บทที่ 1
สวนหลังบ้านฉัน คือ แดน์ใช่ไหม (รีไรท์)
ณ หมู่บ้านหลิวหยาง หมู่บ้านในแถบชนบทที่ไม่ค่อยมีคนสัญจรไปมา ในขณะนี้ทุกคนกำลังสาละวนจัดแจงเตรียมงานวุ่นวาย ดูคลับคล้ายว่าพวกเขากำลังจัดงานเล็ก ๆ งานหนึ่ง
มีแขกหลายคนในหมู่บ้านที่กำลังเดินทางมา และแขกบางส่วนที่นั่งรออยู่ในงาน ทุกคนล้วนแล้วแต่สวมเสื้อผ้าชุดขาว ทั้งคนแก่ เด็กหนุ่ม มีบางส่วนกำลังนั่งรออาหารมาเสิร์ฟที่เก้าอี้ของพวกเขา
วันนี้มีงานศพจัดขึ้นที่ตระกูลหยางเหล่าซานคือชายชราศีรษะขาวโพลน ต้องจำใจจัดงานศพให้ลูกชายเพียงคนเดียวของเขา ที่พึ่งเรียบจบจากมหาวิทยาลัย ด้วยวัยที่เต็มไปด้วยพละกำลัง
และกำลังอยู่ใน่ก่อร่างสร้างตัวเพื่อดูแลครอบครัว หลังจากเขาเรียนจบและเดินทางกลับมาที่บ้าน หยางเซียวเล่อเกิดตกบ่อน้ำร้างโบราณที่สวนหลังบ้าน เนื่องจากเขา้าไปตกปลาเพื่อหาอาหารเย็น
ในขณะที่หลิวไช่อิงภรรยาของหยางเหล่าซานกำลังร้องไห้ ราวกับอยากจะตายไปพร้อมกับคนที่อยู่ในโลงภายในห้องโถง
ณ มุมห้องด้านนอก หยางเหล่าซานกลับมีใบหน้าเรียบเฉยและกำลังสูบยาเส้นราคาถูกที่เขาทำขึ้นมาด้วยตนเอง
ในเวลานี้ มีญาติจำนวนมากต่างมาช่วยกันทักทายแเื่ที่กำลังทยอยเข้างานมา พวกเขาส่งสายตาเหลือบมองไปที่หยางเหล่าซานที่เงียบขรึม ภายในใจรู้สึกหดหู่สงสาร มากกว่านั้นคือการเยาะเย้ย
หยางเหล่าซานไม่ใช่คนดั้งเดิมของหมู่บ้านแห่งนี้ หยางเหล่าซานเดินทางมาที่หมู่บ้านหลิวหยาง เพื่อลงหลักปักฐาน แต่เขานั้นมีชื่อเสียงในทางที่ไม่ค่อยดีนัก ทั่วทั้งหมู่บ้านต่างโจษจันไปทั่ว
เนื่องจากเมื่อ 30 ปีที่แล้ว เขาได้แต่งเข้าตระกูลหลิว เพราะเขาเป็คนที่ไม่มีความสามารถพิเศษใด อีกทั้งยังยากจนมาตลอดชีวิต
มีเพียงไม่กี่คนในหมู่บ้านที่รู้สึกเห็นใจเขาอย่างจริงใจ คนส่วนมากต่างมองว่าหยางเหล่าซานคือคนนอกหมู่บ้านมาโดยตลอด
หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อมีคนนำอาหารมาเสิร์ฟให้แขกที่นั่งรออยู่ในงานพิธี บรรยากาศพลันเปลี่ยนเป็คึกคักในทันที
ภายในห้องโถงเล็ก ๆ โลงศพถูกวางไว้อย่างเงียบ ๆ และไม่มีคนคอยนั่งอยู่ข้าง ๆ โลงศพ ยกเว้นหลิวไช่อิงที่กำลังร่ำไห้ไม่หยุด
