แม้ว่าทุกคนจะไม่มีใครอยากไป ทว่าภายในใจก็ยังคงเห็นด้วยกับความคิดเื่การจับสลากของสวี่หยาง
ภายใต้สายตาที่จับจ้องของทุกคน จางหลิงก็เอ่ยปากขึ้น "เช่นนั้นข้าจะเป็คนทำสลากเอง..."
"ไม่ ไม่ต้องหรอก" สวี่หยางมองดูผู้คุมกลุ่มนี้ที่อยู่ตรงหน้าพลางหัวเราะหึ ๆ แล้วกล่าว "พวกเ้าทุกคนไม่ต้องไป ใครก็ไม่ต้องไปทั้งนั้น และสลากนี่ก็ไม่ต้องจับแล้ว
ข้ารู้ถึงความยากลำบากของทุกคนดี การสับเปลี่ยนตัวในครั้งนี้ ข้าไปเองก็แล้วกัน"
คำพูดของสวี่หยางทำให้ทุกคนตกตะลึง เหล่าผู้คุมต่างพากันมองเขาด้วยสายตาประหลาดใจ พวกเขาคิดถึงสถานการณ์ต่าง ๆ ไว้หมดแล้ว ทว่าไม่มีใครคิดเลยว่าสวี่หยางจะเป็คนไป
แม้กระทั่งเื่การจับสลากนี้ พวกเขาก็ต่างทึกทักเอาเองว่าสวี่หยางจะไม่มีส่วนร่วม ผู้คุมที่จะถูกส่งตัวไปจะถูกเลือกจากในหมู่พวกเขาเท่านั้น!
ทว่าตอนนี้สวี่หยางกลับบอกว่าเขาจะไปเองงั้นหรือ?
เหล่าผู้คุมต่างพากันยืนอึ้งอยู่กับที่ ไม่รู้ว่าสวี่หยางมีแผนการอันใดอยู่ในใจกันแน่
เขาจะไปจริง ๆ อย่างนั้นหรือ? หรือว่าเป็แค่การพูดตามมารยาทส่ง ๆ ไปอย่างนั้น?
เหล่าผู้คุมต่างก็รู้ดีว่าสวี่หยางมีเส้นสายเบื้องบนที่ไม่เลว ไม่ว่าจะเป็พัศดีเจียงหรือมหาเรือนจำสยบอสูรแห่งอื่น ๆ ต่างก็รู้จักเขา อีกทั้งทุกคนยังยอมไว้หน้าเขาอยู่หลายส่วน การที่เขาเสนอตัวลงไปเองเช่นนี้มันช่างเป็เื่ที่เหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
"หัวหน้าผู้คุม ท่านหมายความว่าอย่างไรหรือขอรับ?"
"หัวหน้าผู้คุมสวี่ ท่านคงไม่ได้กำลังล้อพวกเราเล่นหรอกใช่หรือไม่?"
"ใช่แล้วขอรับ พี่สวี่ เื่นี้เอามาพูดล้อเล่นไม่ได้นะขอรับ พวกเรา..."
สวี่หยางมักจะครุ่นคิดอยู่เสมอว่าจะหาวิธีลงไปยังเรือนจำชั้นล่างได้อย่างไร ทว่าที่ผ่านมาก็ไม่มีเงื่อนไขและโอกาสเลย
ถึงอย่างไรชั้นล่างก็มีข้อกำหนดที่เข้มงวดมาก อีกทั้งเขายังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าตนเองเป็ยอดฝีมือผู้ฝึกยุทธ์ มิเช่นนั้นเื่ราวหลายอย่างก็จะกลายเป็เื่ยุ่งยากขึ้นมา
ทว่าตอนนี้... โอกาสอันดีงามเช่นนี้เขาจะยอมพลาดไปได้อย่างไร?
เื่ดี ๆ แบบนี้ต่อให้หลับฝันเขาก็ยังต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาหัวเราะ แน่นอนว่าเขาไม่มีทางยกโอกาสนี้ให้คนอื่นเป็แน่
มหาเรือนจำสยบอสูรชั้นที่สองแห่งนี้ สำหรับคนอื่นอาจเป็ดั่งเขตหวงห้ามที่ต้องหลบเลี่ยง แต่สำหรับเขาแล้ว นั่นคือดินแดน์ประทานพร เป็สถานที่ชั้นยอดที่ต่อให้ร้องขอก็ยังยากที่จะได้ไป!
