หยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์

    อำนาจของซูชิง

            หยางเทียนอวี้กำแก้วน้ำที่อยู่ในมืออย่างรุนแรงจนเกิดรอยแตกร้าวขึ้นก่อนขะฝืนยิ้มด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว

            "ทั้งสองคนไปรู้จักกันตอนใหนงั้นรึ"หยางเทียนอวี้กล่าวด้วยน้ำเสียงหนาวเย็น

            "เรื่องนั้น......." หยางอวี้พูดไม่ออก

            "งั้นข้าอธิบายเองข้าและแม่นางหยางอวี้เคยพบกันที่ภัตตาคารที่ดีที่สุดในดินแดนเทวะทิศเหนือในตอนนั้นที่นั่งเต็มจนหมดและข้าเลยขออนุญาติไปนั่งร่วมโต๊ะกับแม่นางหยางอวี้และในตอนนั้นพวกเราก็เลยได้ทำความรู้จักกันและไปยังสถานที่ต่างๆด้วยกันบ่อยขึ้น......" หว่านเจียงอี้กล่าวเสียงเบา

            "เพล้ง......" แก้วในมือของหยางเทียนอวี้แตกละเอียดในทันที

            "ความสัมพันธ์ของพวกเจ้าไปถึงใหนกันเเล้ว จับมือกันหรือยังหรือเคยกอดกันแล้ว หรือว่าถึงขั้นจูบกัน"หยางเทียนอวี้กล่าวด้วยน้ำเสียงหนาวเย็นยิ่งขึ้นจนทำให้หยางจื่อที่นั่งอยู่ข้างๆอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านเห็นได้ชัดว่าหยางเทียนอวี้เริ่มมีโทสะขึ้นมาจริงๆ

            "ใจเย็นๆก่อนหยางเทียนอวี้ในเมื่อเด็กน้อยทั้งสองคนนั้นชอบพอกันก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย"เมิ่งต้วนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            "เรื่องนี้ข้าไม่สามารถตัดสินใจคนเดียวได้คงต้องรอมารดาของทั้งสองกลับมาอีกทีข้าจะติดต่อนางเดี๋ยวนี้" หยางเทียนอวี้กล่าวเสร็จก่อนจะเดินออกไป

            เมื่อหยางเทียนอวี้เดินออกไปหว่านเจียงอี้อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโล่งใจ

            "นึกว่าจะถูกฆ่าซะเเล้ว" หว่านเจียงอี้กล่าว

            "ฮ่า ฮ่า เขาไม่ทำอย่างงั้นหรอกแต่เรื่องที่เขาจะยกลูกสาวให้หรือไม่นั้นก็เป็นเรื่องยากอยู่เหมือนกัน"เมิ่งต้วนกล่าว

            "ใช่เเล้ว เรื่องนี้เป็นที่รู้ๆกันว่าหยางเทียนอวี้นั้นหวงลูกสาวมากขนาดใหนไม่อย่างงั้นมีหรือที่แม่นางหยางอวี้จะไร้คู่มาถึงทุกวันนี้"เหยาจีกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            หยางอวี้ที่นั่งอยู่ได้แต่แสดงสีหน้าเขินอายเมื่อได้ยินคำกล่าวของเหยาจีแต่หยางจื่ออดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาและมองไปทางหว่านเจียงอี้ด้วยสายตาล้อเลียนในตอนที่กลับออกมาจากแดนเร้นลับเป็นหว่านเจียงอี้ที่เปิดโปงการเก็บเกี่ยวทรัพยากรของตนทำให้ตนที่ต้องสูญเสียไปเป็นจำนวนมากให้แก่ตระกูล

            "เฮ้อ นี่ถ้าท่านแม่ไม่เห็นด้วยนี่จะเกิดอะไรขึ้นน้าาา"หยางจื่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            ใบหน้าของหว่านเจียงอี้แสดงความขมขื่นขึ้นมาในทันทีความท้อแท้เริ่มปรากฏออกมาที่ใบหน้าของหว่านเจียงอี้

            "เจ้าอย่าพึ่งหมดกำลังใจถ้าเจ้ารักแม่นางหยางอวี้จริงเจ้าจะต้องแสดงความกล้าหาญให้พ่อแม่ของเขาได้เห็น"​เมิ่งต้วนกล่าว

            "จื่อน้อยเจ้าเองก็อย่าได้ลำพองใจไปนักเรื่องของเจ้าและแม่นางเหยาเซียนนั้น น้องมู่โหลวและ พี่สาวหงเย่ยังไม่รับรู้ถ้าพวกนางรับรู้มันจะเกิดอะไรขึ้นน้าาาาา" หยางอวี้กล่าวด้วยรอยยิ้มเอาคืน

            ใบหน้าที่มีความสุขของหยางจื่อก็แข็งค้างขึ้นมาในทันทีเหงื่อเริ่มใหลออกมาเต็มใบหน้าเมื่ิอนึกถึงภาพที่พวกนางรู้เรื่องเกี่ยวกับตนที่กำลังจะแต่งงานกับเหยาเซียน

            "มู่โหลวน่าจะไม่มีปัญหา แต่กลับหงเย่นี่สินางยิ่งเป็นคนเงียบๆและเดาใจได้ยากอยู่ด้วย" หยางจื่อคิด

            หลังจากนั้นไม่นานหยางเทียนอวี้ก็กลับมาพร้อมกับหญิงสาวสองคนคนนึงคือซูชิงผู้เป็นมารดาของหยางจื่อและหยางอวี้ส่วนอีกคนนางคือหญิงสาวที่งดงามและเรียบร้อยกลิ่นอายที่นางปล่อยออกมานั้นอ่อนโยนอย่างมากนางคทอมู่โหลว

