จารึกที่ 299 : ตัดขั้วปฐพี : ย่นระยะทาง สมรภูมิผู้แสวงมรรค
เสียงกัมปนาทที่รุนแรงยิ่งกว่าอสนีบาตฟาดฟัน ดังก้องสะท้านไปทั่วขุนเขาศักดิ์สิทธิ์อนันตกาล!
มหานาวาปราณแห่งสูญตา ป้อมปราการโลหะสีดำทมิฬที่ได้รับการหลอมรวมสมบัติล้ำค่าและอักขระบรรพกาล พุ่งทะยานแหวกอากาศธาตุด้วยความเร็วที่ฉีกกระชากมิติ วิหคอสูร 9 เศียรปีกทมิฬแผดเสียงร้องคำราม กางปีกทั้ง 4 คู่ที่สลักลวดลายแห่งความว่างเปล่า ทิ้งดิ่งลงมาจากฟากฟ้า พุ่งเข้าชน 'บานประตูทองคำศักดิ์สิทธิ์' ของมหาวิหารเทพอนันตกาลอย่างป่าเถื่อน!
"ครืนนนนนนนน... โครมมมมมมมมมมม!!!"
มหาค่ายกลพิพากษาที่เคยอวดอ้างว่าปกป้องความบริสุทธิ์ของวิหารเทพ บัดนี้ได้ถูก 'กฎเกณฑ์โลกใบเล็ก' ของมู่เฉินและองค์หญิงน้อยทับซ้อนจนเกิดรอยร้าวอยู่ก่อนแล้ว เมื่อต้องเผชิญกับแรงกระแทกของเรือเหาะที่ขับเคลื่อนด้วยเจตจำนงอันบ้าคลั่ง บานประตูทองคำที่หล่อหลอมจากศิลาวิญญาณสวรรค์และโลหะดารา จึงปริแตกและแหลกสลายกลายเป็นเศษซากปลิวว่อน!
"บุกทะลวง! ผู้ใดกล้าขวางทาง ข้าจะริบวิญญาณของมัน!"
เสียงตวาดอันเด็ดขาดของอาเจีย ดังก้องกังวานมาจากแท่นบัญชาการ นัยน์ตาสีดำสนิทที่ไร้ก้นบึ้งของชายหนุ่มสาดประกายดุดัน ปราณเซียนแท้สีเงินยวงเดือดพล่านอยู่รอบกาย ผสานเข้ากับอักขระสูญตาที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง
มหาวิหารเทพอนันตกาลที่เคยเงียบสงบและเต็มไปด้วยกลิ่นอายสูงส่ง บัดนี้กลายเป็นสมรภูมิที่สับสนวุ่นวาย! กองทัพผู้คุมชุดเกราะทองคำนับหมื่นที่ตั้งแถวรอรับมือ ต่างถูกแรงกระแทกจากการพังประตู พัดกระเด็นลอยละลิ่วกระอักเลือดสีทองคำออกมาเป็นสาย
ทว่า ขั้วอำนาจที่ปกครองทวีปหุบเขาต้องห้ามมานับหมื่นปี ย่อมมิได้พ่ายแพ้เพียงแค่มหาค่ายกลถูกทำลาย!
"บังอาจนัก! ผู้ฝึกตนนอกรีตกล้าเหยียบย่ำวิหารแห่งดวงตาโลหิต!"
จากส่วนลึกของวิหาร ปรากฏร่างของ '36 ขุนพลสวรรค์' ผู้ฝึกตนระดับวิญญาณแรกเริ่มขั้นกลางและขั้นปลาย พุ่งทะยานขึ้นสู่อากาศธาตุ! พวกมันสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ทับด้วยเกราะทองคำ ในมือถือศัสตราวิเศษที่เปล่งประกายอำนาจแห่งการลงทัณฑ์ รังสีวิญญาณของพวกมันประสานกัน ก่อตัวเป็นโดมพลังงานสีทองหมายจะบดขยี้มหานาวาให้แบนราบ!