“ดูเอาเถิด...สรรพสัตว์ทั้งปวง ซึ่งเกิดตามธรรมชาติ ล้วนมีความเข้มแข็ง แข็งแกร่ง ต่อต้าน ความไม่รู้แจ้ง แม้กระทั่งพระโพธิสัตว์ผู้ยิ่งใหญ่ ก็ยังทรงประสบกับอุบัติภัยหลายต่อหลายครั้ง แต่แล้วพระองค์ทรงได้หลุดพ้นจากสิ่งเหล่านี้ หลงเหลือเพียงบาปของผู้คนที่เหลือที่ยังไม่บรรลุ และบางคนที่ตกอยู่ในกรรมชั่วที่ไม่อาจหลุดพ้น ...พระโพธิสัตว์ทรงปล่อยให้ผู้คนดำเนินชีวิตไปตามกรรมที่ติดตัวของคนผู้นั้น ตามครรลองคลองธรรมที่ควรจะเป็”
เสียงสวดของผู้ดำเนินพิธีงานศพ ดังก้องไปทั่วงานทำให้ผู้ที่นั่งฟังอยู่ ตกอยู่ในภวังค์ บรรยากาศคึกคักพลันหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง
อีกด้านหนึ่ง ภายในโลงศพที่มืดมิด ร่องรอยของลมหายใจลึกลับไหลออกมาและลอยอบอวลอยู่ในความว่างเปล่า
ร่างที่เย็นชืดจนแข็งตัวที่นอนนิ่งในโลง ค่อย ๆ ฟื้นคืนสภาพอบอุ่นชุ่มชื้นและเปล่งออร่าของความมีชีวิตชีวา
ไม่กี่นาทีต่อมา หยางเซียวเล่อก็ลืมตาตื่นขึ้น และพบว่าบรรยากาศตอนนี้ไม่ถูกต้อง เขาพบว่าตนเองอยู่ในพื้นที่คับแคบและอึดอัดมาก จนต้องดิ้นรนออกมาจากที่แห่งนั้น เพื่อสูดอากาศให้เต็มปอด
แอ๊ดดดดดดด ! ฝาโลงศพถูกดันขึ้นเล็ก ๆ พอให้คนภายในนั้นได้หายใจ !
หลิวไช่อิงที่กำลังร้องไห้อย่างเหนื่อยล้าอยู่ข้าง ๆ โลงศพ เนื่องจากร้องไห้มานานจนเธอรู้สึกคอแห้ง และกำลังเช็ดน้ำตาอย่างเงียบ ๆ รู้สึกใเล็กน้อย หลังจากได้ยินเสียงนี้ เมื่อหันไปมองที่โลงศพ
เธอถึงกลับกลอกตาและหมดสติไปในทันที พร้อมกับเสียงสะอึกสะอื้น
หลิวไช่หยุนผู้ซึ่งเดินเข้ามาทางประตู เพื่อที่จะส่งข้าวส่งน้ำให้น้องสาวคนที่สามของเธอ เมื่อพบเหตุการณ์นี้ เธอก็ต้องตกตะลึงพรึงเพริด
จากนั้น ดวงตาก็จับจ้องไปที่ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ในโลงศพอย่างเงียบ ๆ
"อ๊ายยยย กรี๊ดดดด -" เสียงกรีดร้องจับใจความไม่ได้ดังขึ้น เธอปล่อยชามข้าวและน้ำลง และหันหลังวิ่งออกไปด้วยความตื่นตระหนก
“ไม่ ! โลงศพของหยางเซียวเล่อ....เขาลุกขึ้นยืน!” เมื่อได้ยินคำพูดนั้นของหลิวไช่หยุน ทำให้ชาวบ้านที่กินดื่มอยู่ข้างนอกต่างตกตะลึง และหยุดชะงักไปสักพัก จากนั้นเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นตามมา
“พี่หลิว อย่ามาล้อเล่นเลย ฮ่า ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ... โอ๊ย มันขำจริง ๆ ! ให้ตายสิ -!”
