ถุงมือฟ้าประทาน

ตอนที่308 เตรียมเอาคืน

เจมส์ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเอสในการสร้างโรงเก็บน้ำมันดิบ เขาไม่กล้าแช่อยู่ที่นี่นานอยู่แล้ว หลังจากติดตั้ง'ประตูสายรุ้ง'เชื่อมต่อกับ'เมจิกเชี่ยน'เสร็จ ก็รีบเร่งเดินทางกลับทันที

ด้วยผลเสียด้านลบอายุขัยไม่ใช่สิ่งที่ชะล่าใจได้ ดังนั้นเจมส์จึงต้องรีบกลับก่อน และก่อนจะมาทุกครั้งจำเป็นต้องตั้งเวลาเตือน ไม่งั้นหากลืมแล้วอยู่เกินขึ้นมาหลายวันคงแย่

ที่'ไออ้อนเชน'ไม่มีอินเตอร์เน็ต ทำเอาเอสถึงกับร่ำไห้ปาดน้ำตาคลอเบ้า มองเจมส์ตาปริบๆ ประมาณว่าหากเจ้านายต้องการให้ผมอยู่ที่นี่เพื่อสร้างโรงเก็บน้ำมัน ก็จำเป็นจะต้องมีอินเตอร์เน็ตไว้ดูไว้เล่น

สุดท้ายเจมส์กล่าวว่า “งั้นเดี๋ยวค่อยให้แจ็คมาดูแล้วกัน ว่าจะติดตั้งสัญญาณได้ไหม ตอนนี้ก็รอๆ ไปก่อน”

ปาดน้ำตา เอสพยักหน้ารับ “เข้าใจแล้วครับเจ้านาย ถึงแม้ผมจะไม่ค่อยชอบเจ้าอ้วนนั่น แต่ก็จะทนๆ พยายามพูดดีด้วย เพื่ออินเตอร์เน็ตแล้วกัน”

ทั้งสองไม่ถูกกัน เนื่องจากเอสมองว่านิสัยของแจ็คประหลาด

คนบ้าอะไรนั่งอยู่แต่บนเก้าอี้ไม่เดิน ทั้งที่ขาเดินได้'มั้งนะ'นอกจากนั้นรสนิยมยังประหลาดมาก ผู้หญิงจริงๆ ดันเกลียด แล้วในห้องก็มีแต่ตุ๊กตา ฟิกเกอร์ เหอะๆ อย่างกับอยู่แต่ในโลกของตัวเอง ไม่อยากพบเจอกับใครแน่ะ

.......

เทียบกับเจมส์ที่วางแผนรับมือ ทางด้านของคูร์เมียร่ายังอยู่สุขสบาย ไม่ร้อนหรือทุกข์

หลังจากได้รับข่าวว่าเจมส์มีเอกสารแผ่นนั้นอยู่ในมือ สีหน้าของนัวร์ทอแววเหลือเชื่อ หันหน้าไปทางพี่สาว น้ำเสียงเจือความสงสัย

“หรือว่าคนของเราจะทรยศ?”

“ไร้สาระ กำลังจะบอกว่าพวกเขาทรยศพวกเราเพียงเพราะเจมส์ นักธุรกิจชาวไทยกระจอกๆ คนหนึ่งเนี่ยนะ บ้าบอ” คูร์เมียร่าปฏิเสธความคิดน้องชาย

“ถ้างั้นเขาทำได้ยังไง ถึงได้มีเอกสารแผ่นนี้...หรือว่าทางโรงแรมมาลาเล่นไม่ซื่อ พวกเขาแอบติดกล้องวงจรปิดในห้องของเรา...”

พูดถึงตรงนี้นัวร์ต้องปิดปากสนิท

ก่อนเข้าพักทีมได้ตรวจสอบแล้วว่าปลอดกล้องวงจรปิด ถ้างั้นปัญหาก็ไม่น่าจะอยู่ที่ทางโรงแรม หรืออาจจะอยู่ที่คนของเขาที่ถูกซื้อตัวไป?

