ในระหว่างที่พวกผู้ใหญ่กำลังวุ่นวายช่วยกันตระเตรียมข้าวของออกมาจากแหวนมิติ และกำไลมิติกันอยู่นั้น ว่าผู้ใดมีอะไรกันบ้างเพื่อจะได้คิดรายการอาหารมื้อกลางวันที่ฉุกละหุกนี้ให้น่ากินเหมือนอยู่บ้าน
เพราะตั้งแต่มีแหวนมิติ กำไลมิติที่เหนี่ยวเหนี่ยวได้สร้างให้พวกท่านได้สวมใส่ไว้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นของกิน ของใช้ ก็มีครบหมดทุกอย่างแล้วไม่ต้องกังวลเลยว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินอะไรขึ้นมาจะไม่มีอะไรติดตัวกัน
“เอาโต๊ะเตี้ย หรือว่าพวกผ้าปู หรือเสื่อสานดีเล่า”ท่านแม่
“ข้าว่าเอาโต๊ะออกมาดีกว่านะส่วนพวกเสื่อสานเอาไว้นั่งดีกว่า หรือจะใช้เก้าอี้เล็กดีล่ะ”ท่านป้าอี้
“ใช้เสื่อสานปูนั่งดีกว่านะจะได้บรรยากาศดีกว่า เสมือนว่าออกมาทำธุระที่ชายป่าน่ะ”ท่านป้าฉือ
“งั้นก็ได้”ท่านแม่
พวกผู้หญิงก็พากันวุ่นวายตกแต่งสถานที่กันอย่างเต็มที่ มีทั้งดอกไม้ป่าพลังธาตุมาปักวางให้สวยขึ้นอีกด้วย สีหน้าพวกนางแต่ละคนดูสนุกสนานและมีความสุขมากๆในตอนนี้
ทางด้านเหล่าบรรดาพวกผู้ชายได้แต่พากันมองอย่างงงๆ แต่ไม่กล้าเอ่ยปากอะไรแม้แต่ครึ่งคำหลุดจากปากออกมาเพราะไม่อย่างนั้นแล้วอาจจะโดนนิ้วพิฆาตกันอีกก็ได้
“พวกผู้หญิงต้องทำกันถึงขนาดนี้เชียวเหรอเนี่ยฮะ?”ท่านลุงฉือ พูดเสียงกระซิบให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ก็นั่นน่ะสิ พวกนางทำเหมือนออกมาเที่ยวเล่นจริงๆ”ท่านลุงอี้
“เฮ้อ…”ท่านพ่อ
ส่วนเหนี่ยวเหนี่ยว ตอนนี้กำลังนั่งคิดอยู่ว่าป่าแถวนี้จะมีวัตถุดิบอะไรอีกบ้างนะที่พอจะมาทำอาหารเพิ่มเติมอีก จึงได้ตัดสินใจเรียกสัตว์อสูรในพันธะมาใช้งานเสียที หลังจากที่ปล่อยให้พวกมันสองตนไปเที่ยวเล่นนานแล้ว
“เจ้าขาวผ่อง เจ้าเด้งดึ๋งกลับมาได้แล้วข้ามีงานให้ทำ”เหนี่ยวเหนี่ยว เปล่งคำพูดออกมาแบบปรกติๆ เพียงไม่กี่ลมหายใจเจ้าขาผ่อง เจ้าเด้งดึ๋งก็พากันมาอยู่ตรงหน้าแล้ว
“เจ้านาย….พวกข้ากลับมาแล้ว”ขาวผ่อง เด้งดึ๋ง
“โอ้…ถ้าไม่เรียกตัวก็ไม่ยอมกลับมาเลยนะพวกเจ้านี่ เป็นสัตว์อสูรใจแตกเสียแล้ว”เหนี่ยวเหนี่ยว
“เอ๋…??”ขาผ่อง เด้งดึ๋ง ยังคงงุนงงคำว่าใจแตกของเจ้านายมัน แต่พอสัมผัสความรู้สึกได้ก็รับรู้ได้อย่างทันทีว่ามันคืออันใดกัน ก็พากันขวยเขินต่อเจ้านายเพราะพวกมันเพลิดเพลินกับการเล่นประกายละอองธาตุสีทองๆของเจ้านายพวกมันจริงๆ
“เจ้านาย ขาวผ่องเพียงแค่ไปรับไอพลังธาตุของเจ้านายรอบๆเพื่อเพิ่มระดับพลังธาตุในกายให้มันแข็งแกร่งขึ้น”ขาวผ่อง รีบแก้ตัวอย่างรวดเร็วว่าที่ไปมิใช่ว่าหนีเที่ยว
