คุณชายมากรัก

    #41. ขนส่งปืนไฟ

            

            ในช่วงของเย็นวันนั้น หอไชน่าทาวน์ได้ทำการเปิดขายเมนูใหม่ คือหม้อไฟ ทุกคนที่มาล้วนลองสั่งกินทุกโต๊ะ พนักงานที่นั้นแทบจะหัวหมุนกันเป็นแถบๆ เพราะลูกค้าไม่มีทีท่าว่าจะลดลงและทุกโต๊ะต้องการที่จะสั่งหม้อไฟ


            ภายในห้องส่วนตัวชั้นที่ 5 มู่หว่านชิงและผู้แดแลของนางกำลังนั่งกินหม้อไฟด้วยความอร่อย ตัวของน้ำจิม และเนื้อพร้อมกับเครื่องในเข้ากันได้สุดๆ ยังมีพวกกุ้งปลาหมึกและปลามาให้อีกด้วยแถมราคายังไม่แพงทั้งสองคนมีความสุขกับการกินเป็นอย่างมาก พอนางทั้งสองคนกินเสร็จได้เดินไปที่ห้องของเจ้าของหอ เพื่อสมัครเป็นนางคณิกา ทั้งสองเดินเข้าไปในห้องได้พบกับแม่นางหว่านเอ๋อ


            “คาระวะเจ้าของหอ คุณหนูของข้ามาสมัครเป็นนางคณิกาเจ้าค่ะ”


            “คุณหนูของเจ้าชื่อว่าอะไรให้นางเเนะนำตัวและถอดผ้าคลุมที่ใบหน้าออกด้วย”


            มู่หว่านชิงได้ถอดผ้าคลุมหน้าออก หว่านเอ๋อเห็นใบหน้าของนางช่างมีเสน่ห์จริงๆ หากว่าหลิวจ้านได้พบคงจะต้องนำตัวนางมาเป็นเมียอีกคนแน่นอน


            “ข้ามีชื่อว่ามู่หว่านชิงเจ้าค่ะ อายุ 19 ปี เคยเป็นนางคณิกาที่หอเดียวดายภายในเมืองหลวงเจ้าค่ะ”


            หว่านเอ๋อพอได้ยินชื่อนางก็นั่งคิดซักพักเหมือนว่านางจะเคยได้ยินชื่อนี้มาจากที่ไหน


            “คุณหนูของข้ายังเป็นนางคณิกาอันดับหนึ่งในเมืองหลวงเชียวนะเจ้าค่ะ”เป็นผู้ติดตามของนางพูดขึ้นมา

    หว่านเอ๋อได้ยินก็นึกออก


            “ว่าแต่ทำไมแม่นางถึงตัดสินใจที่จะมาอยู่ที่นี่ละ”


            “พวกเราได้ยินว่าที่นี่จ่ายค่าตัวให้สูงแถมยังมีที่พักและอาหารสุราก็รสชาติอร่อยมากแถมที่นี่ยังมีที่ให้ชมวิวทิวทัศน์ธรรมชาติที่สำคัญคือ หม้อไฟอร่อยมากเจ้าค่ะ”ผู้ติดตามเป็นคนตอบ


            หว่านเอ๋อนั่งคิดนางรู้สึกว่ามันแปลก แต่ก็ไม่รู้ว่ามันแปลกที่ตรงไหนนางยังคงไม่กล้าที่จะตัดสินใจ


            “พวกเจ้าพักที่นี้กันก่อนตอนนี้ข้ายังให้คำตอบว่าจะรับพวกเจ้าเข้ามาหรือไม่ พรุ้งนี้ข้าจะบอกอีกที”


            มู่หว่านชิงได้ยินสิ่งที่นางพูดถึงกับงง ขนาดคนระดับนางมาสมัคร ยังไม่ได้เข้าทำงานที่นี่ หรือว่า………จากนั้นพวกนางได้ติดตามพนักงานเพื่อไปที่พัก ที่พักพวกนางอยู่ที่ชั้น 6 ทั้งสองเมื่อได้ที่่พักได้พูดคุยกัน