"ตั้งค่ายกลตรึงมิติ! ปิดกั้นการเหาะเหินของพวกมัน! ตัดขั้วปฐพีอย่าให้พวกมันหลบหนีได้!" ขุนพลนำทัพตวาดลั่น
อักขระเทพสีทองนับล้านตัวพุ่งทะลักออกจากฝ่ามือของขุนพลทั้ง 36 ถักทอประสานกันกลางอากาศธาตุกลายเป็น 'ตาข่ายกักวิญญาณ' พื้นปฐพีรอบเรือเหาะพลันสูญเสียแรงดึงดูด มวลอากาศหนักอึ้งขึ้นเป็นหมื่นเท่า หมายจะกดร่างของกลุ่มสหายให้กระดูกแหลกเหลว!
"ตัดขั้วปฐพีตรึงมิติงั้นหรือ? ปาหี่หลอกเด็ก!"
อาเจียแค่นเสียงเย้ยหยัน ชายหนุ่มมิได้หลบซ่อนอยู่บนเรือเหาะ เขากระทืบเท้าลงบนหัวกะโหลกอสูร ร่างพุ่งทะยานแหวกอากาศธาตุออกไปเบื้องหน้า!
"ในเมื่อพวกเจ้าปิดกั้นมิติ... ข้าก็จะ 'พับ' มันให้ดู!"
"วิถีเต๋าแห่งสูญตา... ย่นระยะทาง ก้าวแทรกอากาศธาตุ!"
ในขณะที่ผู้ฝึกตนระดับวิญญาณแรกเริ่มทั่วไปใช้พลังปราณแหวกอากาศเพื่อเหาะเหิน ทว่ามรรคาของอาเจียที่หล่อหลอมจากปราณเซียนแท้ คือการบิดเบือนกฎเกณฑ์! ชายหนุ่มก้าวเท้าเพียง 1 ก้าว ทว่าพื้นที่เบื้องหน้านับพันจั้ง กลับถูก 'ดึง' เข้ามาหาตัวเขาประหนึ่งม้วนกระดาษที่ถูกพับทบ!
วูบ!
ร่างของชายหนุ่มหายตัวไปจากสายตาของ 36 ขุนพล ก้าวข้ามตาข่ายกักวิญญาณไปอย่างหน้าตาเฉย และไปปรากฏตัวอยู่เบื้องหลังขุนพลระดับวิญญาณแรกเริ่มขั้นปลายผู้หนึ่งในชั่วพริบตา!
"อะไรกัน! การย่นระยะทางระดับนี้... มันฝืนกฎเกณฑ์ฟ้าดิน!" ขุนพลผู้นั้นเบิกตากว้างด้วยความหวาดผวา มันพยายามจะหันกลับมาตวัดง้าวเพื่อป้องกันตัว
"กฎเกณฑ์ฟ้าดิน? มันก็แค่ข้ออ้างที่พวกเจ้าใช้กดขี่ผู้อื่น!"
อาเจียไม่ได้งัดศัสตราใดออกมา ชายหนุ่มเพียงแค่ยื่นมือขวาที่อาบด้วยความว่างเปล่า ทะลวงทะลุม่านพลังเกราะทองคำของศัตรูประหนึ่งทะลวงกระดาษเปียก! มือของเขาไม่ได้หมายเอาชีวิต ทว่าพุ่งเป้าไปที่ 'วงแหวนอักขระเทพ' ที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของขุนพลผู้นั้น ซึ่งเป็นรากฐานพลังงานของมัน!
"มานี่! ทรัพยากรของเจ้า ข้าขอริบ!"
"เนตรสูญตา... ดับสูญกฎเกณฑ์... กลั่นวิญญาณ!"
พริบตานั้น อักขระมารบรรพกาลบนท่อนแขนของอาเจียอ้าปากกว้าง กลืนกินอักขระเทพสีทองบริสุทธิ์ของศัตรูเข้าไปอย่างตะกละตะกลาม! ขุนพลวิหารเทพกรีดร้องโหยหวนเมื่อวิถีเต๋าที่บ่มเพาะมานับพันปีถูกลอกคราบหลุดออกจากวิญญาณทั้งเป็น!
อาเจียบีบอัดปราณเซียนแท้กลางอากาศธาตุ บังคับให้พลังอักขระเทพที่ดิ้นรน ควบแน่นและเปลี่ยนสภาพ! เพียงเสี้ยวลมหายใจ พลังนั้นก็ถูกบีบอัดจนกลายเป็น 'ศิลาวิญญาณสวรรค์' ระดับสูงสุด ร่วงหล่นลงสู่ฝ่ามือของเขา!
