กันต์เน้นเสียงหนักไปยังกลุ่มคนที่หลบซ่อนตัวอยู่ด้านบน ทำให้กลุ่มคนที่หลบซ่อนตัวอยู่ค่อยๆ เผยโฉมออกมา ส่วนโชคกับคนอื่นๆ ก็ไม่ได้แปลกใจอะไรมากนัก ผิดกับเหล่าทหารที่เหลือพากันหน้าซีดไปหมดแล้ว พวกมันเห็นสาวๆ ในกลุ่มของกันต์หน้าตาสะสวย เลยอยากได้พวกเธอมาเป็นทาสบำเรอ
จึงได้เรียกค่าผ่านทางคนละ 20 เหรียญทอง เพราะคิดว่ากลุ่มคนพวกนี้คงไม่มีปัญญาจ่าย แต่ก็ไม่คิดว่าหัวหน้ากิลด์ทั้งสองกับสามผู้ก่อตั้งสมาคมนักล่า ที่เป็นผู้ว่าจ้างงานรักษาประตูทางเข้า-ออกเขตใต้ จะมากันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ เหมือนมีลางสังหรณ์กลายๆ ว่า อาจจะต้องตกงานจนกลายเป็นทาสก็ได้
"เจ้าหนุ่มดูเหมือนเธอจะรู้เยอะเหมือนกันนี่นา!!" หญิงสาววัยกลางคนชื่อว่าภัสสร [เจ้ภัส] หนึ่งในผู้ก่อตั้งสมาคมนักล่าเอ่ยถามขึ้นอย่างแปลกใจ
"เมื่อคืนที่กลุ่มของผมออกล่าตอนกลางคืน เห็นพวกคุณส่งสัญญาณแจ้งเตือนกัน ผมก็หลงดีใจนึกว่าจะมีคนออกมาต้อนรับ แต่ที่ไหนได้กลับมาคอยเฝ้าจับตาดูพวกผมแทน ก็เลยเดาได้ไม่ยากว่าสองขั้วอำนาจใหญ่กับสมาคมนักล่า คงกำลังต้องการกลุ่มคนที่มีฝีมือถึงได้ออกมาดักรอพวกผมอยู่ที่นี่" กันต์ตอบราวกับเป็นเรื่องปกติ
"น่าเสียดายความสามารถจริงๆ แต่เธอคงหนีไม่พ้นการเป็นทาสแล้วล่ะ" ชายสูงวัยชื่อว่าเหมา [ลุงเหมา] หนึ่งในกลุ่มสมาคมนักล่า เอ่ยขึ้นมาอย่างเหนื่อยใจ
"อย่าเพิ่งด่วนสรุปไป ที่ผมนำกลุ่มมาที่นี่เพื่อสร้างกิลด์ ไม่ได้คิดเป็นทาสใคร" กันต์พูดอย่างไม่ได้สนใจ
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า งั้นที่จงใจเรียกพวกเราออกมา ก็เพื่อให้พวกเราเป็นสักขีพยานอย่างงั้นสินะ" ชายวัยกลางคนชื่อว่าดอน หนึ่งในกลุ่มสมาคมนักล่าเอ่ยขึ้นบ้าง เมื่อเริ่มเข้าใจสถานการณ์ที่ถูกเด็กหนุ่มหลอกให้ออกมา
"หืมมม!! น่าสนใจจริงๆ อ่อ ผมชื่อชาครับ เป็นหัวหน้ากิลด์อาชาสีเลือด ยินดีที่ได้รู้จักนะ" ชาทักทายอย่างเป็นกันเอง
"ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ เอาล่ะ!! เสียเวลามามากแล้วพร้อมรึยังล่ะครับคุณโรส" กันต์ทักทายกลับพลางหันไปถามโรส ที่ตอนนี้โกรธจนหน้าแดงไปหมดแล้ว
"ชิ!! ถ้าพร้อมแล้วก็เข้ามา"
สิ้นเสียงของโรสทุกคนก็เริ่มตีวงออกห่าง เพื่อให้ทั้งสองมีพื้นที่ในการต่อสู้ เวลานี้กันต์อยู่ในสภาพพร้อมต่อสู้ กับเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือสีดำทั้งชุดรวมไปถึงอาวุธ ส่วนโรสอยู่ในชุดเกราะหนักสีเงินราวกับรักรบ แต่กลับใช้ดาบคาตานะแบบญี่ปุ่นให้ความรู้สึกที่ขัดตา ที่แปลกสุดคือดาบคาตานะของเธอเป็นสีแดง ซึ้งน่าจะเป็นอาวุธที่มีระดับสูงกว่าระดับสาม เมื่อทั้งสองเตรียมตัวพร้อมแล้ว เป็นชายสูงวัยผู้ก่อตั้งสมาคมนักล่าเอ่ยขึ้น
"เริ่มได้!!"
