"หา! ลอบสังหารคนของราชวงศ์ภูตวายุเนี่ยนะ เป็นไปไม่ได้"
เกาเซียงเซียงส่ายศีรษะเมื่อสดับวาจาของอีกฝ่าย ไม่ว่าจะองค์หญิงหรือองค์ชายของราชวงศ์ไหนๆก็ล้วนแต่ได้รับการปกป้องเป็นอย่างดีราวกับไข่ในหินกันทั้งนั้น การลงมือลอบสังหารมันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลยสักนิด และถ้าหากเกิดข้อผิดพลาด ผลที่ตามมาแน่นอนว่าย่อมเป็นสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์อย่างไม่ต้องสงสัย
"เห้อ ก็เพราะมันยากที่จะทำไงขอรับ ข้าถึงได้เก็บมันไว้เป็นตัวเลือกสุดท้ายในบรรดาวิธีการทั้งสาม" เย่หยุนซีราวกับรู้ถึงความคิดของหญิงงามจึงได้เอ่ยปากกล่าวพลางถอนหายใจอย่างจนปัญญา
"เห้อ นั่นสินะ" เกาเซียงเซียงเองก็ดูจะไร้หนทางเช่นเดียวกัน แต่ทว่าในขณะที่นางกำลังครุ่นคิดจนปวดเศียรเวียนเกล้าอยู่นั้น จู่ๆเสียงของผู้ดำเนินงานก็พลันดังกังวานไปทั่วทั้งพื้นที่
"ทำความเคารพองค์จักรพรรดินี"
บรรดาขุนนาง แขกผู้มีเกียรติ และเหล่าผู้แกร่งกล้าพากันยืนขึ้นโค้งศีรษะอย่างนอบน้อมไปทางบัลลังก์ซึ่งอยู่จุดสูงสุดของสนามประลองอันกว้างใหญ่
เมื่อเย่หยุนซีปรายตามองตามไป ตัวเขาก็ราวกับตกอยู่ในภวังค์แห่งความหลงไหลในทันที เพราะภาพที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเขาตอนนี้ ก็คือยอดสตรีในอาภรณ์สีดำทมิฬลวดลายวิจิตรที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนบัลลังก์
ความงดงาม เย้ายวน และสูงศักดิ์ของนางนั้น หากจะพูดว่าเป็นหนึ่งในแผ่นดินก็คงไม่เกินจริงนัก
'พระเจ้า นี่มันส่วนประสมอันลงตัวระหว่างเทพธิดากับนางมารยั่วสวาทชัดๆ' หลังจากได้สติ เย่หยุนซีก็ส่ายศีรษะบ่นพึมพำในใจ นี่เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าที่เขาเสียอาการให้กับสตรีที่ไม่ใช่ภรรยา
"เซียงเซียง ข้ากลับมาแล้ว" เสียงขององค์หญิงดังขึ้นเพียงไม่กี่นาทีนับจากนั้น
"พี่สาว ท่านเป็นอย่างไรบ้าง หาทางออกได้หรือยัง?" เกาเซียงเซียงลุกจากที่นั่ง เดินเข้าไปจับมือของโฉมสะคราญพลางเอ่ยถามด้วยความห่วงใย
องค์หญิงฮั่นผิงยกยิ้มอย่างขมขื่น ก่อนจะส่ายศีรษะตอบกลับไป "แม้แต่ท่านป้าที่เป็นจักรพรรดินีก็ยังไม่สามารถยกเลิกการแต่งงานได้ เพราะท่านพ่อกับจักรพรรดิของอีกฝ่ายได้ตกลงกันเอาไว้แล้วก่อนหน้านี้ ถ้าหากมีอะไรผิดพลาดเกรงว่าเผ่าภูตราตรีอาจจะต้องทำสงครามกับเผ่าภูตวายุ ซึ่งมันจะกลายเป็นศึกสองด้าน"
"ไม่จริงน่า อะไรกัน!" เกาเซียงเซียงยกมือขึ้นป้องปากอุทาน ดวงตาเบิกกว้างสั่นสะท้านอย่างช่วยไม่ได้
