Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    เล่ม 3 ตอนที่ 70 แข็งแกร่งเกินไปแล้ว

            ทั้งทะเลสาบจวินอี้เงียบสงบแล้ว

            หนิงไท่หันกลับไปมองเห็นแค่ใบหน้าที่ขาวใส คนคนนี้หน้าคม ดวงตาที่ดำสนิทนั้นราวกับมองทะลุทุกอย่างได้ ถึงร่างกายจะผอมบาง แต่กลับโดดเด่นและที่ปลดปล่อยออกมาก็คือท่าทางที่ราวกับกำลังมองลงมาจากที่สูง

            ตอนที่เขากวาดตามองพวกหวางเฉิงเทียนแต่กลับไม่พบซูฮ่าว หรือว่าอีกฝ่ายคือยอดฝีมือที่ไม่เปิดเผยตัว?

            ไม่สิ อาจจะเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้ความสนใจส่วนใหญ่ของเขาอยู่ที่พวกหวางเฉิงเทียนดังนั้นจึงมองข้ามคนหนุ่มคนนี้ไป

            แต่ดูจากอายุผู้ชายตรงหน้านี้เพิ่งจะอายุแค่ยี่สิบต้นๆ ร่างกายที่ผอมบาง เกรงว่าพอลมพัดก็สามารถล้มได้แล้ว

            คนแบบนี้ จะมีอะไรพิเศษ?

            “คุณ… ซูช่วย… ช่วยผมด้วย!”หวางเฉิงเทียนที่ถูกหนิงไท่บีบคออยู่ราวกับคว้าความหวังสุดท้ายไว้แล้วเขาทนกับอาการที่สมองขาดออกซิเจนและทำให้หายใจไม่ออกจากนั้นก็กัดฟันพูดออกมาสองสามคำแล้ว

            หลังจากนั้นสีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยน และไม่มีแรงดิ้นรนอีก

            เห็นได้ชัดว่า คำพูดก่อนหน้านี้ เหมือนกับใช้แรงของเขาทั้งหมดแล้ว

            “เด็กอย่างเจ้านี่น่ะหรือจะมาช่วยนายได้?” หนิงไท่ราวกับได้ยินเรื่องน่าขำอะไรแววตาที่หยอกเย้าเผยออกมาจากในดวงตาทั้งคู่ของเขา และมีความรู้สึกเยาะเย้ย

            แต่ความรู้สึกเยาะเย้ยนี้ไม่นานก็ถูกซูฮ่าวทำลาย

            ซูฮ่าวจับมือของหนิงไท่ผลักไปด้านหน้าพลังที่น่ากลัวทำให้หนิงไท่เปลี่ยนไปมาก เขายืนได้ไม่มั่นคง แล้วถอยออกไปไกลหลายเมตร

            หากไม่ใช่เพราะเขาพยายามจะทรงตัวเกรงว่าการผลักก่อนหน้านี้ก็สามารถทำให้เขาล้มลงได้ทันที

            “นายเป็นใคร?” สีหน้าของหนิงไท่มืดมน

            ดูจากการผลักก่อนหน้านี้ของซูฮ่าวเขาก็มองออกว่ากำลังของอีกฝ่ายดูถูกไม่ได้ เขาอาจจะเป็นยอดฝีมือที่อำพรางตนก็ได้

            ซูฮ่าวไม่ตอบแค่ประคองหวางเฉิงเทียนที่หน้าซีดเป็นไก่ต้ม และไอไม่หยุดไปนั่งลงบนหินข้างๆและตบหลังเขาเบาๆ

            “เป็นอะไรหรือเปล่า?”

