เป็เวลาที่ล่วงเลยมานานเอามากๆหลังจากการเดินทางไปฝึกยังเกาะร้าง ไม่ได้รับรู้ถึงโลกภายนอกว่าไปถึงไหนกันบ้างแล้วจนกระทั้งเมื่อเท้าทั้งสองของฉางเฟยได้เหยียบลงบนแผ่นดินใหญ่ เขาสามารถฝึกวิชาที่ได้มาจนสำเร็จเสร็จสิ้นอีกทั้งยังสามารถคิดค้นอะไรใหม่ๆขึ้นมาได้อีก และตอนนี้ฉางเฟยเองก็้าที่จะกลับไปยังบ้านของตนเพื่อบอกข่าวให้กับคนที่บ้านได้รู้
ทว่าระหว่างทางหลังลงจากเรือฉันเฟยคิดที่จะแวะยังเมืองๆหนึ่งเพื่อหาอะไรลงท้องเสียหน่อยเนื่องจากไม่ได้กินอะไรมานาน จึงเลือกที่จะแวะเข้ามายังร้านอาหารชื่อดังของเมือง
แต่ในระหว่างที่กำลังนั่งกินอยู่นั้นเองฉางเฟยกลับไปได้ยินเื่จากนักเดินทางโต๊ะข้างๆเข้าและมันดันเป็เื่ที่เขาสนใจเสียด้วย
“จริงเหรอ”
“แน่นอน ข้าได้ยินมาว่าที่หมู่ตึกบัณฑิตมีคนสำคัญเข้าไปพักอยู่ แถมยังได้ยินเกี่ยวกับห้องจิตแห่งบัณฑิตอีก”
เมื่อได้ยินชื่อฉางเฟยก็ต้องชะงักไป เขารู้จักมันดีและรู้ว่ามันหมายถึงห้องอะไรและอยู่ที่ไหนนั้นยิ่งทำให้ฉษงเฟยอยากที่จะลุกขึ้นและเดินเข้าไปถามอีกฝ่ายว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่แต่ก็ต้องใจเย็นๆนั่งฟังไปก่อน
“สตรี นี่เ้าพูดจริงหรือเปล่า”
“ข้าสาบานเลย มีแต่คนพูดถึงตาเฒ่ากับสตรีนางหนึ่งที่เดินทางไปกับเขา นางมีลูกติดมาด้วยคนหนึ่งกับเด็กผู้หญิงอีกคน”
ฉางเฟยไม่รอฟังอีกแล้วเขาจัดการลุกขึ้นและเดินตรงเข้าไปหายังโต๊ะของนักเดินทางพวกนั้นก่อนจะจัดการถามถึงเื่ราวทั้งหมดทันที มั่นใจแล้วว่าเขารู้ถึงที่อยู่ของหลินเอ๋อแล้ว ก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องเสียเวลาตามหาอีกทั้งยังพึ่งฝึกวิชาสำเร็จจะได้ใช้มันเสียเลย
...................................
ณ โรงเตี้ยมหยก
เทียนเปาใช้เวลาอยู่ที่โรงเตี้ยมแห่งนี้เป็เวลากว่าหลายวันแล้วโดยที่นางเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ฟู่ถังไม่ยอมพานางกลับขึ้นไปบนสำนักเสียทีพอลองถามเขาก็มักจะบ่ายเบี่ยงหรือพูดประเด็นอื่นจนนางเริ่มสงสัย ถามมู่จินนางก็ดูจะไม่กล้าตอบ
จนวันนี้เทียนเปาเริ่มที่จะทนไม่ไหวจึงคิดที่จะกลับขึ้นไปยังสำนักด้วยตัวเอง จัดการเก็บข้าวของแล้วพาหลินเฟยตัวน้อยออกมาจากห้องพัก อาศัยจังหว่ะที่ฟู่ถังและมู่จินยังไม่ตื่น
เทียนเปารีบออกจากตัวอาคารเพื่อที่จะเร่งออกจากโรงเตี้ยมทว่ายังไม่ทันจะได้ก้าวเท้าพ้นตัวอาคารเลยด้วยซ้ะ กลับปรากฏความรู้สึกแปลกๆ นางรู้สึกเหมือนกับว่าจะมีเื่ไม่ดีเกิดขึ้นกับตัวของนางอย่างบอกไม่ถูก
