ระบบฝึกเทพ god training system

    ตอนที่ 169 ไม่หลาบจำ

    หลังจากที่สอบถามถึงที่ตั้งของนิกายกระบี่สำราญจนแน่ใจแล้ว เทียนฉินจึงได้เดินออกจากโรงเตี๊ยมเพื่อมุ่งหน้าไปยังนิกายกระบี่สำราญต่อทันที โดยไม่ยอมปล่อยเวลาให้เสียเปล่าเลยสักนิด


    นิกายกระบี่สำราญตั้งอยู่ภายในเมืองอั้นสี่ ดังนั้นภายในเมืองนี้จึงดูเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างมาก ผู้คนที่เข้ามาในเมืองต่างรักษากฎเกณฑ์กันอย่างเคร่งครัด เทียนฉินใช้เวลาไม่นานก็มาถึงยังทางเข้านิกาย ซึ่งมีลูกศิษย์หลายคนเดินเข้าออกกันอยู่ ด้วยความที่นิกายกระบี่สำราญเป็นนิกายใหญ่นิกายหนึ่ง ลูกศิษย์แต่ละคนจึงมีความเย่อหยิ่งไม่ใช่น้อย


    "เจ้ามายืนทำอะไรที่หน้านิกาย?"


    เสียงที่คมชัดดังมาจากด้านหน้าทางเข้า เมื่อเทียนฉินหันไปมองก็เห็นชายคนหนึ่งจ้องมองมาทางเขา


    "ข้ามาหาจงลู่อัน! ไม่ทราบว่าจะสามารถติดต่อได้อย่างไร!"


    แม้ว่าน้ำเสียงที่ชายคนนั้นเอ่ยออกมาจะเย่อหยิ่งอยู่บ้าง แต่เทียนฉินก็ยังตอบกลับไปพร้อมกับรอยยิ้ม โดยไม่ได้ถือสาหาความแต่อย่างใด


    หลังจากมองสำรวจไปที่ร่างของเทียนฉิน ชายคนนั้นก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว


    "เจ้ามาหาศิษย์พี่จงอย่างนั้นรึ?"


    ทันใดนั้น เสียงของชายหนุ่มก็ดึงดูดความสนใจของคนอื่นๆ จนกระทั่งมีชายหนุ่มอีกคนเดินเข้ามาถามด้วยความอยากรู้


    "มีอะไรอย่างนั้นหรือ?"


    "ศิษย์พี่หลิ่ว! ชายคนนี้เขามาขอพบศิษย์พี่จง!"ชายหนุ่มคนนั้นก้มหัวคำนับพร้อมกับตอบไปด้วยน้ำเสียงหวั่นเกรง


    "เจ้าชื่ออะไร? แล้วมาหาศิษย์พี่จงทำไม?"


    ชายคนนี้มีชื่อว่าหลิ่วโผเป็นศิษย์ของอาวุโสทั่วไปคนหนึ่ง มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลเรื่องราวจิปาถะของศิษย์ใหม่ภายในนิกาย จึงเรียกได้ว่าตัวมันพอมีอำนาจอยู่บ้าง เมื่อเห็นว่าชายตรงหน้าแต่งกายธรรมดาอีกทั้งยังสัมผัสพลังภายในไม่ได้ จึงได้เอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงข่มขู่เล็กน้อย


    เทียนฉินจ้องมองชายแซ่หลิ่วคนนั้น ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


    "ข้าขื่อว่าเทียนฉิน! ส่วนเรื่องอะไรนั้นข้าคิดว่าไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเจ้าเลยสักนิด!"


    "หืม! เจ้าคิดว่ารู้จักกับศิษย์พี่จงแล้ว จะสามารถมาเย่อหยิ่งที่นิกายกระบี่สำราญของเราได้อย่างนั้นรึ?"


    หลิ่วโผได้ยินดังนั้นก็เอ่ยออกมาอย่างโมโห ตนเองก็ถือได้ว่ามีหน้ามีตาอยู่ภายในนิกายไม่ใช่น้อย อีกทั้งผู้คนที่อยู่รอบๆนี้ต่างรู้จักตัวมันเป็นอย่างดี แต่กลับมาถูกคนแปลกหน้าพูดจาไม่เข้าหูเช่นนี้ มีหรือที่มันจะยอมเสียหน้าไปได้


    "ใครก็ได้ช่วยรบกวนไปตามจงลู่อันมาพบข้าที!"