            “ไม่… ไม่เป็นไร ขอบ… ขอบคุณที่คุณซูช่วยชีวิต!” หวางเฉิงเทียนสูดหายใจแรงเหมือนรอดชีวิตจากภัยพิบัติและฝืนยิ้ม

            “ไม่เป็นไรก็ดีแล้วเมื่อกี้ผมดูโทรศัพท์มือถืออยู่ เลยไม่ได้สังเกตทางนี้ขอโทษด้วย” ซูฮ่าวโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง

            คนอื่นตายได้แต่หวางเฉิงเทียนตายไม่ได้ เมื่อมีเขาอยู่ บางเรื่องเมื่อมอบให้เขาจัดการก็รวดเร็วและดีกว่าจัดการเองยิ่งไปกว่านั้น ด้วยอำนาจในฉวนโจวของอีกฝ่ายก็ช่วยให้บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวไปไกลได้อีก

            หากหวางเฉิงเทียนถูกหนิงไท่ฆ่า เช่นนั้นเขาก็จะขาดผู้ช่วยไปหนึ่งคนแล้ว

            “ไม่เป็นไรครับคุณซูยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยผม ก็มีค่าต่อผมมากแล้ว”หวางเฉิงเทียนส่ายหน้า และพูดเสียงเบาว่า “คุณซูกำลังของหนิงไท่คนนี้ค่อนข้างแข็งแกร่ง หากคุณสู้ไม่ได้ ก็รีบหนีเถอะอย่างไรคนที่เขาต้องการฆ่าก็คือผมไม่เกี่ยวข้องกับคุณ”

            ซูฮ่าวได้ยินเช่นนั้นแล้วก็ประหลาดใจมาก

            เขาคิดไม่ถึงจริงๆว่าในช่วงคับขัน หวางเฉิงเทียนจะพูดออกมาอย่างนี้

            ต้องพูดเลยว่า เจ้าหมอนี่มีคุณธรรมมาก

            “วางใจเถอะในเมื่อผมตกลงแล้วว่าจะจัดการเรื่องนี้แทนคุณ แน่นอนว่าก็ต้องจัดการให้เหมาะสมมีผมอยู่ จะไม่มีใครแตะคุณได้” ซูฮ่าวหัวเราะเบาๆและเงยหน้ามองหนิงไท่ หลังจากนั้นก็เดินออกมาด้านหน้า

            “หลูชานตงที่ใกล้ถึงขั้นเซียนเทียนก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนายดูแล้วนายก็ก้าวเข้าสู่ขอบเขตของเซียนเทียนแล้ว น่าสนใจดี ในที่สุดก็ได้พบคู่ต่อสู้ที่สามารถสู้กับฉันได้แล้ว”

            หนิงไท่มองซูฮ่าวพลางขมวดคิ้วและถามอีกครั้งว่า “นายเป็นใคร?”

            สองสามปีมานี้เขาดิ้นรนอยู่ในดงปืนดงกระสุนมาตลอดเฉียดตายมานับครั้งไม่ถ้วน อยู่รอดมาถึงตอนนี้ได้ นอกจากการข่มใจที่แข็งแกร่งแล้วเขาก็ยังมีนิสัยที่ระมัดระวังด้วย

            ซูฮ่าวที่อยู่ด้านหน้าถึงแม้อายุยังน้อยแต่กลับให้ความรู้สึกที่ไม่สบายใจต่อเขาไม่น้อย พูดให้ชัดก็คือมีความกดดันที่เหมือนจะมีและไม่มี

            ความกดดันเช่นนี้ เขาเคยสัมผัสจากตัวของศิษย์พี่และอาจารย์ของตนเองมาก่อน

            จิตใต้สำนึกของเขาบอกว่าซูฮ่าวคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน

            “ก่อนที่จะถามคนอื่นว่าเป็นใครก็ควรจะบอกชื่อของตนเองก่อนไม่ใช่หรือ?” ซูฮ่าวเข้าใกล้หนิงไท่ทีละก้าวบนใบหน้ามีรอยยิ้มที่สงบเยือกเย็น

            “คนตาย… ไม่จำเป็นต้องรู้ชื่อของฉันหรอก!” หนิงไท่หัวเราะอย่างดุร้ายและกระโจนขึ้นสู่กลางอากาศทันที เขาหมุนตัวอยู่กลางอากาศมือทั้งคู่ปล่อยโล่แสงที่งดงามออกมา

            “แสงมีดสีเงินผ่าลงมา!”