เด็กสาวหยุดเดินและหันมองรอบข้างของตนเพื่อหาสิ่งที่กำลังรบกวนจิตใจของนางแต่ก็หาไม่พบ มันยิ่งทำให้นางเป็กังวล จะบอกว่าคิดไปเองก็คงไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้นางยังไม่รู้สึกเช่นนี้เลยด้วยซ้ำ
“เรารีบไปกันเถอะนะ”บอกกับน้องสาวของตนที่กำลังมองนางอยู่ก่อนจะก้าวเท้าเดินต่อแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อพบว่าตรงหน้าของนางมีใครบางคนกำลังปรากฏตัว เขาผู้นั้นที่เหมือนจะพึ่งมาถึงและกำลังมองหาอะไรบางอย่างอยู่และจู่ๆก็หันมาหยุดมองนาง
เด็กสาวเลือกที่จะไม่ใส่ใจเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเดินเพื่อที่จะให้ผ่านเขาไป ทว่ายิ่งเข้าใกล้ชายผู้นั้นกลับยิ่งสนใจนางมากขึ้นจนกระทั้งในจังหว่ะที่นางกำลังจะสวนกับเขาพอดี มือของอีกฝ่ายเอื้อมมาจับแขนของนางเอาไว้ทำให้เด็กสาวต้องหยุดชะงักทันที
“ขอโทษที่รบกวนแม่นางน้อย”เทียนเอารู้สึกใจหายวูบขึ้นมา เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายที่ดูดีจนเด่นกว่าคนอื่นๆในโรงเตี้ยม อีกทั้งยังการแต่งตัวที่ดูมีภูมิฐานพร้อมทั้งดาบใหญ๋ในฝักที่พาดหลังของเขาอยู่
“มีอะไรกับงั้นเหรอ?”
“พอดีว่า ข้ากำลังตามหาคนอยู่ไม่ทราบว่าแม่นางพอจะเห็นหรือรู้บ้างไหม”อีกฝ่ายพูดขึ้น
“ข้าไม่ใช่คนของที่นี่แค่มาเข้าพักเท่านั้นเอง”เทียนเปาตอบกลับ
“ถ้างั้น แม่นางน้อยพอจะได้ยินเื่เกี่ยวกับผู้าุโท่านหนึ่งเดินทางมากับสตรีนางหนึ่งและเด็กน้อยอีกสองคนไหม คนหนึ่งเป็เด็กแรกเกิดส่วนอีกคนข้าไม่มั่นใจว่าอายุเท่าไหร่แต่...”อีกฝ่ายกลัวแล้วหยุดก่อนจะมองรูปร่างของนาง”อายุน่าจะเท่ากับเ้านี้แหละ”
คำถามที่เจาะจงและมันช่างประจวบเหมาะเสียจริงกับรูปลักษณ์ที่แสนจะคุ้นกับเทียนเปา นางเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยขึ้นมาทันทีเมื่อถูกถาม
“ข้า ข้าคงช่วยท่านไม่ได้หรอกพอดีข้าพึ่งเดินทางมา อีกอย่างข้ากับน้องของข้ามาที่นี้กับ...”เทียนเปานึกคำพูดที่ตนจะตอบกับอีกฝ่ายเพื่อไม่ให้เขาจับพิรุจของนางได้ แต่นางจะบอกเขาว่ายังไงดีหากบอกว่ามาแค่สองคนยิ่งน่าสงสัยเข้าไปใหญ่
“มากับใครงั้นเหรอ”และเหมือนอีกฝ่ายจะเริ่มสงสัยเข้าแล้ว เด็กสาวเริ่มค่อยๆก้าวเท้าถอยหลังเพราะนางรู้ตัวแล้วว่าจนมุม
พรึบบ!...
