่มันคือการยื่น "ข้อตกลงทางการค้า"ที่เยียบเย็นที่สุด!
นางกำลังใช้ตรรกะของเขา...ตรรกะที่มองทุกอย่างเป็ผลประโยชน์... ย้อนกลับมาเล่นงานเขา!
เขาควบคุมนางไม่ได้...การข่มขู่และคำพูดทำร้ายจิตใจของเขาเมื่อคืน แทนที่จะทำให้นางสยบยอม มันกลับ"ปลดปล่อย" นางออกจากพันธะทางอารมณ์ทั้งหมด!
เขาได้ทำลายภรรยาที่แสนดีไปแล้ว และสร้าง 'คู่ค้า'ที่ไร้หัวใจขึ้นมาแทน
“เ้าคิดว่า... ข้าจะยอมรึ”เขากดเสียงต่ำลอดไรฟัน พยายามข่มกลั้นโทสะที่พุ่งพล่าน
“ท่านต้องยอม... ท่านไม่มีทางเลือก”
ซูอันอันตอบกลับทันทีน้ำเสียงเด็ดขาดดุจคำสั่ง
“หากท่านกักข้าไว้ที่นี่...กักข้าไว้กับคนที่เรียกข้าว่า ‘ตัวอะไร’...ให้ข้าต้องทนมองหน้าคนที่เห็นข้าเป็เพียงสิ่งของ... ข้าจะวิตกกังวลจนแทบเป็บ้า...ข้าจะกินไม่ได้ นอนไม่หลับ...”
นางแย้มยิ้มเ็าที่มุมปาก
“แล้ว ‘ภาชนะ’ ที่บอบช้ำแตกสลายเช่นนี้...จะรักษาสายเืของท่านไว้ได้อย่างไร?”
“ท่าน้าเด็กที่แข็งแรงสมบูรณ์...หรือ้ากักขัง ‘ภาชนะ’ ที่แตกร้าวไว้ดูเล่นจนมันพังทลายไปพร้อมกับลูกของท่าน?”
ตึง!
ความเงียบงันเข้าปกคลุมคนทั้งสอง
เสิ่นอวี่หานกำหมัดแน่นจนเส้นเืปูดโปนเล็บจิกเข้าเนื้อจนเจ็บ แต่ความเจ็บนั้นเทียบไม่ได้กับความพ่ายแพ้ที่เขากำลังเผชิญ
นางใช้จุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวของเขา...มาเป็อาวุธสังหาร
นางรู้ว่าเขา้าทายาท...และนางก็รู้ว่าเขามิอาจเสี่ยงให้เกิดอันตรายใดๆ กับครรภ์นี้
นางชนะแล้ว... ในาจิตวิทยานี้นางเป็ฝ่ายรุกฆาตัอย่างหมดจด
ซูอันอันคว้าห่อผ้าของตนขึ้นมาแนบอกแววตาของนางแน่วแน่ ไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่อีกต่อไป
“ข้าจะไป... เช้านี้”
นางจ้องหน้าเขาเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะเอ่ยประโยคปิดท้ายที่บีบคั้นศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของเขาจนถึงที่สุด
“ท่านจะไปส่งข้าด้วยเกวียนของท่าน...หรือจะให้ข้าแบกลูกของท่านเดินฝ่าดงแดดไปเอง?”
[1]ในบริบทนิยายจีนกำลังภายในมักหมายถึง "ดินแดนแห่งความสุขในฤดูหนาว" หรือ"มิติส่วนตัว/พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สงบสุขและเย็นสบาย