เสียงรถยนต์เบรกดังสนั่นที่หน้าบ้านแพร พี่แอนรีบวิ่งลงจากรถพร้อมถุงยาในมือ
ทันทีที่เห็นแพร สภาพตาบวมช้ำจากการร้องไห้หนัก และข้อมือที่มีรอยห้อเลือดหนาทึบ พี่แอนถึงกับปล่อยโฮออกมาด้วยความสงสารจับใจ
“แพร! พี่อยู่นี่แล้วลูก... พี่อยู่นี่แล้ว” พี่แอนโผเข้ากอดแพรแน่น แพรสะอื้นฮักจนตัวโยนเหมือนเขื่อนแตก
“พี่แอน... ฮึก... หนูสกปรกไปหมดแล้วพี่... หนูเกลียดตัวเอง...”
“ไม่นะแพร แกไม่ผิด! คนผิดคือไอ้สารเลวนั่น!” พี่แอนรีบหยิบน้ำและ ยาคุมฉุกเฉิน ออกมา
“กินยานี่ก่อนนะแพร พี่เอกสั่งกำชับมา พี่จะไม่ยอมให้เชื้อชั่ว ๆ ของมันมาทำร้ายแกได้อีกเด็ดขาด”
หลังจากแพรฝืนกลืนยาลงไป พี่แอนไม่รอช้า รีบพยุงแพรขึ้นรถมุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลทันที “เราต้องไปตรวจร่างกายเก็บหลักฐานนะแพร อดทนหน่อยนะ เพื่อที่จะลากมันเข้าคุกให้ได้!”
ในเวลาเดียวกัน ณ ห้องสอบสวนสถานีตำรวจ พี่กรนั่งหน้าซีดเซียวเหงื่อแตกพล่าน เขาพยายามต่อสายหาทนายความชื่อดังที่เขาเคยรู้จัก แต่ทว่า...
“ขอโทษนะอาจารย์กร เคสนี้ผมรับไม่ได้จริง ๆ... เบื้องบนเขาสั่งลงมา ใครยื่นมือเข้าไปช่วยคุณ เตรียมตัวดับทั้งสำนักงานได้เลย” ปลายสายตัดไปอย่างไร้เยื่อใย
พี่กรกำโทรศัพท์แน่นจนมือสั่น อิทธิพลของคุณพ่อพี่เอกเริ่มทำงานเหมือนตาข่ายที่คลุมไปทั่วทุกทิศทาง ไม่ว่าเขาจะโทรหาใคร ทุกคนต่างปฏิเสธและตัดขาดสัมพันธ์กับเขาในทันที แม้แต่อาจารย์ในคณะที่เคยสนิทก็ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะส่งข้อความมาถามข่าว ชื่อเสียงที่เขาสั่งสมมากลายเป็นขยะภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
ช่วงบ่ายแก่ ๆ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังขึ้นที่หน้าห้องสอบสวน ประตูถูกผลักออกอย่างแรงจนกระแทกผนัง
พี่เอก เดินเข้ามาในสภาพที่ดูดุดันและเยือกเย็นอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เสื้อเชิ้ตถูกปลดกระดุมคอ แววตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่พี่กร
“ไอ้เอก... มึง...” พี่กรพยายามจะอ้าปากพูด
ผลัวะ!!
หมัดหนัก ๆ ของพี่เอกพุ่งเข้าใส่ใบหน้าพี่กรจนเก้าอี้หงายหลัง พี่กรลงไปกองกับพื้น เลือดกบปาก พี่เอกไม่รอให้เขาตั้งตัวได้ เขาพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อพี่กรขึ้นมาแล้วกดร่างนั้นแนบกับผนังห้องสอบสวน
“มึงกล้าดียังไง... กล้าดียังไงมาทำกับแพรแบบนี้!” พี่เอกคำรามเสียงต่ำจนน่าขนลุก
“กูอุตส่าห์ไว้ใจ เห็นมึงเป็นพี่ร่วมคณะ แต่มึงกลับทำตัวต่ำกว่าสัตว์เดรัจฉาน!”