ชายที่นั่งที่โต๊ะที่ใกล้ที่สุด คือ เหล่าหลี่ ชายชราข้างบ้านนั่งหัวเราะพูดอย่างติดตลกและล้อเลียนหลิวไช่หยุน ก่อนที่เขาจะพูดจบประโยค
เขามองเห็นหยางเซียวเล่อเดินออกมาจากห้องอย่างว่างเปล่า ทำให้บรรยากาศที่คึกคักเปลี่ยนเป็โกลาหล
ทุกคนต่างผุดลุกขึ้นยืน ร้องเอะอะโวยวายและวิ่งหนีไป เมื่อมองไปที่ประตูบ้านของตระกูลหยางอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ทางด้านหยางเหล่าซานที่กำลังสูบยาเส้น ก็ตกตะลึง จนพูดไม่ออก
เมื่อเห็นลูกชายของเขายืนอยู่ตรงนั้น เขาก็ตกตะลึงครู่หนึ่งและขยี้ตาตนเองอย่างหนัก
“พ่อครับ มีงานแต่งที่นี่เหรอ” หยางเซียวเล่อมองไป รอบ ๆ อย่างว่างเปล่าด้วยความไม่เข้าใจของเขา
“เล่อ เล่อ นั่นลูกจริง ๆ เหรอ ลูกเป็คนหรือผีกันแน่” หยางเหล่าซานพยายามอ้าปากอยู่นาน แต่กลับไร้เสียงออกจากปากของเขา จนกระทั่งเสียงแหบแห้งจากคอของหยางเหล่าซานถูกเค้นออกมา
“พ่อ หมายถึงอะไรน่ะ แน่นอนว่าผมเป็คน เห็นไหม ผมยังมีเงา เืเนื้อ และตัวก็ยังอุ่น ๆ อยู่เลย จะเป็ผีไปได้ยังไง”
หยางเซียวเล่อพูดเพียงครึ่งเดียว และมองไปรอบ ๆ ด้วยความใ เขาพบกับดอกไม้สีขาว ริบบิ้นสีขาว และพวงหรีดขนาดใหญ่ เมื่อหันกลับมา มองอย่างเมตตา ก็พบกับรูปถ่ายขาวดำของเขา ตั้งอยู่บนโต๊ะที่ด้านหน้าของงาน
ใบหน้าของเขาแข็งค้างสติของเขาตกอยู่ในความสับสน “นี่ฉัน... ฉันตายแล้วเหรอ แต่ว่าฉันยังยืนอยู่ที่นี่อยู่เลย จะตายได้อย่างไร”
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้เขาก็รู้สึกปวดหัว ในขณะที่สติวุ่นวายอยู่นั้นก็มีข้อมูลบางอย่างหลั่งไหลเข้ามาในใจของเขา
ผนึก์ ? การฟื้นฟู ? บ่อน้ำโบราณในสวนหลังบ้านของฉันเป็เส้นเืัเหรอ ?
ยังมีผนึก์ที่ยังอยู่ในนั้นและยังไม่ได้หายไปไหน ?
วิถีแห่ง์ในชาติก่อนถูกทำลายและพังทลายลงโดยไม่ทราบสาเหตุ จากนั้นวิถีแห่ง์ใหม่ก็ถือกำเนิดขึ้นในพลังโกลาหลอย่างเงียบ ๆ และมันเลือกให้เขาเป็ผู้สืบทอดคน ต่อไป ?
กฎแห่ง์นั้นสามารถทำให้ผู้สืบทอดกำหนดการเปิดปิดขอบเขตของบ่อน้ำโบราณได้ ?
เวทมนตร์ของบ่อน้ำโบราณ ยังคงเชื่อมโยงกับโลกโบราณซิ่วเจินหรือไม่ ?
และมันจะทำให้เขามีความสามารถในการส่งเสริมความแข็งแกร่งทางร่างกาย ในระดับสูงสุดในโลกการฝึกฝน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการต่อต้านการโจมตีใด ๆ?
นอกจากนี้ เขายังสามารถเดินทางข้ามไปมาระหว่างโลกของเขาและโลกโบราณซิ่วเจินผ่านบ่อน้ำร้าง และตั้งค่ายกลเพื่อจำกัดการรับรู้และการเข้าถึงสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ได้ ?
นี่มันอะไรกันเนี่ย ? ไร้สาระเกินไปหรือเปล่า !
