ขณะที่โจวเหวินกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงตูมดังขึ้น ราวกับมีใครโยนระเบิดลงน้ำ
เมื่อทั้งสองหันไปมอง ก็เห็นน้ำในสระบัวพุ่งขึ้นสูงราวกับภูเขาไฟปะทุ ท่ามกลางคลื่นน้ำมีดอกบัวขนาดมหึมาที่สูงเกินสิบเมตรดอกหนึ่งเบ่งบานออกจากผืนน้ำ
ดอกบัวดอกนั้นแตกต่างจากดอกบัวหัวใจพุทธะทั่วไป กลีบของดอกบัวหัวใจพุทธะทั่วไปจะเป็นสีขาวล้วน แต่ดอกบัวหัวใจพุทธะดอกนั้นถึงแม้จะเป็นสีขาวเหมือนกัน แต่ข้างบนกลับมีลวดลายเส้นเลือดมากมาย เส้นเลือดเท่านั้นพลางซ่อนพลางปรากฏ รวมตัวเป็นเค้าโครงคล้ายพุทธองค์ปางนั่งสมาธิ ราวกับบนแต่ละกลีบดอกบัวล้วนมีพุทธองค์สีเลือดนั่งอยู่หนึ่งองค์
ลั่วเซวียนขี่ม้าบินปีกขาวหลบละอองน้ำกลางอากาศ แต่ละอองน้ำยังคงกระเด็นโดนตัวม้าบินปีกขาว
ม้าบินปีกขาวร้องอย่างเจ็บปวด บนผิวสีขาวนวลดุจหิมะของมันถูกหยดน้ำกัดกร่อนจนเป็นรูเลือดจำนวนมาก ดูน่ากลัวอย่างมาก
ลั่วเซวียนสีหน้าดูย่ำแย่มาก พยายามควบคุมม้าบินปีกขาวบินไปยังริมฝั่งอย่างสุดชีวิต ถ้าเกิดตกลงไปในน้ำ เขากับม้าบินปีกขาวก็ยากจะเอาชีวิตรอด
โลกความจริงไม่เหมือนในเกม ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์เลี้ยงคู่หู ตายก็คือตาย ไม่มีโอกาสเริ่มใหม่ ไม่เหมือนเกมโทรศัพท์ของโจวเหวินที่ตายแล้วสามารถฟื้นคืนชีพกลับมา
ลั่วเซวียนอยากจะหนี แต่ดอกบัวหัวใจพุทธะประหลาดนั้นกลับไม่คิดจะปล่อยเขาไป มันพ่นเมล็ดบัวหนึ่งเม็ดที่ขนาดเท่าบาสเกตบอลออกจากกลางดอกบัว พุ่งเข้าใส่ม้าบินปีกขาวและลั่วเซวียนที่อยู่กลางอากาศราวกับเป็นกระสุนปืนใหญ่
เมล็ดบัวที่ดอกบัวหัวใจพุทธะทั่วไปพ่นออกมาจะเป็นสีเขียวมรกต แต่เมล็ดบัวเม็ดนี้กลับเป็นผลึกสีเลือด ราวกับหลอมรวมขึ้นจากโลหิต มันพุ่งมาถึงตรงหน้าลั่วเซวียนในชั่วพริบตา
ม้าบินปีกขาวหลบไม่ทันแล้ว ลั่วเซวียนจึงชักดาบฟาดฟัน ส่องแสงประกายวาบ ดาบฟันเข้าเนื้อเมล็ดบัวสีเลือด แต่ครั้งนี้ดาบของเขากลับไม่สามารถฟันเมล็ดบัวสีเลือดขาดเป็นสองซีก ลั่วเซวียนสีหน้าเปลี่ยนแล้ว
ลั่วเซวียนเก็บดาบแล้วลุกขึ้นในทันที ปลายเท้ากดลงบนหลังม้าบินปีกขาว แล้วดีดตัวถอยออกไปสองสามเมตรลอยอยู่กลางอากาศราวกับเหยี่ยว
ปัง !
