ตอนนี้ภายในวัดก็เกิดความโกลาหลย่อมๆขึ้นมาแล้วพระเณรซึ่งเพิ่งจะได้มาบวชใหม่ตอนนี้ก็ต่างมองหน้ากันไปมาด้วยความหวาดกลัวต่อผีที่ชายหนุ่มทั้งสองได้เจอะเจอมา
“ใจเย็นๆโยมผีที่ว่ามันคงไม่ตามโยมเข้ามาถึงที่นี่หรอกตั้งสติไว้ให้มั่น”หลวงตารีบพูดกับทั้งสองคน
คนทั้งสองเมื่อเห็นว่ามีพระและเณรได้มายืนอยู่รอบๆตัวเขาทั้งสองแล้วก็พากันโล่งอกอยู่บ้างแต่อาการหวาดกลัวก็ยังคงมีอยู่เพราะจะให้หายสะทีเดียวย่อมที่จะเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน
“หละหลวงตาคระครับคนนี้ขอให้ผมอาศัยนอนที่นี่สักคืนเถอะครับพวกผมไม่กล้าที่จะออกจากวัดแล้วครับ”หนุ่มและอั๋นพูดขึ้นพร้อมกัน
“อยากนอนก็นอนเถอะอาตมาไม่ว่าอะไรหรอกถ้าอย่างนั้นก็ขึ้นไปบนกุฏิอาตมาเถอะส่วนพวกท่านทั้งหลายก็พากันกลับไปยังกุฏิของพวกตนกันเถอะ”หลวงตาท่านก็บอกกับทั้งสองคนแล้วก็บอกกับพระลูกวัดที่เหลือต่อ
เช้าวันรุ่งขึ้นพระเณรก็ต่างปฏิบัติกิจของตนส่วนชายหนุ่มทั้งสองตอนนี้ก็รู้สึกตัวตื่นกันแล้วหลวงตาท่านก็ได้เมตตารดน้ำมนต์ให้พวกเขาก็เริ่มมีสติกันมากขึ้น
“นี่ถ้าเขาตั้งใจจะหลอกพวกโยมจริงๆอาตมาว่าพวกโยมคงจะไม่มีสติกันเร็วแบบนี้หรอกเขาคงอยากให้พวกโยมช่วยเหลือซะมากกว่าถึงได้มาปรากฎกายให้เห็นเพราะพวกพระเณรเขาก็ไม่เคยเห็นเคยเจอกันสักที”
“พวกผมก็คงคิดอย่างนั้นแหละครับเพราะเขาบอกว่าพวกผมจะมีโชคใหญ่ด้วยแต่ถ้าจะมีโชคแล้วเจอจังๆแบบนี้พวกผมเองก็รับไม่ไหวหรอกครับหลวงตา”เจ้าหนุ่มพูดขึ้นด้วยความขลาดกลัวส่วนเจ้าอั๋นก็ได้แต่พยักหน้าเห็นด้วยเหมือนไก่จิกข้าวสาร
“เอาเถอะพวกโยมไม่เป็นอะไรกันก็ดีแล้วรีบกลับไปที่สวนเถอะเดี๋ยวเจ้านายพวกโยมจะเป็นห่วงเอาแล้วอย่าลืมไปบอกเจ้าขวัญด้วยล่ะว่าให้มาช่วยเขาหน่อย”หลวงตาเตือนเจ้าสองคนตรงหน้า
“ครับถ้าอย่างนั้นพวกเรากราบลาเลยนะครับ”ทั้งสองก็พากันกราบหลวงตาเสร็จก็ลงมาจากกุฏิแล้วก็รีบพากันเดินไปหน้าวัดที่ได้จอดมอเตอร์ไซค์ทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ทั้งสองเองแม้จะยังคงหวาดกลัวอยู่แต่ก็ยังอดที่จะชำเลืองมองไปยังที่เจอผีเมื่อคืนเสียไม่ได้
เมื่อมาถึงรถมอเตอร์ไซค์แล้วเจ้าหนุ่มก็ประจำที่คนขี่ส่วนเจ้าอั๋นก็เป็นคนซ้อนเมื่อเจ้าอั๋นนั่งเรียบร้อยแล้วหนุ่มก็รีบบิดมอเตอร์ไซค์จากไปอย่างรวดเร็วด้านวิญญาณเฒ่่าที่เห็นถึงความกลัวของเจ้าสองคนนี้ก็ได้แต่ยิ้มออกมาอย่างจนใจ