ชายหนุ่มโยนศิลาปราณก้อนใหม่เข้าแหวนมิติอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเตะร่างที่ไร้วิญญาณและไร้พลังของขุนพลผู้นั้น ให้ร่วงหล่นลงไปกระแทกพื้นวิหารเบื้องล่าง!
"เห็นหรือไม่! วิถีเต๋าที่แท้จริง คือการเปลี่ยนการโจมตีของศัตรู ให้กลายเป็นทรัพยากรเข้ากระเป๋า!" อาเจียหัวเราะลั่นกลางสมรภูมิ การดึงพลังเทพมาหลอมเป็นศิลาปราณกลางสนามรบ ทำให้ผู้ฝึกตนของวิหารเทพถึงกับจิตใจสั่นคลอน!
ทว่า การต่อสู้มิได้เป็นเวทีของอาเจียเพียงผู้เดียว!
เมื่อขุนพลอีก 3 คนเห็นสหายถูกลอกคราบวิญญาณ พวกมันก็ระเบิดโทสะ พุ่งทะยานเข้ามาล้อมรอบอาเจีย หมายจะใช้ค่ายกลสามประสานบดขยี้!
"อย่าคิดจะแตะต้องศิษย์พี่อาเจีย!"
เสียงใสทว่าทรงพลังของดรุณีน้อยดังก้องมาจากเรือเหาะ! เฟิงหลิงเอ๋อร์ผู้มีดวงตากลมโต บัดนี้นัยน์ตาของนางสาดประกายแสงสีฟ้าอ่อนที่สะท้อนภาพดาราจักร!
"เนตรดารา... ชี้ชะตาวัฏจักร!"
แม้พื้นที่รอบด้านจะเต็มไปด้วยฝุ่นควันและค่ายกลลวงตาของวิหารเทพ ทว่าในสายตาของเฟิงหลิงเอ๋อร์ นางมองเห็น 'เส้นทางการเดินปราณ' และ 'จุดอ่อน' ในการเคลื่อนไหวของขุนพลทั้ง 3 อย่างชัดเจน!
"พี่อี้หราน! ทิศอุดรเฉียงซ้าย! พวกมันกำลังรวบรวมลมปราณที่ช่องอก!" เฟิงหลิงเอ๋อร์ส่งกระแสจิตชี้เป้าอย่างแม่นยำ!
"รับทราบ! เผาพวกมันให้เกรียม!"
เฟิงอี้หรานพุ่งทะยานตามเส้นทางที่น้องสาวชี้เป้า ชายหนุ่มผู้ระเบิดเพลิงอัคคีบรรพกาล ไม่ได้ใช้การบินแบบธรรมดา ทว่าเขาใช้หลักการย่นระยะทางด้วยความร้อน! มวลอากาศเบื้องหน้าเขาถูกแผดเผาจนกลายเป็นสุญญากาศ ดึงร่างของเขาพุ่งทะลวงเข้าหาศัตรูด้วยความเร็วดุจดาวตกสีทองแดง!
"อัคคีบรรพกาล... หมัดมังกรผลาญสวรรค์!"
ทะเลเพลิงทะลักออกจากกำปั้นของเฟิงอี้หราน กระแทกเข้าใส่จุดอ่อนที่ช่องอกของขุนพลอย่างจัง! เปลวเพลิงแผดเผาเกราะทองคำจนหลอมละลาย ทะลวงเข้าสู่เส้นชีพจรและเผาทำลายแก่นทองคำในจุดตันเถียนของพวกมันจนสิ้นซาก! ขุนพลทั้ง 3 ร่วงหล่นลงสู่พื้นดินกลายเป็นเถ้าถ่านก่อนจะได้ส่งเสียงร้อง!
"ระวังเบื้องล่าง! มีค่ายกลลอบสังหารกำลังทำงาน!"
หลินชิงเสวี่ยที่ยืนอยู่บนแท่นเรือเหาะ หลับตาลง สตรีผู้เย็นชาดุจน้ำแข็ง พรสวรรค์ที่ซ่อนเร้นในสายเลือดวิญญาณของนางกำลังทำงานถึงขีดสุด! 'โสตสวรรค์' ของนางไม่ได้ฟังเสียงลมหายใจ ทว่านางได้ยินเสียง 'สั่นสะเทือนของอักขระซ่อนเร้น' ที่ผุดขึ้นมาจากแผ่นศิลาใต้เรือเหาะ!
