“ไม่นึกเลยนะว่าเธอจะเป็พวกโรคจิตชอบแอบตามสโตคเกอร์ชาวบ้านด้วย”
ประโยคที่ทำเอาพวกเขาแทบล้มทั้งยืนเมื่อโนอาห์ยังมีกะจิตกะใจหยอกล้อหญิงสาวแม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่อย่างนี้ แน่นอนว่าย่อมผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ถูกพาดพิงเสียๆหายๆย่อมอยากที่จะเข้าไปเล่นงานเ้าคนปากดีหรือพูดจาตอบโต้กลับ ติดที่ว่าเ้านักฆ่าในคราบนินจาปริศนานี้ทำตัวราวกับคีมเหล็ก ล็อคตัวเธอแถมยังเอามีดมาจ่อคอตามสูตรสำเร็จที่หาได้ทั่วไป
มันกำลังพยายามทำให้ทุกคนไม่เครียด
ซึ่งดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ผลซักเท่าไหร่กับคนที่รับบทเป็ผู้ร้ายคนนั้น
“อย่าพูดมาก! รีบนำทางข้าไปหาเ้าสิ่งนั้นเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นชีวิตนังหนูจะเป็ยังไงไม่มีใครรับประกันได้นะบอกไว้ก่อน” นักฆ่าที่ดูจะจริงจังกว่าใครๆออกคำสั่งพวกเขาโดยทันทีไม่สนว่าชายหนุ่มทั้งสี่จะเล่นลูกไม้อะไรอีก แต่กลับกลายเป็ว่าพวกเขาทั้งสี่หันหน้ามามองกันโดยไม่เข้าใจว่าเ้าของสิ่งนั่นที่ว่ามันคืออะไร
ทันใดนั้นเองชายหนุ่มที่ดูจะถนัดงานนี้มากที่สุดก็สาวเท้าออกมายังเบื้องหน้า หลังจากผ่านการปรึกษาหารือกันทางกระแสจิตที่ดูเหมือนว่าจะมีคนเพียงสองคนนั้นที่เข้าใจ ในขณะที่นิกซ์ได้แต่ปล่อยให้อารันจัดการไป เพราะเขาเชื่อมั่นเป็อย่างยิ่งว่าผลที่ได้ย่อมออกมาดีกว่าให้โนอาห์ลงมือเจรจามากนัก และกวินเองก็ลอบมองเหตุการณ์ด้วยท่าทีสนอกสนใจว่าจะดำเนินไปได้ยังไง
“ปล่อยตัวผู้หญิงซะ แล้วพวกเราจะนำทางนายไป” อารันเปิดบทสนทนาด้วยรอยยิ้มที่ประดับบนดวงหน้าสวยโดยพยายามทำตัวเป็ผู้ถือไพ่เหนือกว่า แต่ต้องไม่รีบร้อนเกินไปจนผู้ร้ายไหวตัวทันชิงลงมือฆ่าตัวประกันที่เป็ไพ่เพียงใบเดียวของตนขึ้นมา
มาลองดูกันว่าจะไปได้กันซักแค่ไหน
“พวกแกคิดว่าข้าโง่งั้นเหรอ ขืนปล่อยนังนี่ไปจะพวกแกอาจจะเผ่นแนบหนีไปด้วยกันหมดแล้วก็ได้ ยังไงซะความดีความชอบในภารกิจนี้ของข้าก็ต้องมาเป็อันดับหนึ่ง ไม่ต้องมาเสียเวลาถ่วงเวลาให้มากนักเลย” ชายปริศนาแค่นเสียงตอบ พลางกดมีดลงไปในต้นคอของหญิงสาวช้าๆจนเืเริ่มไหลออก แต่ว่าสาวเ้าก็ดูจะทนทายาดและมีความอดทนสูงเสียเหลือเกินที่ไม่ปริปากร้องออกมาซักคำ
แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย
ขืนจะหลอกถามข้อมูลไปเรื่อยๆก็คงจะไม่ได้อะไร ซ้ำร้ายเซเรน่าเองอาจจะเป็อันตรายเสียด้วยซ้ำ
อารันยิ้มกริ่มปากขยับเอื้อนเอ่ยประโยคต่อไปอย่างแช่มช้าหมายต่อรองให้นานขึ้นกว่านี้ แต่แล้วเสียงะเิกัมปนาทที่ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นจากตรงไหนก็ดังขึ้น ก่อนที่จะได้ตีความกันไปเองนักฆ่าผู้นั้นจึงเป็ฝ่ายเฉลยเสียก่อนว่าะเิลูกนั้นมันมีความเป็มายังไง
“ฮึ!! ถือว่าข้าสงเคราะห์ให้ก็แล้วกัน พวกแกคงไม่คิดหรอกนะว่าจะมีใครกล้าลอบเข้ามาในโรงเรียนอวาลอนเพียงลำพัง เสียงที่แกได้ยินคงอาจจะเป็ะเิที่ไหนซักแห่งโดยใครซักคนในกลุ่มของข้า และอาจจะมีใครบางคนโดนลูกหลงซะด้วยซ้ำไป” แม้จะถูกปิดบังใบหน้าเอาไว้แต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นแทบจะเดาได้ทันทีท่าว่าตอนนี้เ้านักฆ่านั้นคงสะใจอย่างถึงที่สุด ขณะที่นิกซ์นั้นหน้าซีดเผือดแทบจะถลาตัววิ่งออกไปดูลาดเลาแต่ก็ถูกโนอาห์จับไหล่เอาไว้เสียก่อน
ปล่อยให้เป็หน้าที่อารัน
ใบหน้าของชายผมดำสื่อออกมาได้เช่นนั้น
“แต่นายคงไม่คิดหรอกใช่ไหมว่าจะหนีรอดจากที่นี่ไปได้” อารันยิ้มบางออกมาพึงพอใจกับอาการชะงักงันของชายปริศนาตรงหน้า พลางกล่าวต่อไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบััไม่ได้ว่าอยู่ในความรู้สึกหรืออารมณ์ไหน
“แน่นอนว่าตอนนี้นายเองอาจจะใช้เพื่อนของฉันที่โดนจับเป็ตัวประกันเป็ใบเบิกทางชั้นดี แต่คิดจริงๆเหรอว่าที่นี่จะขาดแคลนยอดฝีมือถึงขนาดเล่นงานแกจากข้างหลังที่เปิดช่องว่างไม่ได้น่ะ” เพียงพริบตาที่อารันกล่าวจบ นายนักฆ่าผู้นั้นจึงลอบหันไปมองข้างหลังด้วยอารามใไม่สมกับเป็ยอดฝีมือ และนั้นเองที่ถึงกับทำให้ดวงตาของเขาต้องเบิกกว้าง
ชายหนุ่มผมดำที่ควรจะยืนอยู่ข้างหน้าตนบัดนี้มายืนประชิดข้างหลังั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครทราบ โนอาห์อาศัยชั่วเวลาเสี้ยววินาทีที่อารันมอบให้อย่างคุ้มค่า เมื่อเปิดช่องว่างถึงขนาดนี้เป็เื่ไม่ยากที่จะอาศัยวิชาตัวเบาอันเป็เลิศของตนพุ่งผ่านสายลมมาทักทายนักฆ่าผู้ไม่เจียมตนด้วยรอยยิ้มได้
ประกอบกับที่เซเรน่าเห็นเป็โอกาสก็ไม่พลาดที่จะฉกฉวยเอาไว้ ยกเท้าเหยียบไปยังเท้าของชายที่ล็อคตัวเธอไว้สุดแรง จนมือข้างที่พันธนาการอยู่เผลอปล่อยฮวบอย่างไม่รู้ตัว เซเรน่าวิ่งถลาไปยังเบื้องหน้าที่มีพวกอารันคอยรอรับอยู่ด้วยความว่องไว และนั้นเองชายปริศนาก็ได้สูญเสียไพ่ในมือใบสุดท้ายไปเสียแล้ว