เดี๋ยวก่อน นี่มันไม่ได้หมายความว่า เขาอาจจะได้รับผลประโยชน์มหาศาล ! ? สามารถเดินทางกลับผ่านบ่อน้ำโบราณ และฝึกฝนจนกลายเป็ะ ?
ไม่ ไม่ แล้วถ้ามันนำมาซึ่งอันตรายอื่น ๆล่ะ มันไม่ง่ายเลยที่จะฝึกฝนวิถีแห่ง์ที่วุ่นวาย
ด้วยการไม่รู้เื่ราวอะไรเลย จะเกิดอะไรขึ้น หากถูกไล่ล่าโดยคนที่แข็งแกร่งในโลกโบราณ
และตายลงไปล่ะ ?
จิตใจของหยางเซียวเล่อวิงเวียน และสับสนอลหม่านอย่างสิ้นเชิง เขาไม่สามารถคิดเกี่ยวกับเื่นี้ได้อีกต่อไป
เขาต้องจัดการปัญหาตรงหน้าก่อนนั่นคือ งานศพที่อยู่ต่อหน้าเขา
……
ครึ่งชั่วโมงต่อมาข่าวการเสียชีวิตและการเกิดใหม่ของลูกชายตระกูลหยางก็แพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้าน มีหลายคนที่รู้สึกละอายต่อตระกูลหยาง รู้สึกประหม่า และรู้สึกผิดในใจ เนื่องจากเกือบจะฆ่าคนตายลงไปโดยไม่รู้ตัว หลายคนยังคงเชื่อว่าหมอห่วย ๆ คนนั้น วินิจฉัยผิดพลาดและเกือบจะฆ่าหยางเซียวเล่อไปแล้ว
คนอื่น ๆ ต่างไม่มีอารมณ์และไม่มีความกล้าที่จะไปกินเลี้ยงงานศพที่บ้านของหยางเหล่าซานอีกต่อไป
แม้แต่พี่ชายคนโตของหลิวไช่อิง อย่าง หลิวเจียเฉิง และพี่สาวคนที่สอง หลิวไช่หยุน ก็ไม่กล้าที่จะอยู่ต่อ ดังนั้นพวกเขาจึงรีบหาข้ออ้างที่จะจากไปโดยเร็วเพราะความหวาดกลัว
สำหรับน้องสาวคนที่สี่ หลิวไช่สุ่ย เธอไม่เคยกลับมาที่บ้านอีกเลย หลังจากที่เธอแต่งงานกับครอบครัวที่ร่ำรวยในเมืองหลวง
หลิวไช่อิงที่หมดสติไปไม่นาน ก็ตื่นขึ้นมา เธอกอดลูกชายร้องไห้ด้วยความขมขื่นและความปีติยินดี
สมาชิกในครอบครัวของหยางเหล่าซานทั้งสามคน ต่างช่วยกันทำความสะอาดโต๊ะและล้างจาน บรรยากาศล้วนเต็มไปด้วยความสุข
ในตอนกลางคืน หยางเซียวเล่อ้าที่จะปรับความคิดที่ยุ่งเหยิงในใจของเขา เนื่องจากเขาก็รู้สึกท่วมท้นไปด้วยข้อมูลจำนวนมากที่ปล่อยออกมา
ตอนกลางคืนในแถบชนบท สุนัขในหมู่บ้านต่างตัวสั่นอยู่ที่มุมห้อง พร้อมกับส่งเสียงหอนดังขึ้นทีละตัว
วันรุ่งขึ้น ชีวิตธรรมดา ๆ ก็เริ่มต้นขึ้น หลิวไช่อิงลุกขึ้นทำอาหาร ส่วนหยางเหล่าซานก็เริ่มต้นทำงานในไร่ตามปกติ พวกเขาใช้ชีวิตอย่างธรรมดาสามัญ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ส่วนหยางเซียวเล่อนั้น ตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการวิงเวียนศีรษะ หลังจากฟื้นขึ้นมาจากความตาย ร่างกายของเขายังคงมีปัญหาในการเคลื่อนไหวอยู่บ้าง
ใน่ครึ่งเดือนผ่านไป หยางเซียวเล่อได้ค่อย ๆ ศึกษาข้อมูลภายในใจของเขา และออกเดินทุกวัน เพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อของเขาให้แข็งแรงเหมือนเดิม
ความแข็งแกร่งของจิตใจได้รับการปรับปรุง โดยการออกกำลังกายในทุกวัน