"หน่วยสังหารเงา! พวกมันซ่อนตัวอยู่ในรอยแยกมิติใต้ดิน!"
หลินชิงเสวี่ยลืมตาขึ้น นัยน์ตาสาดประกายความตาย! สตรีน้ำแข็งก้าวล่วงออกจากเรือเหาะ ร่างกายของนางพลิ้วไหวประหนึ่งเกล็ดหิมะที่ไร้น้ำหนัก ทว่าทุกก้าวที่นางย่ำลงกลางอากาศธาตุ กลับทิ้งรอยเท้าที่แช่แข็งมิติเอาไว้!
"คิดจะลอบกัดในเงามืด... ก็จงถูกแช่แข็งอยู่ในความมืดนั้นตลอดกาล!"
"มรรคาเหมันต์นิรันดร์... ตัดสายใยวิญญาณ!"
หลินชิงเสวี่ยตวัดกระบี่สีฟ้าใสในมือ รังสีกระบี่ที่อัดแน่นด้วยความเย็นระดับศูนย์สัมบูรณ์ ไม่ได้พุ่งออกไปทำลายล้าง ทว่ามันสั่นสะเทือนด้วยความถี่ที่นาง 'ได้ยิน' จากค่ายกลศัตรู! รังสีกระบี่พุ่งแทรกซึมลงไปในพื้นศิลา ทะลวงเข้าสู่รอยแยกมิติอย่างแม่นยำ!
เพล้งงงงง!
เสียงกระจกมิติแตกละเอียดดังขึ้นพร้อมกับเสียงกรีดร้องของหน่วยสังหารเงากว่า 100 ชีวิต! ร่างของพวกมันถูกกระบี่เหมันต์แช่แข็งทั้งเป็นในรอยแยกมิติ กลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งที่ไม่อาจขยับเขยื้อนได้อีกต่อไป!
"ยอดเยี่ยม! เปิดทางให้สมบูรณ์! อย่าให้การทวงคืนทรัพยากรของข้าต้องสะดุด!"
อาเจียตะโกนชื่นชมสหาย ชายหนุ่มร่ายรำวิถีย่นระยะทาง พุ่งทะลวงเข้าสู่ใจกลางขบวนทัพของ 36 ขุนพล! ทุกครั้งที่เขาลงมือ ไม่มีการหลั่งเลือดที่สูญเปล่า ทว่ามีเพียงการลอกคราบอักขระเทพ ดึงสัจธรรมออกมาปั้นเป็นศิลาปราณก้อนแล้วก้อนเล่า!
"มดปลวกพวกนี้ ข้าจะจัดการริบทรัพยากรให้หมด! พี่ใหญ่ฉิน! พี่ปิงอวิ๋น! คุ้มกันเรือเหาะและฝ่าทะลวงเข้าไปยังโถงวิหารชั้นใน! เราต้องบุกให้ถึงศูนย์กลางก่อนที่พวกมันจะไหวตัวทัน!"
ฉินมู่หลางพยักหน้ารับ ยอดกระบี่ผู้มีกลิ่นอายก้าวล่วงวิญญาณแรกเริ่มครึ่งก้าว ก้าวออกมายืนประจันหน้า ยอดกระบี่ไม่ได้ใช้การเหาะเหิน ทว่าเขาหลอมรวมเจตจำนงกระบี่เข้ากับก้าวเดิน!
"กระบี่นิรันดร์... ตัดขั้วปฐพี!"
ฉินมู่หลางตวัดกระบี่นิรันดร์ฟาดฟันลงบนอากาศธาตุ! รังสีกระบี่สีเงินที่เปี่ยมไปด้วยความโศกเศร้าและการตัดขาดทุกวัฏจักร พุ่งทะลวงเป็นแนวยาว ผ่ามิติอากาศและพื้นศิลาของวิหารเทพให้แยกออกจากกันประหนึ่งหุบเหวลึก! รังสีกระบี่กวาดล้างสิ่งกีดขวางและผู้คุมชุดทองที่ขวางหน้า เปิดเป็นเส้นทางราบเรียบให้เรือเหาะมุ่งหน้าไปได้อย่างไร้อุปสรรค!