“ขวัญ พะพวกน้าเจอผีตรงตีนสะพานหน้าวัดขวัญช่วยไปดูได้ไหม” หนุ่มไม่พูดพร่ำทำเพลงเมื่อเจอหน้าขวัญเขาก็รีบพูดออกมาทันที
คนงานคนอื่นเมื่อได้ยินว่าสองคนนี้เพิ่งเจอผีมาก็ต่างพากันตระหนกตกใจเพราะไม่คิดว่าในหมู่บ้านจะมีผีสางออกมาหลอกคน
“เอ็งสองคนไปทำอะไรกันหน้าวัดดึกๆดื่นๆผีมันถึงได้มาหลอกเอาได้และมาหลอกแบบไหนกัน ข้าอายุปู่นนี้แล้วยังไม่เคยเห็นสักที”ยายแช่มถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ก็กลับมาจากบ้านเดิมเจ้าอั๋นไงป้าแช่มพวกผมก็ขี่มาทางหน้าวัดเพื่อที่จะข้ามสะพานมาทางสวนเราไงครับตาเขาก็ไม่ได้มาหลอกอะไรน่ากลัวหรอกครับแค่เขามาคุยกับพวกผมอยู่เป็นนานแล้วก็หายตัวไปต่อหน้าต่อตาผมสองคนเฉยๆ”หนุ่มตอบผู้เป็นป้าของตน
“ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ขวัญค่อยไปดูก็แล้วกันจ้ะนี่ก็เหลืออีกไม่กี่วันก็จะวันที่หนึ่งเดือนสี่แล้วพวกน้าก็อย่าลืมไปเสี่ยงโชคกันนะเผื่อว่าจะได้เป็นเศรษฐีคนใหม่กัน”ขวัญพูดหยอกสองหนุ่ม
แต่คอหวยอย่างยายแช่มจะพลาดเรื่องแบบนี้ได้อย่างไรแกคิดว่าหากเจ้าสองคนนี้ซื้อหวยเลขอะไรแกก็จะตามไปส่องแล้วก็จะซื้อตาม
เรื่องวุ่นๆตอนเช้าก็จบลงโดยที่เหล่าคนงานก็ต่างพากันเอาเรื่องที่หนุ่มและอั๋นโดนผีหลอกไปเล่าสู่กันฟังจากหลายๆปากเล่าต่อๆกันออกไปจนตอนนี้ก็ได้ลามไปทั่วทั้งหมู่บ้านกันแล้วทวนเองก็รู้เรื่องด้วยเช่นเดียวกัน
“ผู้ใหญ่เรื่องที่คนงานในสวนของผู้ใหญ่โดนผีหลอกมันจริงหรือเปล่าครับ”ชาวบ้านคนหนึ่งได้เป็นตัวแทนกลุ่มชาวบ้านที่มาด้วยกันถามออกมา
“ใจเย็นๆกันก่อนเดี๋ยวคืนนี้ฉันกับขวัญจะไปดูให้เห็นเองว่ามีหรือไม่ทุกคนถ้าหากว่ากลัวก็อยู่แต่ในบ้านไปกันก่อนก็แล้วกันนะกลางค่ำกลางคืนหากไม่จำเป็นก็อย่างเพิ่งออกจากบ้านไปไหน”ทวนพูดกับเหล่าชาวบ้านที่พากันมาหาตน
“ครับผู้ใหญ่่ถ้าอย่างนั้นพวกผมก็ลากลับเลยนะครับ”เหล่าชาวบ้านก็บอกลาทวนแล้วก็ต่างพากันแยกย้ายกลับบ้านของใครของมัน
ตกดึกพ่อ ขวัญและพี่โชติก็พากันขับรถกระบะออกมาที่ตีนสะพานหน้าวัดเมื่อมาถึงขวัญได้บอกให้พ่อจอดรถแล้วก็บอกให้พ่อและพี่โชติรอเธออยู่ในรถ
“ไม่ต้องให้พ่อไปด้วยจริงๆเหรอลูก”ทวนถามลูกสาวด้วยความเป็นห่วง
“ไม่ต้องหรอกจ๊ะขวัญไปเองได้ตีนสะพานอยู่แค่นี้เองพ่อก็มองมาจากในรถก็เห็นหนูแล้ว”ขวัญพูดกับพ่อจบเธอก็เดินมายังตีนสะพานทันที
เธอมองหันซ้ายหันขวาก็มองไม่เห็นอะไรหรือสิ่งใดเธอแค่รู้สึกว่าบรรยากาศมันเย็นขึ้นมาเฉยๆ“เขามาแล้วพี่ขวัญ” จุกบอกกับขวัญ