“ใช่ๆเจ้านายอย่างที่พี่ใหญ่ขาวผ่องบอกท่านเลย เมื่อพวกข้ามีพลังธาตุที่แข็งแกร่งขึ้น ก็จะยิ่งช่วยเจ้านายทำอะไรได้หลายๆอย่างเยอะแยะไปหมดเลยนะเจ้าคะ”เจ้าเด้งดึ๋ง ก็กระโดดดึ๋งๆ ขึ้นไต่ตัวเจ้านายอย่างออดอ้อนทันที
“เอาล่ะ เอาล่ะ ข้าจะเชื่อพวกเจ้าละกัน แต่ว่าข้าไม่ได้ห้ามพวกเจ้าหรอกอยากจะไปไหน ทำอะไรก็ได้ แต่ตอนนี้งานเร่งด่วนคือหาวัตถุดิบอะไรที่อร่อยๆมาให้พวกท่านแม่ข้าทำอาหารกลางวันเพิ่มเติมได้หรือไม่เล่า??”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ได้เลยเจ้านาย”ขาวผ่อง เด้งดึ๋ง รับรับปากอย่างรวดเร็วแทบไม่ต้องคิดเลย
“ดีๆ งั้นพวกเจ้าไปจัดการเลยนะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“เจ้านายจะไปด้วยกันกับพวกข้าหรือไม่?”เจ้าขาวผ่อง
“อือ….งั้นพวกเจ้ารอเดี๋ยวนะข้าขอไปบอกท่านแม่ก่อนแล้วกัน”เหนี่ยวเหนี่ยวรีบลุกอย่างรวดเร็ว โดยที่ลืมไปว่าเจ้าเด้งดึ๋งกำลังเอนตัวซบนางอยู่เพื่อออดอ้อนเมื่อสักครู่นี้
“ตุ้บ…หลุน…หลุน…”เจ้าเด้งดึ๋ง
ทำให้เจ้าเด้งดึ๋ง กลิ้งตกลงมาจากตัวเจ้านายของมัน หลายต่อหลายตลบ และท่าสุดท้ายคือหน้าจิ้มพื้นดิน
ส่วนพวกเหลนๆของท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวที่นั่งอยู่บริเวณใกล้ๆกัน ก็เหมือนกับเห็นอะไรบางอย่างก้อนๆสีฟ้าขาวๆใสๆ กลิ้งดึ๋งดั๋งผ่านพวกเขาไปอย่างรวดเร็วมากๆ พอมองตามก็ถึงได้รู้ว่ามันคือสัตว์อสูรในพันธะแห่งสัญญาของท่านย่าเล็ก เจ้าเด้งดึ๋งนั่นเอง!!
“เด้งดึ๋ง..ดึ๋ง..ดึ๋ง…ไปแล้ว!!”เหลนสาวน้อย
“มาๆข้าช่วยนะเจ้าเด้งดึ๋ง..”เหลานสาวสี่ทู่จึ ค่อยๆจับประคองเจ้าเด้งดึ๋งให้กลับมาท่านั่ง เพื่อให้มันทรงตัวได้เอง
“ขอบคุณเจ้าค่ะ เหลนสาวสี่ของเจ้านาย”เจ้าเด้งดึ๋ง ที่ยังคงนั่งงงๆอยู่บ้างเพราะหัวทิ่มอยู่หลายตลบ แต่ก็ยังเอ่ยปากขอบคุณเหลนสาวสี่ของเหนี่ยวเหนี่ยว
“ไม่เป็นไรนะ”เหลนสาวสามยวี๋ยวี๋ ก็นั่งย่อลงมาถามมันด้วยอีกคนเช่นกัน
“เจ้าค่ะ เด้งดึ๋งไม่ตาลายแล้ว”เด้งดึ๋ง
“ก็ตัวของเจ้าดันกลมซะขนาดนี้เลยกลิ้งไปได้ไกลเลยนะ”เจ้าขาวผ่องอดไม่ได้ที่จะแซวน้องรองของมัน
“....!!!”เด้งดึ๋ง
“ฮิ…ฮิ….”เหลนสาวน้อยของเหนี่ยวเหนี่ยวต่างก็พากันนั่งขำที่เจ้าขาวผ่องพูดแกล้งหยอกเจ้าเด้งดึ๋งกัน
ทางด้านเหนี่ยวเหนี่ยวที่ตอนนี้กำลังไปป้วนเปี้ยนตามหาท่านแม่ และเอ่ยปากขอจะออกไปหาวัตถุดิบมาทำอาหารกลางวันเพิ่มเติม