เย่ปิงอวิ๋นผู้เป็นมันสมองของกลุ่ม กระทืบเท้าลงบนหลังคาป้อมปราการ รากไม้วิญญาณพิษขนาดยักษ์นับหมื่นสายไชชอนออกมากางเป็นโล่พฤกษารูปโดม คุ้มกันเรือเหาะจากการโจมตีระยะไกลของเกาะลอยฟ้า!
มหานาวาปราณแห่งสูญตาวิ่งทะยานไปบนเส้นทางที่ถูกตัดขาดด้วยเจตจำนงกระบี่ มุ่งตรงสู่ยอดวิหารสูงสุด!
ทว่า ท่ามกลางสมรภูมิที่นองเลือดและเต็มไปด้วยความตึงเครียด... 2 ตัวตนที่ดูจะมีความสุขที่สุด กลับไม่ใช่ผู้ฝึกตน...
"โหลงเหลง โหลงเหลง! เสียงทองคำกระทบกัน มันไพเราะยิ่งกว่าบทสวดใดๆ! ฮ่าฮ่าฮ่า!"
เสียงดังก้องมาจากยอดเสาศิลาทองคำขนาดยักษ์หน้าวิหาร! 'เจ้าสัว' พยนต์ร่างทองคำขาววิญญาณ กำลังใช้มืออักขระงัดแงะเอา 'ผลึกแกนสวรรค์' ที่ประดับอยู่บนเสาออกมาอย่างขะมักเขม้น ร่างกายของมันพริ้วไหวหลบหลีกลำแสงโจมตีได้อย่างง่ายดาย สติปัญญาที่วิวัฒนาการ ทำให้มันรู้จุดอ่อนของโครงสร้างสถาปัตยกรรมเป็นอย่างดี!
"ยอดเสานี้ทำจากทองคำวิญญาณบริสุทธิ์! ถอดฐานมันออก! เราจะเอาเสานี้กลับไปหลอมสร้างค่ายกลของสำนัก!" เจ้าสัวตะโกนสั่งการ
เบื้องล่างเสา... 'เจ้าถุงเงิน' ราชันแมงมุมมิติสูญตา โปร่งแสงเลือนรางอยู่ในมิติอากาศ ขาหน้าของมันพ่นเส้นใยมิติเข้าไปรัดฐานเสาศิลาขนาดยักษ์ ก่อนจะออกแรงกระชากด้วยพละกำลังที่ก้าวล่วงมิติ!
ครืนนนนน! เสาศิลาทองคำสูง 100 จั้งหักโค่นลงมา ทว่ามันไม่ได้กระแทกพื้น กลับถูกเจ้าถุงเงินเปิดช่องท้องมิติ กลืนเสาทั้งต้นหายวับไปในพริบตา!
"ไอ้พวกลูกรัก! อย่ามัวแต่ริบเสา! แงะเอาแผ่นกระเบื้องศิลาบนพื้นมาด้วย! มันทำจากหยกวิญญาณชั้นดี!" อาเจียตวาดบัญชามาจากกลางดงศัตรู ขณะที่มือก็ยังคงปั้นศิลาปราณจากวิญญาณของขุนพล
การบุกวิหารเทพอนันตกาล ที่สมควรจะเป็นสงครามที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด บัดนี้กลับถูกกลุ่มสหายและพยนต์ผู้ละโมบ เปลี่ยนให้กลายเป็นมหกรรมการรื้อถอนและกวาดล้างทรัพยากรของวิหารเทพอย่างโจ่งแจ้ง!
...
ท่ามกลางความพินาศของด่านหน้าวิหารเทพ
ณ ยอดวิหารสูงสุด... มิติโลกใบเล็กของมู่เฉินยังคงทับซ้อนและกดข่มมหาค่ายกลพิพากษาเอาไว้อย่างหนักหน่วง ร่างเนื้ออักขระของมู่เฉินเปล่งประกายสีขาวบริสุทธิ์ เขาประทับนั่งขัดสมาธิอยู่เหนือเมฆา 2 มือร่ายรำโครงสร้างอักขระนับล้านตัวเพื่อต่อต้านแรงกดดันจากดวงตาโลหิตที่กำลังเกรี้ยวกราด
ดวงตาโลหิตขนาดยักษ์บนฟากฟ้า หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง มันสัมผัสได้ว่ารากฐานของวิหารกำลังถูกรื้อถอน! เส้นเลือดสีแดงคล้ำในดวงตานั้นกระตุกวาบ ปล่อยคลื่นอำนาจแห่งการทำลายล้าง พุ่งตรงลงมาหมายจะบดขยี้โลกใบเล็กของมู่เฉิน!
