ตอนที่ 51 เป็นบิดาแกไง
ร่างที่อยู่กลางอากาศนั้นมีรูปร่างใกล้เคียงมนุษย์มันสูงกว่าสองเมตร ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแกร่ง มันมีผิวสีแดงคล้ำมีเขาสองข้างยื่นออกมาเหนือขมับ ใบหูแหลม มีจมูกและปากปกติ ทว่ามีเขี้ยวงอกออกมาที่มุมปากดวงตาของมันเป็นทรงรีสีเหลือง รูม่านตาเล็กแคบ มือและเท้าของมันมีกรงเล็บยื่นออกมาร่างของมันมีเปลวเพลิงลุกไหม้คลุมกายอยู่ตลอดเวลา
เผ่า อิฟริท LV 50 ชื่อ ไม่มี
ค่าสเตตัส
HP 6862/6862 (สีเขียว) (รายละเอียด)
MP 5394/5394 (สีฟ้า) (รายละเอียด)
SP 6423/6423 (สีเหลือง) (รายละเอียด)
SP 2056/6498 (สีแดง) (รายละเอียด)
ค่าพลังโจมตีโดยเฉลี่ย 6421 (รายละเอียด)
ค่าพลังป้องกันโดยเฉลี่ย 6098 (รายละเอียด)
ค่าพลังเวทมนตร์โดยเฉลี่ย 6736 (รายละเอียด)
ค่าพลังทนทานโดยเฉลี่ย 6048 (รายละเอียด)
ค่าความเร็วโดยเฉลี่ย 6014 (รายละเอียด)
สกิล
ภูตไฟ LV 8 ฟื้นฟูHP ความเร็วสูง LV 2
ฟื้นฟู MP ความเร็วสูง LV2 ลดระดับการใช้ MP ขั้นสูง LV 2
ฟื้นฟู SP ความเร็วสูง LV 3 ลดระดับการใช้ SP ขั้นสูง LV 3
สัมผัสพลังเวท LV 10 ควบคุมพลังเวท LV 9
โจมตีด้วยเปลงเพลิง LV 10 เพิ่มพลังเปลวเพลิง LV 10
เพิ่มพลังทำลายขั้นสูง LV 2 เพิ่มพลังการตัดเฉือนขั้นสูง LV 3
เพิ่มพลังการทุบตีขั้นสูง LV 2 เพิ่มพลังการกระแทกขั้นสูง LV 3
เพิ่มพลังการทะลุทะลวงขั้นสูง LV 1 แม่นยำ LV 10
เพิ่มความน่าจะเป็นขั้นสูง LV 2 หลบหลีก LV 10
สมาธิ LV 3 บิน LV 10
เวทไฟ LV 8 อัคคีไร้ผล
ต้านพิษร้ายแรง LV 8 ต้านอัมพาตขั้นสูง LV 7
ต้านการเน่าเปื่อยขั้นสูง LV 5 ต้านกรดรุนแรง LV 9
ต้านพลังทำลาย LV 5 ต้านการตัดเฉือนLV 2
ต้านการทุบตี LV 1 ต้านการทะลุทะลวง LV 3
ต้านการกระแทก LV 3 สัมผัสอันตราย LV 10
สัมผัสการเคลื่อนไหว LV 10 ชีวิตฟ้าประทานLV 3
เวทฟ้าประทาน LV 3 ความเร็วฟ้าประทานLV 3
ลาภฟ้า LV 3 ทรหดอดทนLV 4
ป้อมปราการ LV 2 วิถีสวรรค์LV 4
สวรรค์คุ้ม LV 2 เจ้าลมกรดLV 5
สกิลพ๊อยท์ 122200
ฉายา
[ผู้สังหารสัตว์อสูร] [ผู้ฆ่าล้างสัตว์อสูร] [ภัยพิบัติแก่สัตว์อสูร]
“อิฟริท!!! อสูรร้ายในตำนาน ภัยพิบัติเดินดินอย่างแท้จริง ดูจากพ๊อยท์แล้ว เจ้านี่มันมีชีวิตอยู่มานานแค่ไหนกันแล้วเนี่ยตัวอันตรายของแท้เลย”
“สเตตัสอย่างสูงถึงจะไม่เท่าเจ้าเจ้ากบ แต่ก็ถือว่าเยอะมากอยู่ดี”
“เอาไงดี..หืม...SP มันมีแค่สองพันมันมีไม่มีสกิลกินจุเพื่อเก็บพลังงาน พวกภูตทุกตัวก็ไม่มี หึหึแถมมันไม่มีสกิลต้านทานธาตุอื่นด้วย”
