บทที่132
จางหลินซิน
ห้องต้อนรับส่วนตัวพิเศษตั้งอยู่ภายในโรงน้ำชาทางด้านทิศตะวันตกของเมืองหลวง
จางหยวนเดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้นี่เองก็เป็นลมน้ำชาแห่งหนึ่งที่มีความใหญ่โตเช่นเดียวกัน
ภายในเมืองหลวงแห่งนี้มีโรงน้ำชาที่ใหญ่โตอยู่หลายแห่งสถานที่อย่างนี้เองก็เป็นเช่นเดียวกัน
โรงน้ำชาที่ใหญ่โตภายในเมืองหลวงมันมักจะมีพวกห้องต้อนรับส่วนตัวที่เอาไว้จัดการต้อนรับแขกระดับสูงที่เดินทางเข้ามา
จางหยวนเดินทางเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้
หลังจากที่เดินทางเข้ามาก็มุ่งตรงไปยังห้องต้อนรับที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้
เปิดประตูเข้าไปภายในห้องเห็นเขากับนางคณิกาผู้นั้นที่กำลังนั่งอยู่
ในวันนี้นางไม่ได้เเต่งกายด้วยชุดสีม่วงบ้างยามรับแขกแต่ว่าตัวของนางนั้นสวมใส่ชุดเช่นสตรีธรรมดาทั่วไป
ผิวกายขาวผ่องเปล่งประกายยามกระทบกระแสงตอนกลางวันชุดที่นางสวมใส่เป็นชุดสีเข้มๆแต่กลับยกชูผิวสีขาวของนางให้โดดเด่น
นางผู้นี้ในยามกลางวันงดงามไม่แพ้ยามราตรีที่อยู่ภายในหอคณิกาภายในเมืองหลวงเลยแม้แต่น้อย
นางนั่งอยู่ห้องด้วยความสงบนิ่งเมื่อยามประตูเปิดเข้ามาดวงตาของนางหันมามองที่จางหยวน
จางหยวนเดินทางเข้ามาภายในห้องพร้อมกับคุณหนูหงที่ติดตามเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ด้วย
ทั้งสองคนเดินเข้ามามุ่งตรงไปหานางที่กำลังนั่งอยู่บริเวณใจกลาง
จางหยวนค่อยๆหย่อนก้นนั่งลงด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความยิ้มแย้มเขาเอ่ยถามขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“ เป็นอย่างไรบ้างเจ้าทรงข่าวไปบอกข่าวว่าสามารถช่วยของเสี่ยวซินออกมาได้แล้ว ”
นางพยักหน้าตอบรับกลับมาก่อนที่ปรายสายตาของตนเองไปมองห้องอีกข้างหนึ่งที่ถูกเชื่อมต่อเอาไว้
ดวงตาของนางปรายสายตาของตนเองไปมอง
ประตูที่ถูกปิดเอาไว้มันค่อยๆถูกเปิดออกมาก่อนที่จะมีหลาของเด็กผู้หนึ่งเดินออกมาจากภายในนั้น
ดวงตาทั้งสองข้างของจางหยวนเบิกกว้างขึ้นมองเห็นเด็กหญิงที่เดินออกมาจากภายในห้องที่อยู่ข้างๆ
ท่าทางของนางดูกล้ากล้ากลัวกลัวแววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังนางแต่งกายด้วยชุดผ้าธรรมดาอันเรียบง่ายเดินออกมาจากภายในห้องข้างๆพร้อมสายตาหวาดระแวง
นางคือจางหลินซินน้องสาวของจางหยวน
จางหยวนมองเห็นน้องสาวของตนเองเดินออกมาจากภายในห้องเขาทำการอุทานขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“ เสี่ยวซิน ”
จางหลินซินที่กำลังก้มหน้าอยู่เงยหน้าขึ้นมาอย่างช้าช้า
เสียงที่คุ้นเคยดังเข้ามาภายในหูจางหลินซินวัยแปดปีจำได้ในทันทีว่านี่คือเสียงของพี่ชายของตนเองอย่างแน่นอน
เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็มองเห็นจางหยวนอยู่บริเวณด้านหน้า