เมื่อเป็เช่นนี้ชายปริศนาจึงสยบลงแทบเท้าโนอาห์อย่างง่ายดายเพียงแค่การออกแรงอาศัยไม่กี่กระบวนท่า ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆก่อนจ้องมองร่างในชุดนินจาด้วยใบหน้านิ่งเฉย
เ้าหมอนี่ก็แค่ลูกกระจ๊อกระดับล่าง
ทางอื่นน่าจะลำบากยิ่งกว่านี้
“เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” อารันเปิดปากถามเป็คนแรกด้วยความสงสัยเช่นเดียวกับทุกคนในบริเวณนั้น
“ถามมาได้ ก็ตามพวกนายมาน่ะสิ” เธอตอบพลางเกลี่ยผมไม่ให้ปรกหน้า “พอดีว่าตอนนั้นฉันลืมของไว้ที่ห้องนั่งเล่น แล้วก็บังเอิญมาเจอกับพวกนายที่เดินลงมาจากห้องพอดี อันที่จริงก็กะว่าจะทักอยู่แหละ ถ้าไม่ติดว่ามีใครบางคนพูดประมาณว่าจะออกไปเดินเล่นข้างนอก ฉันเลยแอบตามมาดูเผื่อจะดักรวบพวกนายสามคนให้กลับหอพักเพราะว่ามันผิดกฎใช่ไหมล่ะ ที่ตามมานี่ก็แค่จะหาโอกาสพูดแบบจะๆไม่ให้ใครบางคนมันบิดพลิ้วอีกน่ะสิ” เสียงหวานเจื้อยแจ้วดังออกมาจากปากของเซเรน่าที่ตอนนี้เหลือบตามองไปยังชายผมดำที่กำลังเดินมาทางนี้พร้อมกับยิ้มแหยๆ
“งั้นแสดงว่าคุณได้ยินเื่ที่พวกเราคุยกันหมดเลยเหรอครับ?” นิกซ์เลิกคิ้วถาม เพราะถ้าเป็แบบนี้จริงตลอดเวลาที่พวกเขาคุยกันทั้งหมดหญิงสาวตรงหน้าก็รับรู้หมดเลยน่ะสิ
“ใช่แล้ว ฉันได้ยินหมดเลย” หญิงสาวพยักหน้ารับ “ก็เลยเปลี่ยนแผนเป็แอบฟังไปเรื่อยๆแทน จนพวกนายมาเจอกับภารโรงนี้นี่แหละ จนสุดท้ายอีตานั่นไม่รู้โผล่มาจากไหน จับตัวล็อคฉันไว้เฉยเลย เื่มันก็เป็แบบนี้เองนั้นแหละ” เธอว่าพลางทอดมองร่างกายที่กำลังนอนสลบสไลไม่ได้สติ
ชายที่เกือบจะคร่าชีวิตเธอไปแล้ว
“จนเื่มันยุ่งยากขึ้นไปกว่าเดิมเนี้ยสิน่า หัวหน้าชั้นปีคนใหม่ของเรานี่นับวันจะสร้างแต่ปัญหาจริงๆเลยให้ตายสิ ต้องให้พวกฉันมาคอยตามล้างตามเช็ดอยู่ได้” โนอาห์พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มที่ทุกคนในที่นั้นให้เสียงเป็การเดียวกันว่าเสแสร้งจนน่าถีบเป็ที่สุด และก่อนที่จะเกิดโต้เถียงกันไปมาระหว่างหนึ่งชายหนึ่งหญิงที่มักจะไม่ลดลาวาศอกให้แก่กัน เสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้นมาขัดซะก่อน
