**ปฐมบทแห่งความกลัวที่เครื่องจักรไม่อาจสัมผัส**
ท้องฟ้าสีเลือดของ 'สมรภูมิดาราทะลวงนรก' ถูกย้อมด้วยควันพิษสีม่วงเข้มที่พ่นออกมาจากปากกรามขนาดยักษ์ของ**'แมงมุมมรณะจักรกล'(Cyber-Arachnid of Death)** สัตว์อสูรที่เกิดจากการหลอมรวมวิญญาณแค้นของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิเข้ากับเทคโนโลยีล้ำยุคของนครสวรรค์ขาทั้งแปดข้างของมันสร้างจากโลหะ 'เหล็กไหลสวรรค์' ที่อาบด้วยอักขระเวทสีแดงเดือดทุกครั้งที่ปลายขาอันแหลมคมขยับเหยียบย่ำลงบนพื้นศิลาเหล็กกล้ามันจะทะลวงลึกประหนึ่งแทงทะลุเต้าหู้เสียงเครื่องยนต์เวทมนตร์ภายในตัวมันคำรามก้องประหนึ่งเสียงกรีดร้องของคนตายนับหมื่นแสงสีแดงจากดวงตากลไกนับสิบดวงกวาดมองผู้บุกรุกด้วยสัญชาตญาณของการล้างผลาญที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ในแกนวิญญาณ
แรงกดดันระดับ 'ผสานจิตวิญญาณขั้นกลาง' ของมันหนักหน่วงและแตกต่างจากผู้ฝึกตนที่เป็นมนุษย์มันปราศจากความลังเล ปราศจากความหวาดกลัว และปราศจากความเหนื่อยล้า!
หลินเทียนยืนเผชิญหน้ากับอสูรยักษ์มือขวาของเขากุมด้าม 'กระบี่มังกรพลิกฟ้า' ไว้มั่นรอยยิ้มเย็นชาที่แฝงไปด้วยความตื่นเต้นท้าทายปรากฏขึ้นบนมุมปาก
> **"ความแข็งแกร่งของเครื่องจักรคือการที่มันไม่มีความหวาดกลัว... ทว่าความอ่อนแอที่สุดของมันก็คือการที่มันไม่มีความหวาดกลัวเช่นกัน เพราะความกลัวนี่แหละคือสิ่งที่สอนให้สิ่งมีชีวิตรู้จักขีดจำกัดและก้าวข้ามมันไปสู่สัจธรรมที่สูงกว่า!"**
"เฮ้ย หลินเทียน!เจ้านี่มันหุ้มเกราะเหล็กไหลสวรรค์ทั้งตัวเลยนะโว้ย!อาวุธระดับธรรมดาฟันมันไม่เข้าหรอก!"เหยียนฟานตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของเครื่องจักร กล้ามเนื้อทั่วร่างของชายผมแดงตึงเครียดเปลวไฟที่ลุกโชนรอบตัวเริ่มเปลี่ยนจากสีแดงส้มเป็นสี 'แดงชาด' ซึ่งบ่งบอกถึงการเร่งพลังลมปราณถึงขีดสุด
"เกราะที่แข็งแกร่งที่สุดย่อมมีจุดเชื่อมต่อที่บอบบางที่สุดเสมอ" หลินเทียนตอบกลับเสียงเรียบ ดวงตาสี sapphire ของเขาทอประกายวาบ 'เนตรสัจธรรม' กำลังสแกนโครงสร้างกลไกและกระแสการไหลเวียนของลมปราณภายในตัวแมงมุมยักษ์"แกนพลังงานของมันอยู่ที่ส่วนท้องด้านล่างแต่ถูกคุ้มกันด้วยม่านพลังเวทธาตุพิษ เจ้าจัดการดึงความสนใจของมันส่วนข้าจะหาจังหวะทะลวงเกราะ!"
"ได้เลยสหาย!เรื่องบ้าบิ่นขอให้บอก เหยียนฟานผู้นี้ถนัดนัก!"