ราดิชมองอิฟริทที่ลอยอยู่กลางอากาศมันสามารถอยู่กลางอากาศด้วยสกิลบินนั่นเป็นสกิลที่เขาใฝ่ฝันจะได้มาครอบครองสกิลหนึ่งด้วยแต่ยังติดเงื่อนไขบางข้ออยู่
“มนุษย์...ต้องตาย”
อิฟริทเอ่ยปากพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“พูดได้???คงมีสติปัญญาแล้วสินะ”
ราดิชฉีกยิ้มมุมปากเขาอยากลองวัดกับมันดู แม้เจ้านี่จะสเตตัสสูงมาก ทว่าค่า SP สีแดงของมันเหลือไม่ถึงครึ่ง เขาเอาชนะมันได้แน่ ถ้าวางแผนถูกต้อง เขาหยิบเอายาเม็ดฟื้นฟูพลังกายและมานาโยนเข้าปากและกลืนลงไปพลังเวทและพลังกายฟื้นฟูขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
เวทเสริมพลังทุกอย่างถูกเปิดใช้อีกครั้งราดิชพุ่งขึ้นฟ้าไปหามัน ดาบในมือถูกอัดแน่นไปด้วยพลังเวทเต็มพิกัดจนเปล่งแสงจ้าออกมา
“มนุษย์...สมควรตาย..”
อิฟริทพ่นคำออกมาก่อนที่ร่างของมันจะพุ่งลงมาเช่นกันกรงเล็บของมันลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงร้อนแรง รูปแบบการต่อสู้ของมันเปลี่ยนไปจากระยะไกลมาเป็นระยะประชิดแทนแล้วในตอนนี้
ในอดีตไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยสู้กับตัวพวกนี้สมัยก่อนเขาเคยต่อสู้กับภูตระดับสูงมามากมาย หลายตัวเป็นอสูรร้ายอย่างเจ้าตัวนี้เห็นได้ชัดว่ามันอาจเก็บตัวอยู่นานแล้ว หรืออาจถูกผนึกไว้ก็ได้ซึ่งเขาก็ไม่รู้ได้ว่าเป็นอย่างไหน
ตูม!!!
ทั้งสองปะทะกันกลางอากาศจนเกิดคลื่นแรงอัดแผ่ออกมาอิฟริทใช้กรงเล็บรับดาบของราดิชไว้ได้ก่อนจะโดนฟัน พลังแสงสว่างและเปลวเพลิงต่อต้านกันอย่างรุนแรงเขายกเท้าทีบใส่มันอย่างแรงจนร่างผละออก ขณะเดียวก็สาดเวทน้ำใส่อิฟริทด้วย
บึม!!
ลูกบอลน้ำอัดเข้าเต็มท้องอิฟริทอย่างจังแรงปะทะทำเอามันผงะตัวงอ พลังชีวิตลดลงไปบ้าง แม้มันจะมีพลังทนทานสูงมากแต่ไม่มีสกิลสายต้านทานธาตุเลย ทำให้การโจมตีของเขาได้ผลอยู่บ้างแน่นอน
อิฟริฟทฝืนตัวกลับมามันอ้าปากพ่นเปลวเพลิงออกมาใส่เขา ราดิชตั้งดาบขึ้นพร้อมรวมพลังเวทเข้ามาเขาพุ่งปะทะผ่าเปลวเพลิงนั้นจนแยกเป็นทาง ดาเมจจากไฟไม่มีผลต่อเขาแล้ว แต่ว่าพลังธาตุภูตทำให้พลังชีวิตเขาลงลงไปบ้างแต่ก็ฟื้นฟูขึ้นมาได้ทัน
อัตราการฟื้นตัวเขายังสูงกว่าดาเมจของอีกฝั่งเขาผ่าเปลวเพลิงไปถึงตัวอิฟริท เขาตวัดฟันใส่มันเต็มแรงทว่าอิฟริทสัมผัสได้ถึงอันตราย มันรีบยกมือขึ้นมาป้องกันไว้
ฉั่วะ!!
อั่ก!!
เขาตัดแขนมันไม่ขาด ทว่าก็สร้างบาดแผลลึกให้แขนข้างนั้นได้เลือดของอิฟริทสาดกระเซ็นและระเหยกลายเป็นไอทันที มันผงะถอยหลังทิ้งระยะห่างทันทีมันมองมาที่เขาด้วยแววตาไม่อยากเชื่อ
“แก..เป็นใคร??”
“เป็นบิดาแกไง!!!”