"กฎเกณฑ์ปรสิตของทวีปนี้ ช่างดื้อดึงยิ่งนัก..."
มู่เฉินรำพึงเบาๆ ปรมาจารย์มิได้หวาดหวั่น ทว่าเขาเหลือบมองดรุณีน้อยที่นั่งอยู่บนบัลลังก์อักขระเคียงข้าง
"องค์หญิงน้อย... คงต้องรบกวนเจ้า ใช้แก่นแท้ของพู่กันนิรันดร์ ช่วยแบ่งเบาภาระนี้สักครึ่งหนึ่งแล้ว"
องค์หญิงน้อยผมสีเงินยวงเชิดหน้าขึ้น นางยกมือขึ้นกอดอก "ข้าบอกแล้วไง ว่ากฎเกณฑ์จอมปลอมพวกนี้ มันไม่ได้ครึ่งของความน่ารำคาญของอาเจียด้วยซ้ำ! ดูข้านี่!"
จิตวิญญาณแท้จริงแห่งศัสตราบรรพกาล ลุกขึ้นยืนบนบัลลังก์อักขระ! นางผายมือทั้ง 2 ข้างออก ร่างกายโปร่งแสงของนางเปล่งแสงสีเงินยวงที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าแสงดารา!
"กฎเกณฑ์แห่งพู่กันนิรันดร์... วัฏจักรหมึกวารี... ปิดกั้นนภากาศ!"
ทะเลหมึกสีดำสนิท พุ่งทะลักออกมาจากโลกใบเล็ก! มันมิใช่น้ำหมึกธรรมดา ทว่ามันคืออำนาจแห่งการบดบังและชำระล้าง! ทะเลหมึกม้วนตัวขึ้นสู่ฟากฟ้า กลายเป็นม่านเมฆสีดำขนาดยักษ์ เข้าบดบังและห่อหุ้มคลื่นอำนาจการทำลายล้างของดวงตาโลหิตเอาไว้!
คลื่นพลังของวิหารเทพปะทะกับทะเลหมึกบรรพกาล ก่อเกิดเสียงซู่ซ่าประหนึ่งน้ำหยดลงบนเตาไฟดังก้องไปทั่วทวีป! ดวงตาโลหิตถูก 'หมึก' บดบังวิสัยทัศน์ชั่วคราว ทำให้แรงกดดันที่ส่งลงมาลดทอนลงไปกว่าครึ่ง!
"ยอดเยี่ยม... ตอนนี้ การคุ้มครองของเบื้องบนได้ถูกตัดขาดแล้ว อาเจีย... ส่วนที่เหลือ ก็ขึ้นอยู่กับความกล้าหาญของเจ้าแล้ว!" มู่เฉินส่งกระแสจิตลงไปยังเบื้องล่าง
...
ณ ลานกว้างหน้าโถงวิหารชั้นในสุด!
อาเจียร่อนตัวลงมาจากอากาศธาตุ หลังจากเปลี่ยน 36 ขุนพลให้กลายเป็นศิลาวิญญาณจนหมดเกลี้ยง! แหวนมิติของเขาอัดแน่นไปด้วยความมั่งคั่งที่มหาศาล ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึก รังสีความว่างเปล่าเดือดพล่านถึงขีดสุด
กลุ่มสหายและมหานาวาปราณแห่งสูญตา ตามมาสมทบเบื้องหลังอย่างรวดเร็ว
เบื้องหน้าของพวกเขา คือ 'แท่นบูชาทองคำขาว' ขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางวิหาร บนแท่นบูชานั้น ปรากฏร่างของชายชรา 9 คน นั่งขัดสมาธิล้อมรอบ 'ประตูสัมฤทธิ์โบราณ' ที่ฝังตัวอยู่ใต้พื้นศิลา!
9 สภาผู้อาวุโสสูงสุด! ผู้ฝึกตนระดับวิญญาณแรกเริ่มขั้นสมบูรณ์ที่ก้าวล่วงสู่ขอบเขตตัดวิญญาณครึ่งก้าว!
และประตูสัมฤทธิ์ที่อยู่เบื้องหลังพวกมัน คือเป้าหมายสูงสุดของการเดินทางครั้งนี้... ทางลงสู่ 'สุสานเทพบรรพชน'!