            เสียงตะโกนของเขาก็ดังออกมา โล่แสงนี้ร่วงลงมาราวกับดาวตกจากฟ้าดูเหมือนงดงาม แต่กลับเต็มไปด้วยความชั่วร้าย

            ซูฮ่าวเผชิญหน้ากับตนเองอย่างไม่แยแสได้เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนธรรมดา ดังนั้นเขาก็ไม่คิดที่จะนั่งรอความตายแต่ชิงลงมือก่อน เพื่อให้ได้เปรียบก่อน

            “แสงมีดสีเงินผ่าลงอย่างนั้นหรือ? ดูท่าแล้วคงจะเป็นเทคนิคทางวิทยายุทธ!” ซูฮ่าวมองฝันร้ายแห่งความตายที่พุ่งเข้ามาเขาแค่พยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นมือทั้งคู่ก็ยกขึ้นพลังมืดหลั่งไหลออกมาจากฝ่ามือ ก่อนจะพุ่งขึ้นไปโดยตรงราวกับมังกรเงิน

            “ตูม!”

            พลังของยอดฝีมือขั้นเซียนเทียนสองท่านปะทะกัน จนเกิดเสียงดังน้ำในทะเลสาบจวินอี้ล้วนถูกสั่นไหวและกระเพื่อมอยู่หลายครั้ง

            หลังจากนั้น ก็เห็นแค่ร่างสองร่างถอยคนละก้าวและร่วงลงตรงข้ามกัน

            “อายุแค่นี้คิดไม่ถึงว่าจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตของเซียนเทียนได้ พรสวรรค์ช่างไม่ธรรมดาจริงๆ ” หนิงไท่มองซูฮ่าวที่อยู่ด้านหน้าและผ่อนมือทั้งคู่ ในดวงตามีความเคร่งขรึม

            ผ่านการประมือกันสั้นๆในก่อนหน้านี้แล้ว เขาก็รู้สึกถึงความแข็งแกร่งของกำลังของซูฮ่าวได้ และอีกฝ่ายออกกระบวนท่าได้อย่างช่ำชอง เข้าใจการเปลี่ยนพลังที่เล็กที่สุดให้กลายเป็นอานุภาพที่มากที่สุดของตนเองทั้งยังรักษาพลังไว้กับตนเองส่วนหนึ่ง

            เห็นได้ชัดว่าในด้านประสบการณ์การต่อสู้และเทคนิคซูฮ่าวช่ำชองเป็นอย่างมาก น่าจะเป็นคนที่มักจะอยู่รอดในอันตรายของความเป็นความตายมิฉะนั้นก็คงไม่มีทางมีกำลังการต่อสู้ถึงขั้นนี้ได้

            หากซูฮ่าวรู้ถึงความคิดของหนิงไท่ในเวลานี้คงต้องหัวเราะออกมาแน่

            จริงๆแล้วเขาก็ไม่ได้ผ่านอันตรายของความเป็นความตายอะไร เหตุที่การประมือสั้นๆในก่อนหน้านี้ได้เปรียบก็เพราะเขาเคยจับได้ประสบการณ์การต่อสู้ทั้งชีวิตของยอดฝีมือแห่งยุคมีประสบการณ์การต่อสู้ของยอดฝีมือแห่งยุคอยู่ในเทคนิคและกำลังของการต่อสู้แน่นอนว่าคือคนที่เหนือกว่าระดับเดียวกันจะเป็นต่อก็คือเรื่องปกติ

            หนิงไท่เงียบไปสักพักแล้วก็พูดเจรจา “สหายน้อย พวกเราต่างก็คือขอบเขตเซียนเทียนกันทั้งนั้น สู้กันต่อไปก็ไม่มีความหมายสู้ถอยกันคนละก้าวไม่ดีกว่าหรือ หวางเฉิงเทียนให้ผลประโยชน์อะไรกับนายฉันจะหาทางชดเชยให้นาย สำหรับหวางเฉิงเทียนคนนี้ ให้ฉันจัดการดีไหม?”