“อาจเป็นไปได้ หรืออย่างหนึ่งที่พอจะคิดออก ก็คือนักธุรกิจที่มาพบเรา มีบางคนแอบพกกล้องเล็กๆ ที่กระดุมเสื้อ จึงผ่านสายตาของพวกเรา ได้หลักฐานกลับไป แล้วปริ้นแจกจ่ายให้พวกเขาดูในที่ประชุม” คูร์เมียร่าเริ่มวิเคราะห์

ความเป็นไปได้นี้มีค่อนข้างสูง

นัวร์เห็นด้วยกับพี่สาว หากแต่ยังระแวงสงสัยตัวของทีมที่ไปไทยด้วยกัน ดังนั้นหลังจากมีการพูดคุย เขาจึงต้องลงมือขั้น'เด็ดขาด'ไม่รอดแม้แต่คนเดียว!

เมื่อสุนัขไม่ซื่อสัตย์ เจ้านายก็มีแต่ต้องจัดการตัดหาง นี่ไม่ใช่การปล่อยวัด นั่นคือโทษสถานเบาและมันคงไม่หลาบจำ

นัวร์ไม่ต้องลงมือเอง ในฐานะเศรษฐีน้ำมัน แค่นั่งชมอยู่ตรงนี้ ดูความรื่นเริงที่พวกเขากระทำช่างน่าระทึกเสียจริง

........

นอกจากต้องเตรียมแผนรับมือแล้ว เจมส์ยังไม่ลืมเรื่องงานประมูลช่องทีวีดิจิตอลที่กำลังใกล้เข้ามา นักธุรกิจหลายคนรู้ว่าเขาอยากจะได้ช่อง ดังนั้นวงในพากันรีบเปิดทาง ไม่เข้าไปขวาง แม้ว่าจะไม่ถึงวันนัดหมายก็ตาม

“ดูเหมือนว่านักธุรกิจบนเรือจะปิดปากเงียบ ส่วนหนึ่งเพราะเชื่อในตัวผม อีกส่วนคือกลัวว่าธุรกิจตัวเองจะเสียหาย แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาจะทนอยู่ในสภาพนี้ได้นานเท่าไหร่กันเชียว ทุกอย่างมันขึ้นกับเวลา เมื่อไหร่ที่มันระเบิดออกมา ชื่อเสียงของผมคงป่นปี้ และด้วยความร่ำรวยของเศรษฐีน้ำมัน คนไทยหลายคนคงเชื่อคำลวงของเธอ” เจมส์นั่งอยู่ในห้องทำงาน คาดการณ์ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น หากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข มันก็คือระเบิดเวลาดีๆ นี่เอง

“งั้นคุณต้องรีบจัดการ ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายไปนะคะ” เนตรย้ำเตือน “ถึงฉันจะอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน แต่ก็ชอบเป็นอย่างมาก และรู้ด้วยว่ายายฝนเองก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน เพราะงั้นคุณจะต้องรีบจัดการ ไม่สนวิธีการ หากคำนึงถึงผลลัพธ์เป็นหลัก”

สมกับเป็นลูกสาวของอาคม บทจะหยิบดาบขึ้นมาสู้ ก็ไร้ซึ่งความปราณี

ช่างเป็นผู้หญิงที่ตรงไปตรงมาเสียจริง

เจมส์เชยคางเธอขึ้นมาเชยชม กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่ต้องเป็นห่วง ทุกอย่างกำลังจะเรียบร้อย ตอนนี้อยู่ในขั้นเตรียมการ หลังจากที่เอสสร้างโรงงานเสร็จเมื่อไหร่ ผมจะรุกหนัก เอาให้ทางฝ่ายนั้นหัวหมุนเลยล่ะ”

“ด้วยวิธีไหนเหรอคะ คุณพอจะบอกฉันได้หรือเปล่า” เนตรยิ้มเจ้าเล่ห์ ในบรรดาผู้หญิงทั้งหมดของเขา คงต้องบอกว่าเธอนี่แหละที่กล้าพูดจาเย้าหยอก เล่นหูเล่นตาแบบไม่กลัว