"แน่นอน สิ่งที่ข้าพูดล้วนเป็ความจริง"
สวี่หยางพยักหน้ารับ ยังไม่ทันที่ผู้คุมคนอื่น ๆ จะได้ดีใจ จางหลิงกลับร้อนรนขึ้นมาเสียก่อน
"หัวหน้าผู้คุมสวี่ ท่านคือหัวหน้าผู้คุมนะขอรับ ที่นี่ขาดท่านไปไม่ได้ ไม่ว่าจะหมุนเวียนอย่างไรก็ไม่ถึงตาของท่านที่จะต้องไปหรอกขอรับ หน้าที่ที่ท่านทำอยู่ที่นี่..."
"จางหลิง" สวี่หยางเอ่ยขัดจางหลิงพลางตบไหล่ของเขาแล้วกล่าว "่เวลาที่ผ่านมา เ้าทำหน้าที่หัวหน้าผู้คุมแทนข้ามาโดยตลอด และเ้าก็ทำมันได้ดี ทำได้เยี่ยมมาก
ที่นี่จะมีข้าหรือไม่นั้นไม่สำคัญหรอก กลับเป็เ้าเสียอีกที่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้มากกว่าข้า ข้าจะไปเสนอชื่อเ้ากับพัศดีเจียง ให้เ้ารับตำแหน่งหัวหน้าผู้คุมต่อจากข้า เช่นนี้แล้วเบี้ยเลี้ยงและสวัสดิการของเ้าก็จะดีขึ้นตามไปด้วย
ข้าคิดว่าทุกท่านที่นั่งอยู่ที่นี่ก็คงไม่มีข้อโต้แย้งอะไรใช่หรือไม่?"
เหล่าผู้คุมต่างพากันส่ายหน้าโดยพร้อมเพรียง ไม่มีใครกล้ามีข้อกังขาใด ๆ ทั้งสิ้น
สวี่หยางยอมไปเรือนจำชั้นล่างแทนพวกเขาทั้งที ในเวลาเช่นนี้เขาจะแต่งตั้งใครเป็หัวหน้าผู้คุม พวกเขาจะไปกล้ามีความคิดเห็นอะไรได้อีกเล่า?
พูดกันตามตรง ประกาศในครั้งนี้ไม่ใช่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยหรืออะไรทำนองนั้นเสียหน่อย แต่เป็การให้พวกเขากันเองไปจัดการแก้ไขปัญหาเอาเอง
จัดการแก้ไขปัญหาเอาเองหมายความว่าอย่างไร? นั่นก็คือคนที่มีตำแหน่งใหญ่กว่าหนึ่งขั้นสามารถกดหัวคนอื่นได้ คนเบื้องบนอยากให้ใครไป คนนั้นก็ต้องไป!
พัศดีเจียงไม่ได้อยู่ที่นี่ เช่นนั้นที่นี่ใครใหญ่ที่สุดเล่า? แน่นอนว่าก็ต้องเป็สวี่หยางสิ!
หากสวี่หยางเกิดไม่พอใจขึ้นมา คนที่จะซวยก็คือพวกเขานี่แหละ!
"ในเมื่อทุกคนไม่มีความเห็นอื่น เช่นนั้นเื่นี้ก็ตกลงตามนี้"
"เดี๋ยวข้าจะไปบอกเื่นี้กับพัศดีเจียง พวกเ้ารอกันอยู่ที่นี่เถอะ"
"จางหลิง ตั้งใจทำงานให้ดีล่ะ ที่นี่นอกจากเ้าแล้วก็ไม่มีใครเหมาะสมอีก"
สวี่หยางถือประกาศเดินลงเขาไป จางหลิงมองแผ่นหลังของสวี่หยางอย่างจนใจ เื่ที่สวี่หยางตัดสินใจไปแล้ว ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนใจเขาได้เลยจริง ๆ
หลังจากที่สวี่หยางจากไป นอกจากจางหลิงแล้ว ผู้คุมที่เหลือต่างก็พากันหัวเราะร่วนออกมาด้วยความดีใจ
"บางทีเรือนจำ์ชั้นสองอาจจะไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นก็ได้นะ!"
