เอาละพรุ่งนี้เราจะทำไฟแช็กดีกว่า-ภัทรนึกในใจพร้อมเขียนลงพื้นถึงสิ่งที่จะใช้
“พัดมึงทำอยู่วะ เร็วเข้าสิมึง”แดงพูดด้วยความโมโหกว่าเดิม
.
.
.
แดงกินข้าวโดยทำหน้ามีความสุขเป็อย่างมากเพราะหากตอนนี้อยู่ที่บ้านเขาคงจะต้องอดมื้อกินมื้อ ซึ่งสาเหตุของคนที่มาเป็ทหาร หนึ่งในนั้นคือ้ามีข้าวกินให้อิ่มท้อง
“โหวพี่มันอร่อยขนานนั้นเลยหรอพี่ไอ้ก้อนข้าวกับเนื้อแห้งๆ อันนี้อะ” ภัทรมองไปที่กับข้าวด้วยความสงสาร ข้าวที่แข็งยิ่งกินยิ่งติดคอ เนื้อที่แห้งจนฟันจะหลุด ภัทรจึงพูดเบาๆ ว่า “ฉันเกลียดที่นี่โว้ยยย” ถ้าเป็สมัยที่เขาอยู่หากมีกับข้าวแบบนี้คงได้โดนผู้คนลุมด่าแน่ๆ เอาละฉันตัดสินใจอีกเื่แล้ว ฉันจะต้องหาข้าวดีๆ กินหลังทำไฟแช็กเสร็จ
.
.
.
วันต่อมา ตอนเช้าที่บรรยากาศเย็นมีหมอกลงนิดๆหน่อยๆ ภัทรนั่งมองแสงพระอาทิตย์ค่อยๆ ขึ้นซึ่งเขาชอบบรรยากาศที่เงียบสงบแบบนี้ถ้าเป็ในยุคที่เค้ามาคงไม่มีบรรยากาศแบบนี้แน่ๆ บางทีฉันอาจจะชอบที่มากกว่ายุคที่ฉันในบางเื่ก็ได้นะ
“เอาละถึงเวลาทำไฟแช็กแล้ว”ภัทรพูดด้วยความหวัง
“อ้ายพัดมึงจะไปไหนวะ วันนี้ไม่มีเวรของมึงไม่ใช่รึ”แดงพูดด้วยเสียงงอแงด้วยอาการที่ยังไม่ตื่นดี
“ฉันจะไปทำไฟแช็กจ่ะพี่ พี่ไปด้วยไหม”ภัทรถามกลับ
“กูไม่ไปหรอก ยังนอนไม่เต็มที่เลย แล้วไฟชงไฟแช็กอะไรของมึงไปเถอะ ไปๆ ข้าจะนอน” แดงพูดพร้อมไล่ภัทรให้เดินจากไป
ภัทรจึงได้เดินไปเอานุ่นที่เห็นเมื่อวานในห่อเสื้อแล้วเดินออกเข้าไปในป่า
.
.
.
“หยุด!เ้าเป็ใครยกมือขึ้นค่อยๆหันมา” เสียงชายคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงแข็งๆ
“ข้าเป็ทหารมาทำธุระจ่ะ ชื่อพัดจ่ะ”ภัทรได้แต่ใละรีบตอบเพื่อที่ตนเองจะได้ไม่ตกอยู่ในอันตราย
“บังอาจ!! เ้าพูดไม่เคารพเ้าชายเลยรึ” ทหารนายหนึ่งพูดด้วยความโกรธ
เอ๊ะ?องค์ชายรึถ้าในค่ายตอนนี้ก็มี 2 พระองค์ จะเป็องค์โตรึองค์รองกันนะ “กระหม่อมมาทำธุระขอรับ ทรงอภัยให้ด้วย” ภัทรจึงรีบตอบและค่อยๆหันไป
“เ้าเองนี่น่า เ้าคนที่ช่วยมารดาข้า” เสียงที่อ่อนนุ่มจีงพูดขึ้น
“เอ๊ะ!!” ภัทรยังงงเพราะถึงจะรู้จักชื่อแต่ก็ไม่รู้จักหน้า
“นี่คือพระราเมศวร เ้าชายพระองค์โตในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ”ทหารพูดด้วยน้ำเสียงเคารพ
อ่อออ นี่เองสินะพระราเมศวร นิสัยดีเกินคาดแหะ ปกติคิดว่าเ้าชายในยุคนี้จะบ้าอำนาจซะอีก
“เ้าไม่ต้องมากพิธีก็ได้ เ้าคือคนที่ช่วยมารดาข้า ข้าจะไม่ถือโทษโกรธเ้า แล้วเ้าเข้ามาในป่าลึกเ้ามาทำอันใดกัน” พระราเมศวรถาม