ก้าวถอยหลังได้เพียงก้าวครึ่งแผ่นหลังของนางก็ชนเข้ากับใครบางคน รู้สึกได้เลยว่าศีรษะของตนตอนนี้ชนอยู่กับแผงอกแกร่งของใครเข้าให้แล้ว
“ข้าบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าพาเ้าตัวเล็กออกมาเดินโดยไม่มีข้า หากเกิดพลัดหลงกันขึ้นมาท่านป้าจะไม่เล่นข้าเอาเลยเหรอที่ทำบุตรของนางหายน่ะ”เสียงของชายหนุ่มอีกคนดังขึ้น ทำเอาเทียนเปาต้องรีบหันกลับไปมองเพราะไม่คุ้นเสียงเอาเสียเลย
รูปร่างสูงใหญ่ทว่าไม่ได้ดูน่ากลัว การแต่งตัวดูเหมือนจะเป็คุณชายแต่จากที่ไหนข้อนี้เทียนเปาก็บอกไม่ได้เช่นกัน หน้าตาของอีกฝ่ายบ่งบอกได้ทันทีว่าจะต้องไม่ใช่บุคคลธรรมดาทั่วไปเดาได้เลยว่าคุณชายแน่ๆ
แต่เขาเป็ใครกันล่ะ
“นางมากับท่านงั้นเหรอ”จอมยุทธหนุ่มเอ่ยถามพร้อมท่าทีที่เปลี่ยนไป
“นางก่อเื่ให้ท่านจอมยุทธหรือเปล่า หากเป็ฯเช่นนั้นข้าต้องขออภัยแทนนางด้วย”คุณชายหนุ่มกล่าวยิ้มๆส่วนอีกฝ่ายส่ายหน้าตอบ”พอดีนางเป็คู่หมั่นของข้าเอง เรามาเที่ยวกันที่นี่เพื่อสานสัมพันธ์กันน่ะ”
“คู่หมั่น? ข้าดูจากรูปร่างของนางแล้วคิดว่าอายุของนางน่าจะยังไม่เกินสิบแปดด้วยซ้ำ”
“ทำเช่นไรได้”ไม่พูดเปล่าแต่กลับโอบไหล่ของเด็กสาวเป็การแสดงความเป็เ้าของทันที ทำเอาเทียนเปาพูดไม่ออกทำตัวไม่ถูกเลยด้วยซ้ำ”ความรักของสองเรายากที่อายุจะมาตัดสินได้”
“ถ้าเช่นนั้นข้าก็ไม่รบกวนแล้ว”พูดจบก็ยิ้มให้และเดินเลี่ยงทั้งคู่ไปแต่ในจังหว่ะที่กำลังจะผ่านทั้งสองไปนั้นจอมยุทธหนุ่มต้องหยุดก้าวเท้าชั่วขณะ”ไม่ทราบว่าคุณชายมีนามว่าอะไรงั้นหรือ”
“ข้าเหรอข้ามีชื่อว่า อุ้ยเิกง”ตอบกลับอีกฝ่ายไป”แล้วท่านล่ะ”
อีกฝ่ายเผยรอยยิ้มพร้อมหลี่ตาลงมองเด็กสาวก่อนจะค่อยๆถอดหมวกบนหัวของตัวเองออกเผยให้เห็นใบหน้าอย่างชัดเจน อีกทั้งรูปลักษณ์ของเขา
“ข้า ฉางเฟย”
“ยินดีที่ได้พบคุณชายฉางเฟย”
“เช่นกัน”ทั้งสองมองหน้ากันอยู่เพียงครู่เดียวก่อนที่ฉางเฟยจะเดินจากไป และเมื่อสถานการณ์เริ่มกลับมาเป็ปกติเทียนเปารีบผละออกจากอู้เิกงทันทีพร้อมหันไปมองอีกฝ่าย
“อะไร”
“ข้า ข้าขอคฃขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือจากคุณชายมาก”เทียนเปากล่าว
“ไม่ต้องหรอก ไปเถอะขืนอยู่ตรงนี้นานๆเดี๋ยวเขาวนกลับมาอีก”พูดพร้อมจีบคว้าตัวเทียนเปาพาเดินออกจากตรงนั้นทันทีโดยที่นางไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ
“คุณชายเดี๋ยวก่อน! นี่ข้าบอกให้หยุดไง”เทียนเปาพยายามรั้งตัวไม่โดนเพราะนางยังสับสนอยู่ว่าอีกฝ่ายจะพานางไปไหน
“ทำไม?”