“เอ็งมาหาตาหรือแม่หนูต้องการเจอตามีธุระอะไรกับตาหรือเปล่า”ผีผู้เฒ่าถามขวัญ
“สวัสดีจ้ะตาหนูแค่มาถามว่าตามีอะไรที่ต้องการให้หนูช่วยหรือเปล่าเพราะเมื่อคนคนงานของหนูมาเจอกับตาแล้วเขาไปบอกกับหนูเมื่อเช้านี้จ้ะ”ขวัญกล่าวทักทายวิญญาณผู้สูงอายุตรงหน้าที่เธอคิดว่าเขามาดี
“เรื่องให้ช่วยน่ะมันก็มีอยู่หรอกลูกเอ๋ยแต่ว่ายังไม่ใช่ตอนนี้หนูรอไปอีกสองอาทิตย์นะก่อนวันรดน้ำดำหัวน้ำในคลองนี้น่าจะลดลงแล้วหนูจะเห็นร่างของตาเมื่อถึงเวลานั้นตาฝากเป็นธุระเรื่องของตาด้วย
ตาชื่อบุญอาศัยอยู่ในเรือไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนการที่วิญญาณตามาอยู่ที่นี่ก็เพราะติดตามร่างมาตาเองก็เพิ่งจะจำเรื่องราวของตัวเองได้ก็ตอนเจอหนูนี่แหละเพราะตาได้รับแสงแห่งบุญที่แผ่ออกมาจากตัวของหนู
ผู้ร้ายที่ทำร้ายตาก็เป็นเด็กวัยรุ่นที่ตาเคยช่วยเหลือไว้มาก่อนแต่ตาไม่ติดใจเอาความหรอกเพราะเดี๋ยวผลกรรมก็ตามเอาคืนกลับพวกมันเอง”ตาบุญบอกกับขวัญ
“ถ้าอย่างนั้นตาจะอยู่ที่นี่หรือจ๊ะแล้วตาจะออกมาปรากฎตัวให้ใครเห็นอีกหรือเปล่าเพราะตอนนี้ชาวบ้านเขาต่างก็พากันกลัวตากันไปหมดแล้ว”
“ฮ่าๆไม่หรอกนังหนูตาจะปรากฎตัวกับเฉพาะคนที่มีวาสนาต้องกันอย่างเจ้าสองหนุ่มคนเมื่อคืนเท่านั้นแหละตอนนี้ตาต้องอยู่ที่นี่ไปก่อนเพราะกรรมของตาเอง
แต่หลังจากที่หนูเจอร่างของตาและจัดการเผาศพตาแล้วตาก็จะหมดบุญกับโลกใบนี้ถึงเวลานั้นตาก็ไปตามทางของตัวเองแล้วล่ะ”
“ตกลงจ้ะถ้าเมื่อไหร่ที่ร่างของตาโผล่จากน้ำขึ้นมาหนูจะจัดการเป็นธุระเรื่องของตาเองแต่ตาพอจะมีเบาะแสคนที่ทำร้ายตาไหมจ๊ะเผื่อตำรวจเขาจะได้ช่วยกันจับมันมาลงโทษก่อนกฎแห่งกรรมจะตามมันทัน”
“เอ็งไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรอกเผลอๆเอ็งอาจจะได้ยินว่ามีคนพบศพพวกมันก่อนที่เอ็งจะเห็นร่างของตาก็ได้เอ็งอย่ามองตาแบบนี้ตาไม่ได้ไปทำอะไรพวกมันหรอกแต่เจ้าหนี้ที่พวกมันไปติดพนันเขาเอาไว้กำลังจะจัดการพวกมันแล้วต่างหาก”ตาบุญรีบพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าขวัญมองมาทางเขาด้วยความคลางแคลงใจ
“ไม่ใช่ฝีมือตาก็ดีแล้วละจ๊ะจะได้ไม่เป็นการสร้างบาปสร้างกรรมให้กับวิญญาณของตน”
“ตารู้หรอกน่าเอ็งไปเปิดช่องลับในเรือของตานะในนั้นตาซ่อนเงินเอาไว้จำนวนหนึ่งเอ็งก็เอามาจัดการทำบุญให้ตาแล้วกันจะทำกี่มากน้อยก็แล้วแต่เอ็งเลยตายกให้”ตาบุญก็พูดอย่างใจป้ำเพราะแกรู้ว่าคนตรงหน้าไม่ได้มีความโลภแม้แต่น้อย
