ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง[จบบริบูรณ์]

    ตอนที่111 หลบหนี

    63 2-2

    ตอนที่111 หลบหนี

    ลิ้นยาวสีแดงสดแลบตวัดเศษชิ้นเนื้อสมนุษย์บนนิ้วมือเข้าปากเคี้ยวดังกรุบกรับอย่างเอร็ดอร่อยจากนั้นค่อยยิงสายตาทมิฬมืดลึกล้ำตรงใส่ทางเซียถงเป็นคำรบสอง

    เจ้าหมอนี่มันกินเนื้อมนุษย์? ผิดประหลาดเกินไปแล้ว!

    เนื้อตัวสั่นสะท้านวูบวาบเกินต้านทานเซียถงลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคออันเหือดแห้ง

    “แล้วตอนนี้เจ้าเห็นอะไร?”

    เย่หลีเทียนจ้องนางตาเขม็งปริปากเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งภายในหัวของชายคนนี้กำลังครุ่นคิดอะไรอยู่กลับสุดจะหยั่งถึง

    ผิดมนุษย์สิ้นดี!

    เซียถงยืนแน่นิ่งสบสายตาประสานงากับอีกฝ่ายไม่คลายอ่อนสำหรับพฤติกรรมพิสดารเกินมนุษย์ของเย่หลีเทียนนางได้แต่ส่งยิ้มบางตอบกลับไปอย่างเฉยเมยว่า

    “ข้าไม่เห็นอะไรเลย”

    เผชิญเข้ากับรอยยิ้มอันโอนอ่อนประดุจสายลมยามฤดูใบไม้ผลิของเซียถงแสงสว่างสดใสนับพันหมื่นเบ่งบานขึ้นภายในใจ แสงจันทราสีเงินสาดส่องลงมาจากช่องผนังถ้ำรูโหว่ตกกระทบลงบนโฉมสะคราญร่างงดงามของหญิงสาวเทพธิดานางสวรรค์ยังละอายหากต้องเทียบเคียงกับนาง คำว่า สวยกลับไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะพรรณถึงความงามที่มีครอบครอง

    ดวงตาหม่นประกายมืดหม่นของเย่หลีเทียนหรี่ลงเล็กน้อยหากผู้ใดสังเกตให้จงดีจะค้นพบว่าเบื้องลึกสุดของแววหม่นทมิฬกลับเร่นแฝงประกายหลงใหลอยู่ภายในนั้นหนึ่งส่วนรอยยิ้มที่ทรงเสน่ห์กับความสุขุมเย็นชาเฉกเช่นนี้ ใครบ้างจะไม่เผลอไผลเข้าหลงใหล?

    หุหุ จังหวะนี้แหละ!

    ครั้งนี้เซียถงส่งยิ้มหวานละมุนมอบให้แก่เย่หลีเทียนเอนกายเรียงล้มโน้มตกสู่อ้อมแขนของอีกฝ่ายโดยตรงใช้เรียวนิ้วยาวสีขาวผ่องผลักไสคมกระบี่ยาวที่พาดวางบนคอดีดออกไปเบาๆใช้มืออีกข้างโอบช่วงคอเคลื่อนใบหน้างามประดุจบุปผาเข้ากระซิบข้างหูของเย่หลีเทียนเปล่งเสียงกระเส่าอย่างแผ่วอ่อนว่า

    “สตรีงามเปรียบดั่งบุปผาสวยนำของมีคมมาวางไว้เคียงข้างเช่นนี้ เกรงว่าทัศนียภาพกลับเสียหมด?”