เมื่อการต่อสู้ได้เริ่มต้นขึ้นกันต์เป็นเลือกจะเป็นฝ่ายบุกก่อนเพราะขี้เกียจรอดูเชิง ดาบสีดำของเขาตวัดผ่านลำตัวของโรส ทว่าเมื่อโรสได้เห็นทางดาบของกันต์กลับแสยะยิ้มจนน่าเกลียด พลางใช้คาตานะอัดเต็มแรงเพื่อดันดาบของกันต์กลับไป แล้วโจมตีสวนกลับไปอย่างรวดเร็วเพื่อจบการต่อสู้
"!!!!?"
ทว่ากลับผิดคาดเมื่อกันต์ใช้ด้ามดาบปัดคาตานะออกอย่างง่ายดาย และพลิกตัวเตะสวนกลับอย่างรวดเร็ว ทำให้โรสต้องยกแขนขึ้นมาป้องกัน แต่ด้วยพลังที่รุนแรงก็ทำให้โรสต้องกระเด็นถอยไปหลายก้าว ส่วนกันต์หันไปมองด้วยสายตาที่เย็นชา ก่อนจะเอ่ยเชิงตำหนิเล็กน้อย
"ในฐานะนักล่าแล้ว ไม่ว่าคู่ต่อสู้เป็นใครก็ไม่ควรที่จะประมาท เมื่อคุณยังไม่เอาจริงผมก็เลยไม่ได้เอาจริงเช่นกัน แต่จากนี้ผมจะเริ่มเอาจริงแล้วนะ รู้มั้ยว่ามันเสียเวลาในการนอนพักผ่อนของผม"
น้ำเสียงอย่างเบื่อหน่ายของกันต์ ทำเอาโรสถึงกับปี๊ดแตกขึ้นมา แต่แค่เพียงแว่บเดียวเท่านั้น เธอก็สามารถควบคุมอารมณ์ได้ พลางจ้องมองไปยังคู่ต่อสู้ของเธอ ที่กำลังยืนชิวๆ อยู่ตรงหน้า ตอนนี้เธอรับรู้ได้แล้วว่า ชายหนุ่มเบื้องหน้าไม่ได้มีดีแต่ปาก เพียงแค่ลูกเตะเมื่อครู่ก็ทำเอาชุดเกราะหนักระดับสามถึงกับบุบได้
แสดงว่าพลังของชายหนุ่มตรงหน้าน่าจะพอๆ กับเธอหรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ ส่วนเหล่าผู้ชมก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาไม่น้อย ในตอนแรกที่เห็นทางดาบของกันต์ ทุกคนถึงกับถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย แต่ตอนนี้กลับเริ่มยินดีที่มีบุคคลที่แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมา จากสายตาของพวกเขาที่มองอยู่รอบนอก ย่อมมองเห็นได้ชัดว่าชายหนุ่มนั้นเหนือกว่าแน่นอน
โรสอยู่ในสภาพเยือกเย็นอย่างที่สุด ก่อนจะดีดตัวพุ่งเข้าโจมตีกันต์ด้วยความเร็วสูงสุดของเธอ ดาบคาตานะสีแดงกวัดแกว่งไปมาโดยเน้นไปที่จุดตาย ทั้งยังว่องไวมากจนตัดผ่านอากาศถึงกับมีเสียง แต่ด้วยความเร็วสูงสุดของโรสกลับไม่ได้ทำให้เธอได้เปรียบเลยแม้แต่น้อย เพราะกันต์ยังคงยืนอยู่จุดเดิมตั้งรับไปมาอย่างชิวๆ
