ตอนที่แปดสิบแปด ขัตติยะมานะ
หากบอกว่าบอนนี่คือคนที่เลโอนาร์ดหลงรักในอดีต
ลินดา แฮมิลตัน คือคนที่เลโอนาร์ดปัจจุบันหลงรักอยู่
ซึ่งก็นั่นล่ะ อย่างที่บอก
เธอจะคอยสักพักให้เจ้าบิฟแกล้งเลโอนาร์ดหอมพอปากหอมคอแล้วจึงค่อยเข้ามาห้าม
อาจจะด้วยความ “ใจดี”ของเธอ
คิดว่าตนเองทำให้เลโอนาร์ดโดนกระทืบน้อยลงกว่าเดิม
หรืออาจจะคิดว่าด้วยความรักจะทำให้เจ้าบิฟเป็นคนดีขึ้นมาได้
ก็อย่างที่เห็นนั่นล่ะครับ
มันไม่เวิร์ก
แต่คนเราก็ชอบเชื่อแต่ในสิ่งที่ผิดๆจนวาระสุดท้ายของชีวิตนั่นล่ะ
อาจจะเพราะพวกเนิร์ดนั้นไม่ค่อยได้พูดคุยกับผู้หญิงจริงๆ
ถึงมีความคิดบูชาพวกเธอในหัวมากกว่าผู้ชายธรรมดาทั่วไป
ที่แม้แต่คนที่เป็นเกย์แบบซ่อนแอบอย่างบิฟก็ยังคุยกับผู้หญิงได้ง่ายดายกว่า
“คนที่โดนแกล้งผิดเองถึงได้โดนแกล้ง”
มักจะมีการกล่าวอย่างนี้กันแต่ที่เลโอนาร์ดบางทีมันปีนกำแพงหลบ หรือวิ่งหนีก็ยังโดนจับมายัดในตู้ล็อกเกอร์หรือถังขยะอีกครั้งน่ะ
เราจะบอกได้หรือว่าคนที่โดนแกล้งน่ะพยายามที่จะไม่ถูกแกล้งแล้ว
แต่คนที่จะแกล้งนะ มีความพยายามที่จะไล่แกล้งคนที่ถูกแกล้งเช่นกัน
ดังนั้นหากเรามามองย้อนคิดไปการภาวนาให้อีกฝ่ายมีมโนธรรมในจิตใจขึ้นมานั้นมันไม่ได้ผล
เราควรจะเปลี่ยนสิ่งที่ตัวเราทำได้ความหมายที่แท้จริงคือเปลี่ยนที่คนอื่นทำ
การเอาปืนมายิงในโรงเรียนอเมริกันไฮท์สคูลจึงเกิดขึ้นเพราะเหตุนี้เอง
เพราะเราไม่เห็นทางออกจากปัญหา
การอยู่ห่างๆจากคนที่แกล้งเรา
ก็ไม่สามารถกระทำได้เพราะอย่างที่บอกไปแล้วคนที่แกล้งเราก็มีความพยายามวิ่งเข้ามาหาเราเพื่อจับเรายัดถังขยะแม้เราจะพยายามวิ่งออกห่างจากเขาแล้วเช่นกัน
มันไร้สาระในการภาวนาขอให้ปีศาจไม่กินคนนั่นล่ะ
ผมถึงได้พยายามไปสอบเทียบให้จบGED แต่อนิจจา ผมไม่ใช่ อาสึกะแรงเล่ย์ที่มีผู้ปกครองที่สนับสนุนความเป็นอัจฉริยะของผม
ผมต้องมาอยู่กับพวกบิฟที่คอยกลั่นแกล้งพวกเนิร์ดอยู่อย่างนี้นั่นเอง
การมาเข้ากลุ่มอย่างนี้ทำให้ผมคิดถึงคืนวันเก่าๆแต่เสียใจด้วยนะ ผมมองดูสีหน้าแอนนาว่ายังเห็นด้วยกับข้อตกลงเมื่อกี้อยู่หรือไม่
เธอตกลงก็จริงแต่เธออาจจะเปลี่ยนใจได้ตลอดเวลา
หากเป็นหลักการการเมืองของราชสำนักจีน
ต่อให้ทำถูกแต่หากฮ่องเต้ไม่พอใจก็เท่ากับว่าเราทำผิดแต่ถ้าเราทำผิด ฮ่องเต้ถูกใจ
ต่อให้ฟ้าถล่มฮ่องเต้ก็เอามือยันท้องฟ้าไว้ให้