“เมื่อถึงเวลาคุณก็จะรู้เอง” เจมส์ตอบกำกวม “จริงสิ ผมอยากจะได้ที่ทางสักหน่อย เป็นปั้มน้ำมันเก่าได้ยิ่งดี หลายๆ ที่นะ ราคาไม่แพงมาก ช่วยให้พ่อคุณหาให้ผมหน่อยสิ”

ความจริงไม่อยากติดหนี้บุญคุณของใคร แต่เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วน เจมส์จึงต้องรีบรุกฆาต

“หื้ม...เรื่องนี้คงเกี่ยวกับคูร์เมียร่าใช่ไหมคะ งั้นฉันจะรีบคุยกับพ่อแล้วกัน ส่วนรายละเอียดค่อยว่ากันอีกที”

เนตรไม่อยากรู้ว่าเขาจะซื้อที่ทางหรือปั้มน้ำมันเก่าไปทำไม และถึงแม้ตนจะถาม เจ้าตัวก็คงไม่บอกหรอก ปล่อยให้เขาได้พูดมันออกมาเองจะดีกว่า

หลังจากใช้เวลาด้วยกันส่วนหนึ่ง เนตรพบว่าชายหนุ่มมีความลับค่อนข้างเยอะ และเธอไม่อยากคาดเดา แค่คิดว่าตอนนี้ก็มีความสุขดีแล้ว หากตนไม่นำตัวเข้าไปเกี่ยว ชีวิตก็ยืนยาว

..........

'ไออ้อนเชน'มองดูจากภายนอกยังเหมือนโลงศพเหมือนเคย เจมส์ไม่ได้ใช้เรือดำน้ำมาอย่างคราวแรก เพียงเดินทางด้วย'ประตูสายรุ้ง'ก็มาถึงที่นี่ได้ในเวลาไม่กี่วินาที

โดมสูงที่เปลี่ยวไร้สิ่งอำนวยความสะดวก หลังจากปล่อยให้เอสจัดการ ดูเหมือนว่าจะมีสิ่งปลูกสร้างจำนวนมากเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด ทั้งหมดนี้สร้างด้วยน้ำทะเลที่ถูกนำมาแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง จัดการด้วยระบบส่วนกลางด้านความคิดและประมวลผลของ'ไออ้อนเชน'อีกทีหนึ่ง'

เจมส์เดินเข้าไปสัมผัสสิ่งปลูกสร้าง

เอสที่ยืนอยู่ข้างๆ กล่าวว่า “เจ้านายครับ การก่อสร้างดำเนินไปได้สวย เชื่อว่าอีกไม่นานทุกอย่างจะแล้วเสร็จ และนอกจากนั้นเพื่อรองรับน้ำมันดิบ ผมจึงได้ติดตั้งอุปกรณ์ที่เจ้านายส่งให้มาก่อนหน้าอย่าง'ฟอร์ซ่า'ลูกบาตรมิติขยายพื้นที่ ไว้ในที่เก็บน้ำมันดิบ และยังนำมาขยาย'โลงศพ'ให้มีพื้นที่กว้างขวาง คาดว่าอีกไม่นานที่นี่จะมีพื้นที่โดยรวมมากกว่า 1000 กิโลเมตรครับ”

แท้จริงแล้ว'ไออ้อนเชน'ไม่ได้มีขนาดใหญ่โตถึงขนาดนั้น เพียงแค่สนามฟุตบอล พอที่จะให้ลีทังแจซุกหัวนอน แต่พอถูกใช้ร่วมกับ'ฟอร์ซ่า'ประสิทธิภาพของ'ไออ้อนเชน’จะยิ่งน่ากลัว

มองเห็นพื้นที่ขนาดใหญ่ไกลสุดลูกหูลูกตา เป็นเมืองๆ หนึ่งกำลังปลูกสร้างโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ใต้ทะเลลึก หากภาพเหล่านี้หลุดออกไปสู่สายตาของชาวโลก เกรงว่าคงถูกมองเป็นเรื่องโกหก หรืออาจจะมีบางส่วนมโนไปเองว่าเป็นแอร์เรีย 51 ของสหรัฐฯ