ดวงตาใสใสที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความหวาดระแวงค่อยๆเปล่งประกายแสงแห่งความหวังดวงตาคู่นั้นค่อยๆสั่นก่อนที่จะมีน้ำใสๆไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง
น้ำตาแห่งความอัดอั้นปลดปล่อยออกมาในรอบปี
น้ำใสไหลอาบแก้มทั้งสองข้างจางหลินซินการกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่น“ พี่ใหญ่ ”
จางหยวนที่อยู่บริเวณด้านหน้าเขาเองภายในใจก็เต็มไปด้วยความปลื้มปิติเช่นเดียวกัน
อย่างที่กล่าวไปตั้งแต่มาอาศัยอยู่ภายในร่างนี้ทั้งจิตวิญญาณและความทรงจำหลอมรวมกันไปทั้งหมดแล้ว
ความรู้สึกของเขาในตอนนี้เทียบเท่ากับความรู้สึกของเจ้าของร่างในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่
น้องสาวที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าหลังจากที่ไม่พบเจอกันเป็นเวลานานความรู้สึกหวนคิดถึงย้อนคืนกลับมา
จางหยวนค่อยๆลุกยืนขึ้นอย่างช้าๆเขาทำการเรียกนางด้วยน้ำเสียงอบอุ่น“ เสี่ยวซิน ”
จางหลินซินน้ำตาอาบแก้มหลังคำเรียกของพี่ชายของตนเองนางรีบวิ่งตรงเข้าไปอย่างรวดเร็วกระโดดเข้ากอดจางหยวน
จางหยวนโอบกอดน้องสาวของตนเองเอาไว้ด้วยสองแขนอย่างแนบแน่นหลังจากที่ไม่ได้พบเจอกันเป็นเวลานาน
พวกเขาสองพี่น้องในตอนนี้ได้กลับมาพบกันอีกครั้งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าอยู่ดี
หลังจากที่หาวิธีมาแล้วหลายต่อหลายครั้งในที่สุดเขาก็สามารถพานางออกมาจากหอคณิกาแห่งนั้นได้
จางหลินซินให้ราวกับว่าเป็นเด็กงอแงในตลอดเกือบปีที่ผ่านมาชีวิตภายในหอคณิกาของนางไม่ได้ราบรื่น
โดยชีวิตภายในห้องขังณิการ์ไม่ได้แตกต่างจากนรกบนดินตอนนี้สามารถผ่านความรู้สึกในช่วงนั้นมาได้เรียบร้อยแล้วมันเทียบเท่ากับว่าตัวของนางนั้นผ่านพ้นฝันร้าย
วันนี้พบเจอกับพี่ชายของตนเองที่อยู่บริเวณด้านหน้าภายในใจเต็มไปด้วยความปิติ
ผู้ที่อยู่บริเวณรอบๆเกาะทำการมองด้วยรอยยิ้มเห็นสองพี่น้องกลับมาพบหน้ากันอีกครั้ง
หลังจากนั้นจางหยวนก็ทำการเอ่ยถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ทั้งหมดที่กับจางหลินซิน
หลังจากที่ลองเอ่ยถามเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็ทำให้รู้ว่าหลังจากเขาโดนซ้อมจนบาดเจ็บใกล้จะตายถูกนำไปทิ้งบนถนนด้านนอก
หลังจากนั้นผ่านมาประมาณสองวันหลินหวังก็นำพาน้องทั้งสองเข้าไปขายตามที่มันพูดเอาไว้
จางหลินซินถูกนำมาขายภายในหอฝูเซียน
หลังจากนั้นนางก็เข้ามาอาศัยอยู่ภายในหอฝูเซียนทำหน้าที่สารพัดโชคดีที่นางยังเด็กไม่ต้องรับแขกเหมือนพวกสตรีคนอื่นๆ
แต่ว่านางเองก็ต้องทำหน้าที่ทุกอย่างในแต่ละวันไม่ว่าจะเป็นการกวาดหรือว่าการดูแลหลายๆอย่าง
เรียกได้ว่างานภายในสถานที่แห่งนั้นไม่ได้แตกต่างจากทาสเลยแม้แต่น้อย