            “ทำไมแม่นางคนนั้นถึงยังไม่รับคุณหนูเข้าทำงานหรือเจ้าค่ะ”


            “ข้าก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ข้าสงสัยว่านางคงจะไม่ใช่เจ้าของหอตัวจริง”


            “ทำไมคุณหนูถึงคิดแบบนั้นละเจ้าค่ะ”


            “สัญชาตญาณของข้ามันบอก”


            เช้าวันต่อมาหลิวจ้านตื่นนอนและลงไปหาหว่านเอ๋อที่ห้องชั้นที่ 1 ส่วนเย่เอ๋อนางยังคงนอนอยู่บนเตียงเพราะเมื่อคืนนางก็โดนหลิวจ้านบรรเลงเพลงรักจนเกือบจะถึงเช้า เขาเข้าไปที่ห้องเห็นหว่านเอ๋อกำลังนั่งอยู่คนเดียว หลิวจ้านรู้สึกว่าเขาไม่ค่อยได้ใส่ใจหว่านเอ๋อ หลิวจ้านเดินเข้าไปกอดนางและจูบนางไปหนึ่งที หว่านเอ๋อตกใจแต่พอเห็นเป็นหลิวจ้านก็ปล่อยให้เขาจูบ


            “เจ้ากำลังคิดอะไรถึงใจลอยแบบนี้”


            หลิวจ้านอุ้มนางขึ้นและให้นางนั่งที่ตักของเขาพร้อมทั้งกอดนางเอาไว้แน่น


            “หลังจากที่ท่านไปเมื่อวานได้มีคนมาสมัครเป็นนางคณิกาของหอ”


            “ก็ดีแล้ว จะได้มีคนมาเพิ่ม”


            “ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้นเจ้าค่ะ ปัญหาคือนางชื่อมู่หว่านชิงเจ้าค่ะ แถมนางยังเป็นนางคณิกาอันดับหนึ่งของหอเดียวดายในเมืองหลวง”


            หลิวจ้านได้ยินยังตกใจเขาพึ่งจะได้ยินเรื่องของนางจากบัณฑิตเมื่อวาน วันนี้นางมาโผล่ที่นี่แถมยังจะสมัครเป็นนางคณิกาของที่นี่อีก


            “นางได้บอกเหตุผลหรือไม่ว่าทำไมนางถึงมาสมัคร”


            “บอกเจ้าค่ะ นางบอกว่า ที่นี่ให้ค่าจ้างเยอะและอาหารสุราอร่อยเจ้าค่ะ”


            “อย่างหลังข้าเชื่อแต่อย่างแรกข้าไม่เชื่อ คนแบบนางหรือจะขาดเงินทอง”


            “คุณชายคิดว่าจะรับนางไว้ดีหรือไม่เจ้าค่ะ”


            “ก็ต้องรับนางไว้สิ นางยิ่งจะทำให้เชื่อของหอพวกเราเป็นที่รู้จักอีกมากมาย”


            “คุณชายไม่คิดว่าตัวของนางน่าสงสัยหรือเจ้าค่ะ”


            “หว่านเอ๋อเจ้าอย่าไปสงสัยอะไรให้มาก ไม่มีอะไรหรอก หากมีอะไรเกิดขึ้นเดียวข้าจะจัดการนางเอง”


            หว่านเอ๋อได้ยินคำพูดของเขารู้สึกว่ามันแปลกๆเขาบอกจะจัดการนางเอง หว่านเอ๋อยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ แต่คนที่เข้าใจดีที่สุดก็คิือหลิวจ้านเพราะเขาต้องการจะเอานางมาเป็นเมียเพื่อต้องการยั่วโมโหองค์ชายใหญ่ จากนั้นทั้งสอง
    สวีทกันเล็กน้อยและได้กินข้าวร่วมกัน