"ใช่แล้ว ได้ยินมาว่าสวัสดิการของชั้นที่สองสูงกว่าของพวกเราถึงสิบกว่าเท่า บางทีอาจจะดีกว่าสวัสดิการของท่านพัศดีเสียอีก ทำงานอยู่ชั้นล่างแค่ไม่กี่ปีก็เทียบเท่ากับพวกเราทำงานเหน็ดเหนื่อยมาหลายสิบปีแล้ว หากโชคดีก็อาจจะได้เกษียณอายุเร็วกว่ากำหนดด้วยนะ!"
"ใช่ ๆ ขอเพียงแค่ได้เข้าไปในเรือนจำชั้นที่สอง ผู้คุมธรรมดา ๆ ก็สามารถเลื่อนขั้นเป็เ้าหน้าที่เรือนจำทางการได้โดยตรง แม้ว่าในนามจะยังเป็ผู้คุมอยู่ ทว่ากลับได้ตำแหน่งขุนนางขั้นเก้ารองเชียวนะ! หากมีตำแหน่งขุนนางติดตัว เมื่อนำมาเทียบกับพวกเราแล้ว นั่นมันก็ราวกับฟ้ากับเหวเลยล่ะ!"
"อืม ข้าว่าหัวหน้าผู้คุมสวี่ก็คงจะพิจารณาเห็นถึงข้อดีข้อนี้แหละ หัวหน้าผู้คุมสวี่มีความสามารถสูงส่งถึงเพียงนี้ การลงไปชั้นล่างมีแต่ข้อดีร้อยแปดประการโดยไม่มีข้อเสียเลยแม้แต่น้อย!"
ทุกคนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ มีเพียงจางหลิงที่แค่นเสียงฮึดฮัดพลางกล่าว "พวกท่านมาพูดจาถากถางอยู่ที่นี่ ชั้นล่างเป็สถานที่เช่นไร พวกท่านเองก็รู้อยู่แก่ใจไม่ใช่หรือ!"
ทุกคนมองจางหลิงแล้วต่างก็พากันก้มหน้าก้มตาไม่กล้าพูดอะไรให้มากความ นี่คือหัวหน้าผู้คุมในอนาคตเชียวนะ หากเขาหาเื่กลั่นแกล้งพวกตนขึ้นมา พวกตนก็คงจะรับมือไม่ไหวแน่
ทว่าเหล่าผู้คุมก็เข้าใจดีว่าตนเองทำเกินไปจริง ๆ ไม่ว่าอย่างไรสวี่หยางก็ลงไปแทนพวกเขา ต่อให้จะดีใจก็ไม่ควรจะแสดงออกชัดเจนถึงเพียงนี้
เหล่าผู้คุมพากันหัวเราะดีใจอยู่้า ทว่าตอนที่สวี่หยางลงเขานั้น เขากลับหัวเราะเสียงดังกว่าพวกเขา และดีใจยิ่งกว่าพวกเขาเสียอีก!
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
"เฝ้ารอคอยมาแสนนาน ในที่สุดก็รอจนมาถึงวันนี้... อดทนมาตั้งนาน ในที่สุดความฝันก็กลายเป็จริงเสียที"
สวี่หยางฮัมเพลงเบา ๆ สองเท้าก้าวเดินอย่างเบิกบานใจไปตลอดทางจนถึงจวนที่ทำการของพัศดีเจียงที่ตีนเขา
"พัศดีเจียง เื่นี้พวกเราตัดสินใจกันแล้ว ข้าจะลงไปที่ชั้นสองเองขอรับ
และอีกเื่หนึ่ง ข้าอยากให้ท่านแต่งตั้งจางหลิงเป็หัวหน้าผู้คุมแทนข้า แม้ว่าเขาจะยังอายุน้อย แต่ความสามารถในการทำงานกลับยอดเยี่ยมมาก เื่นี้ข้าสามารถยืนยันได้!"