“จะยังไงก็ช่างเถอะ พวกเธอจะเอายังไงต่อ?” กวิ้นถามขึ้นมาหลังจากเห็นว่ากว่าจะเข้าเื่นี้คงกินเวลาไม่ใช่น้อยถ้าปล่อยให้โนอาห์และเซเรน่ากัดกันไปมา ยังไงซะความจริงที่ว่าตอนนี้มีกลุ่มบุคคลไม่ทราบฝ่ายลอบเข้ามาก่อความวุ่นวายในโรงเรียนก็ยังคงไม่จางหาย และดูท่านักฆ่าคนนั้นคงจะไม่ได้พูดโกหก เพราะในระหว่างที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่นี่เอง เสียงะเิและดังกรีดร้องของผู้คนก็ดังขึ้นเป็ระยะๆ
จะรอช้าไม่ได้ เพราะในตอนนี้พวกเขาเองแทบจะเรียกได้ว่าเคลื่อนไหวได้สะดวกที่สุด โนอาห์และเซเรน่าได้ยินดังนั้นจึงเลิกราที่จะต่อล้อต่อเถียงเนื่องจากเหตุผลที่ภารโรงของทางโรงเรียนยกมาก็ดูเป็เื่ที่ต้องให้ความสำคัญ แม้จะมีเสียงฮึดฮัดไม่ชอบใจของฝ่ายหญิงกับเสียงถอนหายใจของฝ่ายชายก็ตาม
“ในตอนนี้ฉันคิดว่าพวกนักเรียนบางส่วนอาจจะไม่รู้เื่ เผลอๆอาจจะกำลังถูกโจมตีโดยกลุ่มคนพวกนั้น ถึงจุดประสงค์ของมันจะพอทราบบ้างว่าหมายตาอะไรบางอย่างไว้ซึ่งน่าจะเป็สิ่งของ แต่ก็เท่านั้น บางทีฉันคิดว่าพวกมันบางคนคงไม่เลือกวิธีการ และบางทีอาจจะมีนักเรียนหรืออาจารย์บางคนเข้าขัดขวาง ในจุดนี้ฉันเลยเกาะกลุ่มกันไปรังแต่จะให้เสียเวลาโดยใช่เหตุ เราจะแยกออกเป็สองกลุ่ม” อารันที่ดูตั้งสติได้ก่อนใครแจกแจงแผนการทันที โดยก็ไม่มีใครคัดค้านมีแต่พยักหน้าอย่างเห็นดีเห็นงามไปด้วย
ในเวลาแบบนี้การกระจายข่าวเป็สิ่งสำคัญ
ถ้าเคลื่อนไหวเป็กลุ่มใหญ่ๆจะมีตัวเลือกที่ให้ทำไม่มาก
บางทีหนทางนี้อาจจะเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้วก็ได้
“กลุ่มแรกถ้าเป็ไปได้รีบตรงดิ่งไปยังหอพักทุกหอหรือแจ้งข่าวกับอาจารย์ทุกคนเท่าที่จะทำได้ว่าพวกมันมีจุดประสงค์อะไร กลุ่มสองมุ่งหน้าไปรอบๆโรงเรียนเพื่อตรวจเช็คสถานการณ์ในมุมกว้างอีกที” อารันพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ถึงแม้จะมีจุดเคลือบแคลงในแผนการหลายจุดแต่ในสถานการณ์บีบคั้นขนาดนี้ก็ถือว่าดีเกินคาด และยังสั้นๆง่ายๆได้ใจความไม่ต้องมีขั้นตอนอะไรหลายชั้น
“ถ้างั้นเื่ของสมาชิกในกลุ่มล่ะ?” โนอาห์ถามขึ้น
“กลุ่มแรก ฉันคิดว่าให้นิกซ์กับกวินคอยดำเนินการผลที่ได้คงออกมาไม่เลว ส่วนกลุ่มที่สองก็อย่างที่รู้ๆกัน” พ่อค้าที่รับบทเป็เสนาธิการคลี่ยิ้มออกมาเป็ครั้งแรกอย่างรู้เท่าทัน แต่ก็ไม่วายมีเสียงคัดค้านดังขึ้นพร้อมๆกันจากคนสองคน
“ฉันขออยู่กลุ่มที่สาม!!!” โนอาห์ค้านทันควัน
“เื่อะไรที่ฉันต้องอยู่กับตานี่!!” เซเรน่าขึ้นเสียงสูง
ล่มกันั้แ่ยังไม่ได้เริ่ม ทุกคนที่เหลือในบริเวณนั้นถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน
หลังจากที่พวกโนอาห์แยกตัวกันไปไม่นาน
เสียงดังสนั่นก็กระจายดังไปทั่วโรงเรียน เป็เหตุให้ปลุกนักเรียนหลายคนรวมถึงครูบาอาจารย์ลงดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และเหตุการณ์ดังกล่าวก็เป็ไปในลักษณะของลูกโซ่ คนตื่นคนแรกปลุกคนที่สอง คนที่สองปลุกคนที่สามถ่ายเทเป็ทอดๆจนในที่สุดก็ไม่เหลือใครซักคนเดียวที่จะนอนอยู่ แต่ตอนนี้นักเรียนทั้งหลายเชื่อมั่นเป็อย่างยิ่งว่าบางทีการนอนอยู่เฉยๆอาจจะอะไรที่วิเศษที่สุดแล้วก็เป็ได้
การปะทะเกิดขึ้นไปทั่วบริเวณของโรงเรียนอวาลอน ราวกับาขนาดย่อมๆระหว่างนักเรียนและอาจารย์กับกลุ่มคนปริศนาสวมชุดดำที่ไม่รู้อันตรธานมาจากไหนกันมากมายจนทางฝั่งโรงเรียนแทบจะรับมือไม่ไหว นอกจากนี้คนที่จะส่งไปขอความช่วยเหลือจากทางข้างนอกก็ไม่สามารถทำได้เนื่องจากตอนนี้โรงเรียนอวาลอนถูกครอบไปด้วยกำแพงมนต์ที่มองไม่เห็น นั้นหมายความว่ากว่าพวกทหารจากทางเมืองหลวงจะส่งกองกำลังมาช่วยคงจะไม่ทันการ
ดังนั้นแล้วพวกที่อยู่ในโรงเรียนจึงต้องลงมือปะฉะดะเอง
“บัดซบเอ้ย!! ไอ้พวกนี้มันโผล่มาจากไหนเยอะแยะวะฮะ!!” ไรอันะโขึ้นอย่างหัวเสียหลังจากกลิ้งตัวหลับการโจมตีจากโกเล็มสัตว์อัญเชิญของหนึ่งในกลุ่มคนในชุดดำอย่างทุลักทุเล
“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เห็นทีไม่สู้คงไม่ได้” ดรากูนกล่าวยิ้มๆถึงใบหน้าจะเต็มไปด้วยจากการปะทะกับชายชุดดำที่ดูเหมือนไปสามคนติดๆ คทาในมือประวิงร่ายเวทย์สาดซัดออกไปแทบจะไม่ทัน
เสมือนกับว่ากำลังรับมือกับกองทัพอะไรซักอย่าง
ก็ในเมื่อพวกมันมีทั้งนักเวทย์ นักดาบ นักอัญเชิญ ไหนจะยังมีนักฆ่าหรือนักธนูสารพัดสารเพที่จะมีได้ ทำให้การต่อสู้เป็ไปด้วยความทุลักทุเลมากถึงมากที่สุด และนั้นรวมไปถึงนักเรียนชั้นปี 1 บ้านซูซาคุที่โผล่ออกมาเป็กลุ่มแรกๆทั้งที่ยังไม่ทันจะได้ออกสำรวจว่าเกิดอะไรขึ้น ศัตรูก็พากันดาหน้ามาเรื่อยๆราวกับไม่มีวันหมด
“แล้วไอ้พวกนี้ฝีมือมันก็ไม่ใช่ไก่กาซะด้วยแฮะ” เดรคพึมพำขึ้นมาเบาๆควงปืนคาบศิลาเวทมนตร์ในมือทั้งสองกระบอกหลังจากจัดการเก็บนักฆ่าผู้โชคร้ายไปได้แล้วหนึ่งราย
“ยังดีที่พวกมันมีฝีมือไม่ค่อยเท่าไหร่” เสียงดังมาจากราเชลที่ตอนนี้ยืนปาดเหงื่อมือกำคทาในมือส่ายส่องสายตาไปรอบๆว่าควรจะไปช่วยใครก่อนดี
แต่มันดันมาเรื่อยๆนี่สิ!!
เสียงกู่ร้องในใจของเพื่อนๆหลายคนในชั้นปีดังขึ้น แต่ก็ะโตอบกลับไปไม่ได้เพราะต้องจดจ่ออยู่กับการต่อสู้ตรงหน้ามากกว่าที่จะเอาเวลาไปทำอย่างอื่น บางคนใช้ดาบ บางคนใช้คทา บางคนใช้อาวุธอย่างอื่น หรือหลายๆคนก็หลบอยู่ข้างในคอยเป็หน่วยพยาบาทซึ่งเ้าหญิงเลฟิเอ้ก้เป็หนึ่งในเ้าหน้าที่พยาบาทกิติมศักดิ์ที่พวกเขาต่างยกให้อย่างไม่มีเงื่อนไข
แหงล่ะ ใครจะให้ผู้หญิงบอบบางแบบนั้นมารับทัพจบศึก
แต่เมื่อเทียบกับผู้หญิงๆคนอื่นในชั้นปีที่แม้แต่ผู้ชายบางคนยังต้องซูฮกนั้นถือเป็ข้อยกเว้น ไรอันเผลอไผลคิดในใจจนเกือบจะโดนโกเลมทุบหัวหลังจากเห็นฝีไม้ลายมือของสามสาวที่ยังเหลืออยู่พลางกลืนน้ำลายเอือกใหญ่สาบานกับตนเองว่าจะไม่เสนอหน้าเป็ศัตรูกับแม่พวกนี้เด็ดขาด
ดาบคาตะนะของยูกิที่สะบัดไปทางไหนทางนั้นล้วนมิอาจมีใครเหลือรอด เพราะเ้าตัวเล่นประสานเวทย์ลงไปในเพลงดาบจนร่างกายของผู้เคราะห์ร้ายไม่ปลิวประเด็นหายไปก็กลายเป็ขี้เถ้าจากเวทย์ธาตุไฟหรือประติมากรรมน้ำแข็ง ทั้งสวยงามและทรงพลัง
ก็สมแล้วที่โนอาห์ย้ำนักย้ำหนาว่าจะท้าสู้ใครก็ได้ในชั้นปี 1
ยกเว้นเ้าหล่อน
ไรอันสะบัดความคิดหลังจากคว่ำโกเล็มที่ปะทะกับตนอยู่นานสองนานจนอันตรธานหายไป และก่อนที่จะขยับมือร่ายเวทย์เล่นงานเ้าคนอัญเชิญที่เป็ตัวการสำคัญ กลับกลายเป็ว่าคนๆนั้นถูกเล่นงานไปต่อหน้าต่อตาโดยหญิงสาวอีกคนนึง ที่ตอนนี้กำลังหันมายิ้มให้กับเขาจนไรอันต้องเผลอโบกมือให้ยิ้มแห้งๆตอบกลับไป
สาวน้อยบอบบางที่มีชื่อว่า อาเบย์โนะ ซายากะ
เขาพอจะรู้อยู่บ้างว่าศาสตร์องเมียวของตระกูลอาเบย์โนะนั้นมีความแตกต่างและความพิศดารเหนือล้ำเวทมนตร์ทั่วไป ทั้งกรรมวิธีและขั้นตอนการบริกรรมคาถาที่แตกต่างกับเวทมนตร์สายปกติ แต่ด้วยโชคดีที่โรงเรียนนี้ให้อิสระทางเลือกกับนักเรียนมากพอที่จะไม่จำกัดจำเขี่ยว่าต้องใช้เวทมนตร์ที่กำหนดแม้ว่านั้นคือการสอบ
ด้วยเหตุนี้เองซายากะก็เป็ผู้หญิงอีกหนึ่งคนที่โนอาห์บอกว่าอย่าไปแหยมถ้ายังรักชีวิต
ไรอันหวนนึกถึงเื่ตอนนั้นที่คุยกัน พอตนถามเหตุผลว่าทำไมอีกฝ่ายก็ได้แต่ยิ้มแหยๆเอาแต่พูดประโยคซ้ำไปซ้ำมา จนเขาเองก็เลิกที่จะตอแยด้วย แต่กว่าที่สมองจะระลึกชาติไปได้ไกลกว่านั้นลูกไฟปริศนาก็พุ่งมาหาเขาจนก้มต่ำหมอบหลบแทบจะไม่ทัน
ลูกไฟที่ไม่ได้มาจากศัตรูแต่อย่างใด
แต่มาจากผู้หญิงที่ชื่อว่า เฟียน่า สเตโน่
หญิงสาวเ้าของชื่อที่บัดนี้ร่ายบอลธาตุนานาชนิดขึ้นมาไม่ต่ำกว่าหลักหน่วยรายล้อมรอบตัว แต่ละลูกพวยพุ่งออกไปโดยไม่ได้มีเป้าหมายอยู่ที่ศัตรู แต่ด้วยจำนวนที่มากเกินไปทำให้มีบ้างที่พอมีศัตรูคนใดคนหนึ่งหลบได้ผู้เคราะห์ร้ายรายต่อไปถ้าไม่ใช่ศัตรูคนอื่นก็คงจะเป็เพื่อนร่วมชั้นเช่นเขาเป็ต้น
มีแต่ผู้หญิงน่ากลัวๆแบบนี้
ใครที่ไหนจะไปจีบลง!!
ยังไม่นับเซเรน่าที่ตอนนี้ไม่รู้หายหัวไปตอนไหนเช่นเดียวกับพวกของโนอาห์ที่พากันเห็นพ้องต้องกันหายตัวไปพร้อมกันโดยไม่มีใครทราบสาเหตุ การหายตัวไปที่ถ้าไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นพวกเขาคงจะพากันพูดคุยกันสนุกปากแล้วว่านักเรียนชายสามคนลอบลักพาตัวลูกสาวคนสำคัญของตระกูลสวานีเซียร์
แต่ดูท่าข้อสันนิษฐานนั่นดูท่าจะไม่เป็ความจริง
“อ๊ะ! พวกคุณยังปลอดภัยกันหมดใช่ไหมครับ!!” นิกซ์วิ่งหน้าตั้งแหวกเวทมนตร์นานาชนิดมาหาเพื่อนๆของเขาที่ส่วนหนึ่งสาละวนอยู่กับการต่อสู้ และข้างๆมีชายคนนึงถือไม้กวาดวิ่งตามมาติดๆ ชวนให้เป็ที่น่าสงสัยมากนักแต่ตอนนี้อารมณ์กรุ่นๆมันมีมากกว่า
“พวกคุณไปไหนกันมาคะ รู้หรือเปล่าว่าคนอื่นเขาเป็ห่วงกันแทบแย่น่ะ!!” ซายากะขึ้นเสียงสูงชิงตอบแทนผู้ชายหลายๆคนที่ตอนนี้ได้แต่ทำปากขมุบขมิบพยักหน้าสนับสนุนเพราะโดนแย่งพูดไปหมดแล้ว
“ถ้าแบบนั้นเราก็ต้องรีบไปช่วยพวกคุณโนอาห์ไม่ใช่เหรอคะ”
ซายากะทวนเสียงหลงขึ้นมาอย่างเข้าใจถึงสถานการณ์ในตอนนี้อย่างถ่องแท้ รวมถึงเพื่อนๆร่วมชั้นปีเดียวกันส่วนหนึ่งที่หลบฉากเข้ามาข้างในก็คิดแบบนั้น แต่ตอนนี้แค่คิดจะขยับออกจากลานหน้าหอซักหนึ่งก้าวก็เจอศัตรูหนึ่งคน เดินต่อไปก็เจออีกได้เรื่อยๆ ขืนเป็แบบนี้พวกเขาคงไม่ต้องไปไหนกันพอดี
“มันก็จริงอยู่ที่เราควรตามไปช่วย แต่ตอนนี้จะให้ทำยังไงได้ล่ะ ขืนเราขนกันไปหมดขืนพวกนั้นมันบ้าเืบุกมาในหอจะทำยังไง ไม่นับเื่ที่พวกเราแทบจะขยับไปไหนไม่ได้ด้วยซ้ำ” เลชานกล่าวประท้วงในความจริงที่ทุกคนต้องประจักษ์
ก็ในเมื่อพวกรุ่นพี่ยกโขยงออกไปที่อื่นกันเสียส่วนใหญ่โดยเฉพาะพวกปีสามโดยออกคำสั่งว่าให้อยู่กับที่ไม่ต้องไปไหน แต่เพราะจำนวนศัตรูที่มากเกินไปถ้าไม่ป้องกันตัวเสียบ้างเห็นทีจะพากันชิบหายไปมากกว่านี้ พวกเขาจึงลงความเห็นกับรุ่นพี่บางส่วนว่าข้างในหอจะเป็ส่วนพยาบาลคนเจ็บทั้งหลายซึ่งดูท่าจะมีมากใช่ย่อย โดยเฉพาะเ้าหญิงคนสำคัญของพวกเขาที่ตอนนี้เริ่มออกอาการเหนื่อยหอบจากการใช้มนต์รักษาติดต่อกันนานๆ
“ถ้าเื่นั้นล่ะก็เราแบ่งคนไปก็ได้นี่คะ คนส่วนน้อยก็ออกไปตามหาพวกคุณโนอาห์ อีกส่วนก็อยู่เฝ้าหอเหมือนเดิม” ซายากะยิ้มบางๆตอบกลับไป
“แต่ว่าแบบนั้นกำลังคนของเราจะลดลงไปอีก...” เลชานถอนหายใจ
“ข้าจะอยู่เฝ้าที่นี่ไว้เอง รับรองว่าจะไม่มีใครซักคนที่จะผ่านเข้ามาถึงข้างในได้” ยูกิเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบหลังจากเห็นนายหญิงของเธอทำหน้ากระอักกระอ่วนใจมาได้ซักพัก ถึงแม้ว่าถ้าเป็ไปได้ก็อยากจะอารักขาอย่างใกล้ชิด แต่สำหรับเธอแล้วซายากะนั้นสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ความ้าของซายากะจะว่าเป็สิ่งที่ยูกิต้องช่วยเหลือผู้เป็นายอย่างเต็มที่
“ยูกิจัง...ขอบคุณนะ” ซายากะกุมมือของเพื่อนคนสำคัญของเธอแล้วกล่าวคำขอบคุณออกมาด้วยรอยยิ้ม
อันที่จริงเธอคิดว่าทั้งโนอาห์และอารันสามารถเอาตัวรอดเองได้
แต่เซเรน่านั้นแตกต่างออกไป
“ถ้างั้นเราจะไปแหวกวงล้อมยังไงกันดีล่ะ หรือจะเก็บพวกมันให้หมดค่อยยกโขยงไปพร้อมกัน?” ไรอันเลิกคิ้วถาม
“ถ้าเื่นั้นล่ะก็ผมมีวิธีครับ” นิกซ์แย้มรอยยิ้มพูดขึ้นมาช้าๆจนทุกคนหันมามองที่เขาเป็ทางเดียว
“วิธีที่ว่านี่…อย่าบอกนะว่า?” ราเชลยิ้มเจื่อนๆไม่นึกว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะมีความคิดเช่นนั้น หรือจะบอกให้ถูกก็คือไม่คิดว่าจะทำได้
“ใช่แล้วครับ เราจะไม่เดินทางบนพื้นดิน” นิกซ์เอ่ยขึ้นมาช้าๆด้วยความมั่นใจอย่างเป็ที่สุด
“แต่เราจะเดินทางกันบนท้องฟ้าต่างหากล่ะครับ” ชายตัวเล็กฉีกยิ้มกว้าง
มันต้องสนุกแน่