“ท่านจะพาข้าไปไหน แล้วท่านเป็ใครข้ายังไม่รู้จักท่านเลยด้วยซ้ำ”อุ้ยเิกงหยุดเดินก่อนจะก้มมองนางตรงหน้า
“ข้าว่าข้าบอกชื่อไปแล้วนะ”
“อุ้ยเิกง ข้าได้ยินแล้วแต่ข้ากับท่านเราไม่ได้รู้จักกันจ ท่านจะเที่ยวมาโอบกอดหรือแตะเนื้องต้องตัวข้าไม่ได้นะเราไม่ได้เป็อะไรกัน”นางรีบถอยห่างหลังพูดจบทันที อุ้ยเิกงยกยิ้มขึ้นอย่างชอบใจก่อนจะยกมือทั้งสองกอดอกตัวเอง
“พูดเช่นนี้ หรือว่าเ้าอยากเป็อะไรกับข้า”เอ่ยถามพลางยกคิ้วอย่างมีชั้นเชิง ทำเอาเทียนเปารู้สึกกระตุกวูบภายในจิตใจ
“ข้าไม่ได้หมายความว่าเช่นนั้น ข้าหมายถึงเราไม่ได้รู้จักกันจู่ๆท่านจะมาทำเช่นนี้กับข้าไม่ได้ต่างหาก!”
“เหรอ.. อืมม ถ้างั้นเอาใหม่”พูดจบก็ค่อยๆสาวเท้าเข้ามาหาเทียนเปาช้าๆทำเอานางเริ่มระแวง”ข้าชื่อว่าอู้เิกง ข้าเป็บุตรคนรองจากตระกูลเิ เ้าล่ะ”แนะนำตัวเองจบก็พยักหน้าใส่เทียนเปาเล่นเอานางไปไม่เป็
“ข้า.. ข้าชื่อเทียนเปา”จบแค่นั้นแล้วทิ้งให้ความเงียบเข้าครอบงำ
“เ้ามาจากไหน เ้าเป็ใคร แล้วเ้าเป็บุตรของใคร”
“ขอไม่ตอบคำถามพวกนั้นได้ไหม ข้ารู้สึกว่าหากเปิดเผยตัวมากเกินไปจะเป็อันตรายต่อตัวข้า”พูดพร้อมมองซ้ายทีขวาทีแสดงถึงความระแวงของตัวเอง อู้เิกงเหมือนจะเข้าใจสิ่งที่นางพูดก่อนจะพยักหน้าตอบ
“ถ้าเช่นนั้น บอกได้หรือไม่ว่าเ้ามาทำอะไรที่โรงเตี้ยมของตระกูลข้า”เพียงเท่านั้นเอง เทียนเปาที่ทรุดลงกับพื้นเมื่อได้ยินที่อีกฝ่ายกล่าว ที่แท้เขาก็เป็เ้าของโณงเตี้ยมนั้นเองงั้นเหรอ
“ท่านคือ.. เ้าของโรงเตี้ยมหยกงั้นเหรอ”อู้เิกงพยักหน้าตอบกลับทันทีทำเอาเทียนเอาพูดอะไรไม่ออก
“พอดีเช้านี้ข้าว่าจะเดินตรวจตราหน่อยว่ามีเื่ราวอะไรเกิดขึ้นกับโรงเตี้ยมหรือเปล่า บังเอิญไปเจอเ้ากับคุณชายฉางเฟยเข้าก็เลยคิดว่าเ้าน่าจะ้าความช่วยเหลือ ข้าคิดถูกจริงๆ”
“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลืออีกครั้ง แต่ข้า ข้าว่าข้าต้องรีบไปแล้ว”
“เดี๋ยวสิ เ้าจะรีบไปไหน”
“ข้าจะรีบกลับขึ้นไปบนสำนัก”ได้ยินเพียงเท่านั้นอู้เิกงก็รู้ได้ในทันทีว่านางกำลังหมายถึงอะไร”ข้ารู้สึกไม่ปลอดภัยเอามากๆคุณชาย ข้ากำลังถูกตามล่ามีคน้าตัวข้าและน้องสาวของข้า แม่ของข้าก็ไม่อยู่ในตอนนี้ข้าต้อง อุ๊บ!...”
เพราะอาการหวาดกลัวที่เริ่มปะทุขึ้นบวกกับสติของนางที่เริ่มไม่ฟังคำสั่งของนางเองแล้วจึงได้พูดจาแปลกๆออกมา แต่ก็ต้องถูกหยุดเอาไว้ในทันทีทันใดโดยมือของอู้เิกงที่ปิดปากของนางเข้า สายตาของเขาเหมือน้าจะสื่ออะไรบางอย่างและมองผ่านนางไปยังด้านหลัง ทำให้เทียนเปาค่อยหันกลับไปมองตาม
“เมื่อกี้เ้าบอกว่าแม่ของเ้าไม่อยู่งั้นเหรอ แล้วนางอยู่ไหนล่ะ....”