ชายผมแดงพุ่งทะยานออกไปเบื้องหน้าประหนึ่งดาวตกสีเพลิง!เขาไม่ได้วิ่งบนพื้นแต่ใช้การระเบิดพลังไฟที่ฝ่าเท้าเพื่อดีดตัวลอยตัวซิกแซกไปมากลางอากาศหลบหลีกกระสุนใยแมงมุมเหล็กที่อสูรยักษ์พ่นออกมาอย่างฉิวเฉียดใยเหล่านั้นเมื่อกระทบพื้นก็ระเบิดออกกลายเป็นตาข่ายหนามที่อาบด้วยกรดกัดกร่อนรุนแรง!
"ย๊ากกกก! หอกเพลิงผลาญสวรรค์:มังกรอัคคีเริงรำ!"
เหยียนฟานควงหอกในมือจนเกิดเป็นพายุหมุนเพลิงขนาดยักษ์เขากระโดดสูงขึ้นไปเหนือหัวของแมงมุมมรณะจักรกลทิ้งตัวดิ่งลงมาพร้อมกับแทงหอกเข้าใส่ดวงตากลไกสีแดงของมันอย่างจัง!
*ตูมมมมมมมม!*
เปลวเพลิงสีแดงชาดระเบิดออกปกคลุมส่วนหัวของอสูรยักษ์ความร้อนมหาศาลหลอมละลายแผ่นเกราะบางส่วนจนกลายเป็นของเหลวสีเงินทว่าแมงมุมยักษ์กลับไม่สะทกสะท้าน มันกรีดร้องเสียงแหลมปรี๊ดขาหน้าทั้งสองข้างที่คมกริบดุจดาบใหญ่ตวัดสวนขึ้นมาในแนวไขว้ หมายจะสับร่างของเหยียนฟานให้ขาดเป็นสี่ท่อน!
"ชิ! แข็งเป็นบ้า!"เหยียนฟานสบถ เขาใช้ด้ามหอกรับการโจมตีแรงกระแทกมหาศาลซัดร่างของเขาลอยกระเด็นถอยหลังไปไกลกว่าห้าสิบวากระอักเลือดออกมาเล็กน้อย
ทว่าการโจมตีของเหยียนฟานไม่ได้สูญเปล่า มันสร้างช่องโหว่เพียงเสี้ยววินาที...ซึ่งนั่นเพียงพอแล้วสำหรับราชันมังกร!
**กระบี่ที่หลุดจากฝักสัจธรรมทะลวงเกราะเหล็ก**
*กิ๊งงงงง!*
เสียงชักกระบี่มังกรพลิกฟ้าดังกังวานก้องกังวานทะลวงความวุ่นวายหลินเทียนไม่ได้พุ่งเข้าไปตรงๆ แต่ร่างของเขาพลันเลือนหายไปกลายเป็นเพียงเส้นสายแสงสีม่วงทองที่กระพริบติดดับ(Blink)ไปตามซากปรักหักพังของเขาวงกตเหล็กกล้าความเร็วของเขาในยามนี้ไม่ใช่ความเร็วของการวิ่ง ทว่ามันคือการก้าวข้ามระยะทางด้วย'กฎแห่งมิติ'
แมงมุมมรณะจักรกลจับสัญญาณความร้อนและการเคลื่อนไหวของหลินเทียนไม่ได้!เลนส์กลไกของมันหมุนคว้างอย่างสับสน ก่อนที่มันจะรับรู้ถึงอันตรายอย่างรุนแรงจาก 'ด้านล่าง' ท้องของตนเอง!
