ทั้งสองคนเดินมาที่ลานกว้างท้ายโรงอาหาร เห็นตาชิดที่ตาบอดทั้งสองข้างนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่งใกล้บันไดทางขึ้นชั้นสองของโรงอาหาร ซึ่งเป็นห้องพักภารโรง ที่ลานแห่งนี้เมื่อวันเสาร์ คือบริเวณที่แฮ็มกะแป็งและอาเธอร์เจองูเหลือมยักษ์จนแทบก้าวขาวิ่งไม่ออก
แต่ตอนนี้ลานกว้างไม่มีงู แต่มีนักเรียนหญิงม.ปลายสองสามคนนั่งมุงตาชิดอยู่ หวันและกระปุกเดินเข้าไปใกล้ ที่แท้พวกนักเรียนหญิงกำลังให้ตาชิดดูไพ่ทำนายให้อยู่ ตาชิดแม้ตาบอด แต่ก็ยังสามารถใช้ไพ่ดูดวงให้คนอื่นได้ อาจเป็นเพราะความเคยชินในไพ่ที่สัมผัสอยู่เสมอ และความชำนาญที่ใช้ไพ่ทำนายชะตาให้ผู้อื่น
พอหวันและกระปุกไปถึง ตาชิดก็ทำนายจบ เด็กผู้หญิงกลุ่มนั้นดูนาฬิกาแล้วรีบชักชวนกันไปกินข้าว เปิดโอกาสให้หวันเข้าไปคุยกับตาชิด
“สวัสดีจ้ะ ตาชิด” เสียงหวันทักทาย
ตาชิดได้ยินเสียงหวันก็จำได้ ป้าทิพย์ฝากเงินหวันมาให้ตาชิดอยู่เสมอ หวันเองก็เอาขนมมาฝากตาชิดอยู่บ่อย ๆ
“อ้อ คุณหวันหรือครับ สวัสดีครับ”
“ตาชิดดูหมอให้เด็กอีกแล้ว” หวันแซว
ตาชิดเปิดตาที่มองไม่เห็นไปข้างหน้า พยายามมองไปทางเสียงของหวัน
“วัน ๆ ผมนั่งอยู่เฉย ๆ ช่วยรดน้ำต้นไม้แล้วก็ไม่ได้ทำอะไร นั่งเหงาอยู่ตรงนี้ พวกเด็กนักเรียนมานั่งคุยขอให้ทำนายโชคชะตาให้ ผมพอรู้เรื่องไพ่ทำนาย ก็ช่วยดูหมอสนุก ๆ ไปตามเรื่องน่ะครับ”
หวันหยิบซองออกจากกระเป๋าหนังสีชมพู เอาส่งที่มือของตาชิด
“ป้าทิพย์ฝากตังค์มาให้ตาชิดกินขนมค่ะ”
ตาชิดมือสั่น พยายามยื่นเอาซองคืนหวัน พูดละล่ำละลัก
“โอ๊ย เอาตังค์มาให้ผมอีกแล้วคุณทิพย์ ผมไม่รับล่ะครับ เกรงใจเหลือเกิน ทำอะไรตอบแทนคุณทิพย์ไม่ได้เลย เอาแต่รับเงินทุกครั้ง ผมเกรงใจเหลือเกิน ขอไม่รับแล้วครับ”
“โธ่ตาชิดไม่เห็นต้องเกรงใจเลย ป้าทิพย์แกจำตาชิดได้ ตาชิดก็เคยช่วยเหลือเอื้อเฟื้อป้าทิพย์ตั้งแต่สมัยป้าทิพย์ยังเรียนหนังสืออยู่ที่นี่ใช่ไหมคะ?”
“โถ ผมก็ทำหน้าที่ของผม คุณทิพย์ช่างมีเมตตานัก ยังจดจำลุงชิดได้อยู่” ตาชิดน้ำตาคลอ
“งั้นก็อย่าทำให้ป้าทิพย์เสียน้ำใจเลยนะคะ” หวันยัดเอาซองใส่กลับมือตาชิด “ตาชิดรักษาสุขภาพให้ดี สุขกายสุขใจทุกวัน ป้าทิพย์ก็ดีใจแล้วค่ะ”
“โถ ช่างมีน้ำใจดีกันทั้งบ้านเลย ตาชิดมีโอกาสได้รับใช้คุณทั้งสองรุ่น ตาชิดรู้สึกเป็นบุญเหลือเกินครับ”
“แหม ตาชิดพูดเกินไปแล้วค่ะ ป้าทิพย์กับหนูต่างหากที่โชคดีมีโอกาสได้รับความเอื้อเฟื้อช่วยเหลือจากตาชิด” หวันพูดจบ น้ำตาที่คลอเบ้าของตาชิดก็ยิ่งเอ่อล้น
“ผมไม่มีอะไรจะตอบแทน ให้ผมดูดวงให้ไหมคุณหวัน ดูสิว่าคุณหวันจะได้ไปเรียนหนังสือที่เมืองนอกเหมือนคุณป้าหรือเปล่า เอาไหมครับ?” ตาชิดถามยิ้มๆ กระตือรือร้นอยากทำคุณตอบแทน
“เอาสิคะ” หวันก็เหมือนเด็กผู้หญิงวัยนี้ทั่วไปที่ชอบดูหมอ อยากรู้อนาคตว่าจะเป็นอย่างไร อย่างน้อยก็ดูสนุกๆ