“ท่านแม่ ท่านแม่อยู่ไหนเจ้าคะ?”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ฮือ…แม่อยู่ทางนี้เหนี่ยวเหนี่ยว”ท่านแม่ที่ได้ยินเสียงลูกสาวร้องเรียกหา
“ท่านแม่ ท่านแม่ข้าขอออกไปหาของเพิ่มมาทำอาหารกลางวันมื้อนี้กับเจ้าขาวผ่อง เจ้าเด้งดึ๋งนะเจ้าคะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“จริงๆแล้ว ของที่มีอยู่ก็เพียงพอทำอาหารหลายอย่างนะลูกรัก แต่ถ้าเจ้าอยากจะไปก็ต้องพาพวกพี่ชายหรือหลานชายไปด้วยนะเข้าใจหรือไม่?”ท่านแม่
“เข้าใจเจ้าค่ะ งั้นข้าจะชวนพี่ชายกับหลานชายไปเป็นเพื่อนเจ้าค่ะ เหนี่ยวเหนี่ยวไปก่อนนะเจ้าคะแล้วจะรีบกลับมาพร้อมของอร่อยๆ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ได้จ้ะ”ท่านแม่
“ป้าจะรอของอร่อยๆจากเจ้านะเหนี่ยวเหนี่ยว”ท่านป้าฉือ
“เจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
เมื่อได้รับอนุญาตจากท่านแม่แล้ว เหนี่ยวเหนี่ยวก็ตะโกนเรียกหาพี่ชายฝาแฝด และหลานชายทั้งสี่อย่างเสียงดัง
“พี่ชาย หลานชาย…อยู่ไหนกันเจ้าคะมาหาเหนี่ยวเหนี่ยวหน่อย…”เหนี่ยวเหนี่ยว ไม่เสียเวลาเดินตามหาให้เหนื่อยหรอก นางใช้วิธีตะโกนเรียกเลยจะดีกว่า
“เอ๊ะ…เสียงน้องเล็กเรียกข้ากับพวกเจ้านี่หน่า”พี่ชายใหญ่ซือจื่อ
“จริงด้วยพี่ใหญ่ เสียงน้องเล็กเรียกจริงๆนั่นแหละไปหาน้องเล็กกัน ไม่รู้ว่านางมีอะไรหรือเปล่า”พี่ชายรองเหลาหู่
“ไป พวกเจ้าก็ตามมาด้วยอาเล็กของพวกเจ้าเรียกด้วย”พี่ใหญ่ซือจื่อ
“ขอรับท่านพ่อ”พวกหลานชาย
พี่ชายฝาแฝดทั้งสองคนและพวกหลานชายเดินมาหาเหนี่ยวเหนี่ยวกันทันที ที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อของพวกเขากัน
“น้องเล็ก”พี่ชายฝาแฝด
“อาเล็กขอรับ”หลานชายทั้งหมด
“เหนี่ยวเหนี่ยวจะออกไปหาของกินเพิ่มให้พวกท่านแม่ล่ะ แต่ว่าท่านแม่มีข้อแม้ว่าต้องพาพวกพี่ชายหรือไม่ก็พวกหลานชายติดตามเหนี่ยวเหนี่ยวไปด้วยเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“โอ้…ได้ๆไม่มีปัญหาเลยน้องเล็ก”พี่ใหญ่ซือจื่อ รีบรับปากทันทีเลย เพื่อเอาใจน้องสาวสุดที่รักของพวกเขากัน
“.........!?”พวกลูกชาย
“ขอรับ.”!!”พวกลูกชาย หรือหลานชายเหนี่ยวเหนี่ยว
พวกเขาก็พากันมองหน้า และคิดกันในใจว่าพวกท่านพ่อไม่คิดที่จะถามความคิดเห็นของพวกเขาก่อนบ้างหรืออย่างไรกัน?? แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็ต้องพยักหน้าตอบตกลงอยู่ดี ในตระกูลหวังของเราจะมีผู้ใดกล้าหาญที่จะพูดว่า “ไม่” หรือ “ส่ายหน้า” ให้กับท่านอาเล็กของพวกเขากันเล่า ถ้าทำแสดงว่าคนผู้นั้นมิอยากมีชีวิตรอดวันพรุ่งนี้เสียแล้ว!!