“ข้าจะมาทำไฟแช็กขอรับ” ภัทรตอบ
“ไฟแช็กรึ??” พระราเมศวรสงสัย
“ใช่ขอรับ มันคืออุปกรณ์ที่ช่วยให้เราๆ จุดไฟได้ง่ายขึ้นขอรับ” ภัทรตอบ
“งั้นรึฟังดูน่าสนใจ ข้าสามารถดูเ้าทำอุปกรณ์ที่เรียกว่าไฟแช็กได้รึไม่” พระราเมศวรกล่าวถาม ซึ่งทหารที่ติดตามมาก็ทำท่าทีเก้ๆ กังๆ เพราะกลัวเ้าชายจะได้รับอันตราย
“ได้ขอรับตอนนี้ส่วนประกอบก็สามารถรวบรวมครบแล้วข้ากำลังจะเริ่มทำพอเลยขอรับ” ภัทรตอบด้วยความยินดีเพราะเขาสามารถเป็เพื่อนกับเ้าชายได้ ชีวิตเขาก็จะยิ่งปลอดภัยขึ้น
ดังนั้นภัทรจึงได้นั่งลงเพื่อเริ่มทำแต่ที่จริงมันก็ไม่ใช่ไฟแช็กหรอกนะ มันคือตะบันไฟต่างหากละ ซึ่งตะบันไฟมี2 ส่วน 1คือกระบอกตะบัน หรือตัวเมียทำด้วยไม้เนื้อแข็ง ยาวประมาณ 3 นิ้ว กลึงให้กลม หรือทำเป็แท่ง 2 ลูกตะบัน คือ ไม้กระทุ้ง หรือตัวผู้ ทำด้วยไม้เนื้อแข็งหรือเขาสัตว์ โดยเหลาให้กลมขนาดพอดีกับรูตะบัน หรือตัวเมีย ปลายเจาะเป็รูให้เว้าเข้าเล็กน้อยเพื่อใช้บรรจุปุยนุ่นหรือปุยต้นเต่าร้าง แต่เราต้องระวังหากลูกตะบันหลวมไม่พอดีจะต้องควั่นปลายลูกตะบันเพื่อใช้ใยไหมหรือด้ายพันแล้วทาขี้ผึ้งให้ลื่น เพื่อให้เกิดแรงอัดและการเสียดสีจนะเิเป็ไฟ
.
.
ผ่านไปครึ่งวัน
“เสร็จซักที เห้อออ ทำมาทั้งวันเลยนะเรา” ภัทรร้องออกมาด้วยความดีใจ
“นี่รึไฟแช็กของเ้ามันจะใช้จุดไฟได้แน่รึ” พระราเมศวรถามด้วยความสงสัย
“ได้แน่นอนขอรับและง่ายต่อการจุดไม่ต้องเสียเวลาใช้ไม้เสียดสีให้เหนื่อยปล่าวเลยขอรับ” ภัทรตอบ
“ข้าอยากเห็นมันตอนนี้เลย”พระราเมศวรตอบกลับอย่างตื่นเต้น
“ได้ขอรับแต่ก่อนจะใช้ต้องนำเชื้อไฟที่กระหม่อมตากไว้แต่เช้ามาใช้ด้วยขอรับ” ภัทรรีบตอบกลับ
“เชื้อไฟรึ”พระราเมศวรสงสัย
“ขอรับ ทำมาจากนุ่นโดยเชื้อไฟนี้จะใส่ไว้ที่ปลายลูกตะบันที่เจาะเป็รูไว้ขอรับ” ภัทรจึงอธิบายให้ฟังเมื่อเตรียมเสร็จแล้วภัทรจึงรีบเตรียมการเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ภัทรจึงนำหญ้าแห้งมาวางรองไว้ที่ที่ไฟจะติด
กึ๊ก ๆ เสียงที่ภัทรจุดไฟโดยใช้ตะบันไฟ
แสร่ดดด~ ฟึ๊บ แสงไฟค่อยๆ สว่างขึ้นมาทำให้พระราเมศวรกับทหารคนสนิทต่างก็ร้องออกมาด้วยความใเป็อย่างมาก ทหารบางคนถึงกับเข่าอ่อนนั่งลงไปกับพื้น
“นะ นะ นี่มันอะไรกัน 2 ครั้ง แค่ทำ2ครั้งไฟก็ลุกขึ้นมา”ทหารต่างร้องะโด้วยความใ
ภัทรมองเหล่าทหารที่ใจึงพูดเบา ๆ ว่า
”นี่แหละวิทยาศาสตร์”