ผ่านไปราวห้านาทีกันต์เริ่มที่จะเบื่อหน่าย ในช่วงจังหวะสุดท้ายเขาจึงปัดดาบคาตานะออก แล้วอาศัยความเร็วสูงสุดของเขา อ้อมไปด้านหลังแล้วสับลงไปที่ต้นคอโดยใช้แรงสามส่วน ทำเอาโรสเซจนแทบล้มพร้อมกับสติที่เริ่มจะเลือนลาง แต่ด้วยฐานะหัวหน้ากิลด์ของเธอแล้ว ทำให้เธอต้องกัดริมฝีปากจนเลือดออกเพื่อเรียกสติไม่ให้สลบ ก่อนจะใช้คาตานะค้ำยันพื้นเอาไว้
"ช่วยยอมแพ้จะได้ไหมครับ!? ถ้าไม่จำเป็นผมก็ไม่อยากทำร้ายผู้หญิงสักเท่าไหร่นะ" กันต์กล่าวหน้าตาย
แม้ว่าโรสจะค่อนข้างเจ็บใจแต่เธอเองก็รู้ดีว่า เวลานี้เธอนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา จึงได้แต่กัดฟันพูดออกไป
"ฉันขอยอมแพ้" พลางเรียกเอายารักษาออกมาดื่ม แล้วก็จ่ายเงินเดิมพันให้กับกันต์ และพูดทิ้งท้ายไว้เพียงเล็กน้อยก่อนจะพยายามจากไป "สักวันฉันจะต้องเอาคืนนายให้ได้"
"อย่าพึ่งรีบไปสิ นอกจากกลุ่มผมจะมาสร้างกิลด์แล้ว ยังต้องการขายข้อมูลสำคัญอีกด้วย ถ้าอยากให้กิลด์ของเธอตกต่ำลง ก็เชิญกลับไปได้ตามใจเลย" กันต์กล่าวหน้าตายแล้วกลับไปรวมกลุ่ม เพื่อพากันไปยังสมาคมนักล่าขณะที่กำลังจะผ่านทางเขาไปนั้น
"สรุปค่าผ่านเข้าเมือง 20 เหรียญทองใช่มั้ย" กันต์สะบัดมือนำเงิน 180 เหรียญทอง พอดีกับจำนวนคนในกลุ่มเก้าคนพอดี พลางกล่าวต่ออย่างหน้าตาย "เอาไปสิค่าผ่านทาง แต่ถ้าวันไหนผมรู้ว่ามันไม่ถึงล่ะก็ ฉายา นักฆ่าสีดำ จากจุดอพยพที่ 6 ของผมมันไม่ได้มีเอาไว้ขู่อย่างเดียวหรอกนะ"
สิ้นเสียงของกันต์ทำเอาคนในกลุ่มถึงกับเริ่มสับสนมึยงง ด้วยรูปแบบการพูดจาที่เปลี่ยนไปของกันต์ ทั้งหนักแน่นมั่นคงไร้ซึ่งความลังเล และแทบจะไม่เกรงกลัวใคร ซึ่งค่อนข้างผิดวิสัยเดิมของเขามาก เพราะปกติแล้วกันต์มักจะชอบตัวเงียบๆ ซะมากกว่า
ส่วนทางด้านหัวหน้าทหารพลันหน้าซีดลงแล้วรีบคุกเข่าลงขอโทษทันที และจบด้วยการที่หัวหน้าทหารยอมควักกระเป๋าตัวเอง จ่ายค่าผ่านทางเข้าเมืองให้กลุ่มของกันต์แทน ซึ่งกันต์ก็ไม่ปฏิเสธและพากลุ่มเข้าเมืองหน้าตาเฉย
สมาคมนักล่า...