ราดิชตอบพร้อมพุ่งเข้าโจมตีต่อเนื่องเขารู้ดีว่าอีกฝ่ายมีความเร็วมากกว่า ถ้าปล่อยให้ได้มีเวลาเคลื่อนไหวเขาจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ อีกอย่างการใช้สกิลบินตลอดเวลาก็กิน SP สีแดงไปไม่น้อย เขาใช้สกิลประเมินตลอดเวล และเห็นว่า SP สีแดงของมันลดต่ำกว่าพันห้าแล้ว
ทุกดาบของเขาฟันใส่จุดตายของมันอย่างไม่ลังเลขณะเดียวกันอิฟริฟก็ใช้กรงเล็บเข้าปะทะอย่างหนักหน่วงแต่มันเสียเปรียบที่ไม่มีสกิลถ่ายทอดจิต ซึ่งเพิ่มความแข็งแกร่งให้วัตถุดังนั้นหลังปะทะไปหลายครั้ง กรงเล็บของมันก็เริ่มแตกร้าว
เคร้ง!!!
กรงเล็บของมันหักกระเด็นไปนิ้วหนึ่งมันผงะเล็กน้อยและนั่นก็เป็นช่องว่างที่เกิดในชั่วพริบตาเขาเหวี่ยงดาบฟันขวางออกไปเฉือนเข้าเต็มอกของมัน
ฉั่ว!!!
พรูด!!
ดาบนี้เปิดหน้าอกมันเป็นแผลยาวฉกรรจ์พลังชีวิตของมันลดฮวบไปทันที เลือดสาดกระจายออกมาและระเหยเป็นไอในพริบตาอิฟริทผงะถอยห่างด้วยความตกใจ และมันก็ทำในสิ่งที่เขาคิด
พลังชีวิตที่ลดไปของมันฟื้นฟูขึ้นมาทันทีพร้อมบาดแผลที่หายสนิทในพริบตานี่ไม่ใช่ผลของสกิลฟื้นฟูอัตโนมัติแน่นอน เพราะมันพุ่งขึ้นมาในคราวเดียวเช่นเดียวกับเกจ SP สีแดงของมันที่ลดลงทันทีจำนวนมากเช่นกัน
นี่คือสกิลขั้นสามของสายภูตและมังกรฝันแปรพลังชีวิต เป็นสกิลที่ใช้ SP สีแดงเพื่อฟื้นฟูค่า HP อย่างฉับพลัน ข้อดีคือสามารถฟื้นฟูและรักษาบาดแผลได้ทันทีทว่าข้อเสียคือมันกิน SP สีแดงมากในอัตราที่น่ากลัว
“ตาย!!”
ราดิชอาศัยจังหวะนั้นพุ่งเข้าประชิดตัวและฟาดฟันใส่มันแม้มันจะผละถอยหลังหลบ แต่เขาก็พุ่งตามต่อเนื่องไป พร้อมฟาดฟันดาบใส่จุดตายของมัน
รูปแบบการต่อสู้ของมันไม่มีอะไรเลยนอกจากการใช้กรงเล็บเปลวเพลิงโจมตีเขา แค่เขาป้องกันไม่ให้กรงเล็บโดนตัวได้มันก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว อย่างไรเปลวเพลิงก็ไม่อาจสร้างความเสียหายให้เขาได้อยู่แล้วดังนั้นการจัดการมันก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น
เขาตวัดดาบฟันใส่ร่างของอิฟริทอย่างต่อเนื่องบาดแผลเริ่มปรากฏขึ้นทั่วร่างของมันทีละน้อยดาบของเขาสามารถทะลวงเกราะเปลวเพลิงของมันเข้าไปได้อย่างง่ายดาย
เกราะเปลวเพลิงที่มันใช้เป็นสกิลภูตไฟขั้นแปดซึ่งเปลวเพลิงที่ปกคลุมทั่วร่างนี้จะป้องกันและลดทอนการโจมตีทั้งทางกายภาพและเวทมนตร์ได้ระดับหนึ่งทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเขาแล้วเหมือนมันจะไม่มีผลเลย
“แก!!!”
อิฟริทที่ตกเป็นฝ่ายตั้งรับเริ่มโมโหมันอ้าปากพ่นเปลวเพลิงใส่เขาในระยะประชิด ราดิชมองเห็นการเคลื่อนไหวนี้ก่อนเขาพลิกตัวหลบพร้อมเหวี่ยงดาบฟันกลับไปคมดาบชำแรกผ่านช่วงตัวของมันจนเลือดพุ่งกระจาย
ฉั่วะ!!