            “แล้วเย่เอ๋อนางไปไหนเจ้าค่ะ”


            “นางนอนยังไม่ตื่น เพราะว่านางโดนข้าลงโทษทั้งคืน”


            หว่านเอ๋อได้ยินคำพูดของหลิวจ้าน นางถึงกับหน้าเเดงทันที นางเคยโดนเขาลงโทษหนึ่งครั้งนางถึงกับลุกไม่ขึ้นอยู่สองวัน นางรู้สึกสงสารเย่เอ๋อจริงๆ หลังจากที่หลิวจ้านทำธุระเสร็จเขาได้ออกไปที่โรงหลอมเพื่อไปดูการหลอมอาวุทธที่เขาได้สั่งไว้ เมื่อเขามาถึงทุกอย่างก็เสร็จไปหลายส่วนแต่ก็ยังเหลืออีกเป็นจำนวนมาก สิ่งที่หลอมขึ้นมาคืออุปกรณ์ของปืนไฟขนาดยาวยิงได้ทีละนัด ผลิตได้พอสมควรหลิวจ้านได้สั่งให้ขนไปที่เมืองท่าเรือ ปืนยังไม่ได้ประกอบเพียงแต่เป็นชิ้นส่วนเล็กๆเท่านั้น ที่หลิวจ้านยังไม่ได้ประกอบเพราะว่าเขากลัวพวกทหารจะสงสัย หลิวจ้านกลับมาที่ไชน่าทาวน์พรุ้งนี้เขาต้องเดินทางไปเมืองท่าเรือเพื่อดูการฝึกของกองทัพส่วนตัวของเขา 


            ภายในห้องของหว่านเอ๋อ มีนางกับหลิวจ้านอยู่ด้วยกันสองต่อสอง

            

            “หว่านเอ๋อบอกพวกนางไปแล้วเจ้าค่ะ”


            “ดีมากเจ้าช่วยกระจายขาวออกไปด้วยว่าตอนนี้นางคณิกาอันดับหนึ่งของเมืองหลวงอยู่ที่หอของเรา”


            “ได้เจ้าค่ะ เรียนคุณชาย แม่นางมู่ต้องการที่จะจัดงานชุมนุมบทกวี ท่านจะอนุญาตินางหรือไม่”


            “รางวัลคืออะไรนางได้พูดไว้หรือไม่”


            “นางบอกว่าบทกวีที่นางถูกใจจะได้เขาไปพูดคุยกับนางสองต่อสองเจ้าค่ะ”


            “เจ้าช่วยกระจายข่าวนี้ไปด้วยว่านอกจากแม่นางมู่จะให้พบเป็นการส่วนตัว แถมห่อของพวกเราจะให้รางวัลเพิ่มคือ การกินฟรีตลอดหนึ่งปี จะได้น่าสนใจเข้าไปอีก”


            “ได้เจ้าค่ะ”


            หลิวจ้านพูดเสร็จได้จูบนางทันทีพร้อมทั้งจับไปทุกส่วนของร่างกายนางทำให้นางส่งเสียงที่ใครหลายคนอยากจะได้ยินออกมาเป็นระยะๆ

            

            “พวกเราไม่ไปที่เตียงกันหรือเจ้าค่ะ”


            “ข้าเบื่อแล้วเตียง ข้าอยากลองที่โต๊ะบ้าง”


            หลิวจ้านบรรเลงเพลงรักกับนางจนเกือบถึงเช้าเพราะว่าเขาไม่ได้อยู่กับนางมานานแล้วตั้งแต่เปิดหอนางก็งสนยุ่งตลอด วันนี้หลิวจ้านเลยจัดให้นางทบต้นทบดอก

    คล้ายกับเรื่องคุณชายมากรัก ที่คุณอ่าน