หลินเทียนไถลตัวไปกับพื้นศิลาดินปืนลอดเข้าไปใต้ท้องขนาดยักษ์ของอสูรกลไก ที่ซึ่งมีแกนพลังงานเรืองแสงสีม่วงเต้นตุบๆอยู่เบื้องหลังเกราะเหล็กไหลสวรรค์และม่านพลังพิษ
> **"วิชากระบี่นิรนาม...ไม่ใช่กระบี่ที่ฟาดฟันเพื่อสร้างบาดแผลแต่มันคือสัจธรรมที่แหวกว่ายเข้าไปในรอยต่อของความเป็นและความตาย!"**
หลินเทียนกำด้ามกระบี่ด้วยสองมือปราณอัสนีสีม่วงทองควบแน่นที่ปลายใบดาบจนสว่างจ้าประหนึ่งดวงอาทิตย์ขนาดจิ๋วเขาไม่ได้ง้างกระบี่ฟัน ทว่าใช้กระบวนท่าแบบ 'แทง' ด้วยความเร็วและความแม่นยำระดับสุดยอด!
**"วิชากระบี่ไร้ลักษณ์ขั้นที่แปด: มังกรทะลวงจุดบอด!"**
*ฉึกกกก! เพล้ง!*
ปลายกระบี่มังกรพลิกฟ้าแทงทะลุม่านพลังพิษอย่างง่ายดายราวกับแทงผ่านแผ่นกระดาษและปะทะเข้ากับรอยต่อระหว่างเกราะเหล็กไหลสวรรค์สองแผ่นที่ปิดทับแกนพลังงานอยู่!อัสนีสีม่วงทองระเบิดออก ทำลายแผงวงจรเวทมนตร์ในบริเวณนั้นจนสิ้นซากใบดาบทะลวงลึกเข้าไปถึงครึ่งฉื่อ (ประมาณ 5 นิ้ว)เลือดสีม่วงที่เป็นสารหล่อเย็นเวทมนตร์ทะลักออกมาราดรดแขนของหลินเทียนทว่ามันกลับถูกเกล็ดมังกรแผดเผาจนระเหยกลายเป็นไอ
"กี๊ซซซซซซซซซ!"
แมงมุมมรณะจักรกลแผดเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสเป็นครั้งแรก!แม้จะไร้ความรู้สึก แต่วงจรประสาทเทียมของมันได้รับความเสียหายอย่างหนักมันยกขาทั้งแปดขึ้นและกระทืบลงพื้นอย่างบ้าคลั่ง สร้างคลื่นสั่นสะเทือนทำลายล้าง (EarthquakeStomp) หวังจะบดขยี้มดปลวกที่อยู่ใต้ท้องให้แหลกคาพื้น
หลินเทียนชักกระบี่ออกและใช้แรงสะท้อนดีดตัวกลิ้งหลบออกมาได้อย่างฉิวเฉียดทว่าคลื่นกระแทกก็ทำให้เขารู้สึกจุกที่หน้าอกไม่น้อย
"แผลแค่นั้นยังไม่พอล้มมันหรอก!แกนพลังงานมันซ่อมแซมตัวเองได้!" เหยียนฟานที่ตั้งหลักได้ตะโกนบอกเขาพุ่งตัวกลับเข้ามาพร้อมกับดึงยันต์ระเบิดเพลิงนับสิบแผ่นออกมาจากอกเสื้อ"เราต้องโจมตีพร้อมกัน! บดขยี้แกนพลังงานมันให้เป็นจุล!"
"เข้าใจแล้ว..."หลินเทียนพยักหน้า ดวงตาสีทองทอประกายเด็ดขาด "เตรียมประสานพลัง...ข้าจะเปิดทางให้ เจ้าเป็นคนปิดฉาก!"
**การผสานสัจธรรม: อัสนีมังกร และเพลิงผลาญสวรรค์**
แมงมุมมรณะจักรกลที่บาดเจ็บเริ่มเข้าสู่โหมดบ้าคลั่ง(BerserkMode) ดวงตาทั้งสิบดวงของมันเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีม่วงสว่างจ้าปากขนาดยักษ์อ้ากว้าง พลังงานจากแกนกลางถูกสูบขึ้นมาควบแน่นที่ปากเกิดเป็นลูกบอลพลังงานพิษสีม่วงเข้มขนาดเท่าศาลาพักใจ มันกำลังจะยิง 'ลำแสงพิฆาต'(Annihilation Beam) ที่สามารถกวาดล้างทุกสิ่งในรัศมีสิบลี้ให้กลายเป็นเถ้าถ่าน!