            "คารวะท่านแม่" หยางจื่อและหยางอวี้กล่าวพร้อมกัน

            "ไม่เจอกันพักเดียวพวกเจ้าเติบโตขึ้นเป็นกองและถึงขั้นหาคู่ครองกันเองได้เเล้ว"ซูชิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            แต่รอยยิ้มของซูชิงต่างก็ทำให้หยางจื่อและหยางอวี้รู้สึกขนลุกซูชิงค่อยๆนั่งตรงกลางแทนที่หยางเทียนอวี้และหยางเทียนอวี้มานั่งข้างๆหยางจื่อแทนหยางจื่ออดไม่ได้ทีจะคิดออกมา

            "ตกลงนี่ใครใหญ่ที่สุดในครอบครัวเรากันแน่" หยางจื่อหันไปกระซับกับหยางอวี้

            "แน่นอนอยู่เเล้วก็ต้องเป็นท่านแม่สิถึงท่านพ่อจะแข็งแกร่งกว่าแต่ท่านก็ไม่เคยกล้าขัดใจท่านแม่มาก่อน" หยางอวี้กล่าวอย่างแผ่วเบา

            "อึ ฮึ่ม.. พวกลูกคุยกันเสร็จยัง" ซูชิงกล่าว

            "เสร็จเเล้วขอรับ" ทั้งสองกล่าวอย่างพร้อมเพียง

            "เอาละเรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าเรื่องของจื่อเอ๋อกับแม่นางเหยาเซียนนั้นข้าไม่คัดค้านแต่ว่าจะให้แต่งตอนนี้ยังไม่ได้เพราะจื่อเอ๋อนั้นมีคู่มั่นถึงสองคนและยังไม่ได้แต่งงานเลยสักคนเเละในตอนนี้หงเย่เองก็กำลังฝึกฝนอยู่ในมิติลับจึงไม่สามารถออกมาได้ เพียงต้องรอให้นางฝึกสำเร็จเท่านั้นเพราะงั้นงานแต่งจะถูกจัดขึ้นหลังจากที่หงเย่เสร็จสิ้นกรฝึกลงการแต่งในครั้งนี้จะให้ทั้งสามคนแต่งพร้อมกันไปเลย" ซูชิงกล่าว

            "ต้องใช้เวลานานหรือไม่กว่าจะแม่นางหงเย่จะฝึกฝนเสร็จ" เหยาจีกล่าว

            "ข้าเองก็ไม่ทราบ แต่สำหรับข้า ข้าคิดว่าให้พวกเขาทั้งคู่ทำความรู้จักกันเพิ่มอีกสักนิดก็ดีเหมือนกันส่วนในตอนนี้ก็ให้ประกาศไปว่าทั้งสองคนนั้นหมั้นหมายกันแล้วส่วนเรื่องแต่งงานนั้นเอาไว้ทีหลังเพราะข้าไม่มั่นใจว่าบุตรชายของข้าจะดูแลแม่นางเหยาเซียนดีหรือไม่เด็กคนนี้เป็นพวกบ้าการต่อสู้และแสวงหาแต่ความแข็งแกร่งข้าหยากจะให้ทั้งสองให้เวลากับการพัฒนาตนเองก่อน พวกท่านคิดว่าดีหรือไม่"ซูชิงกล่าว

            "อืม คำกล่าวของแม่นางซูชิงนั้นถือว่าสมเหตุสมผลอายุของทั้งสองยังถือว่าน้อยและยังอยู่ในช่วงการเติบโตควรจะมุ่งเน้นไปที่การบ่มเพาะพลังก่อนนั้นถูกที่สุดเเล้ว" ผู้อาวุโสสูงสุดของตำหนักฟีนิกซ์อัมตะกล่าวออกมา

            "งั้นเรื่องของจื่อเอ๋อและแม่นางเหยาเซียนถือเป็นว่าตกลงให้ทั้งคู่หมั้นหมายกันไปก่อนส่วนทางด้านของคุณชายหว่านเจียงอี้และอวี้เอ๋อนั้นข้าเห็นว่าทั้งคู่นั้นพึ่งรู้จักกันได้ไม่นานควรจะใช้เวลาในการทำความรู้จักกันอีกสักระยะ อีก 2 ปีถ้าพวกเจ้ายังคงชอบพอกันอยู่ข้าจะจัดงานแต่งง่านให้ทั้งสองอย่างไม่คัดค้านตกลงหรือไม่" ซูชิงกล่าว

            "ไม่มีปัญหา ข้าเองก็คิดว่ามันยังเร็วเกินไปเช่นกันแต่เจ้าเด็กนี่มันรีบร้อนอยากจะตบแต่งกับแม่นางหยางอวี้ไวๆนี่สิ"เมิ่งต้วนกล่าว

            "เอาเป็นว่าได้ข้อสรุปของทั้งสองเรื่องแล้วจื่อเอ๋อออกไปข้างนอกกับแม่โหลวเอ๋อเองก็มาด้วยเช่นกัน " ซูชิงกล่าว

            "ท่านที่กลายเป็นจืดสนิทเลยเมื่อท่านแม่มา"หยางจื่อหันไปกล่าวกับหยางเทียนอวี้ที่นั่งเงียบอยู่อย่างผิดปกติ

            ".............."หยางเทียนอวี้

            --------------------------------------------------------------------------------