จากนั้นเหตุการณ์ที่ครึกครื้นก็ค่อย ๆ สงบลง แม้ว่า หยางเซียวเล่อจะพบกับสายตาแปลก ๆ เมื่อเขาเดินเข้าไปในหมู่บ้าน แต่ไม่นานนัก คนในหมู่บ้านก็คุ้นเคยกับหยางเซียวเล่อได้
พวกเขาไม่เห็นความแตกต่างใด ๆ เพียงแค่รู้สึกว่า หยางเซียวเล่อดูมั่นใจและมีพลังมาก บางทีเนื่องจาก
เขาอาจจะตายไปแล้วฟื้นขึ้นมา และนี่อาจจะเป็สาเหตุของท่าทางของหยางเซียวเล่อที่เปลี่ยนแปลงไป
ไม่มีใครสนใจเขาอีกต่อไป แต่ทว่าไม่มีใครรู้ว่า หยางเซียวเล่อไม่ใช่คนเดิม ที่เขาเคยเป็มาก่อน !
ในตอนเย็นของวันที่ 27 หลังจากระยะเวลาของการฟื้นคืนชีพของเขา ผ่านไปนานกว่าครึ่งเดือน
จิติญญาของหยางเซียวเล่อก็แข็งแรงขึ้น ร่างกายของเขาก็ฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์ ในที่สุด เขาก็สามารถศึกษาข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในใจได้ทะลุปรุโปร่ง
หลังจากนั้นเขาก็้าศึกษา "เส้นทาง์" ที่เขาได้รับข้อมูลมาอย่างจริงจัง !
เป็เวลากว่าครึ่งเดือนที่ หยางเซียวเล่อได้สำรวจและเริ่มทดลอง โดยเปรียบเทียบข้อมูลที่ได้รับในใจของเขา หลังจากการทดลองต่าง ๆ เขาพบว่าสิ่งที่เรียนรู้จากจิตสำนึกที่วุ่นวาย ในวันที่เขาฟื้นคืนชีพนั้นเป็เื่จริง
พื้นที่หนึ่งในสนามหลังบ้านของเขา มีดวงตาค่ายกลซ้อนทับราวกับการฉายภาพลวงตา เพื่อป้องกันคนอื่นบุกรุกเข้ามาในพื้นที่อย่างบังเอิญ
ผนึก์นี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้ ความมุ่งมั่นของเขาทำให้เขาสามารถมองผ่านค่ายกลลวงตาและเข้าสู่โลกโบราณซิ่วเจินได้ หากไม่ได้รับอนุญาตจากเขา จะไม่มีใครสามารถแตะต้องสวนหลังบ้านของเขาได้เลย เนื่องจากการรวมตัวกันของพลัง์ ส่งผลทำให้มันเป็เหมือนร่างกายของหยางเซียวเล่อ
เขาสามารถรับรู้รายละเอียดทั้งหมดได้อย่างชัดเจน
เขาสามารถกำหนดพื้นที่การเข้าสู่โลกโบราณได้ ! เนื่องจากตอนนี้ทางเข้าถูกปกคลุมไปทั่วทุ่งนา
และสวนหลังบ้านของเขา และมันจะขยายตัวตามการเติบโตของวิถี์
ดังนั้น หยางเซียวเล่อจึงได้กำหนดทางเข้าของอาณาจักรโลกโบราณซิ่วเจินเอาไว้ที่สวนหลังบ้าน
และกำหนดให้สามารถมองเห็นได้เฉพาะเขาเท่านั้น
สวนหลังบ้านของชาวไร่ชาวนาคนหนึ่ง ได้กลายเป็แดน์ที่สามารถช่วยให้ฝึกฝนความแข็งแกร่งได้
โชคดีที่คนอื่นสามารถเข้าไปในสวนหลังบ้านได้ แต่ไม่สามารถเข้าสู่โลกโบราณใบเล็ก ๆ นี้ได้
ดังนั้นหยางเซียวเล่อจึงไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่ไม่คาดคิดอีกต่อไป
หยางเซียวเล่อยังคงรอคอยมานานกว่าหนึ่งเดือน เนื่องจากเขายังไม่มั่นใจในการสาวเท้าเข้าไปในโลกโบราณที่ตนเองไม่คุ้นเคย
ข่าวดีอีกประการหนึ่งในฐานะของผู้สืบทอดของแดน์หลังบ้านแห่งนี้ คือเขาสามารถเข้าสู่โลกแห่งการฝึกฝนได้ด้วยเพียงความคิดเดียวเท่านั้น !