ก็ทำได้แต่คิดคัดค้านในใจลึกๆได้เพียงเท่านั้นเอง ขืนแสดงออกมาว่าไม่ แค่คิดถึงผลลัพธ์ที่จะต้องเจอะเจอก็เหนื่อยเสียแล้ว แน่นอนพวกเขาจะไม่ทำอย่างเด็ดขาดเลยทีเดียวล่ะ พอสักพักก็ได้ยินเสียงเหล่าบรรดาเหลนๆตะโกนออกมาพร้อมเพรียงกันเลยว่า…..
“ท่านย่าเล็ก พวกข้าไปด้วยเจ้าค่ะ/ขอรับ”พวกเหลนๆ
เด็กๆที่ได้ยินท่านย่าเล็กตะโกนเรียก ท่านปู่ ท่านพ่อของพวกเขาก็หันไปมองท่านย่าเล็กพร้อมเพรียงกัน เมื่อได้ยินว่าท่านย่าเล็กจะออกไปหาของกินเพิ่มยิ่งกระตุ้นความอยากไปด้วยของพวกเขาอย่างเต็มที่เลย พากันตะโกนขอเสียงดังเจื้อยแจ้วไปทั่วบริเวณ
“เฮ้อ…..วุ่นวายจนได้สิ”ท่านแม่ และพวกผู้หญิงพากันส่ายหัว แต่ก็มีรอยยิ้มเต็มไปใบหน้ากันไปหมด เป็นความวุ่นวายที่พวกท่านต่างก็มีความสุขมากมายเหลือเฟือเลยจริงๆ
“เอาล่ะ เอาล่ะ เด็กๆใจเย็นๆนะถ้าอยากไปจะต้องขออนุญาตท่านพ่อ ท่านแม่ของพวกเจ้าเสียก่อนแล้วก็ค่อยว่ากันนะ”ท่านพ่อ หรือท่านปู่ทวดของเด็กๆ
“ท่านแม่…..ท่านแม่….เจ้าคะ/ขอรับ”พวกเหลน
“...............!!!”พวกหลานชายที่คอยว่าพวกลูกๆจะเดินมาเอ่ยปากขออนุญาต ต่างก็ต้องเสียหน้ากันหมดทุกๆคนเพราะลูกๆวิ่งผ่านหน้าพวกเขาไปเสียอย่างนั้น วิ่งตรงดิ่งไปทางฮูหยินของพวกเขากันหมด
“โอ้…หลานชายไม่ต้องคิดมากไปนะเพราะเป็นข้าก็เลือกขออนุญาตท่านแม่เหมือนกันจะได้ไม่ต้องพูดหลายรอบด้วย พวกข้ารู้ว่าดีว่าใครที่เป็นผู้มีอำนาจสูงสุด ที่จะพยักหน้าหรือตอบว่าได้ในทุกสิ่งทุกอย่างน่ะนะ
อย่าได้น้อยใจพวกลูกๆของพวกเจ้าไปเลย ถึงอย่างไรก็มีท่านพ่อ และพี่ชายของอาเล็กอีกตั้งสองคนเหมือนพวกเจ้าเลยล่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“...............!!”พวกหลานชาย
“.........!!!”พี่ชายฝาแฝดที่อยู่ใกล้ๆกับลูกชายของพวกเขาในตอนนี้ ต่างก็ทำสีหน้าไม่ถูกกันเลยเมื่อโดนน้องเล็กพูดแบบนี้ขึ้นมา!!
เหนี่ยวเหนี่ยวนางได้ยืนเอามือทั้งสองไขว้ไปข้างหลัง ทำท่าเหมือนท่านพ่อของนางเวลาที่ดุพวกพี่ชายฝาแฝด ทำแบบไม่รู้ตัวว่าเลียนแบบท่านพ่อของนางในบางท่าทาง
นางอดไม่ได้ที่จะพูดแซะพวกหลานชายขึ้นมาเพราะอดที่จะหัวเราะไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ
พวกผู้ชายทั้งสามตระกูล ตระกูลหวัง ตระกูลฉือ ตระกูลอี้ ที่ดูองอาจ สูงใหญ่ น่าเกรงขาม กับจะต้องหน้าหดเหลือแค่คืบเพียงแค่บรรดาเหล่าฮูหยินแค่ส่งสายตามองแรงมาหาเพียงเท่านั้น นี่ขนาดยังมิได้เอ่ยปากใดๆก็สยบพวกผู้ชายในตระกูลได้แล้ว ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ!!