            “คุณซูหนิงไท่คนนี้ไม่ใช่คนดี อย่าหลงกลเขาเด็ดขาด” ซูฮ่าวยังไม่ทันได้พูดอะไรหวางเฉิงเทียนที่อยู่ด้านหลังกลับตะโกนออกมา และมีสีหน้าตึงเครียดมาก

            พูดตามตรง เขากลัวจริงๆว่าซูฮ่าวจะตกลงกับหนิงไท่ ช่วงเวลานี้คนที่เขาพึ่งพาได้ก็มีแค่ซูฮ่าวหากซูฮ่าวไม่ปกป้องเขา เช่นนั้นสถานการณ์ของเขาก็อันตรายแล้ว

            หนิงไท่เลือกที่จะไม่สนใจหวางเฉิงเทียนและมองซูฮ่าวพลางพูดต่อว่า “สหายน้อย จะพิจารณาหน่อยดีไหม วันนี้ฉันก็แค่อยากมาแก้แค้นไม่ได้คิดที่จะฆ่าทุกคนที่อยู่ที่นี่หากนายต้องการที่จะปกป้องหวางเฉิงเทียน เช่นนั้นก็คงต้องสู้กับฉันให้ตายไปข้างหนึ่ง สถานการณ์ที่บอบช้ำกันทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่สิ่งที่นายกับฉันอยากจะเห็นใช่ไหมล่ะ?”

            “นายพูดอย่างนี้ก็ใช่… ” ซูฮ่าวพยักหน้าเล็กน้อยทำให้สีหน้าของหวางเฉิงเทียนที่อยู่ด้านหลังซีดเป็นไก่ต้ม แต่ต่อมาก็เห็นซูฮ่าวลูบคาง พลางพูดด้วยรอยยิ้มจางๆ “แต่ว่าฉันว่าก็ไม่ถึงกับบอบช้ำกันทั้งสองฝ่าย เพราะการเอาชนะนายสำหรับฉันแล้ว ไม่ได้เปลืองแรงมากมาย”

            เมื่อพูดเช่นนั้นออกมาแล้ว หวางเฉิงเทียนก็ดีใจมาก และโล่งใจด้วย

            หนิงไท่มีสีหน้าบูดบึ้ง ไม่สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าได้ชัดเจน

            “โอหังไอ้หนู มั่นใจเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดีหรือนายคิดว่ากำลังของนายแข็งแกร่งอย่างไร้ขอบเขตจริงๆ ?”

            “โอหังหรือ? นายลองดูก่อนก็จะรู้แล้วไม่ใช่หรือ? ซูฮ่าวหัวเราะเบาๆ และโบกมือ

            “รนหาที่ตายแท้ๆ !” หนิงไท่เคยพบการยั่วยุอย่างนี้เสียที่ไหนแขนทั้งคู่ของเขาสั่นไหว ร่างกายราวกับลม พัดไปไม่หยุด ก่อนทะยานสู่ฟ้า แล้วปล่อยโล่แสงกลายเป็นเงาแสงนับไม่ถ้วนสาดส่องมาที่หัวของซูฮ่าวแล้ว

            มองจากไกลๆ ก็เหมือนดาวตกความแข็งแกร่งของอานุภาพพอที่จะทำให้จิตวิญญาณของคนแหลกได้

            ความเร็วที่โล่แสงโจมตีมานี้รวดเร็วมากในระยะรอบตัวซูฮ่าวสามสิบฟุตล้วนถูกโล่แสงปกคลุม ไม่ว่าจะหลบไปทางไหน ก็ไม่มีทางหลบพ้น