"มันจะยิงแล้ว!"เหยียนฟานกัดฟัน รวบรวมลมปราณทั้งหมดที่มีถ่ายเทลงไปในหอกเพลิงจนตัวหอกสั่นสะท้านเปลวไฟเปลี่ยนเป็นสีขาวอมฟ้าซึ่งมีความร้อนสูงสุด!
หลินเทียนยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าอสูรยักษ์เขาหลับตาลง ดำดิ่งลึกลงไปในจิตวิญญาณแห่งมังกรครามเกล็ดสีทองเริ่มปรากฏขึ้นปกคลุมใบหน้าและท่อนแขน เรือนผมสีดำสนิทเปลี่ยนเป็นสีเงินสว่างจ้านี่คือการเข้าสู่สภาวะ **'ผสานจิตวิญญาณที่แท้จริง' (True SoulMerge)** อีกครั้ง!
ทว่าครั้งนี้เขาไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง!
> **"สายน้ำไม่อาจหลอมรวมกับเปลวไฟทว่าอัสนีสวรรค์และเพลิงโลกันตร์ ล้วนมีจุดกำเนิดมาจากการล้างผลาญ...เมื่อสองเจตจำนงแห่งการทำลายล้างหลอมรวมกันสัจธรรมแห่งการกำเนิดใหม่ย่อมปรากฏ!"**
"เหยียนฟาน!ส่งไฟของเจ้ามาที่กระบี่ของข้า!" หลินเทียนตวาดลั่น
ชายผมแดงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงการนำปราณที่ต่างขั้วและทรงพลังสองสายมาผสานกันโดยตรง หากควบคุมไม่ดี มันจะระเบิดใส่ร่างผู้ใช้จนแหลกสลาย!ทว่าในสถานการณ์ความเป็นความตายเช่นนี้ เหยียนฟานไม่มีทางเลือกอื่นเขาเชื่อในสัญชาตญาณสัตว์ป่าของตนเอง!
"รับไปให้ดี ไอ้หน้าตาย!อย่าให้ระเบิดคามือล่ะ!"
เหยียนฟานแทงหอกออกไปสุดแรงเกลียวคลื่นเปลวเพลิงสีขาวฟ้าพุ่งทะยานเข้าหาหลินเทียนดุจมังกรอัคคี!
ในวินาทีเดียวกันแมงมุมยักษ์ก็ปลดปล่อย 'ลำแสงพิฆาต' สีม่วงเข้มออกมาจากปากลำแสงมรณะที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวคนถึงสิบเท่าพุ่งทะลวงทำลายอากาศตรงเข้าหาหลินเทียน!
หลินเทียนลืมตาขึ้นดวงตาสีทองและน้ำเงินส่องประกายเจิดจ้า เขายกกระบี่มังกรพลิกฟ้าขึ้นเหนือศีรษะปราณอัสนีสีม่วงทองระเบิดออกมารองรับคลื่นเปลวเพลิงของเหยียนฟาน!
*ซู่มมมมม! เปรี้ยงงงงง!*
ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติอุบัติขึ้น!เปลวเพลิงสีขาวฟ้าไม่ได้ทำลายอัสนีสีม่วงทอง แต่มันถูก 'สัจธรรมมังกร' ของหลินเทียนดูดซับและบีบอัดให้โคจรล้อมรอบใบดาบเกิดเป็น **'พายุอัสนีเพลิง'** ขนาดยักษ์หมุนวนทะลุชั้นฟ้า!พลังทำลายล้างของมันก้าวข้ามขีดจำกัดของขอบเขตผสานจิตวิญญาณขั้นต้นไปอย่างสิ้นเชิงทัดเทียมกับยอดฝีมือระดับผสานจิตวิญญาณขั้นสูงสุด!