    เทียนฉินพยายามอดกลั้นไม่ถือสาหาความกับชายแซ่หลิ่วผู้นี้ แต่หันไปถามคนอื่นๆที่ยืนมุงดูอยู่รอบนอกแทน


    "นี่เจ้าไม่ได้ยินที่ข้าบอกหรืออย่างไร?"


    "ได้! ในเมื่อเจ้าไม่เห็นคนของนิกายอยู่ในสายตา เช่นนั้นข้าจะเป็นตัวแทนสั่งสอนเจ้าเอง!"


    เมื่อได้เห็นสีหน้าและท่าทางที่ไม่ยี่หระของชายตรงหน้าหลิ่วโผก็รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก ร่างของมันพุ่งมาข้างหน้าก่อนจะเงื้อหมัดซัดเข้าไปตรงหัวไหล่ของเทียนฉินอย่างรวดเร็ว


    ทว่าในขณะที่หมัดของหลิ่วโผกำลังซัดเข้ามาที่หัวไหล่นั้นเอง เทียนฉินเค่นเสียงหึอยู่ในลำคอก่อนจะง้างเท้าเตะที่ท้องของมันอย่างจัง


    ปึก!


    ร่างของหลิ่วโผที่พุ่งเข้ามาปลิวกระเด็นลอยไปกระแทกพื้นอย่างแรง ก่อนจะนอนตัวขดงอเอามือกุมท้องด้วยความเจ็บปวด สีหน้าที่หยิ่งจองหองของมันพลันแปรเปลี่ยนเป็นซีดขาวจากอาการตื่นตระหนก


    "เจ้า..เจ้ากล้า...!"


    พรวด!


    หลิ่วโผได้สติค่อยๆจะลุกขึ้นมาพยายามจะต่อว่าเทียนฉิน เพียงแต่เอ่ยออกมาได้แค่คำสองคำท้องไส้ก็พลันเกิดความปั่นป่วนอย่างรุนแรง ชั่วพริบตาของเสียภายในร่างของมันก็พุ่งทะลักออกมาจากปากจนเปรอะเปื้อนเต็มพื้นไปหมด


    ลูกศิษย์ที่มุงดูอยู่รอบนอกหวังจะได้ดูเรื่องสนุกสนาน ต่างพากันอ้าปากค้างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น หลิ่วโผเป็นศิษย์พี่ที่พวกมันให้ความเคารพ ถึงแม้ฝีมือไม่ได้ติดอยู่ในอันดับต้นๆของนิกายก็ตาม แต่ก็ยังถือได้ว่าเป็นคนที่มีความสามารถคนหนึ่ง ทว่าเพียงแค่การโจมตีเดียวของชายตรงหน้า กลับทำให้หลิ่วโผมีสภาพอเนจอนาถเช่นนี้


    "มีพลังแค่ระดับผันแปรขั้นกลางยังอวดเก่งขนาดนี้เชียวรึ!"


    เทียนฉินยิ้มเยาะพลางหันหน้ามามองรอบด้านก่อนจะเอ่ยปากถามอีกครั้ง


    "ทีนี้จะมีคนไปเรียกจงลู่อันมาพบข้าได้รึยัง?"


    ผู้คนรอบด้านต่างก้มหน้าไม่กล้าสบตาเทียนฉินเลยสักนิด เพียงแต่ว่ามีชายคนหนึ่งรวบรวมความกล้ายกมือขึ้นพร้อมตะโกนออกมาอย่างตะกุกตะกัก


    "ขะ..ข้าเอง...!"


    "ข้าจะรี...รีบไปตามศิษย์พี่จงมาให้!"