    ชั่วขณะฉับพลันสาวงามผู้แสนสุขุมเย็นชาทอดกายลงสู่อ้อมแขนของบุรุษเปลี่ยวใจทั้งรอยยิ้มหวานละมุมก็ดี กลิ่นกายอันหอมรัญจวนก็ดีร่างอรชรเพรียวบางที่แสนนุ่มนิ่มก็ดีทั้งหมดทั้งมวลได้ทำให้เย่หลีเทียนตกสู่ภวังค์ความมึนเมาไปชั่วขณะเขาปล่อยกระบี่ยาวในมือทิ้งลงกับพื้นโดยตรง และใช้มือข้างนั้นเข้าโอบเอวน้อยๆของหญิงสาวตรงหน้า

    หากสาวงามนางนี้มิได้บังเอิญพบเห็นภาพฉากที่เขากำลังดูดเดือดของหญิงสาวอีกคนอยู่ล่ะก็เกรงว่าต่อให้เป็นเขาเองก็ไม่สามารถตัดใจฆ่าบุปผางามเช่นนี้ทิ้งได้แน่นอน

    เซียถงเอื้อมเรียวมือขาวระหงจับแขนข้างนั้นของเย่หลีเทียนที่กำลังโอบเอวให้ขึ้นสัมผัสใบหน้าสวยของนางแทน แววตาที่ต้องพบสบกันระหว่างทั้งสองต่างฝ่ายต่างเปล่งประกายแวววับราวกับสื่อถึงกันและกันได้ แต่ชั่วพริบตานั้นเองเซียถงรีบยกเข่าขวาหวดสวนขึ้นใส่สุดแรงกระทุ้งอัดใส่กล่องดวงใจหว่างขาอีกฝ่ายโดยตรงไม่มีปรานีออมแรงใดๆทำเอาสีหน้าของเย่หลีเทียนบิดเบี้ยวน่าเกลียดด้วยความเจ็บปวดสุดพรรณนานำมาด้วยเสียงกรีดร้องลั่นดังสนั่นมาคู่กับมือทั้งสองที่ชักเก็บกลับมาจากร่างเซียถงโดยไวยกเข้าปิดป้องบริเวณช่วงล่างเอาไว้หนาแน่น ก่อนจะขดตัวหดเล็กเป็นลูกหนังนอนหมอบลงกับไปพื้นทั้งแบบนั้น

    อาศัยระเบิดลูกยักษ์ที่เซียถงทิ้งทวนเอาไว้ให้มันเพียงพอแล้วที่จะทำให้เย่หลีเทียนยิงกระต่ายไม่ได้ไปสักครึ่งวัน

    หลังจากแผนการสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีเซียถงเร่งความเร็วถึงขีดสุดประดุจควบม้าศึกวิ่งตรงออกไปอีกครั้งดั่งอสนีบาตลั่นได้แต่วิ่งและวิ่งต่อไปอย่างสิ้นหวังเพราะถึงครานี้เย่หลีเทียนจะทำพลาดปล่อยให้นางหลุดมือไป แต่มันก็มิได้หมายความว่าในครั้งต่อไปนางจะรอดตายออกมาได้

    สายลมหลากระลอกดังปะทะรูหูเซียถงรีบวิ่งผ่านทางเข้าถ้ำ วิ่งลาจากออกไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมองอีกเลยตลอดทั้งเส้นทาง

    ระหว่างนั้นเองเสี่ยวฮั่วยังคงเอ่ยขึ้นในห้วงความคิดของนางว่า

    “นายท่าน เร็วเข้า!อย่าปล่อยให้มันจับได้อีกรอบ มิฉะนั้นคราวนี้ท่านไม่เหลือแผนหลบหนีแล้ว!”

    ได้ยินดังนั้นเซียถงลอบสายตาแลเหลียวกลับมองน้อย ก็พบร่างสูงโปร่งคนหนึ่งกำลังจ้องมองมาทางนี้ด้วยสีหน้าดุร้ายปนสยดสยองมันก็คือเย่หลีเทียนที่ยืนอยู่หน้าปากถ้ำกำลังมองนางตาเขม็งราวกับต้องการจะกินเลือดกินเนื้อ