**"วิชากระบี่ผสาน:สัจธรรมมังกรเพลิงทะลวงนรก!" (Combined Art: Hell-Piercing FlamingDragon Truth)**
หลินเทียนฟาดกระบี่ลงมาอย่างสุดกำลัง!ปราณอัสนีเพลิงพุ่งออกไปในรูปลักษณ์ของ 'มังกรครามเพลิง' ขนาดยักษ์ อ้าปากคำรามก้องกังวานเข้าปะทะกับลำแสงพิฆาตสีม่วงของแมงมุมมรณะ!
*ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมม!*
การปะทะกันของพลังระดับทำลายเมืองสองสายก่อให้เกิดการระเบิดที่สว่างจ้าจนทำให้ผู้ที่เฝ้ามองผ่านค่ายกลถ่ายทอดสดบนอัฒจันทร์ด้านนอกถึงกับตาพร่ามัว!คลื่นกระแทกซัดเอาเศษเหล็กกล้าของเขาวงกตในรัศมีร้อยลี้ให้ปลิวว่อนประหนึ่งเศษกระดาษกำแพงเขาวงกตละลายกลายเป็นน้ำเหล็กไหล!
ปราณมังกรอัสนีเพลิงของหลินเทียนและเหยียนฟานมีอำนาจเหนือกว่าลำแสงของอสูรกลไก มันผ่าลำแสงสีม่วงออกเป็นสองซีกพุ่งทะลวงตรงเข้าใส่ปากที่อ้ากว้างของแมงมุมมรณะจักรกล!
"กี๊ซซซซซซซ--!"
เสียงกรีดร้องของมันขาดหายไปในลำคอปราณอัสนีเพลิงพุ่งทะลุจากปาก เข้าสู่แกนกลางพลังงานและทะลุออกทางด้านหลังของอสูรยักษ์!
*แคร่กกก... บึ้มมมมมม!*
แกนพลังงานเวทมนตร์รับภาระไม่ไหวมันระเบิดออกเป็นจุลจากภายใน!ร่างขนาดยักษ์ของแมงมุมมรณะจักรกลที่แข็งแกร่งดุจป้อมปราการแตกกระจายเป็นเศษเหล็กเล็กเศษน้อย ฝนโลหะสีดำและเลือดสีม่วงตกลงมาประหนึ่งห่าฝนทิ้งไว้เพียงกลุ่มควันรูปดอกเห็ดขนาดยักษ์ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าสีเลือด
**แกนกลางดารา และผู้เฝ้ามองในเงามืด**
เมื่อฝุ่นควันจางลงหลินเทียนและเหยียนฟานยืนหอบหายใจอย่างหนักอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังสภาพของทั้งสองคนเต็มไปด้วยรอยไหม้และคราบเลือดเกล็ดมังกรของหลินเทียนจางหายไปพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่ถาโถมเข้าใส่ทว่าแววตาของทั้งคู่กลับเต็มไปด้วยความสะใจอย่างถึงที่สุด
"แฮ่ก... แฮ่ก...ข้าไม่เคยคิดเลย... ว่าจะรอดชีวิตจากการทำอะไรบ้าๆ แบบนั้นมาได้..."เหยียนฟานทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ใช้หอกค้ำยันร่างกาย"พลังของเจ้านี่มันเหนือมนุษย์จริงๆ หลินเทียนหากเจ้าไม่ดูดซับไฟของข้าได้ทัน เราคงกลายเป็นผุยผงไปแล้ว"
หลินเทียนไม่ได้ตอบ เขากระพริบตาไล่ความมึนงงก่อนจะเดินตรงไปยังจุดที่แกนกลางของแมงมุมยักษ์เคยอยู่ ท่ามกลางเศษเหล็กหลอมละลายมีวัตถุชิ้นหนึ่งส่องแสงสว่างสีทองวูบวาบ มันไม่ถูกทำลายจากการระเบิด
เขาหยิบมันขึ้นมา มันคือ **'ลูกแก้วสวรรค์' (HeavenlyOrb)** ขนาดเท่ากำปั้นภายในมีดวงดาวจำลองหมุนวนอยู่ นี่คือเป้าหมายของการประลองรอบนี้!ทว่ามันมีเพียงลูกเดียว
หลินเทียนหันกลับไปมองเหยียนฟานโยนลูกแก้วสวรรค์ไปให้ชายผมแดงอย่างไม่ใยดี
"รับไป"หลินเทียนเอ่ยเสียงเรียบ "ถือว่าเป็นค่าตอบแทนสำหรับแผนที่และเปลวไฟของเจ้า"
เหยียนฟานรับลูกแก้วมาด้วยความประหลาดใจ"เฮ้ย! ของแบบนี้มันชี้เป็นชี้ตายการเข้ารอบเลยนะโว้ย! เจ้าให้ข้าง่ายๆแบบนี้เลยรึ? แล้วเจ้าล่ะ?"