หลังจากที่กลุ่มของกันต์ผ่านเข้าเมืองเรียบร้อย ก็กลายเป็นข่าวใหญ่โตไปทั่วทั้งเขตอพยพ เพรากันต์ดันเดินตีคู่กับหัวหน้ากิลด์สองขั้วอำนาจใหญ่ และอาวุโสทั้งสามผู้ก่อตั้งสมาคมนักล่า ทำให้ผู้คนในเขตอพยพต่างเอาไปลือต่างๆ นานา เมื่อกลุ่มของพวกเขามาถึงสมาคมนักล่า ก็ขึ้นไปพร้อมกันที่ห้องประชุมทันที
ในส่วนของสมาคมนักล่ามีสามผู้ก่อตั้งมารับฟังด้วยเท่านั้น ส่วนสองขั้วอำนาจใหญ่ก็มีเพียงแค่หัวหน้ากิลด์ ก่อนที่ลุงเหมาจะเริ่มเปิดประเด็นขึ้นก่อน
"เอาล่ะเจ้าหนุ่ม ข้อมูลที่จะขายคืออะไร มูลค่าของมันเท่าไหร่ มีความจำเป็นแค่ไหน"
กันต์ได้แต่หาวหวอดๆ ก่อนจะเริ่มพูดอย่างเฉื่อยชา
ข้อมูลแรก สัตว์กลายพันธุ์พิเศษ 10 ตัว พร้อมรายละเอียดและวิธีเอาชนะ 200 เหรียญทอง ข้อมูลที่สอง เงื่อนไขสำคัญในการดรอปอัญมณีระดับกลางเพิ่มค่าสถานะ 4-6 คิดถูกๆ 300 เหรียญทอง ข้อมูลที่สาม วิธีเพิ่มความแข็งแกร่งแบบลัด 2 วิธี 500 เหรียญทอง
สิ้นเสียงของกันต์เขาก็วางอัญมณีขนาดกลางสามสีลงบนโต๊ะ ทำเอาทุกคนถึงกับตกตะลึงไปไม่น้อย ไม่เว้นแม้กระทั่งกลุ่มคนของกันต์ก็ตาม
"แล้วพวกเราจะแน่ใจได้ยังไงว่าข้อมูลที่ได้มาเป็นของจริง" โรสที่ดูเยือกเย็นที่สุดอดถามอย่างสงสัยไม่ได้
"เชื่อหรือไม่ขึ้นอยู่กับพวกคุณ จะซื้อหรือไม่ผมไม่บังคับ แต่อยากจะขอเตือนอะไรไว้สักเล็กน้อย ในห้องนี้มีเพียงผมที่ติดอันดับหนึ่งในหมื่น พูดแค่นี้คงพอที่จะเข้าใจกันนะครับ"
"ดะ..เดี๋ยวสิ..กันต์นายจะบอกว่ากลุ่มคนพวกนี้โกหกเรื่องอันดับงั้นหรือ!?" โชครีบถามขึ้นทันที
"เปล่า!! พวกเขาอาจเคยติดอันดับมาก่อน แต่คาดว่าคงรั้งอันดับเอาไว้ไม่ไหวเลยร่วงลงไป" กันต์ไขข้อข้องใจให้โชคเล็กน้อย
"แล้วข้อมูลพวกนี้สำคัญกับพวกเรายังไง" ลุงเหมาที่อาวุโสสุดถามขึ้นบ้าง
"อาจไม่จำเป็นสำหรับพวกคุณถ้าหากอยากอยู่อย่างสบายไปวันๆ แต่จำเป็นสำหรับการเอาชีวิตรอดของคนไทยทุกคน หรือก็คือถ้าหากพวกคุณไม่สนใจที่จะซื้อข้อมูลพวกนี้ ผมขอใช้เมืองนี้เป็นทางผ่านเพื่อตุนเสบียงเดินทางไกลไปญี่ปุ่น หรือ อเมริกาแทน เพราะไม่อยากตายโง่ๆ อยู่ในจุดอพยพแห่งนี้" กันต์จงใจใช้คำพูดที่รุนแรงพอสมควร
"หมายความว่ายังไงกันแน่ครับ" ชาที่รับฟังอยู่นานเริ่มถามขึ้นมาบ้าง กันต์ถอนหายใจอย่างเพลียๆ พลางพูดขึ้นต่อ
"ข่าวสารทั่วโลกก็อัพเดตทุกวันไม่ใช่หรอ ทำไมไม่สังเกตบ้างว่ามันมีหลายประเทศที่พึ่งจะล่มสลายไป แม้แต่ประเทศไทยยังเหลือประชากรไม่ถึงล้านคน และเมื่อไม่นานจุดอพยพที่ 7 ก็พึ่งถูกทำลายลงไป ส่วนกองกำลังที่แข็งแกร่งของที่นี่ก็ตกอันดับกันเกือบหมด คิดว่าจะอยู่รอดไปได้อีกสักกี่ปีกัน หากพวกคุณมีสมองกันสักนิด น่าจะหัดสังเกตบ้างนะว่าทำไม ญี่ปุ่นกับอเมริกาถึงถูกจัดว่าเป็นประเทศที่มีกำลังรบสูงสุด และช่วง 2 ปีที่ผ่านมาพวกเขาสูญเสียประชากรกันน้อยมากผิดกับประเทศอื่นๆ"