หวางหลินยิ้มกว้างขึ้น "อ้อ เช่นนั้นหรือ? ข้ากับหวังหยางมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันจริงๆ นะ" เขา กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เจือความยั่วเย้า ทำให้หยางหนิงหน้าแดงด้วยความอับอายและโกรธเคือง
หยางหนิงได้วิเคราะห์สิ่งที่หวางหลินกล่าวออกมา นางถึงกับใจนเผลอตบมือตัวเองเสียงดัง
ใบหน้าของหยางหนิงเต็มไปด้วยความประหลาดใจและความตื่นเต้น นางหันไปชี้บรรดาเหล่าสตรีที่กำลังรุมล้อมชื่นชมหวางหลินอยู่ด้วยความกระตือรือร้น
"พวกเ้าเห็นไหม เขายอมรับแล้ว !" นางประกาศด้วยน้ำเสียงที่ดังและชัดเจน
ท่าทางของหยางหนิงในขณะนั้นเหมือนเด็กน้อยที่เพิ่งได้สิ่งที่ตัวเอง้า นางยิ้มกว้าง ดวงตาเป็ประกายด้วยความดีใจและความภาคภูมิใจที่สามารถเปิดโปงความลับได้ บรรดาสตรีที่ยืนอยู่รอบๆ ต่างพากันอ้าปากค้างด้วยความใและเริ่มซุบซิบบางสิ่งกัน
หยางหนิงรู้สึกเหมือนตนเองได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ นางยืนอย่างภาคภูมิใจในชัยชนะเล็กๆ ของตนเอง แม้ในใจจะยังมีความสงสัยและไม่แน่ใจอยู่บ้าง แต่ความรู้สึกที่ได้เห็นปฏิกิริยาของผู้คนรอบข้างก็ทำให้นางรู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่ง
หวางหลินมองหยางหนิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความขบขันและเอ็นดู เขารู้ดีว่าคำ กล่าวของเขาทำให้หยางหนิงรู้สึกอย่างไร และนั่นก็ทำให้เขายิ่งรู้สึกสนุกกับการหยอกล้อนางมากขึ้น
"เ้า กล่าวจริงหรือ?" หยางหนิงถามกลับด้วยความไม่เชื่อ
"เ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ?" หวางหลินตอบกลับด้วยสายตาที่เป็ประกาย
เสียงหัวเราะใสดังแว่วมาจากเหล่าสตรีที่อยู่รอบข้างด้วยความตื่นเต้นและความชอบใจ พวกนางต่างพากันมองหวางหลินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม สถานการณ์ที่ควรจะเป็เื่น่าอายกลับกลายเป็สิ่งที่สตรีเ่าั้เห็นดีเห็นงามไปอีก ทำให้สถานการณ์ยิ่งวุ่นวาย
"โอ้ หวางหลิน ท่านช่างมีอารมณ์ขันจริงๆ!"
อีกคนหนึ่งเสริมด้วยรอยยิ้ม "ใช่แล้ว ข้าไม่เคยเห็นใครที่สามารถสร้างเื่สนุกสนานได้เช่นนี้มาก่อน"
"ท่านหวางหลินช่างมีเสน่ห์และน่ารักเสียจริง" สตรีอีกคนกล่าวพร้อมกับปิดปากหัวเราะ
สถานการณ์ที่ควรจะเป็เื่น่าอายกลับกลายเป็สิ่งที่สตรีเ่าั้เห็นดีเห็นงามไปอีก ทำให้บรรยากาศยิ่งวุ่นวาย
หยางหนิงมองดูเหล่าสตรีที่พากันะชื่นชมหวางหลินด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย นางรู้สึกทั้งอายและขบขันในเวลาเดียวกัน
หวางหลินยิ้มรับคำชมเ่าั้ด้วยท่าทีที่ผ่อนคลาย เขาเพียงแค่ยืนอยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะและคำชื่นชม โดยไม่แสดงท่าทีเขินอายหรือไม่สบายใจเลยแม้แต่น้อย
สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่หยางหนิง ราวกับจะบอกนางว่าเขาเพียงแค่ล้อเล่นเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกสนุกกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่
เมื่อหยางหนิงเพิ่งรู้ตัวว่าไม่มีใครเชื่อหรือสนใจในสิ่งที่นางเพิ่งกล่าวไป นางมองไปรอบตัวอีกครั้ง ด้วยความรู้สึกที่เริ่มเปลี่ยนไปจากความมั่นใจเป็ความอับอาย
สายตาทุกคู่ของสตรีน้อยใหญ่เหล่านี้ต่างมีแววตาชื่นชมหวางหลินยิ่งกว่าเดิม ราวกับว่าคำ กล่าวของนางเป็เพียงสายลมที่พัดผ่านไป
นางรู้สึกเหมือนเป็เม็ดฝุ่นที่ยืนอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครใส่ใจหรือให้ความสำคัญ นางยืนอยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะและคำชื่นชมที่มอบให้กับหวางหลิน รู้สึกเหมือนถูกทิ้งให้อยู่ลำพังในโลกที่ไม่มีใครสนใจสิ่งที่นางพยายามจะบอก
หยางหนิงพยายามรักษาท่าทีให้เป็ปกติ แม้ในใจจะรู้สึกอับอายและผิดหวัง นางพยายามยิ้มและทำตัวให้กลมกลืนกับบรรยากาศรอบข้าง แต่ลึกๆ แล้ว นางรู้สึกเหมือนถูกมองข้ามและไม่สำคัญในสายตาของผู้คนเหล่านี้
หวางหลินยังคงยืนอยู่ท่ามกลางความสนใจและความชื่นชมจากเหล่าสตรี โดยไม่แสดงท่าทีใดๆ หยางหนิงยิ่งรู้สึกเหมือนถูกทิ้งให้อยู่ในเงามืด ขณะที่หวางหลินเปล่งประกายอยู่ท่ามกลางแสงสว่างของความนิยมชมชอบ
"ข้าไม่คิดว่าเ้าจะกล้า กล่าวเช่นนี้ต่อหน้าสตรีมากมาย" หยางหนิงกล่าวพลางมองหวางหลินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
"ข้าเพียงแค่ กล่าวความจริง" หวางหลินตอบด้วยรอยยิ้มที่ไม่เคยจางหาย
"เ้าช่างกล้าหาญนัก" หยางหนิงกล่าวพลางหัวเราะเบาๆ
"ข้าก็แค่เป็ตัวของตัวเอง" หวางหลินตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
หยางหนิงรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านในใจ นางไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน และนั่นทำให้นางรู้สึกสับสน แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เกิดขึ้น
"ข้าคงต้องไปแล้ว" หยางหนิงกล่าวพลางหันหลังเตรียมจะเดินจากไป
"ข้าหวังว่าเราจะได้พบกันอีก" หวางหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง
หยางหนิงหน้าแดงด้วยความงอน ก่อนจะสะบัดหน้าและกล่าวว่า "เชิญท่านเถิด ข้าไม่อยากพบท่านอีก" แล้วนางก็สะบัดตัวเดินจากไป
หวางหลินยิ้มเยาะมองตามนางจนสุดสายตา
ในใจของหยางหนิงเต้นดังราวกับกลองศึก แม้ปากจะบอกว่าไม่อยากพบ แต่ในใจกลับรู้สึกหวั่นไหวอย่างประหลาด นางรู้ว่าการพบกันครั้งนี้ไม่ใช่เื่บังเอิญ และไม่อาจหยุดคิดถึงหวางหลินได้ตลอดทางที่เดินไปยังจวนของลี่หยา