เพียงแค่... อันตรายที่ไม่รู้จัก ทำให้เขาลังเลใจ นี่คงเป็สิ่งเดียวที่เขายังไม่ได้ทดสอบ เนื่องจากเขาหวาดกลัวว่าตนเองอาจจะไปพบกับผู้แข็งแกร่งโดยที่เขานั้นกำลังอ่อนแอ และไม่สามารถต้านทานหรือหลบหนีได้
แม้ว่าเขาจะพยายามทำตัวลีบ ๆ หลังจากเข้าสู่โลกโบราณแล้วก็ตาม แต่... ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นอย่างไม่เป็ไปตามแผนการของเขา เขาจะทำอย่างไร...
จะเป็อย่างไร หากวิถีใหม่แห่ง์ที่ถือกำเนิดขึ้นมานั้นแตกต่าง จากโลกโบราณที่ควรจะเป็
ตอนนี้เขาเป็บุคคลอ่อนแอ มันยากที่จะเชื่อว่า เมื่อเขาเข้าสู่โลกแห่งการฝึกฝน เขาจะกลายเป็คนแกร่งได้ในวินาทีเดียว เขาอยากจะรอจนกว่าเขาจะพร้อมมากกว่านี้
เขาพึ่งจะตายลงไปและฟื้นคืนชีพขึ้นมา ดังนั้นเขาจึงหวาดกลัวเล็กน้อย หากต้องตายลงอีกครั้ง ในตอนที่ฟื้นคืนชีพตอนแรก ๆ ร่างกายของเขาก็แข็งทื่อและฟื้นตัวอย่างช้า ๆ
เขาขยับไปไหนไม่ได้เกือบตลอดทั้งเดือน
ตามข้อมูลในมรดกโลกแห่งการฝึกฝนนั้นอันตรายมาก มันมีทั้งหมด 5 ดินแดน ได้แก่ ดินแดนรกร้างทางใต้ ดินแดนเหนือซินเจียง ดินแดนตะวันตก เกาะบูรพา ดินแดนมั่งคั่งแห่งจงโจว
ดินแดนรกร้างทางใต้ ส่วนใหญ่จะมีเผ่าพันธุ์มนุษย์ต่างถิ่นในสมัยโบราณ โดยมีปีศาจ สัตว์ประหลาด และแมลงมีพิษดาษดื่น
ดินแดนเหนือซินเจียงส่วนใหญ่ถูกโดยเผ่าพันธุ์ปีศาจ
ดินแดนตะวันตกและเกาะบูรพา ถูกโดยนักบวช
ดินแดนมั่งคั่งแห่งจงโจว มีกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งหมดในเอเชีย มีความหลากหลายและเป็กลุ่มที่อันตรายที่สุด
แม้ว่าโลกโบราณซิ่วเจินจะล่มสลายลงไป และมีช่องทางที่เพิ่มขึ้นสำหรับโลกของการฝึกฝนที่ถูกปิดผนึก
แต่ทว่าผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด กลับไม่ใช่ใครที่ไหน แต่... คือเหล่ามนุษย์ !
ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนก็อันตรายมากทั้งนั้น! หยางเซียวเล่อไม่ใช่คนกล้าหาญมาั้แ่เด็ก เขาไม่้าที่จะผลีผลาม หากยังไม่ถึงเวลา