“หึ... มึงกลับมาก็สายไปแล้วว่ะ... แพรเป็นของกูแล้ว กูกับแพรเรา...”
เปรี้ยง!!
พี่เอกซัดเข้าที่ลิ้นปี่จนพี่กรจุกจนพูดไม่ออก “เมียกูไม่มีวันเป็นของคนอย่างมึง! สิ่งที่มึงทำเขาเรียกว่า 'ขืนใจ' และมึงเตรียมตัวเน่าตายในคุกได้เลย พ่อกูจัดการสั่งปิดทุกทางรอดของมึงไว้หมดแล้ว ทนายหน้าไหนก็ช่วยมึงไม่ได้ แม้แต่หมาสักตัวในมหา’ลัยก็จะไม่มีใครอยากรู้จักมึงอีก!”
พี่เอกจ้องลึกเข้าไปในดวงตา “กูจะทำให้มึงได้รู้ซึ้งว่า... การสูญเสียทุกอย่างในชีวิตมันรู้สึกยังไง!”
พี่เอกสะบัดร่างพี่กรลงพื้นเหมือนขยะชิ้นหนึ่ง ก่อนจะหันไปหาตำรวจ “ดำเนินคดีให้ถึงที่สุดครับ ผมมีผลตรวจร่างกายและพยานแวดล้อมครบถ้วน และถ้าใครคิดจะใช้ใต้โต๊ะช่วยมัน... บอกเขาด้วยว่าต้องข้ามศพพ่อผมไปก่อน!”
พี่เอกรีบบึ่งรถไปที่โรงพยาบาล
ทันทีที่เห็นแพรนั่งรออยู่บนเตียงคนไข้ เขารีบปรี่เข้าไปหา จับมือที่พันแผลของแพรมาจูบอย่างแผ่วเบา น้ำตาของลูกผู้ชายที่เข้มแข็งเอ่อคลอ
“แพร... พี่กลับมาแล้วครับ พี่ขอโทษที่มาช้าไป...”
แพรโผเข้าซบไหล่พี่เอก ร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความหวาดกลัวอีกต่อไป แต่เป็นความรู้สึกปลอดภัยที่เธอโหยหา “พี่เอก... อย่าทิ้งหนูไปไหนอีกนะ...”
“ไม่แล้วครับแพร... พี่จะไม่ไปไหนอีกแล้ว ใครที่ทำหนูเจ็บ มันต้องชดใช้!”
- ณ สถานีตำรวจ -
บรรยากาศภายในห้องไกล่เกลี่ยของสถานีตำรวจตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก สารวัตรวินนั่งอยู่หัวโต๊ะ ท่ามกลางการเผชิญหน้าของทั้งสองฝ่าย
ฝั่งแพร ที่มีพ่อแม่และพี่แอนนั่งประกบ และพี่เอกที่จ้องพี่กรเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ และฝั่งพี่กร ที่มีพ่อแม่ผู้มีฐานะทางสังคมเดินทางมาสมทบพร้อมทนายความ
"ลูกชายผมไม่ได้ขืนใจใครทั้งนั้นครับสารวัตร" พ่อของพี่กรกล่าวเสียงเรียบพลางวางกระเป๋าเอกสารลงบนโต๊ะ "มันเป็นเรื่องของหนุ่มสาวที่เผลอไผลไปเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ และนี่คือหลักฐาน..."