ในเวลาเดียวกัน เมล็กบัวสีเลือดเม็ดนั้นก็ระเบิดออก กลายเป็นสายฝนโลหิตที่กระจายเต็มผืนฟ้า ปกคลุมม้าบินปีกขาวไปทั้งตัว
หลังจากนั้นโจวเหวินกับหลี่เสวียนก็ได้เห็นฉากที่น่าสะพรึงกลัว เมื่อสายฝนโลหิตเหล่านั้นตกลงบนตัวม้าบินปีกขาว ก็ละลายเลือดเนื้อของมันภายในชั่วพริบตา สภาพเหมือนกับเหล็กร้อนที่แดงฉ่ากระทบลงบนหิมะ
เพียงไม่กี่อึดใจ กล้ามเนื้อมัดใหญ่บนตัวม้าบินปีกขาวก็ถูกละลายจนหมด เผยให้เห็นโครงกระดูก มันเปล่งเสียงร้องโหยหวนครั้งสุดท้ายก่อนจะหล่นร่วงลงสู่สระบัว ไม่ว่ามองอย่างไรก็เหมือนจะมีชีวิตต่อไปไม่ได้
“เสี่ยวไป๋...” ลั่วเซวียนตะโกนอย่างโศกเศร้า แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้ว อีกทั้งตอนนี้เขาเองก็ตกอยู่ในอันตรายเหมือนกัน
เขายังอยู่ห่างจากริมฝั่งอย่างน้อยห้าถึงหกร้อยเมตร ม้าบินปีกขาวตายแล้ว และเขาก็ไม่มีความสามารถในการบิน สระบัวระยะห้าหกร้อยเมตรตรงนี้ไม่ต่างอะไรจากขุมนรกสำหรับเขา
ต่อให้โจวเหวินกับหลี่เสวียนอยากจะช่วยก็จนปัญญา พวกเขาไม่มีสัตว์เลี้ยงคู่หูที่บินได้ และไม่มีร่างกายที่แข็งแกร่งคงกระพัน จึงทำได้แค่มองดูอยู่ข้าง ๆ
ขณะที่พวกเขาต่างคิดว่าลั่วเซวียนต้องจบชีวิตลงแน่ ๆ กลับเห็นลั่วเซวียนแตะปลายเท้าลงบนใบบัว ก่อนจะอาศัยแรงส่งกระโดดขึ้นไปยังใบบัวอีกแผ่น คล้ายกับว่าเขาไร้ซึ่งน้ำหนัก
“เอ๋ เจ้าหมอหน้าขาวนั่นเหมือนจะมีฝีมืออยู่บ้าง และยังมีสกิลประเภทวิชาตัวเบา” หลี่เสวียนอุทานเบา ๆ
โจวเหวินเห็นลั่วเซวียนใช้แรงส่งจากใบบัวกระโดดข้ามไปมา โดยที่ใบบัวที่อ่อนแอแค่สั่นไหวเบา ๆ ไม่ได้ถูกเขาเหยียบขาด ก็ทำให้โจวเหวินรู้สึกสนใจอย่างมาก
“ในมิติต่างโลกของมหาวิทยาลัยซีหยาง มีจุดที่เกิดสกิลประเภทวิชาตัวเบาบ้างไหม” โจวเหวินถามหลี่เสวียน
“มีสิ จุดที่โด่งดังที่สุดก็คือถ้ำประตูมังกร” หลี่เสวียนกล่าว
โจวเหวินเริ่มคิดว่าถ้ามีโอกาสก็จะไปถ้ำประตูมังกรสักครั้ง หากดาวน์โหลดถ้ำมังกรมาเป็นดันเจี้ยนในเกมได้จริง ๆ เขาก็จะเข้าไปฟาร์มสกิลวิชาตัวเบาได้อย่างปราศจากความกลัว สกิลประเภทนี้ดูมีประโยชน์มาก ต่อให้เขาสู้ไม่ไหว ก็ใช้มันหนีเอาชีวิตรอดได้
ปังปัง ! ปังปัง !
ลั่วเซวียนอาศัยใบบัวกระโดดข้ามไปมา แต่กระโดดไปได้ไม่ไกล ก็มีเสียงคล้ายการยิงกระสุนปืนใหญ่ดังขึ้นติดต่อกัน จากนั้นก็เห็นเมล็ดบัวสีเลือดสิบกว่าเม็ดกำลังพุ่งเข้ามาพร้อมกัน ปิดกั้นทุกเส้นทางหลบหนีของลั่วเซวียน ทำให้เขาไม่เหลือช่องว่างให้หนี
ถึงแม้ในมือลั่วเซวียนยังมีซากดาบอยู่อีกครึ่งเล่ม แต่อาวุธดาบทำอะไรเมล็ดบัวสีเลือดเหล่านี้ไม่ได้เลย หลังจากฟันเมล็ดบัวสีเลือด แรงระเบิดของมันก็จะยิ่งรุนแรง
ลั่วเซวียนกัดฟันแน่น ฉีกเสื้อบริเวณแผ่นหลังขาดออก เผยให้เห็นรอยสักรูปวัวเขียว เสี้ยววินาทีต่อมา รอยสักวัวเขียวก็ทะลุออกมากลายเป็นสัตว์เลี้ยงคู่หูวัวเขียวตัวหนึ่ง มันปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าลั่วเซวียน แล้วช่วยบังเมล็ดบัวสีเลือดให้เขา