พรูด!!!
ดาบของเขาเปิดเนื้อบริเวณลำตัวมันจนเป็นแผลใหญ่อิฟริทตบกรงเล็บใส่เขาขณะถอยห่าง มันยิงบอลไฟใส่เขาถี่ยิบแม้ราดิชจะไม่ได้รับดาเมจจากไฟแล้วแต่สัญชาติญาณของเขาก็ทำให้ตัวเขาเคลื่อนไหวหลบลูกบอลไฟเหล่านั้นขณะพุ่งเข้าประชิดตัวอิฟริท
อิฟริทใช้ความสามารถฝันแปรพลังชีวิตอีกครั้งโดยไม่รู้ตัวเลยว่ามันคือสิ่งที่นำหายนะมาสู่ตัวเองมันไม่มีสกิลประเมิน จึงไม่รู้ว่าตัวเองเหลือค่า SP เท่าไรเพราะตราบใดที่มันไม่ลดลงจนถึงระดับหนึ่ง ร่างกายก็จะไม่แสดงอาการอะไรออกมา
มันฟื้นพลังชีวิตคืนมาทว่าอิฟริทที่ลอยอยู่กลางอากาศกลับหงายหลังร่วงลงจากท้องฟ้าอย่างรวดเร็วมันมีสีหน้างุนงงขณะเดียวกันก็รู้สึกได้ว่าร่างกายหมดเรี่ยวแรงไม่อาจเคลื่อนไหวได้ ร่างของมันตกกระแทกพื้นโครมเสียงดังสนั่น
ตูม!!!
อั่ก!!
อิฟริทกระอักเลือดออกมามันพยายามลุกขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าร่างกายก็ไม่ยอมทำตามคำสั่งของมันมันรู้สึกหมดเรี่ยวแรงจนไม่อาจขยับตัวได้ มันมองราดิชที่ร่อนลงมายืนเบื้องหน้ามัน
“พูดไปแกคงไม่เข้าใจว่าทำไมแกถึงได้แพ้”
ราดิชก้าวเข้าไปหาอิฟริทพร้อมดาบในมือที่อัดแน่นด้วยพลังทำลายมันเบิกตากว้างอย่างหวาดกลัวและพยายามจะคลานหนี ทว่ามันยังไม่ทันได้ขยับตัวไปไหน
ฉึก!!!
อั่ก!!
คมดาบแทงทะลุแผ่นหลังของมันเข้าที่ตำแหน่งหัวใจตรึงมันเอาไว้กับพื้น พลังทำลายถูกส่งผ่านเข้าไปในร่างมันอย่างรุนแรงมันเบิกตาค้างก่อนที่ร่างนั้นกระตุกและแน่นิ่งไปพลังทำลายบดขยี้หัวใจและพลังชีวิตของมันจนหมด เปลวเพลิงที่ปกคลุมร่างมันดับมอดลงภูตไฟขั้นสูงอิฟริทที่มีชีวิตอยู่มายาวนานได้สิ้นชีพลงในวันนี้
สาเหตุที่ราดิชกล้าสู้กับมันมีอยู่ด้วยกันสามข้อข้อแรกคือมันมีเกจ SP สีแดงเหลือน้อย และมันไม่มีสกิลกินจุที่ช่วยสะสมพลังสำรองได้
ข้อสองถึงมันจะมีสเตตัสที่สูงมาก ทว่าสกิลของมันไม่ได้มีเลเวลสูงตามถ้าเขาคาดการณ์ไม่ผิด ร่างนี้คงจะเป็นร่างพัฒนาขั้นสูงแล้ว เพราะมีเลเวลถึงห้าสิบถ้ามีเลเวลขนาดนี้ในร่างนี้ จะมีสเตตัสสูงก็ไม่แปลก
ทว่าสกิลของมันไม่ได้มีเลเวลสูงตามไปด้วยจะเห็นได้ว่าสกิลสายต้านทานกายภาพมันยังอยู่แค่ขั้นแรกและเลเวลต่ำส่วนสกิลเสริมพลังถึงจะเป็นขั้นสูงแต่ก็เลเวลไม่มากมันคงจะมีชีวิตอยู่มานานทำให้สเตตัสสูง
แต่ไม่ได้มีการฝึกฝนหรือเพิ่มเลเวลสกิลแต่อย่างใดจำนวนสกิลของมันก็มีน้อยกว่าตัวที่อยู่ในระดับวิวัฒนาการเดียวกันด้วยถ้าให้มันสู้กับมังกรตัวที่เขาฆ่าไป รับรองได้ว่ามันได้ถูกมังกรตบตายแน่นอน
ข้อสามคือรูปแบบการต่อสู้ของมันหลังการปะทะกันเขาก็รู้ได้เลยว่ามันไม่ได้มีความสามารถพลิกแพลงอะไรเลยโจมตีอย่างทื่อด้าน อาศัยพละกำลังและสเตตัสที่เหนือกว่าเข้ากดข่มอย่างเดียว