            ซูฮ่าวเผชิญหน้ากับการโจมตีนี้ก็ตั้งสมาธิยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับ พลังอย่างหนึ่งส่งออกมาจากตัวเขาราวกับยืนอยู่บนยอดเขาสูงและมองทุกอย่างเล็กไปหมด

            แสงฟ้าแลบแวบผ่านตาราวกับทะลุผ่านอากาศ

            วินาทีต่อมา ตัวเขาก็กระโดดขึ้นจากที่เดิมราวกับเทพเจ้ามาเยือนโลก ในตามีฟ้าแลบผ่าน อานุภาพสะสมถึงขั้นสุดยอด

            “หมัดแรกของหมัดเจ็ดผงาดฟ้า : หมัดทลายใจ!”

            เมื่อเสียงตะคอกดังออกมา ก็เห็นว่าหมัดต่อยกระหน่ำมาเหมือนพายุฝนพุ่งไปยังสุดขอบฟ้า

            “กรอบแกรบ!”

            พลังหมัดที่แข็งแกร่งราวกับน้ำล้นเขื่อนทำลายทุกอย่างจนสิ้นซาก โหดเหี้ยมไร้ความปรานีด้วยความแรงอันน่ากลัวที่พังพินาศย่อยยับ ทำให้โล่แสงแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ทันที

            “อะไรเนี่ย?” สีหน้าของหนิงไท่ก็เปลี่ยนไปมาก ดวงตาหดลง

            คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะทำให้แสงเงินของตนเองแหลกออกทั้งหมดได้วิชาหมัดของอีกฝ่าย คิดไม่ถึงว่าจะมีที่มาอย่างนี้?

            “ชิ้ว!”

            ไม่รอให้หนิงไท่คิดเสร็จ ซูฮ่าวก็มาอยู่ตรงหน้าหนิงไท่ราวกับข้ามมิติแล้ว รวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ

            หมัดทลายใจปล่อยออกมาอีกครั้งดุเดือดเป็นอย่างยิ่ง อานุภาพดั่งอสนีบาต เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ล่องลอยไม่มั่นคง

            เมื่อเสียงลมดังขึ้นมา ราวกับคลื่นทะเลซัดหินโสโครก

            “แย่แล้ว!”หนิงไท่ตกใจ จึงรีบยื่นมือออกมาบังทันที

            แต่เขาประเมินค่าอานุภาพของหมัดทลายใจต่ำไป

            หมัดนี้ต่อยออกมาพลังหมัดซับซ้อน ทั้งบุก ทั้งถอย ทั้งหลบ เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง และมีอานุภาพนับหมื่น

            หนิงไท่รู้สึกราวกับว่าถูกภูเขาไท่ชานกดทับมือที่บังไว้ก็รู้สึกเจ็บปวดมีเสียงแกรกดังขึ้น ในขณะเดียวกันกระดูกก็หัก เขาก็ถูกโจมตีปลิวออกไปทันที กระแทกออกไปไกลกว่าเจ็ดแปดเมตร และกระอักเลือดออกมาทันที

            “ซี้ด!”เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ หวางเฉิงเทียนก็รู้สึกขนลุกขนพองไปทั้งตัว

            แค่หมัดเดียวก็ต่อยจนหนิงไท่ที่แข็งแกร่งมากได้รับบาดเจ็บสาหัส กำลังของซูฮ่าวคิดไม่ถึงว่าจะน่าตกใจดั่งเทพเช่นนี้?