    ยังไม่ทันสิ้นเสียงชายหนุ่มคนนั้นก็กุลีกุจอวิ่งหายไปในทันที เทียนฉินทอดสายตามองไปรอบๆก็เห็นว่าไม่มีใครมาวุ่นวายกับตนเองแล้ว จึงได้เดินไปนั่งรออยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากหน้าทางเข้านิกายนัก ส่วนคนที่เหลือเมื่อเห็นว่าเทียนฉินถอยออกไปแล้วจึงได้รีบกันมาพยุงหลิ่วโผกันทันที


    "ศิษย์พี่หลิ่วเป็นอย่างไรบ้าง!"


    ชานคนหนึ่งที่เข้ามาพยุงตัวถามหลิ่วโผด้วยความเป็นห่วง แต่หลิ่วโผกลับทำท่าฟึดฟัดสบัดมือใส่ชายคนนั้นด้วยความโมโห


    "พวกเจ้าไม่ต้องมาซ้ำเติมข้าเลย ข้าแค่ประมาทไปเท่านั้น!"


    หลิ่วโผตะโกนต่อว่าชายคนที่มาช่วยพร้อมกับเรียกกระบี่ออกมาถือไว้อย่างรวดเร็ว พลางหันหน้าไปทางเทียนฉินแล้วเอ่ยออกมาเสียงดัง


    "วันนี้ข้าจะทำให้เจ้ารู้ซึ้งถึงคำว่าตายเสียดีกว่าอยู่!!"


    ยังไม่ทันสิ้นเสียง หลิ่วโผก็พุ่งทะยานเข้าหาเทียนฉินก่อนวาดกระบี่ออกมาอย่างรวดเร็ว


    "ผีเสื้อเริงร่า!"


    ทันใดนั้นพลังปราณสีขาวก็พวยพุ่งออกมาจากปลายกระบี่จนสว่างจ้า ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นกระบี่หลายสายพลิ้วไหวราวกับผีเสื้อ พุ่งเข้าโจมตีเทียนฉินอย่างรวดเร็ว


    "เห็นทีว่าครั้งก่อนข้าคงจะเบามือไปหน่อย เจ้าถึงไม่ได้รู้ถึงความต่างชั้นของตัวเองเลยสักนิด!"


    เทียนฉินหลี่ตามองคลื่นกระบี่ที่พุ่งเข้าใส่พลางยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะเงื้อมือขวาซัดหมัดออกไปปะทะตรงๆ


    ตู้ม!


    เสียงแรงระเบิดจากการปะทะดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว คลื่นกระบี่ที่สาดซัดเข้ามาพลันแตกซ่านกระเซ็นก่อนจางหายไปอย่างไร้ร่องรอย พื้นที่ตรงนั้นมีเพียงหลิ่วโผที่นอนแผ่หลาอยู่กับพื้น เสื้อผ้าขาดวิ่นล้วนเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสดที่ไหลรินออกมา


    หมัดลุ่นๆที่เทียนฉินซัดออกไปไม่ได้มีกระบวนท่าอะไรเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่อาศัยพลังปราณระดับก่อกำเนิดขั้นสูงสุดที่ปล่อยออกมา ก็กดข่มพลังระดับผันแปรขั้นกลางได้อย่างสิ้นเชิง


    เทียนฉินก้าวเดินเข้ามาหาหลิ่วโผด้วยท่าทางสบายๆ ก่อนจะหยิบกระบี่ที่หล่นอยู่ตรงพื้นทาบลงไปตรงซอกคอของหลิ่วโผ พลางเค่นเสียงออกมาอย่างไรอารมณ์


    "ที่นี่รู้ยังว่าเจ้ามันอ่อนแอแค่ไหน!"


    หลิ่วโผที่นอนสะบักสะบอมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ชีวิตของมันไหนเลยจะคิดว่าตนเองจะมาเจอเข้ากับเหตุการณ์เข่นนี้ เจ็บตัวก็ทรมาณอยู่แล้วแต่ยังต้องมาอับอายต่อหน้าคนของนิกายของมันอีก เพียงแต่ไม่นานแววตาของมันก็เปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ พร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยความจองหอง


    "เจ้าชนะข้

    าได้แล้วอย่างไร!"


    "แต่ถ้าหากเจ้ากล้าฆ่าข้า! รับรองได้เลยว่าทางนิกายไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่!"



    จบตอน 169