ทนายของพี่กรเปิดบันทึกการโทรจากมือถือของพี่กรโชว์ให้ทุกคนดู พบว่ามีสายเรียกเข้าจากเครื่องของแพรในช่วงเวลาที่เกิดเรื่อง (ซึ่งจริง ๆ แล้วพี่กรเป็นคนแอบกดโทรเข้าเครื่องตัวเองตอนแพรเมาพับ)
"แพรเป็นคนโทรหาผมเองครับ" พี่กรพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ แววตาดูสำนึกผิดอย่างจอมปลอม
"ไม่จริง!!!"แพรสวนขึ้นมาทันควัน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะบอกให้สงบลงก่อน
"ส่วนรอยที่ข้อมือ... ผมยอมรับว่าเรามีการเล่นที่รุนแรงกันบ้างตามประสาคนเคยคบกันมานาน แพรเขาชอบแบบนี้... ผมไม่คิดว่าพอตื่นมาเธอจะโกรธจนแจ้งความขนาดนี้"
"ไอ้สารเลว! มึงพูดมาได้ยังไง!" พ่อของแพรตบโต๊ะปัง ลุกขึ้นชี้หน้าพี่กรด้วยความโกรธจัดจนตัวสั่น แม่ของแพรถึงกับปล่อยโฮออกมาด้วยความเสียใจที่ลูกสาวถูกใส่ร้ายป้ายสีในเรื่องที่น่าอายแบบนี้
"ใจเย็น ๆ ก่อนค่ะคุณพ่อ"
แม่ของพี่กรแทรกขึ้น พร้อมกับยื่นเช็คเงินสดจำนวนเจ็ดหลักวางลงตรงหน้าพ่อแม่แพร ก่อนจะค่อยๆ ขยับลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินอ้อมมาฝั่งที่แพรนั่งอยู่
เธอโน้มตัวลงกุมมือสั่น ๆ ของแพรไว้ แววตาที่เคยฉายความเมตตาเมื่อครั้งอดีต บัดนี้กลับดูหม่นเศร้าแต่แฝงไปด้วยการวิงวอน
"หนูแพรลูก..." แม่พี่กรเอ่ยเสียงเครือ "แม่ขอโทษแทนตากรจริงๆ นะคะ แม่รู้ว่าหนูเจ็บปวดแค่ไหน... แพรจำได้ไหมลูก เมื่อก่อนหนูไปเที่ยวบ้านแม่บ่อย ๆ แม่ยังเคยบอกเลยว่าอยากได้หนูมาเป็นลูกสาวจริงๆ หนูเป็นเด็กน่ารัก เป็นคนดีมาตลอด..."
เธอละมือข้างหนึ่งมาลูบที่แก้มของแพรอย่างแผ่วเบา ราวกับจะซับน้ำตาให้
"แม่ขอร้องเถอะนะหนูแพร... เห็นแก่ความรักความเอ็นดูที่แม่เคยมีให้หนูนะลูก อย่าให้เรื่องนี้ต้องถึงขั้นทำลายชีวิตตากรเลยนะ ถ้าตากรติดคุก อนาคตอาจารย์ที่สร้างมามันจะดับวูบไปหมด พ่อเขาก็คงจะรับไม่ได้ แม่เองก็คงจะขาดใจ... หนูแพรเป็นคนมีเมตตา แม่ขอโอกาสให้ตากรได้แก้ตัวเถอะนะลูก"
แม่พี่กรบีบมือแพรแน่นขึ้น สายตาจ้องลึกเข้าไปเพื่อกดดันด้วยความสัมพันธ์ในวันวาน
"เงินจำนวนนี้... มันเทียบไม่ได้กับสิ่งที่หนูเสียไปหรอกแม่รู้ แต่มันจะช่วยให้หนูได้ไปเริ่มต้นใหม่ ได้ไปเรียนต่อ หรือไปอยู่ที่ไหนก็ได้ที่หนูสบายใจ... จบเรื่องนี้ไว้แค่นี้เถอะนะลูกนะ อย่าให้ต้องสาวไส้กันในศาลให้ใครเขาเอาไปนินทาเลย หนูแพรเองก็เป็นผู้หญิง มีแต่จะเสียกับเสีย..."