สำหรับองค์ชายของเผ่าภูตวายุนั้น ทุกคนต่างรู้กันดีว่าพวกมันขึ้นชื่อเรื่องความหยิ่งผยอง ถือดี และโหดร้าย ถ้าหากองค์หญิงของนางได้กลายเป็นภรรยาของพวกมันไม่ว่าคนใด ชะตากรรมในอนาคตก็ไม่ต่างอะไรจากการอาศัยอยู่ในนรกบนดิน
"เอ่อ.........พี่สาว ข้ามีแผนการ 3 แผนการจะเสนอ ท่านอยากจะลองฟังดูไหม?" ครุ่นคิดพิจารณาอยู่ครู่ใหญ่ ผู้เป็นบุตรสาวของแม่ทัพตัดสินใจเอ่ยถามเสียงสั่น
"คิกคิก ขอบใจเจ้ามาก ไหนๆเจ้าก็คิดมาแล้ว พี่สาวคนนี้จะขอลองฟังหน่อยก็แล้วกัน" ถึงแม้จะรู้สึกอับจนไร้หนทาง แต่ฮั่นผิงก็ยังอยากฟังวิธีการของผู้เป็นดั่งน้องสาวคนสนิท
"เอ่อ.......ความจริงมันไม่ใช่ความคิดของข้าหรอกเจ้าค่ะ ทั้งหมดเป็นความคิดของผู้ติดตามข้า"ว่าแล้ว เกาเซียงเซียงก็เริ่มอธิบายวิธีการ 3 วิธีของเย่หยุนซีโดยไม่คิดรอช้า
หลังจากสิ้นสุดวาจา! องค์หญิงฮั่นผิงคนงามก็ปรายตามองผู้ติดตามหนุ่ม ก่อนจะหันกลับมาหาผู้เป็นน้องสาว "วิธีการแรกกับวิธีการที่ 3 ตัดออกไปได้เลย เพราะพวกเรามิอาจลอบสังหารหรือหาสมบัติที่มีมูลค่ามากมายขนาดนั้นมาแลกเปลี่ยนกับอีกฝ่าย"
"ส่วนวิธีการที่ 2 นั้นน่าสนใจและยอดเยี่ยมมาก เพียงแต่ข้าจำเป็นต้องให้คนต้นคิดช่วยเหลือ ไม่ทราบว่าเขาจะยอมหรือเปล่า?"
"เอ๋! ข้างั้นหรือขอรับ?" เย่หยุนซีเมื่อได้ยินก็สะดุ้งตัวโหย่งราวกับตื่นจากภวังค์
ผู้เป็นองค์หญิงพยักหน้าหนึ่งครั้ง "ใช่ ในฐานะผู้คิดแผนการ ข้าอยากให้ท่านช่วยแสดงเป็นสวามีปลอมๆของข้าหน่อยได้หรือไม่ ถ้าหากผ่านพ้นเภทภัยไปได้ ข้าจะตอบแทนท่านให้สมกับการเสียสละ"
...............................
"นี่ๆมัวนิ่งอะไรอยู่เล่า รีบรับปากซะ" เกาเซียงเซียงเมื่อเห็นว่าพี่สาวคิดจะใช้แผนการที่นางเสนอจึงรีบหันไปออกคำสั่งกับผู้ติดตามตัวดี
'เห้้อ ปากพาซวยซะแล้วซิ ถ้าหากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ ข้าคงไม่เสนอความคิดเห็นบ้าๆนั่น' เย่หยุนซีถอนหายใจ ก่อนจะโค้งศีรษะให้กับสองโฉมสะคราญ
"ข้าน้อยรับบัญชาของทั้งสองท่าน แต่ทว่าก่อนจะไปถึงขั้นตอนนั้นพวกเราคงต้องจัดเตรียมเรื่องราวกันเอาไว้ให้ดี จะไม่มีข้อผิดพลาด"
"อืม ขอบคุณท่านมาก เราจะให้ความร่วมมือกับท่านอย่างเต็มที่" องค์หญิงฮั่นผิงตอบรับในทันที น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความซาบซึ้งระคนดีใจ เพราะถ้าหากแผนการนี้ลุล่วงไปได้ ตัวนางก็จะไม่ต้องกังวลเรื่องการแต่งงานอีกต่อไปในอนาคต