"พวกเจ้าก้าวมาได้ไกลถึงเพียงนี้... นับว่าวิถีเต๋าของพวกเจ้าวิปริตและฝืนลิขิตฟ้ายิ่งนัก..." ผู้อาวุโสอันดับ 1 ลืมตาขึ้น นัยน์ตาของมันทอประกายแสงสีทองที่หนักอึ้งประหนึ่งขุนเขา
ผู้อาวุโสทั้ง 9 ลุกขึ้นยืนพร้อมกัน! ปราณวิญญาณแรกเริ่มขั้นสมบูรณ์ของผู้ฝึกตนทั้ง 9 ผสานเข้าด้วยกัน ก่อเกิดเป็น 'รูปสลักดวงตาโลหิต' ขนาดยักษ์ที่ลอยอยู่เบื้องหลังพวกมัน! แรงกดดันนี้มหาศาลเสียจนมิติโลกใบเล็กของมู่เฉินที่ทับซ้อนอยู่ ยังเกิดรอยแตกร้าว!
"แต่ที่นี่... คือจุดจบของความโอหังของพวกเจ้า!" ผู้อาวุโสอันดับ 2 ตวาดลั่น "ประตูสุสานเทพบรรพชน คือความลับสูงสุดของดวงตาโลหิต! ผู้ใดที่หมายจะล่วงล้ำ... ต้องถูกสังเวยด้วยวิญญาณ!"
อาเจียแสยะยิ้ม ชายหนุ่มมิได้สะทกสะท้านต่อผู้ฝึกตนทั้ง 9 เขาก้าวออกมายืนประจันหน้า 2 มือไพล่หลัง อหังการประหนึ่งผู้กุมชะตากรรมของวัฏจักร
"ความลับสูงสุดงั้นหรือ? สำหรับข้า มันก็แค่ 'คลังสมบัติ' ที่ข้ากำลังจะหาทางเจาะเข้าไปช่วงชิง!"
อาเจียชู 'ป้ายหยกทะลวงอนันตกาล' ขึ้นมา!
"และบังเอิญว่า... ข้าเพิ่งไปได้ 'กุญแจ' ของคลังใบนี้มาด้วยราคาที่ยุติธรรม!"
พริบตาที่ 9 ผู้อาวุโสเห็นป้ายหยกสีเลือดในมือของอาเจีย ใบหน้าที่เคยหยิ่งยโสของพวกมันก็ซีดเผือด! พวกมันรู้ดีว่าป้ายหยกนั้นคือสิ่งใด! มันคือชิ้นส่วนรากฐานที่ถูกขโมยไป และมันคือสิ่งเดียวที่สามารถปลดล็อคประตูสัมฤทธิ์นี้ได้!
"แย่งป้ายหยกมา! สังหารพวกมันเดี๋ยวนี้! อย่าให้มันเข้าใกล้ประตู!" ผู้อาวุโสอันดับ 1 แผดเสียงคลุ้มคลั่ง พวกมันทั้ง 9 ละทิ้งความสงบนิ่ง พุ่งทะยานเข้าหาอาเจียพร้อมกัน! พลังแห่งสวรรค์จอมปลอม 9 สายพุ่งทะลวงดุจมหาสมุทรที่บ้าคลั่ง!
"ขวางพวกมันไว้!"
อาเจียสั่งการ! ชายหนุ่มไม่ได้ถอยหนี ทว่าเขากำลังผนึกปราณเซียนแท้และอักขระสูญตา ลงในป้ายหยกเพื่อทำการปลดล็อคประตู!
กลุ่มสหายเบิกตากว้าง พวกเขารู้ดีว่านี่คือการปะทะครั้งสำคัญ! หากป้องกันไม่ได้ การไขประตูย่อมล้มเหลว!
"ด้วยชีวิตของพวกเรา... จะไม่มีผู้ใดผ่านวิถีเต๋าของพวกเราไปได้!"
ฉินมู่หลาง เฟิงอี้หราน หลินชิงเสวี่ย และเย่ปิงอวิ๋น พุ่งทะยานขึ้นสู่เบื้องหน้าของอาเจีย! พวกเขาไม่ได้ใช้การตั้งรับ ทว่าพวกเขาเลือกที่จะ 'โจมตีสวนกลับ' อย่างเด็ดขาดที่สุด!