เมื่อทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไปแล้ว นางก็เดินกลับไปยังจุดเดิมเพื่อเก็บเศษผลแอปเปิ้ล เปลือกผลส้ม และเมล็ดของพวกมันที่นางได้กินทิ้งเอาไว้ให้เรียบร้อย
“ท่านย่าเล็ก ท่านแม่ให้พวกข้าไปได้เจ้าค่ะ”เหลนสาวใหญ่ยายา
“ใช่ๆขอรับพวกข้าไปกับท่านย่าเล็กได้แล้ว”เหลนชายใหญ่หยางหยาง
“ได้ๆ ข้าได้ยินพวกเจ้าแล้ว เดี๋ยวเก็บตรงนี้ให้เรียบร้อยกันเสียก่อนนะ พวกเจ้าด้วย”เหนี่ยวเหนี่ยว
“...............!!”พวกเหลนชาย
เหนี่ยวเหนี่ยว เพียงแค่หันมาแว๊บเดียวเพื่อบอกกล่าว แต่ไม่ได้ดูสีหน้าพวกเหลนชายเลยว่า บอกให้พวกเขาเก็บความให้สะอาดนั้นน่าจะพูดให้ตัวนางเองเสียมากกว่า
พวกเหลนชายหันไปมองจุดตรงที่พวกเขาพากันนั่ง และหันมามองจุดที่ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวนั่งนั้นมันต่างกันมากมายจริงๆนะ เพราะตรงที่เหลนชายพากันนั่งกินผลไม้ทั้งสองชนิดนั้นยังดูสะอาดเป็นระเบียบมากกว่าท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวของพวกเขามากมายนัก
“พวกเจ้าว่าตรงนั้นกับตรงที่ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวอยู่เนี่ย อันไหนเรียกว่าสะอาดเรียบร้อย หรือว่าไม่สะอาดเรียบร้อยกันเล่า??”เหลนชายรองจูจู
“แล้วข้าหรือเจ้า หรือผู้ใดสามารถที่จะเอ่ยพูดออกไปกับท่านย่าเล็กได้ไหมเล่าว่า ตรงที่ของท่านย่าเล็กนั่นแหละที่สกปรกกว่าน่ะ”เหลนชายสามจีจี
“แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดกล้าพูดหรอก..!!”เหลนชายสี่เหล่าสู่
“นั่นน่ะสินะ…”เหลนชายใหญ่หยางหยาง
“เฮ้อ………..”พวกเหลนชายพากันทอดถอนหายใจออกมาและค่อยๆกลับไปยังจุดตำแหน่งของพวกเขาที่เคยนั่ง เพื่อดูความสะอาดเรียบร้อยอีกครั้ง และได้เพียงแต่รอท่านย่าเล็กและกลุ่มน้องสาวกำลังเก็บกวาดกันอยู่
พวกเด็กๆ ต่างก็พากันเตรียมตัวเพื่อที่จะออกเดินทางไปพร้อมท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวของพวกเขากันอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้คือออกไปตามหาของกินเป็นหลักเลยไม่เดินเรื่อยเปื่อย เพื่อชมวิวกัน เพราะใกล้จะถึงตอนอาหารมื้อกลางวันแล้ว นั่นมันสำคัญสำหรับท้องน้อยๆของพวกเขามากๆ ที่กำลังเตือนว่าถึงเวลาที่จะเติมเต็มพลังงานใหม่อีกครั้งสำหรับการผจญภัย
************
น่าสงสารเจ้าเด้งดึ๋งตัวกลมๆของพวกเราจัง ไม่เกาะติดตัวแน่นๆกับเจ้านาย เลยต้องล้มลุกคลุกคลานกันไปนะ!!
แต่ว่าการออกไปหาของกินเพิ่มเติมในรอบนี้เหนี่ยวเหนี่ยว จะได้อะไรกลับมาบ้างนะ??