    สายลมยามราตรีพัดโชยแสนโอนอ่อนต้นไม้ใบหญ้ากวัดแกว่งโอนเอนมีกิ่งไม้แห้งกระจัดกระจายมากมายทั่วพื้นผืนป่าแห่งนี้ รอบสารทิศโดยมีเซียถงเป็นจุดศูนย์กลางปรากฏเสียงเคลื่อนไหวดังกรอบแกรบไปทั่ว ชั่วขณะอึดใจเซียถงสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิโดยรอบบริเวณที่ลดฮวบกลายเป็นเย็นจัด เย่หลีเทียนเจ้าหมอนี่มันไวเกินไปจริงๆ ส่วนที่ว่ามันจะโผล่มาจากทางไหนกระทั่งตัวนางเองก็มิอาจล่วงรู้ได้!

    กึก!

    เย่หลีเทียนปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งขวางทางเซียถงเอาไว้เบื้องหน้าคู่คิ้วขมวดเป็นปมแน่น สีหน้ายังคงร่องรอยซีดเซียวอยู่หลายส่วน เห็นได้ชัดแจ้งว่ายังไม่หายจากอาการจุกเสียดที่โดยเซียถงประเคนเข่าหนักเข้าใส่สายตาคู่คมประดุจปีศาจสาดใส่เซียถง ก่นเสียงเย็นชาขึ้นคำหนึ่งว่า

    “ข้าควรคิดบัญชีกับเจ้าอย่างไรดี?”

    “ก็คิดเอาเองสิว่าควรคิดบัญชีอย่างไรกับข้า?”

    เซียถงขานวาจาโต้ตอบกลับไปน้ำเสียงเย็นชาไม่ต่างเลื่อนคมมีดสั้นออกมาจากใต้แขนเสื้อ กระชับจับแน่นบนฝ่ามือ ทันทีทันใดนัยน์ตาคู่สวยเปลี่ยนเป็นเฉียบคม ทอแสงส่องประกายความกระหายเลือดระยับสาดออกมา

    หากวันนี้ข้าต้องลงนรกมันเองก็ต้องลงไปพร้อมกัน!

    สิ้นเสียงกล่าวจบคู่เท้าดีดตัวออกจากพื้นกลายเป็นเงาไสววูบปราดพุ่งเข้าใส่เย่หลีเทียนในทันใดความคล่องแคล่วว่องไวระดับนี้ของนางเปรียบได้กับเสือดาวกระหายเหยื่อ ทว่าเย่หลีเทียนยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหนสีหน้าอันเย็นชาของหญิงสาวยังคงสะท้อนแผ่นนัยน์ตาคู่ลึกลับของเขาไม่จางหายชั่วขณะที่เซียถงลุมาได้ครึ่งทาง ยามนั้นเขาค่อนหรี่สายตาหดแคบลง

    เมื่อตรงเข้ามาใกล้แล้วเย่หลีเทียนเพียงยกแขนเสื้อขึ้นมาโบกสะบัดปัดออกไป ก่อกำเนิดคลื่นพลังลมปราณสีม่วงประกายแพรวพราวพุ่งออกมาจากแขนเสื้อยาวเข้าโจมตีใส่เซียถงโดยตรง ชักนำเกลียวคลื่นวายุตีปะทะใบหน้าขอนางโดยตรงเสมือนหน้ามืดแทบเป็นลมไปชั่วขณะ เซียถงกัดฟันกรอดยั่งสติมิให้หลุดลอยระเบิดพลังลมปราณสีครามเข้มบริสุทธิ์เดือดปะทุคลุ้งคลั่ง สีสันตัดเข้ากับรัตติกาลราตรีได้อย่างงดงาม

    ร่ายกระบวนเลี่ยงหลบออกมาได้อย่างฉิวเฉียดรอดตายคลื่นพลังสีม่วงประกายแพรวพราวอย่างหวุดหวิด ทว่าเพียงแค่เย่หลีเทียนยกแขนเสื้อสะบัดออกไปอย่างลวกๆ อีกครากลับหลอมสร้างคลื่นลมปราณสีม่วงสุดน่าสะพรึงขุมใหม่ออกมาทำร้ายนางได้อย่างง่ายดายร่างเซียถงลอยละล่องกลางอากาศประดุจว่าวสายขาดไร้ควบคุมก่อนจะตกกระแทกพื้นอย่างแรง

    นี่แหละคือความแตกต่างระหว่างผู้แข็งแกร่งและอ่อนแอ

    เซียถงนอนแน่นิ่งหมอบอยู่กับพื้นดินแบบนั้นทอดสายตากระหายเลือดดั่งสัตว์เดรัจฉานจับจ้อง แต่จู่ๆ รูม่านตาดำตีบแคบหดเล็กในทันใดเย่หลีเทียนฉายแววประหลาดใจออกมาเพราะร่างอรชรเพรียวบางพลันโดดเด้งขึ้นจากพื้นอีกครั้งทั่วร่างกายาปกคลุมไปด้วยรัศมีแสงสีครามเข้มข้นระเบิดพลังพุ่งเข้าใส่เย่หลีเทียนเป็นครั้งที่สอง

    หญิงสาวนางนี้จะดื้อรั้นมากเกินไปแล้วเย่หลีเทียนพ่นลมหายใจเย็นออกมาคำหนึ่ง โบกสะบัดแขนเสื้อยาวบิดพลิ้วสาดออกไปอีกคราทันทีที่คลื่นลมปราณสีม่วงประกายเข้ากระแทกรัศมีลมปราณสีครามเข้มพลันแตกสลายออกไปในพริบตาร่างของเซียถงถูกซัดปลิวกระเด็นออกไป ภาพฉากซ้ำเดิมจากเมื่อครู่ไม่มีผิดเพี้ยนเย่หลีเทียนกระตุกยิ้มบนมุมปากเชิดขึ้นเล็กน้อยสีหน้าอันหมองหม่นของเขาแสดงให้เห็นถึงความตายที่ใกล้เข้ามา

    รัศมีแสงสีครามเข้มเหล่านั้นอันตรธานหายหมดสิ้นเหลือเพียงร่างอรชรนอนหมดสภาพอยู่กับพื้น ปราศจากการเคลื่อนไหวหรือขยับเขยื้อนใดๆอีกต่อไป เย่หลีเทียนย่างเท้าก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าของเซียถง ย่อเข่านั่งมองใบหน้าอันงดงามของนางถึงแม้ยามนี้ใบหน้าของสาวน้อยจะเปรอะเปื้อนเลือดอยู่เต็มไปหมดหรือดวงตาคู่งามจะปิดลง แต่นางก็ยังคงดูงดงามอย่างยิ่ง

    เสียดายนัก หญิงงามเฉกเช่นนี้...

    ลึกลงไปในแววตาอันพร่ามัวของเย่หลีเทียนกลับเผยปรากฏร่องรอยความเศร้าหมองส่องสะท้อนออกมาหนึ่งส่วนคล้อยหลังนั่งจับจ้องใบหน้าเซียถงอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ค่อยๆลุกขึ้นและหันหลังเดินลาจากออกไปอย่างแช่มช้า

    แต่ทันทีที่เย่หลีเทียนหันหลังออกไปเซียถงที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นพลันลืมตาตื่นขึ้นในทันใดกระชับจับมีดสั้นในมือไว้แน่นหนา ดีดตัวกระโจนขึ้นจากพื้นอย่างเงียบงันรัศมีแสงสีครามเข้มที่ห้อมล้อมทั่วกายาเปล่งแสงสว่างเฉิดฉายสุดขั้ว!ภายในรัศมีแสงสีครามเผยปรากฏคลื่นพลังสีเหลืองอำพันคลุมเคลือบใบมีดปราดพุ่งเข้าใส่กลางแผ่นหลังของเย่หลีเทียนด้วยความเร็วประดุจอสนีฟันฟาด!

     

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง[จบบริบูรณ์] ที่คุณอ่าน