สีหน้าของแอนนายังเป็นแค่การสงสัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ไม่ได้โกรธอะไรนั่นเท่ากับว่าผมยังทำถูกต้องอยู่ในสายตาของเธอ
ถึงทางเทคนิคมันจะเท่ากับว่าผมกลายมาเป็นต้องดูสีหน้าของแอนนาแทนที่จะเป็นอารมณ์ของเจ้าบิฟก็เถอะแต่นี่ล่ะคือหลักการของคนที่มาต่างโลก
ต้องพยายามประจบคนที่มีอำนาจเหนือเราเอาไว้
ตราบใดที่แอนนายังไม่มากระทืบผม
ผมสามารถรับมือดัดลี่ย์เดอสลีย์แชมป์มวยเยาวชนรุ่นเฮฟวี่เวทได้ด้วยซ้ำอย่าว่าแต่เจ้าบิฟ
ตามหลักการของนิยายจีนว่าเอาไว้หากเรายังไม่แข็งแกร่งพอก็ต้องหาท่อนขาทองคำเกาะเอาไว้ก่อน
และตามนิยายจีนนั่นล่ะ พวกเราเกรงใจแค่คนที่มีอำนาจเหนือเราก็พอแล้ว
ในที่นี้คือแอนนานั่นเอง
ผมจะทำหรือว่ากล่าวอะไรก็ได้ตราบใดที่แอนนายังอยู่ข้างผม
ผมก็จะไม่มีปัญหา
แต่ก็นั่นล่ะตามระบบศักดินาล้าหลังการเอาใจฮ่องเต้ก็มีจุดอ่อนของมันเอง แต่อย่างน้อย ณ ตรงนี้ แอนนาก็ไมได้พอใจพวกเชียร์ลีดเดอร์มาตั้งแต่แรกเสียเท่าไรนั่นเอง
ลินดาลูบผมตนเองเล็กน้อยก่อนกล่าวว่า
“การกระทำของบิฟไม่ได้หมายความว่าการกระทำของเธอถูก”
ลินดากล่าว
“ผมก็ไม่ได้บอกว่าการกระทำของผมถูกผมแค่อยากให้เธอยอมรับว่าบิฟผิด”
ปัดโธ่ ผมรู้สึกเหมือนเราคุยกันคนละภาษา
จากการที่ผมผ่านการโดนเทงกรีเล่นงานมาเกือบตายทำให้ผมคิดว่าผมรับอะไรหลายอย่างได้มากขึ้นแล้ว
ผมไม่ใช่แฮร์รี่ พอตเตอร์ผมเลือกการไปหาเรื่องกับผู้หญิงมากกว่าเสี่ยงชีวิตกับมังกร
“ถ้าอย่างนั้นเธอก็ทำไม่ต่างจากที่บิฟทำนั่นล่ะ”
ลินดายังคงกล่าวหาเรื่องผมอยู่นั่นล่ะ
“ถูกต้องดังนั้นผมยอมรับผิด ว่าทั้งผมและบิฟผิดทั้งคู่ดังนั้นยินดีด้วยนลินดา เธอกับบิฟยังเป็นแฟนกันอยู่”
ผมหันไปทางเชียร์ลีดเดอร์
“ใครยอมรับว่าแฟนหนุ่มของพวกเธอผิดอีกบ้างไหม?”
พวกเชียร์ลีดเดอร์คนอื่นยังมองหน้ากันไปมา
แต่ลินดายังคงมึนงงกับการกระทำของเลโอนาร์ดเพราะเธอนึกว่าเขาจะบังคับบิฟให้เลิกกับเธอเพื่อยังให้เธอยังคงเป็นแฟนเลโอนาร์ดอยู่
บอนนี้พูดแทรกขึ้นมาว่า
“ไม่ชั้นไม่ผิดและต่อให้ชั้นเป็นแฟนกับเธอก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะทำอะไรกับชั้นได้ทุกอย่าง”
บอนนี่กอดอกและเชิดหน้าอย่างมั่นใจ
ผมไม่ได้เจอกับสาวซึนเดเร่ของแดนอาทิตย์อุทัย
นี่คือสาวอเมริกันที่ความมั่นใจเกินร้อยที่ยิ่งกว่า“ขัตติยะมานะ” ศักดิ์ศรีแห่งราชันย์ของฮ่องเต้ในนิยายจีนหรือกิลกาเมธเสียอีก