“ดี เร่งมือต่อไปไม่ต้องหยุด” เจมส์ตบไหล่เจ้าหุ่นหน้าขาวที่ทำงานขยันขันแข็ง

“เจ้านายครับ ผมเองก็อยู่ที่นี่มาหลายวันแล้ว ขอผมออกไปข้างนอกได้หรือยัง...อย่างน้อยให้กลับไปที่เรือ'ธันเดอร์โบ๊ท'มองผู้หญิงแก้ผ้าเต้นในบาร์ก็ยังดี” เอสถามเสียงละห้อย เห็นแบบนี้เขาก็เริ่มใจอ่อนเหมือนกัน

“ก็ได้ เราจะกลับไปที่เรือสัก 1 ชั่วโมงแล้วกัน หลังจากนั้นค่อยกลับมาที่นี่ ดีไหม”

“ดีครับ ดีมากๆ เลยล่ะครับ”

จากนั้นทั้งสองเดินหายเข้าไปในประตู โผล่ออกมาที่ห้องลับของเจมส์ใน'ธันเดอร์โบ๊ท'เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เดินทางมาถึงเอสก็ย่ำเท้า ปรี่ไปที่ชั้นแห่งสวรรค์ทันที

ที่นั่นนอกจากจะมีโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่ โรงละคร ก็ยังมีพื้นที่สำหรับผ่อนคลาย ผับบาร์นั่นเอง

เอสเป็นหนึ่งในลูกค้าคนสำคัญของทางร้าน ชื่นชอบมานั่งดริ้ง ยกแก้วขึ้นมาดื่ม มองดูผู้หญิงเปลือยหน้าอก ส่ายเอวรูดเสาไปมาที่ฟอร์เต้นรำ

เรื่องเหล่านี้สำหรับเจมส์ถือว่าธรรมดามาก

โดยเฉพาะเมื่อคุณขึ้นมาเรือสำราญก็ต้องหาความสุขเป็นธรรมดา แต่บาร์หรือผับขายแค่ลีลาเย้ายวนเท่านั้น ใช่ว่าจะค้าประเวณี หรือหากคุณจะต่อรอบนอกกับคนในบาร์ ก็ต้องคุยกันก่อนไม่เกี่ยวกับทางเรือ

เจมส์เดินเข้ามานั่งข้างๆ เอส เพราะกลัวว่าเจ้าเด็กนี่จะหนีไปที่อื่นต่อ ดังนั้นจึงต้องประกบ

ตัวตนของเจมส์บนเรือใช่ว่าทุกคนจะรู้จัก ทันทีที่เข้ามาในบาร์ก็ถูกรายล้อมด้วยหญิงงามมากหน้าหลายตา ทำเอาหนุ่มๆ ในนั้นอิจฉา แต่ต้องจนด้วยเกล้า พวกเขาไม่กล้าเข้าไปมีเรื่อง เพราะเรือลำนี้เปรียบดังเสือซ่อนมังกรหมอบ ใช่ว่าคนหาเช้ากินค่ำจะเข้ามาพักได้ ดังนั้นตัวตนของเจมส์จึงไม่ใช่คนธรรมดาอย่างไม่ต้องสงสัย

ผู้หญิงเริ่มกรีดกรายร่ายรำ โชว์ศิลปะเรือนร่าง

พวกเธอเป็นมนุษย์จริงๆ ที่สมัครเข้ามาทำงาน โดยเกณฑ์ที่ทางเรือกำหนดคือผิวขาวโดยส่วนใหญ่ อายุ 20 ปีขึ้น ไม่มีสามียิ่งดี

เจมส์เป็นหนึ่งในผู้ที่เคยได้อ่านประวัติผู้สมัคร ส่วนหนึ่งเป็นวุฒิปริญญาตรีด้วยซ้ำ แต่เลือกที่จะทำงานด้านนี้ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ทำงานในบาร์'ธันเดอร์แดนซ์'ได้เงินเดือนดี ฟังว่าบางคนนอกจากเงินเดือนแล้วยังรับทริปไม่อั้น ฟาดไปเนาะๆ ก็ได้ถึงเดือนละแสนสองแสน เงินมากขนาดนี้ ทำไมต้องไปทำงานออฟฟิศให้ปวดหลังด้วย?

คล้ายกับเรื่องถุงมือฟ้าประทาน ที่คุณอ่าน