            “เดิมทีซูฮ่าวคนนี้คือยอดฝีมือของขอบเขตเซียนเทียน และยังไปไม่ถึงขั้นของเซียนเทียนที่ธรรมดา วันนี้ฉันพลาดไปแล้ว!” ไกลออกไปหลูชานตงกุมหน้าอกที่โดนยิง บนใบหน้าที่ขาวซีดมีอาการตื่นตระหนกและหวาดกลัว

            เมื่อหมัดของซูฮ่าวต่อยออกมาเขาก็รู้สึกถึงพลังที่ทลายฟ้าดินอยู่ไกลๆ ความน่ากลัวนั้นไม่อาจบรรยายได้

            มีเทคนิควิทยายุทธระดับนี้ติดตัวอย่างน้อยๆ กำลังของซูฮ่าวก็บรรลุถึงขั้นเซียนเทียนช่วงกลางหรือไม่ก็เซียนเทียนช่วงหลังแล้ว

            “ชิ้ว!”

            ตอนที่หลูชานตงกำลังตื่นตระหนกร่างร่างหนึ่งก็ประคองแขนที่พิการทั้งสองข้างหนีออกไปที่ป่ารอบนอกของวัดจวินอี้อย่างบ้าคลั่งแล้ว

            สู้ไม่ได้!

            จากที่รู้สึกถึงอานุภาพของหมัดนี้เขาก็เข้าใจแล้วว่า การต่อสู้ฉากนี้ เขาไม่อาจสู้ซูฮ่าวได้

            ในด้านกำลังซูฮ่าวกับเขาคือยอดฝีมือขั้นเซียนเทียนเหมือนกัน

            แต่ด้านประสบการณ์ในการต่อสู้ซูฮ่าวก็ไม่แพ้เขา

            ส่วนเทคนิควิทยายุทธ ซูฮ่าวบดขยี้เขาได้อย่างสิ้นเชิง

            แค่ครุ่นคิดก็เดาได้ไม่ยากว่ากำลังทั้งหมดของซูฮ่าวเหนือกว่าเขาหากฝืนสู้กับอีกฝ่ายอยู่ที่นี่อีก ฝ่ายที่ล้มลงก็คงจะต้องเป็นเขาอย่างแน่นอน

            “ยอดฝีมือขั้นเซียนเทียนที่อายุน้อยอย่างนี้ แค่กำลังก็น่าเหลือเชื่อแล้ว คิดไม่ถึงว่าหวางเฉิงเทียนจะมีปีศาจอย่างนี้อยู่ข้างกายบ้าเอ๊ย คราวหน้า คงต้องหาโอกาสกลับมาแก้แค้นแล้ว” หนิงไท่แอบด่าในใจ ฝีเท้าของเขาก็ก้าวไปอย่างรวดเร็ว

            “คิดจะหนีหรือ?” ซูฮ่าวแสยะยิ้ม เขาถ่ายเทพลังมืดออกหมัดทลายใจ แล้วโจมตีออกไปดั่งขีปนาวุธผ่านระยะหลายสิบเมตร ก็ร่วงลงบนตัวหนิงไท่อย่างดุดัน

            “โอ๊ย!”

            หนิงไท่กระอักเลือดออกมาตัวเขาถูกหมัดนี้ต่อยจนปลิวออกไป และกลิ้งอยู่ที่พื้นเจ็ดแปดรอบในที่สุดก็ชนกับต้นไม้ต้นหนึ่งและสลบไปแล้ว

            พอเห็นเหตุการณ์นี้ ทั้งวัดก็เงียบกริบ

            หวางเฉิงเทียนขยี้ตาและกลืนน้ำลายอย่างอดไม่ได้ ราวกับไม่กล้าเชื่อทุกอย่างที่เกิดขึ้น

            หลูชานตงที่กุมหน้าอกอยู่ก็ตกตะลึงจนตาค้างปากค้างราวกับถูกฟ้าผ่า

            ผ่านไปเป็นเวลานาน กว่าจะพูดออกมาได้

            “แข็ง… แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”

    คล้ายกับเรื่องLevel up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน