Ep. 11
"สวัสดีค่าคุณมะนาว"
"สวัสดีค่ะคุณมารี นี่ค่ะมะนาวมีขนมมาฝากจากร้านเพื่อนมะนาวเอง^^"
"อุ๊ย ขอบคุณค่ะ แหม..น่ารักตลอดเลย"
"นานๆทีต่างหากล่ะค่ะ มีอีกเยอะเลย มะนาวเอามาฝากอาหมอกับพยาบาลคนอื่นๆด้วย" ฉันรับกล่องขนมจากหมอเพ้นท์มายื่นให้คุณพยาบาลมารี เป็ขนมที่ฉันสั่งจากเสียงหวานแล้วก็เพิ่งไปรับมาเมื่อเช้าก่อนจะมาโรงพยาบาล
"อ่ะๆๆ พวกเธอเอานี่ไปคุณมะนาวแฟนหมอเพ้นท์เอามาฝาก เอาลงไปแบ่งๆข้างล่างกินด้วย"
"น่ากินทั้งเลย ชิฟฟ่อนเค้กน่าอร่อยจัง จากร้านน้องเสียงหวานแน่เลย เมื่อคืนเข้าไปดูไลฟ์อยู่เห็นว่าเพื่อนสั่งขนมมา ที่แท้ก็เป็คุณมะนาวนี่เอง"
"ขอบคุณนะคะ แหม..คุณมะนาวนี่สวยแล้วยังใจดีอีก ส่วนหมอเพ้นท์ก็หล่อ คู่สร้างคู่สมจริงๆสองคนนี้" ชมมาขนาดนี้ฉันก็ได้แต่ยิ้มรับอย่างเดียวถึงแม้จะสวยมั่นหน้าแล้วก็มั่นใจมากก็เถอะนะ
"อ่าว พยาบาลแพมมาพอดีเลยมาเอานี่ไปกินสิ คุณมะนาวเธอเอามาฝากมีหลายถุงหลายกล่องเลย"
"ขอบคุณนะคะ แต่พอดีว่าดิฉัน..."
"รับไว้เถอะนะคะลองชิมดูก่อนก็ได้ อันนี้ดีต่อสาวๆที่กำลังลดน้ำหนักด้วยนะคะ กินแล้วไม่อ้วนแน่นอน มะนาวรับประกันและที่สำคัญอร่อยมากค่ะ^^"
"เอ่อ...ขอบคุณค่ะ" พยาบาลสาวคนนั้นเธอรับกล่องขนมจากคุณมารีด้วยสีหน้านิ่งๆก่อนจะเดินผ่านไป เธอนิ่งมากจริงๆนะขนาดพูดขอบคุณเมื่อกี้ปากเธอยังไม่มีแม้แต่รอยยิ้มเลย
"เธอเพิ่งย้ายเข้ามาใหม่เหรอคะ? มะนาวรู้สึกไม่เคยเห็นหน้าเลย"
"อ๋อเปล่าหรอกค่ะ เธอทำอยู่ที่นี่ได้ปีกว่าแล้วแต่เป็คนเงียบๆไม่ค่อยพูดหรือสุงสิงกับใครเพราะแบบนี้น้องมะนาวก็เลยอาจจะไม่ค่อยได้เห็นหน้าเธอเท่าไหร่มั้งคะ"
"งั้นเหรอคะ.."
"แต่ก็ปกติล่ะค่ะ อย่าไปสนใจเลยค่ะ ไม่มีอะไรแปลกหรอกพวกเราทุกคนที่นี่ชินกันแล้ว ว่าแต่ทำไมวันนี้น้องมะนาวเข้ามาพร้อมหมอเพ้นท์แต่เช้าเลยล่ะค่ะเนี่ย"
"อ๋อ พอดีว่าสักสิบโมงมะนาวมีนัดคุยงานกับเพื่อนที่ร้านอาหารแถวๆนี้อ่ะค่ะ อยู่ห้องคนเดียวก็เหงาเลยออกมาพร้อมหมอเพ้นท์ซะเลย งั้นมะนาวไม่กวนแล้วนะคะ"
"ตามสบายเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับขนมนะคะ กินแล้วไม่อ้วนแบบนี้ต้องถูกใจท่าน ผอ.แน่เลย" คุณพยาบาลมารีพูดแล้วก็ชูถุงขนมขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างก่อนจะเดินไปอีกทาง ตอนนี้ก็เหลือแค่ฉันกับหมอเพ้นท์เพราะหมอและพยาบาลคนอื่นๆต่างก็แยกย้ายกันไปประจำหน้าที่ของแต่ละคน
"หิวแล้วยังคะ ป่ะ เราเข้าไปข้างในกันเถอะจะได้ทานข้าวกัน" มื้อเช้าของเราสองคนวันนี้ไม่ใช่สลัดอย่างทุกวันแต่เป็อาหารเกาหลีและแน่นอนว่าฉันไม่ได้เป็คนทำเองแต่แวะซื้อจากร้านอาหารก่อนจะถึงโรงพยาบาลนี่แหละ
"ดูสิคะ น่ากินทั้งนั้นเลย" ตอนนี้ฉันกับหมอเพ้นท์นั่งอยู่ที่ชุดโซฟารับรอง กล่องข้าวและกล่องหารทุกอย่างถูกวางไว้บนโต๊ะตัวเล็กตรงหน้า ฉันเปิดกล่องอาหารออกแล้วเงยหน้าไปส่งยิ้มสดใสให้หมอเพ้นท์เพราะแค่ได้มีโมเม้นท์ที่นั่งกินข้าวด้วยกันกับเขาแบบนี้ก็เป็อะไรที่ทำให้ฉันมีความสุขแบบเก็บไว้ไม่อยู่จนต้องปลดปล่อยมันออกมาผ่านแววตาและรอยยิ้ม แล้วก็นะอีกอย่างหนึ่งที่ต้องมาพร้อมกันโดยธรรมชาติเลยก็คือเสียงสองเสียงสามที่ฉันกำลังใช้พูดกับเขาอยู่อย่างตอนนี้นี่ไง
"ที่บอกให้ผมแวะร้านนี้เมื่อเช้าเพราะอยากให้ผมกินหรือเพราะมะนาวอยากกินกันแน่ครับ?"
"หื้มมม.. ก็ทั้งสองนั่นแหละ อะไรที่อร่อย อันไหนที่มะนาวชอบ มะนาวก็อยากให้คนที่มะนาวรักได้กินด้วยไงคะ แล้วอีกอย่างที่มะนาวมีความสุขมากขนาดนี้ไม่ใช่เพราะอาหารพวกนี้ซะหน่อย แต่เพราะอะไรรู้มั้ยคะ?" ฉันพูดพร้อมกับค่อยๆขยับตัวเขาไปหาเขาจนริมฝีปากของฉันเฉียดไปมาที่ปลายคางของคุณหมอคนหล่อ มือหนาของเขาค่อยๆเลื่อนเข้ามาโอบเอวฉันไว้เราประสานสายตามองสบตากัน แววตาอบอุ่นคู่นี้จะมองกี่ครั้งกี่ครั้งก็ทำให้ฉันตกหลุมรักได้เสมอเลย...
หมอเพ้นท์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้นเรื่อยๆ นิ้วแข็งจับปลายคางฉันให้แหงนหน้าขึ้นเพื่อเตรียมรับกับริมฝีปากหนาที่กำลังจะประกบเข้ามา เจออย่างนี้แล้วมีเหรอที่ฉันจะไม่สนอง.. ผู้หญิงที่รักนวลสงวนตัวอย่างฉันก็รีบเผยอปากรอเขาอย่างรู้งานเลยน่ะสิ
"อืมมมม์" ทันทีที่ความร้อนผ่าวประกบลงมาฉันก็หลับตาลงแล้วเอื้อมมือโอบรอบคอเขาไว้ เราสองคนขยับริมฝีปากจูบสลับกันไปมา ลิ้นหนาเกี่ยวรัดตวัดหยอกล้อกับลิ้นของฉันให้ความรู้สึกถึงความหวานละมุมกับจูบของเขา แต่ก่อนที่อะไรๆมันจะเกินเลยทำให้เราสองคนอดใจไม่ไหวเผลอทำอะไรที่มากกว่านี้ ฉันก็ต้องเป็ฝ่ายดันอกเขาให้ออกห่างจนในที่สุดเขาก็ผละออกคอยส่งสายตาเคลิบเคลิ้มจ้องหน้าฉันอยู่ตลอดเวลา ริมฝีปากสีเข้มแบบธรรมชาติของผู้ชายตอนนี้มันดูช่ำวาวเพราะถูกเคลือบไปด้วยน้ำลายของเราทั้งสองคน มุมปากมีรอยเปื้อนลิปสติกให้เห็นอยู่เล็กน้อยทำให้ฉันต้องอมยิ้มให้เขาด้วยความเอ็นดู
"ที่มะนาวมีความสุขมากขนาดนี้เพราะได้นั่งกินข้าวกับหมอต่างหากล่ะคะ"
"ขอบคุณนะครับ" สิ้นเสียงขอบคุณนั้นเขาก็ทำท่าจะโน้มใบหน้าลงมาจูบปากกับฉันอีกรองแต่ครั้งนี้ฉันใช้ฝ่ามือตัวเองบังไว้ทำให้กลายเป็ว่าเขาจูบที่ฝ่ามือของฉันแทน
"ส่วนเื่อื่นที่นอกเหนือจากกินข้าว ไว้มะนาวจะชดใช้ให้คืนนี้นะคะ" เราสองคนต่างยิ้มออกมาเพราะรับรู้ถึงความหมายที่สื่อให้กันและแน่นอนว่าทั้งฉันแแล้วก็เขาต่างก็รอคอยเวลาของคืนนี้ ฉันยื่นมือไปเช็ดรอยลิปสติกที่เปื้อนตรงมุมปากออกให้หมอเพ้นท์ก่อนจะหันมาจับตะเกียบคืบไข่ม้วนจ่อที่ปากหนา
"มาค่ะ เดี๋ยวมะนาวป้อน อ้าาาา..."
ก๊อก ก๊อก!!
แต่เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นจากด้านนอกทำให้ฉันและหมอเพ้นท์หันไปมองพร้อมๆกันโดยที่มือยังถือตะเกียบคีบไข่ม้วนจ่อปากคนตรงหน้าไว้อยู่อย่างนั้น
"เอ่อ...ขออนุญาตค่ะ" เป็คุณพยาบาลแพมนี่เอง พยาบาลเงียบขรึมที่ฉันไม่ค่อยคุ้นหน้าคนเมื่อกี้ แต่พอเห็นว่าเป็พยาบาลชุดขาวที่เปิดประตูเข้ามาฉันก็รีบหันไปมองนาฬิกาที่ข้างผนังทันที มันก็เหลือเวลาอีกตั้งสิบห้านาทีนี่นากว่าจะถึงเวลาหมอเพ้นท์เข้าเวรจริงๆ
"มีอะไรรึเปล่าคะ?"
"เอ่อ..คือ..ฉันต้องขอโทษจริงๆที่เข้ามารบกวนเวลาส่วนตัวของพวกคุณ พอดีว่าต่างหูของฉันหายไปข้างหนึ่งและคิดว่าคงจะหายในห้องนี้น่ะค่ะ.. ขออนุญาตสักครู่ได้มั้ยคะ" เธอพูดเสร็จแล้วก็เดินเข้ามาก้มๆเงยๆอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของหมอเพ้นท์ก่อนจะหันมาหยุดยืนมองพวกเราสองคนนิ่งๆ
"เอ่อ..ถ้าไม่ว่าอะไรฉันขอดูที่โซฟาหน่อยได้มั้ยคะ?" ไม่ใช่ละ แบบนี้ฉันว่ามันชักจะเริ่มไม่ปกติแล้วแหละ ต่างหูหายแล้วจะมาหาบนโซฟาในห้องทำงานของแฟนฉันเนี่ยนะ? นี่มันพล็อตละครไทยที่ตัวอิจฉาอยากสร้างความร้าวฉานให้พระเอก-นางเอก ชัดๆ
"อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะคะ คือว่าเมื่อเช้าฉันเอาฟิล์มเอกซเรย์ของคนไข้มาให้หมอเพ้นท์ก่อนที่หมอจะเข้ามาน่ะค่ะ" พยาบาลแพมรีบอธิบายด้วยน้ำเสียงร้อนรนคงเพราะสังเกตเห็นสีหน้าไม่พอใจของฉันละมั้ง แต่พอเธออธิบายเหตุผลมาอย่างนั้นฉันก็ต้องเปลี่ยนสีหน้าเป็ฉีกยิ้มบางๆให้ แล้วฉันกับหมอเพ้นท์ขยับตัวหลบให้เธอเข้ามาค้นหาต่างหูที่ว่าบนโซฟา
"อ๊ะ!! เจอแล้วค่ะ โล่งอกไปที นึกว่าทำหายไปจริงๆซะแล้ว เอ่อ..พอดีว่าต่างหูคู่นี้แม่ฉันซื้อให้เป็ของขวัญวันเกิดก่อนที่ท่านจะเสียน่ะค่ะ"
"อ๋อค่ะ ขอแสดงความเสียใจด้วยสำหรับเื่คุณแม่นะคะ" ฉันพูดออกไปด้วยน้ำเสียงนิ่งๆและทิ้งสายตามองหน้าพยาบาลแพมด้วยความสงสัยใคร่รู้ ไม่เห็นเหมือนที่คุณมารีบอกเลยไหนว่าเธอเป็คนที่ค่อนข้างเงียบไม่ค่อยพูดคุยอะไรกับคนอื่นนอกเหนือจากเื่งานยังไงล่ะ แต่นี่เธอเพิ่งจะเล่าเื่ส่วนตัวของเธอให้ฉันฟังเลยนะ หรือว่าไม่ใช่ฉันแต่เป็อีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ
"เอ่อ..ฉันคงพูดมากไปแล้วล่ะค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ" เธอกำต่างหูรูปผีเสื้อสีดำที่เพิ่งหาเจอไว้แน่นหลังจากที่มองมันอยู่พักหนึ่งก่อนจะใช้ปลายนิ้วกรีดซับน้ำตาที่หางตาเบาๆ ซึ่งมันก็ดูน่าสงสารแล้วก็น่าเห็นใจอยู่หรอกนะกับเื่ที่เธอเล่าและกับปฏิกิริยาของเธอที่แสดงออกมาตอนที่เจอต่างหูนั้น แต่ทำไมฉันรู้สึกเหมือนมีอะไรแปลกๆ จะว่าฉันหมั่นไส้เธอเพราะเป็พยาบาลผู้หญิงและได้เข้ามาใกล้ชิดกับแฟนฉันทุกวันก็ไม่น่าใช่ ความรู้สึกนี้ไม่มันเหมือนที่ฉันรู้สึกกับพวกพยาบาลสาวๆคนอื่นที่ชอบส่งสายตาอ่อยแฟนฉัน แต่มันมีอะไรที่แปลกกว่านั้นซึ่งฉันก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน ไม่รู้สิ..เซ้นส์ฉันบอกแบบนั้นนะ
"ทานข้าวกันต่อเถอะครับ ผมมีเวลาไม่มากแล้ว มา..ผมป้อน" หมอเพ้นท์พูดขึ้นมาเมื่อพยาบาลแพมเดินออกจากห้องไปแล้ว เขาจูงฉันให้ไปนั่งลงที่โซฟาอย่างเดิม แต่ฉันยังสงสัยเื่เมื่อกี้อยู่มันยังคาใจอยู่ไม่หายกับความแปลกที่ก่อเกิดขึ้นในความรู้สึกฉัน
"สนิทกันเหรอคะ?" พอฉันถามแบบนั้นเขาก็เงียบแถมยังทำหน้างงงวยเหมือนไม่รู้เรืี่องอะไรอีกด้วย
"หมายถึงใครครับ?"
"ก็พยาบาลคนเมื่อกี้ไงคะ จะใครซะอีกล่ะ!" นอกจากฉันกับหมอแล้วในห้องนี้ก็มีเข้าๆออกๆอยู่แค่คนเดียวคือพยาบาลแพมแล้วจะให้ฉันหมายถึงใครกัน
"ทำไมมะนาวถึงคิดแบบนั้น?"
"ก็คุณพยาบาลมารีบอกว่าเธอเป็คนค่อนข้างเงียบไม่คุยกับใครนอกจากเื่งาน แต่เมื่อกี้หมอก็เห็นว่าเธอกำลังพูดเื่แม่ตัวเองให้ได้ยินอยู่น่ะ"
"รีบทานข้าวกันเถอะครับ ผมไม่มีเวลาแล้ว" เขาไม่ตอบคำถามฉันเท่านั้นไม่พอ อาหารที่คีบมาจ่อปากจะป้อนฉันก่อนหน้านี้ก็เปลี่ยนเป็ยัดใส่ปากตัวเองแทน
"นี่หมอเมินคำถามมะนาวเหรอคะ?! มะนาวถามว่าสนิทกับพยาบาลคนนั้นหรือเปล่าหมอก็ไม่ยอมตอบ ทำแบบนี้มะนาวว่าต้องมีอะไรแน่นอนเลย"
"ถ้ามันมีอะไรจริงๆผมต้องพูดแล้วก็อธิบายให้คุณฟังอยู่แล้ว แต่นี่มันไม่มีอะไรเลยที่รัก พยาบาลแพมไม่เคยคุยเื่ส่วนตัวกับ ผมเองก็เพิ่งได้ยินครั้งนี้ครั้งแรกเหมือนกันอาจจะเพราะของที่หายนั้นมันสำคัญกับเธอมากจริงๆทำให้ดีใจจนเก็บไว้ไม่อยู่แล้วเผลอแสดงตัวตนอีกมุมหนึ่งของเธอออกมาไงครับ" ฉันยังนั่งหลังตรงแล้วกำลังครุ่นคิดอยู่ถึงหมอเพ้นท์จะอธิบายมาแบบนั้นและฉันก็เชื่อเขาแล้วก็เถอะ แต่ถึงยังไงฉันก็คิดว่าพยาบาลคนนั้นต้องมีอะไรแปลกๆแน่ๆ ฉันเชื่อเซ้นส์ตัวเอง
"อ้าปากหน่อยครับคนดี.." หมอเพ้นท์ก้มหน้ามาใช้ปลายจมูกเขี่ยแก้มฉันแล้วคีบอาหารมาป้อนด้วย ท่าทางอ้อนๆของเขาทำให้สุดท้ายแล้วฉันก็ยอมยิ้มออกมาง่ายๆจนได้
...........................................................................
1 ชั่วโมงผ่านไป
'มะนาวไปก่อนนะคะ แล้วเจอกันตอนเย็นค่ะที่รัก' ฉันแปะโน๊ตแผ่นนั้นไว้บนโต๊ะทำงานของหมอเพ้นท์เพราะถึงเวลานัดแล้วและหมอเพ้นท์ไม่ได้อยู่ในห้อง หลังจากทานข้าวด้วยกันเสร็จเขาก็รีบออกไปทำงาน ส่วนฉันก็นั่งอ่านและตอบคอมเม้นท์จากคลิปเก่าๆที่ฉันเคยลงในยูทูป ห้องพักหมอนี่เงียบดีจังตอนอยู่ในห้องมันทั้งสบายหูแล้วก็สบายใจแต่พอเปิดประตูออกมาเท่านั้นแหละ อย่างกับอยู่กันคนละโลก ข้างนอกนี้ทั้งหมอแล้วก็พยาบาลต่างก็พากันวิ่งวุ่น ทั้งวิ่งทั้งเดินไม่มีใครอยู่นิ่งกันเลยสักคน เสียงประกาศเรียกชื่อคนไข้ก็ดังขึ้นไม่หยุดทั้งเสียงจ้อกแจ้กพูดคุยกันของคนไข้ดังอื้ออึง พอได้เห็นแบบนี้แล้วฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทุกคืนเวลาหมอเพ้นท์กลับมาถึงห้องแล้วมีสภาพเหมือนคนแทบจะคลานแบบนั้น
ฉันเดินเลี่ยงออกมาข้างหลังตึกเพราะคนไม่ค่อยเยอะและรถก็จอดที่ข้างหลังพอดี เดินออกมาจนเสียงดังระงมวุ่นวายเ่าั้ค่อยๆบางหูลงแล้วก็มาเจอร้านขายสลัดโรลแบบตั้งโต๊ะขายของคุณยายคนหนึ่งแถวๆลานจอดรถแต่ที่ทำให้ฉันต้องขมวดคิ้วก็คือพยาบาลชุดขาวคนหนึ่งที่มายืนซื้อของอยู่ตรงนี้ทั้งๆที่คนอื่นเขากำลังวุ่นวายกันอยู่ในตึก ใครกันนะ?!
"เหลือกล่องเดียวเองไม่เหมาให้ยายหน่อยเหรอจ๊ะหนู?"
"แค่สองกล่องก็พอ"
"ซื้อสามกล่องเดี๋ยวยายลดให้ ยายนั่งขายแต่เช้าแล้วไม่หมดสักที"
"กินแค่สองคนจะให้หนูซื้อไปทำไมสามกล่อง รีบใส่ถุงให้หนูเร็วๆเถอะค่ะ"
"โอ้ยย เหลือแค่กล่องเดียวเอง..."
"หนูเอาหนึ่งกล่องค่ะ" ฉันกำลังจะขึ้นรถอยู่แล้วเชียวแต่บทสนทนาของแม่ค้ากับลูกค้ายูนิฟอร์มชุดขาวคนนี้ทำให้ฉันต้องเดินมาช่วยยายซื้อกล่องที่เหลือ
"แม่หนูคนสวยมาช่วยซื้อกล่องสุดท้ายพอดี ขอบคุณมากๆนะหนู ยายนั่งขายจนหลังขดหลังแข็งมาั้แ่เช้าแล้ว"
"อ้าว พยาบาลแพมนี่เองมะนาวก็คิดว่าใคร" ฉันยิ้มให้คุณยายแล้วหันไปทักทายคนข้างๆ เธอมีสีหน้าในิดหน่อยไม่ใช่เพราะกลัวว่าฉันจะไปฟ้องหมอเพ้นท์ว่าตัวเองแอบมาซื้อของทั้งที่คนอื่นๆกำลังยุ่งกันอยู่ข้างในตึกหรอกนะ
"มื้อเที่ยงเหรอคะ?" ฉันเหลือบตามองถุงที่อยู่ในมือเธอ
"เอ่อ..ค่ะ มื้อเที่ยง"
"ทำไมซื้อสองกล่องล่ะคะ หรือว่าคุณพยาบาลแพมยังไม่ได้ทานมื้อเช้า?"
"อ้ะ ได้แล้วจ้าคนสวย" ก่อนที่พยาบาลแพมจะได้ตอบคุณยายก็ยื่นถุงที่ใส่กล่องสลัดโรลมาให้ฉันซะก่อน
"ไม่ต้องทอนนะคะยาย^^" ฉันรับถุงมาพร้อมยื่นแบงค์ร้อยให้ไป
"อู้ยยย ทั้งสวยทั้งใจดีแม่พระมาโปรดจริงๆแม่คุณ ขอให้ผัวรักผัวหลงนะหนูนะ"
ฉันยิ้มรับคำอวยพรของคุณยายแล้วหันมาจะคุยกับคนข้างๆต่อแต่พยาบาลแพมก็รีบวิ่งออกไปซะแล้ว ฉันได้แต่มองตามหลังเธอและมื้อเที่ยงสองกล่องในถุงที่เธอถือไปด้วยพร้อมกับความคิดและความสงสัยที่ผุดขึ้นมาในหัว ไม่สนิทและไม่ค่อยพูดกับใครนั่นก็แสดงว่าเธอคงไม่ค่อยมีเพื่อน แต่ทำไมซื้อไปสองกล่อง...
******** to be continued
ใน่วิกฤตโควิด19 ไรท์ขอให้นักอ่านที่รักทุกคนปลอดภัยจากไวรัสและโรคภัยต่างๆ ดูแลสภาพและสู้ไปด้วยกันนะคะ ถึงแม้ไรท์จะห่างหายไปหลายวันแต่หวังว่านิยายตอนนี้จะช่วยให้คนที่ได้อ่านมีความสุขและอามรมณ์ดีขึ้น เป็กำลังใจเล็กๆน้อยๆที่จะช่วยให้ทุกคนผ่านวันนี้ไปได้นะคะ สู้ๆค่ะ
❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️
ปล.ไรท์พูดไม่ค่อยรู้เื่และเป็คนขี้เขินพูดไม่ค่อยเก่งแต่หวังว่านักอ่านจะรับรู้และเข้าใจสิ่งที่ไรท์พยายามจะสื่อออกไปด้วยความรักนะคะ????

ตอนนี้ไรท์มีเพจด้วย ฝากเข้าไปกดไลค์และกดติดตามด้วยนะงับ ????????????