มันอาจสังหารพวกตะขาบได้โดยง่ายเพราะพลังที่เหนือกว่าอย่างไรพวกตะขาบก็ไม่ได้มีสติปัญญาหรือรูปแบบการต่อสู้ที่หลากหลายอะไรคนที่จับทางได้สามารถสังหารพวกมันได้โดยไม่เจ็บตัวกันทั้งนั้นเขามองร่างของมันอีกครั้งพลางส่ายหน้า
-ค่าประสบการณ์ถึงระดับที่กำหนดLV 79 เพิ่มเป็น LV 80
-เพิ่มค่าพลังพื้นฐานทั้งหมด
-ได้รับโบนัสค่าความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล วิถีเทพสัประยุทธ์ LV 4 เพิ่มเป็น LV 5
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลวิถีเทพมนตรา LV 4 เพิ่มเป็น LV 5
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลเพิ่มพลังการตัดเฉือนขั้นสูง LV 1เพิ่มเป็น LV 2
-ได้รับสกิลพ๊อยท์
-ค่าประสบการณ์ถึงระดับที่กำหนด LV 80 เพิ่มเป็น LV81
-เพิ่มค่าพลังพื้นฐานทั้งหมด
-ได้รับโบนัสค่าความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล ฟื้นฟูSP ความเร็วสูง LV 6 เพิ่มเป็น LV 7
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล ลดระดับการใช้ SP ขั้นสูงLV 6 เพิ่มเป็น LV 7
-ได้รับสกิลพ๊อยท์
-ค่าประสบการณ์ถึงระดับที่กำหนด LV 81 เพิ่มเป็น LV82
-เพิ่มค่าพลังพื้นฐานทั้งหมด
-ได้รับโบนัสค่าความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล เคลื่อนไหวในอากาศ LV 8เพิ่มเป็น LV 10
-ได้รับสกิลพ๊อยท์
“ขึ้นมาทีเดียวสามเลเวล??เจ้านี่ให้ค่าประสบการณ์เยอะเหมือนกันแฮะ กำไรสุดๆ แม้ว่าตั้งแต่เลเวลแปดสิบเป็นต้นไปจะใช้ค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้นมากนี่ถ้าเราฆ่ามันตอนช่วงเลเวลเจ็ดสิบ อาจขึ้นถึงสี่หรือห้าเลเวลเลยก็ได้”
“สกิลเคลื่อนไหวในอากาศก็เลื่อนเป็นเลเวลสิบผ่านเงื่อนไขแล้วด้วย ฮ่าๆๆ”
“หืม..ทำไมสกิลพ๊อยเรามันแปลกๆหา!!! เหมือนสกิลช่วงชิงจะทำงานและชิงสกิลพ๊อยท์ของเจ้านี่มาจนหมด วันนี้เป็นดีสุดๆของข้า โฮ๊ะๆๆๆ”
สกิลช่วงชิงสามารถช่วงชิงค่าสเตตัสค่าความเชี่ยวชาญหรือสกิลพ๊อยท์จากสิ่งที่เราฆ่าได้ทว่าโอกาสมันก็น้อยมากที่จะสำเร็จ ซึ่งเป็นการสุ่มและอาจได้รับค่าเหล่านั้นแค่เล็กน้อยแต่นี่เขาได้รับสกิลพ๊อยท์จากมันทั้งหมด นับว่ากำไรมหาศาล
แต่ว่าเหตุการณ์แบบนี้อาจจะไม่เกิดขึ้นอีกเลยก็ได้เพราะสกิลนี้เอาแน่เอานอนไม่ได้ จะไปหวังผลจากมันก็ทำไม่ได้เหมือนกันช่วงชิงมาได้ก็ดี ไม่ได้ก็ช่าง
ราดิชเก็บร่างของอิฟริทไปตอนนี้เขามองไปรอบตัวก็ไม่พบพวกภูตในระยะสัมผัสของเขาอีกหลังเก็บพวกร่างสองที่สภาพใช้การได้จนหมด เขาก็ตัดสินใจจะฝึกฝนตัวเองอีกครั้ง
“ได้เวลาทรมานแล้วสิ....”