"แมงมุมตัวนี้เป็นเพียงผู้พิทักษ์ด่านนอก...ในเขาวงกตที่กว้างใหญ่ขนาดนี้ ยังมีสัตว์อสูรระดับนี้อีกนับไม่ถ้วน และพวกที่อ่อนแอกว่าก็คงมีลูกแก้วอยู่ในมือกันบ้างแล้ว...ข้าจะไป 'ปล้น' เอาจากพวกมันเอง"หลินเทียนตอบด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่ทำให้เหยียนฟานถึงกับกลืนน้ำลาย
การแย่งชิงจากสัตว์อสูรกลไกนับว่ายากแล้วทว่าการตั้งใจไปปล้นจากอัจฉริยะนับแสนคนที่กำลังเข่นฆ่ากันเอง ช่างเป็นความคิดของปีศาจโดยแท้!
*ครืนนนนน... แกร๊กกกก...*
ทันใดนั้นเสียงฟันเฟืองขนาดยักษ์ดังกึกก้องมาจากใต้ผืนดิน เขาวงกตเหล็กกล้าเริ่มเคลื่อนไหว!กำแพงที่เคยเป็นทางตันกลับเลื่อนเปิดออก ทางเดินที่เคยเปิดโล่งกลับถูกปิดตายมันคือระบบเปลี่ยนเส้นทางของสมรภูมิดาราทะลวงนรก ที่จะเกิดขึ้นทุกๆ สิบสองชั่วยามเพื่อบีบให้ผู้เข้าแข่งขันต้องเผชิญหน้ากันเอง!
ในจังหวะที่กำแพงตรงหน้าเลื่อนเปิดออกนั้นเองประสาทสัมผัสของหลินเทียนสัมผัสได้ถึง 'รังสีสังหาร' ที่เย็นเยียบและลึกล้ำยิ่งกว่าของนักฆ่าหอหมื่นวิญญาณ!
ที่ปลายทางเดินที่เพิ่งเปิดออกท่ามกลางหมอกสีม่วง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งในชุดเกราะบางเบาสีดำสนิทเรือนผมสีเงินยาวสลวยปิดบังใบหน้าครึ่งซีกในมือของนางถือเคียวเกี่ยววิญญาณขนาดยักษ์ที่อาบไปด้วยปราณสีดำทมิฬ
นางไม่ได้พุ่งเข้ามาโจมตีเพียงแค่ยืนนิ่งและส่งยิ้มที่มองไม่เห็นมาให้หลินเทียน ทว่าแรงกดดันของนาง...คือระดับ **'ผสานจิตวิญญาณขั้นกลาง'** ที่แท้จริง! ไม่ใช่สัตว์อสูรแต่เป็นอัจฉริยะที่ถูกส่งมาเพื่อล้างบาง!
"ดูเหมือนการพักผ่อนของเราจะจบลงไวกว่าที่คิดนะสหาย..." หลินเทียนกระชับกระบี่มังกรพลิกฟ้าอีกครั้งแววตาของเขาไม่มีความหวาดกลัวมีเพียงสัญชาตญาณของนักล่าที่ถูกกระตุ้นให้ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม
สมรภูมินรกแห่งนี้เพิ่งจะเริ่มเผยเขี้ยวเล็บที่แท้จริงออกมา!
**จบบทที่ 44(ผสานอัสนีเพลิงกัมปนาท)**