"กระบี่นิรันดร์... ตัดวัฏจักร!" ฉินมู่หลางเผาผลาญหยดเลือดวิญญาณ เจตจำนงกระบี่สว่างจ้าจนมืดบอด!
"อัคคีบรรพกาล... ระเบิดแก่นวิญญาณเพลิง!" เฟิงอี้หรานทุ่มเทปราณทั้งหมด สร้างกำแพงไฟที่ร้อนแรงที่สุด!
"โสตสวรรค์... เหมันต์สะท้อนกลับ!" หลินชิงเสวี่ยใช้พลังแช่แข็งมิติ เพื่อสะท้อนการโจมตีของผู้ฝึกตนทั้ง 9!
"มหาพฤกษา... โล่วิญญาณหมื่นชั้น!" เย่ปิงอวิ๋นสละรากไม้วิญญาณทั้งหมดเพื่อสร้างปราการที่หนาแน่นที่สุด!
"ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!"
การปะทะระหว่างพลังของวิหารเทพทั้ง 9 และเจตจำนงการปกป้องของกลุ่มสหาย ระเบิดออก! แรงกระแทกบดขยี้ลานวิหารจนแหลกละเอียด! ร่างของฉินมู่หลาง เฟิงอี้หราน หลินชิงเสวี่ย และเย่ปิงอวิ๋น กระเด็นถอยร่นกระอักเลือดอย่างรุนแรง! โล่พฤกษาแตกสลาย กำแพงไฟดับมอด ทว่า... พวกเขาสามารถถ่วงเวลา และสกัดกั้นการโจมตีของผู้ฝึกตนทั้ง 9 ไว้ได้ใน 'เสี้ยวลมหายใจ' สุดท้าย!
และในเสี้ยวลมหายใจนั้นเอง...
อาเจียอัดฉีดปราณสูญตาหยดสุดท้ายลงในป้ายหยก! เขาพุ่งทะยานแทรกมิติ ผ่านร่างของมิตรสหายที่ร่วงหล่น ไปหยุดยืนอยู่เหนือ 'ประตูสัมฤทธิ์โบราณ'!
ชายหนุ่มกระแทกป้ายหยกสีเลือด ลงบนร่องสลักรูปกิ่งไม้ดำที่กลางบานประตู!
"แกร๊ก... ครืนนนนนนนนนน!!!"
กฎเกณฑ์แห่งการปิดตายที่ถูกฝังมานับหมื่นปี พลันถูกปลดล็อค! แสงสว่างสีโลหิตที่เก่าแก่และลึกล้ำยิ่งกว่าดวงตาบนฟากฟ้า พวยพุ่งออกมาจากรอยแยกของประตูสัมฤทธิ์! กลิ่นอายแห่งความว่างเปล่า และอำนาจของ 'บรรพชน' แทรกซึมออกมากดทับจน 9 สภาผู้อาวุโสถึงกับทรุดลงคุกเข่าด้วยความหวาดผวา!
ประตูสัมฤทธิ์โบราณค่อยๆ เปิดออกอย่างเชื่องช้า เผยให้เห็นบันไดหินที่ทอดตัวลึกลงไปในความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง...
"ความลับของวิหารเทพ... ชาติกำเนิดของข้า... และขุมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุด... อยู่เบื้องล่างนี้แล้ว!"
อาเจียหอบหายใจ นัยน์ตาสีเงินยวงเบิกกว้างเมื่อจ้องมองลงไปในความมืด เขาหันกลับมามองมิตรสหายที่บาดเจ็บ รอยยิ้มอหังการปรากฏขึ้น
"ลงรถ! ทิ้งป้อมปราการไว้ที่นี่! เราจะลงไปทวงคืนความยุติธรรมในสุสานบรรพชนกัน!"
บุรุษชุดดำและกลุ่มสหายกำลังก้าวเท้าเข้าสู่ดินแดนต้องห้ามที่ลึกลับที่สุด ปริศนาของทารกไร้เนตรและกิ่งไม้สีดำ กำลังรอคอยพวกเขาอยู่เบื้องล่าง! ความจริงที่ดวงตาโลหิตซ่อนเร้นมานับหมื่นปี กำลังจะถูกเปิดโปงด้วยน้ำมือของผู้ครอบครองความว่างเปล่า!