“ตาพูดแบบนี้หากหนูเอาเงินของตามาใช้หมดตาจะทำยังไงจ๊ะ”ขวัญถามขึ้นอย่างทะเล้น
“แล้วแต่เอ็งเถอะข้าถือว่ายกให้แล้วก็สุดแล้วแต่บุญแต่กรรมเรือตาพวกมันเอาไปซ่อนอยู่ในป่ากกเอ็งตามคลองสายนี้ไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็เจอ”ตาบุญพูดจบพร้อมกับชี้นิ้วไปยังด้านที่เรือของแกถูกซ่อนอยู่
“ถ้าอย่างนั้นวันนี้หนูกลับก่อนนะจ๊ะตามันดึกแล้วตั้งแต่พรุ่งนี้หนูจะหมั่นทำบุญแผ่เมตตามาให้ตานะตาเองก็อย่าเที่ยวออกมาให้ใครเห็นพร่ำเพรื่อก็แล้วกันหากว่ามีใครตกใจจนหัวใจวายขึ้นมามันจะเป็นบาปเอานะจ๊ะสวัสดีจ้ะ”ขวัญย้ำกับตาบุญอีกครั้งแล้ว
ตาบุญก็ได้แต่ยิ้มรับกับขวัญแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเมื่อแกเห็นว่าขวัญเดินขึ้นรถไปแล้วตัวแกเองก็หายไปจากที่ยืนอยู่เช่นเดียวกัน
เช้าวันรุ่งขึ้นช่วงสายๆ ขวัญก็ชวนพ่อและพี่โชติ เพชร ไม้ มาด้วยกันด้านน้องที่เหลือก็ให้พากันไปช่วยลูกหินทำขนมส่งเพราะมีรายการพอเศษมาจากเดิม
กลุ่มของขวัญได้ให้ลุขจรเป็นผู้ขับรถเพราะวันนี้ได้ใช้รถตู้เนื่องจากมีคนหลายคนเธอได้บอกให้ลุงขจรขับช้าๆไปตามคันคลองด้านที่ลุงบุญบอกเอาไว้เมื่อคืนนี้จนที่สุดก็เจอกับป่ากก
พวกเธอทั้งหมดพากันลงจากรถขวัญได้ให้001ทำการตรวจสอบมาแล้วว่าเรืออยู่ตรงไหนเธอคิดว่าคงต้องอาศัยเจ้า ดุ๊กดิ๊กในการลงมือให้ไปลากเรือเพื่อที่จะเทียบฝั่งเป็นแน่
“ลุงขจรจ๊ะลุงช่วยไปแจ้งกับอาแทนไทยทีนะคะว่าให้ช่วยมาตรวจสอบเรือทีบอกว่าหนูรบกวนให้ช่วยมาหน่อยจ้ะ”
ขวัญก็ไม่ลืมเรื่องคดีของตาบุญแต่เธอต้องรีบเอาเงินที่ตาบุญซ่อนเอาไว้ออกมาก่อนโดยที่ไม่ทำให้หลักฐานต่างๆหายไป
“ท่านดุ๊กดิ๊กผู้ยิ่งใหญ่นำเชือกไปคล้องกับเรือเร็วเข้า”ขวัญได้นำเชือกออกมาให้กับเจ้าดุ๊กดิ๊กแล้วส่วนปลายเชือกเธอก็ให้พ่อกับพี่โชติและเพชรช่วยกันจับและค่อยๆดึงเรือออกมาเธอไม่อยากเอารถเอนกประสงค์ออกมาเพราะกลัวจะเป็นที่สังเกตมากเกินไป
ปฏิบัติการทุกอย่างเป็นไปอย่างรวดเร็วและเรียบร้อยขวัญได้นำเงินที่ตาบุญเก็บสะสมไว้ออกมาหมดแล้วแต่เธอยังไม่ได้นับว่ามีอยู่เท่าไหร่เพราะเธอมองเห็นรถตำรวจเข้ามากันแล้ว
“สวัสดีค่ะอาแทนไทย อาติน หนูต้องรบกวนอาแล้วนะคะหากสงสัยอะไรก็รอจากนี้อีกสองอาทิตย์ก็แล้วกันค่ะ แต่ตอนนี้หนูแนะนำให้อาเก็บหลักฐานที่หลงเหลืออยู่บนเรือก่อนดีไหมคะ”
ถึงแม้ทั้งสองคนจะยังคงมึนงงอยู่บ้างแต่ก็พวกเขาก็ยอมทำตามที่เด็กสาวบอกเพราะพวกเขาสังหรณ์ใจว่าพวกเขาจะได้มีงานเข้ามาอีกแล้ว