ช่วงเวลาหนึ่งปีนางพบเจอเรื่องราวมากมายที่ผ่านพ้นมาร่างกายเองทำงานหนักจนแทบจะไม่ได้พักผ่อน
ในตอนนี้สามารถรอดพ้นมาได้แล้วมันเองก็ถือว่าตัวของนางรอดพ้นขุมนรกมาเลยทีเดียว
จางหยวนเห็นว่าน้องสาวของตนเองนั้นมีอายุเพียงแค่แปดปีเท่านั้นตอนที่โดนส่งเข้ามาภายในหอคณิกาก็มีเพียงแค่อายุเจ็ดปี
ช่วงอายุเท่านี้การทำงานหนักถือว่าเป็นเรื่องที่เกินไปจริงๆ
จางหยวนให้คุณหนูหงนำพาจางหลินซินไปทำความสะอาดร่างกายพร้อมกับหาอาหารอร่อยอร่อยและก็เสื้อผ้าที่ดีให้กับนาง
หลังจากที่จางหลิงซินเดินทางออกไปจางหยวนก็มานั่งสนทนากับผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้า
“ ท่านนำพานางออกมาได้อย่างไร ” จางหยวนเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย
ในตอนนี้เขายังคิดไม่ออกเลยว่าสตรีนางนี้ใช้วิธีใดในการนำพาน้องสาวของเขาออกมาจากสถานที่แห่งนั้น
อีกฝ่ายทำการยกยิ้มก่อนที่จะตอบกลับ“ ข้าอยู่ภายในสถานที่แห่งนั้นมาเป็นเวลานานย่อมพบเจอเรื่องหลายๆอย่างและก็รู้วิธีการหนีออกมาได้อย่างสบายๆ”
“ ข้าน้อยใช้เวลาสิบวันที่ผ่านมาในการเริ่มแสดงให้นางนั้นมีอาการป่วย ”
“ หลังจากที่ให้นางเริ่มแสดงอาการป่วยมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อผู้คนภายในหอคณิกาเริ่มมองเห็นก็จะเริ่มมีการพูดกัน”
“ หอฝูเซียนเป็นสถานที่แออัดแน่นอนว่าเรื่องโรคระบาดจำเป็นต้องระวังเอาไว้ ”
“ เพราะแบบนั้นเถ้าแก่ของหอคณิกาเมื่อมีผู้ใดที่มีท่าทีว่าจะป่วยเป็นโรคระบาดก็ต้องนำตัวออกไปทันที”
“ แบบนั้นตัวของข้าจึงนำตัวนางออกมาจากสถานที่แห่งนั้นได้อย่างที่เห็น ”นางทำการพูดออกมาถึงแผนการของนางที่ลงมือทำไป
เพียงแค่นี้จางหยวนก็รู้แล้วว่าสตรีผู้นี้มีเล่ห์เหลี่ยมและก็มีแผนการที่ไม่ธรรมดา
นางอยู่ภายในหอคณิกาพบเจอกับเหล่าบุรุษมากมายพวกนั้นแน่นอนว่ามันก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับสนามการขัดเกลาสติปัญญา
นางคงจะเรียนรู้พวกเล่ห์เหลี่ยมมากมายมาจากการเอาตัวรอดจากพวกบุรุษเหล่านั้น
เพราะแบบนั้นจึงเป็นคนที่ฉลาดเฉลียวแบบนี้
จางหยวนแสดงใบหน้าจริงจังเขาพยักหน้าตอบรับกลับไป “ ในเมื่อท่านสามารถทำตามคำขอของข้าได้ก็ต้องขอบคุณมาก ”
จางหยวนก้มศีรษะขอบคุณสตรีที่อยู่ด้านหน้า
มันทำให้นางรู้สึกประหลาดใจเอียงคอสงสัย“ บุรุษภายในสถานที่แห่งนี้ไม่มีผู้ใดโคหัวให้สตรีหรอกนะเจ้าคะ ”
ในยุคสมัยนี้บุรุษถือว่าเป็นใหญ่แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดก้มหัวให้สตรีอย่างแน่นอนยกเว้นสตรีผู้นั้นจะเป็นสตรีที่สูงศักดิ์จริงๆ
นางทำการพูดต่ออีก“ข้าน้อยลงมือทำเพียงเพราะว่ามันเป็นเงื่อนไขของพวกเราหวังว่าท่านคงจะรักษาสัญญาที่ให้เอาไว้กับข้า”
นางทำการกล่าวย้ำเตือนถึงสัญญาที่ทั้งสองนั้นสัญญากันเอาไว้
จบบท