พัศดีเจียงรับฟังรายงานของสวี่หยางพลางส่ายหน้าไปมาด้วยความพึงพอใจ เขาหัวเราะร่วนพลางกล่าวว่า "ดี สวี่หยาง เ้ายังคงทำงานได้รวดเร็วเช่นเคย ในครั้งนี้มหาเรือนจำสยบอสูรกุ่ยของพวกเราคงจะได้มีหน้ามีตากับเขาบ้างแล้ว
ส่วนเื่ที่ให้จางหลิงเป็หัวหน้าผู้คุมนั้น ข้าตกลงรับปากเ้า
และก็ขอแสดงความยินดีกับเ้าด้วยนะ ต่อไปเ้าก็จะมีตำแหน่งเทียบเท่ากับข้าแล้ว ยินดีด้วย ยินดีด้วย!"
สวี่หยางแย้มยิ้มพลางกล่าว "พัศดีเจียง ท่านก็อย่าล้อข้าเล่นเลยขอรับ ตำแหน่งเทียบเท่าอะไรกัน ก็แค่เอาชีวิตไปเสี่ยงตายเพื่อแลกกับข้าวกินก็เท่านั้น ข้าเองก็ตัดใจทิ้งพี่น้องพวกนั้นไม่ลง ก็เลยยอมเป็คนโง่ดูสักครั้ง!"
พัศดีเจียงโบกมือไปมาโดยไม่คิดโกรธเคือง เขาหัวเราะหึ ๆ พลางกล่าว "แม้ว่าการลงไปชั้นล่างจะอันตรายมาก ทว่าก็มีข้อดีอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
เ้าไปเตรียมตัวให้พร้อมเถอะ อีกสองวันจะมีคนพาเ้าไปส่งมอบงาน
อ้อ จริงสิ ก่อนหน้านั้นเ้าสามารถแวะไปดูที่มหาเรือนจำสยบอสูรหมายเลขอื่น ๆ ได้นะ ป่านนี้พวกนั้นคงจะตีกันตายไปแล้วกระมัง!"
พัศดีเจียงหัวเราะพลางลูบหนวดเคราของตนเอง ส่วนสวี่หยางก็ทิ้งประกาศเอาไว้ให้พัศดีเจียงแล้วเดินจากไป
ไม่ต้องให้พัศดีเจียงบอก เขาก็ตัดสินใจเอาไว้แล้วว่าจะแวะไปเยือนมหาเรือนจำสยบอสูรให้ครบทุกแห่งสักรอบ
และหลังจากที่เดินตระเวนไปรอบหนึ่ง สวี่หยางก็พบว่าผู้คุมทุกคนล้วนมีสีหน้าราวกับคนสูญเสียบิดามารดา แต่ละคนต่างก้มหน้าก้มตาสิ้นหวัง สีหน้าอมทุกข์ มองใครก็ขัดหูขัดตาไปเสียหมด ขาดก็แต่ชักดาบออกมาห้ำหั่นกันเองเท่านั้น!
ธาตุแท้ของมนุษย์ก็เป็เช่นนี้แหละ อันตรายเบื้องล่างนั้นสามารถจินตนาการได้เลยว่ามันเลวร้ายเพียงใด ไม่มีใครอยากจะเอาชีวิตไปเสี่ยงหรอก มีเพียงแค่สวี่หยางเท่านั้นที่...
เช้าวันต่อมา หลังจากที่สวี่หยางกลับมายังห้องพักของตนเอง จางหลิงก็มาเคาะประตูเรียก
"จางหลิง? มาเช้าขนาดนี้ มีธุระอะไรอย่างนั้นหรือ?"
จางหลิงพยักหน้ารับพลางกล่าว "หัวหน้าผู้คุมสวี่ พวกเรามีของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ อยากจะมอบให้ท่าน นี่คือความตั้งใจของทุกคน ถึงอย่างไรท่านก็กำลังจะจากไปแล้ว กฎเกณฑ์เบื้องล่างก็เข้มงวดไม่เหมือน้า เกรงว่าคงอีกนานกว่าพวกเราจะได้พบกันอีก"
การที่ทุกคนยอมมอบของขวัญให้เขา ก็คงจะเป็เพราะเห็นแก่หน้าของจางหลิง สวี่หยางไม่เชื่อหรอกว่าคนกลุ่มนี้จะเต็มใจมาส่งเขาจริง ๆ คงจะมีเพียงจางหลิงเท่านั้นที่มีความจริงใจต่อเขา