ตาชิดเริ่มสับไพ่ทำนาย แกทำปากหมุบหมิบเหมือนนับเลข เสร็จแล้วก็ถามปีเกิด เดือนเกิดของหวัน แล้วบอกให้หวันถือไพ่
“เอ้า คุณหวัน ขอให้คุณหวันตั้งสมาธิให้ดี แล้วอธิษฐานขอให้ไพ่ทำนายจงศักดิ์สิทธิ์ทำนายโชคชะตาที่ดีงามให้คุณหวันนะครับ”
หวันรับไพ่มากแล้วพนมมืออธิษฐาน ตาชิดส่งไพ่ให้สับตามจำนวนอายุ แล้ววางลงบนโต๊ะไม้ข้างหน้า ตาชิดบอกให้หวันตัดไพ่ แล้วตาชิดก็เอาไพ่ที่ตัดวางกลับไว้ด้านบน
“เอ้าคุณหวัน หยิบไพ่ออกจากกองออกมาหกใบ แล้วส่งให้ผม”
หวันทำตามที่ตาชิดบอก “นี่ค่ะตาชิด หกใบ”
“ครับ แล้วคราวนี้ตัดไพ่อีกครั้ง นี่ครับ” ตาชิดส่งไพ่กองที่เหลือมาให้หวัน
หวันตัดไพ่อีกครั้ง คราวนี้ตาชิดแยกออกเป็นสองกอง แล้วบอกหวันให้ว่า
“คราวนี้ คุณหวันอธิษฐานถึงสิ่งที่อยากรู้เรื่องที่ผ่านมาในอดีต แล้วหยิบไพ่ออกมาจากกองสามใบนะครับ”
หวันเลือกไพ่ออกมาจากกองฝั่งซ้ายที่หมายถึงอดีต แล้วส่งให้ตาชิดสามใบ
“นี่ค่ะ”
ตาชิดวางไพ่เรียงต่อจากไพ่หกใบเมื่อสักครู่ แล้วยื่นไพ่กองทางขวาส่งให้หวัน
“เอาล่ะครับ คราวนี้อธิษฐานว่าอยากรู้อะไรที่จะเกิดในอนาคต แล้วหยิบไพ่ออกมาอีกสามใบ”
หวันอธิษฐานตามที่ตาชิดบอก แล้วเลือกไพ่ออกมาสามใบ ตาชิดก็วางเรียงต่อ แล้วรวมเอาไพ่ที่เหลือแยกไว้ไม่ให้ปนกัน
ตาชิดเปิดกองหกใบก่อน แกสัมผัสไพ่ทีละใบอย่างตั้งใจ ถามหวันให้แน่ใจว่าไพ่ทั้ง 6 ใบนั้นมีไพ่อะไรบ้าง เมื่อจำได้แล้ว ก็นั่งปิดตาแล้วคำนวณ เงียบนิ่งอยู่สักพัก ตาชิดก็พูดออกมายิ้มๆ
“ผมว่าแล้ว คุณหวันมีชะตาเกิดของผู้มีบุญ เรียกว่าเป็นนางฟ้านางสวรรค์มาจุติ คุณหวันเกิดมาเป็นที่รักของพ่อแม่ มีความพร้อมความสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นสติปัญญา ทรัพย์นอกกายและทรัพย์ในกาย รูปลักษณ์และจิตใจงดงาม พรั่งพร้อมด้วยคนรักรอบกาย ลูกโทนก็แบบนี้แหละ เป็นเจ้าหญิงประจำบ้านเลยแหละ” ตาชิดพูดเหมือนตาเห็น
“แล้วยังไงอีกคะตาชิด?” หวันถามด้วยความอยากรู้
“เพราะคุณหวันได้รับความรักความอบอุ่นอย่างแท้จริงจากคนรอบข้าง เลยทำให้คุณหวันเรียนรู้ที่จะรักผู้อื่นกลับเหมือนกัน เลยทำให้คุณหวันมีข้อเสียอยู่เรื่องหนึ่ง” ตาชิดบอก
“เรื่องอะไรคะ?”
“ข้อเสียที่ชอบเป็นทุกข์เพราะห่วงคนใกล้ตัว ชอบคิดกังวลเรื่องที่ยังไม่เกิด โดยเฉพาะกับคนที่เรารัก” ตาชิดบอก “จะเรียกว่าเป็นโรคชอบวิตกจริต ไม่ทราบผมทายถูกหรือเปล่า?” ตาชิดถาม
“หนูก็ไม่ค่อยแน่ใจค่ะ เพียงแต่มีบางเรื่องชอบเอาไปคิด แล้วสร้างเรื่องต่อ แต่ก็ไม่บ่อยหรอกค่ะ” หวันพยายามทบทวนนิสัยของตน ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยเห็นด้วยว่าตัวเองชอบเป็นโรควิตกจริต
“อาจเป็นเพราะตอนนี้คุณหวันไม่มีอะไรให้กังวลใจเท่าไร เลยยังไม่มีความวิตกจริตแสดงออกมา ก็ดีแล้วครับ เด็กมีบุญอย่างคุณหวันมักมีเทวดาคุ้มครองให้อยู่รอดปลอดภัย”