ด้วยพลังป้องกันของวัวเขียว ในที่สุดลั่วเซวียนก็พบช่องทางรอด เขาพุ่งตัวออกจากวงล้อมของเมล็ดบัวสีเลือดอย่างหวุดหวิด
แต่สัตว์เลี้ยงคู่หูวัวเขียวตัวนั้นกลับต้องพบชะตากรรมที่โหดร้าย มันถูกละอองเลือดที่แตกออกจากเมล็ดบัวสีเลือดสาดใส่ตัว จนเลือดเนื้อบนร่างกายถูกกัดกร่อน มันร้องโหยหวนก่อนจะตกลงสู่สระบัว
“เจ้าหน้าขาวลั่วเซวียนนั่นมีสมบัติมากมายจริง ๆ ถึงกับมีสัตว์เลี้ยงคู่หูระดับธรรมดาตั้งสองตัว แต่น่าเสียดาย ถึงจะเป็นแบบนั้นเขาก็ยังยากจะหนีรอด เขายังอยู่ห่างจากริมฝั่งไกลเกินไป” หลี่เสวียนส่ายหน้ากล่าว
โจวเหวินไม่ได้สนใจหลี่เสวียน สายตาจ้องมองไปที่กลางสระบัว
ม้าบินปีกขาวตัวก่อนหน้านี้และวัวเขียวในตอนนี้ต่างตกลงไปในสระบัวแล้ว ร่างกายถูกกัดกร่อน กลายเป็นกองกระดูกที่อยู่ใต้สระบัว
ฉากอันน่าสะพรึงกลัวนี้กลับทำให้โจวเหวินนึกถึงมดกระดูกกลายพันธุ์ของตัวเอง
น้ำเลือดของดอกบัวหัวใจพุทธและน้ำในสระบัวเหมือนจะมีฤทธิ์กัดกร่อนเนื้อหนังเหมือนกัน แต่กระดูกกลับไม่ได้ถูกกัดกร่อน ถ้าเป็นมดกระดูกกลายพันธุ์ที่ตอนนี้ทั้งร่างกายของมันถูกเปลี่ยนเป็นกระดูกแล้ว มันจะมีชีวิตรอดเมื่ออยู่ในสระบัวไหมนะ
โจวเหวินครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วเรียกมดกระดูกกลายพันธุ์ออกมา สั่งให้มันเข้าใกล้สระบัว จากนั้นลองจุ่มปลายกรงเล็บข้างหนึ่งลงไปในสระบัว
มดกระดูกกลายพันธุ์บินออกจากหลังมือของโจวเหวิน ร่างกายของมันราวกับเป็นกระดูกที่อาบด้วยเลือด บนตัวงอกเต็มไปด้วยหนามกระดูก ตอนนี้ร่างกายของมันยังใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก ราวกับเป็นรถถังโครงกระดูก ดูน่ากลัวยิ่งกว่าในเกมมาก
“อื้อหือ นี่มันสัตว์เลี้ยงคู่หูอะไรกัน” หลี่เสวียนที่อยู่ข้าง ๆ ตกใจกับการปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันของมดกระดูกกลายพันธุ์ ก่อนจะตั้งสติได้และเข้าใจว่านี่เป็นสัตว์เลี้ยงคู่หูของโจวเหวิน
“มดกระดูก” โจวเหวินตอบสั้น ๆ แล้วสั่งให้มดกระดูกยื่นขาข้างหนึ่งลงไปในสระบัว
“นายจะทำอะไร” หลี่เสวียนตกใจ
แต่หลี่เสวียนก็สังเกตเห็นอย่างรวดเร็วว่า เมื่อมดกระดูกยื่นขาลงไปในน้ำกลับไม่เป็นอะไรเลย ไม่ได้ถูกน้ำในสระบัวกัดกร่อน
ในที่สุดโจวเหวินก็ยืนยันแล้วว่าข้อสันนิษฐานของตัวเองถูกต้อง มดกระดูกกลายพันธุ์ไม่หวั่นเกรงต่อน้ำในสระบัว
เพียงใช้ความคิด มดกระดูกกลายพันธุ์ก็ค่อย ๆ ลงไปในสระบัว ร่างกายสัมผัสกับผืนน้ำ แต่ไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย เห็นชัดว่าน้ำในสระบัวไม่มีผลต่อมันเลย
เดิมทีโจวเหวินยังกังวลว่ามดกระดูกกลายพันธุ์จะว่ายน้ำไม่เป็น แต่กลับเห็นมันใช้ขาเคลื่อนตัวไปบนผิวน้ำและใบบัวราวกับเป็นแมงมุม เคลื่อนที่รวดเร็วไม่แตกต่างจากตอนอยู่บนบก ทันใดนั้นโจวเหวินก็วางใจลงอย่างสมบูรณ์