หลังจากเทียนอัดพวกสาวกแมงมุมจนหมดสภาพแล้ว ก็มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบของเครื่องบิน ปรากฏตัว คอยช่วยเทียน จับมัดพวกคนร้าย ทั้ง 9 คน โดยเทียนใช้ไข่มุกดูดวิญญาน ดูดพลังของ ยันต์บนข้อมือ ที่เป็นสัญญลักษณ์ แมงมุม ออกจากทุกคนเพื่อไม่ให้มันเป็นอันตราย ได้อีก
จากนั้นไม่นานเครื่องบินก็ลงจอดสนามบินนาริตะ อย่างปลอดภัย มีรถพยาบาล รถตำรวจมากันเต็มไปหมด เทียนเลยถอนพลังเทพออก ประตูห้องน้ำที่เอามากั้นไว้จึงหลุดทันที
เทียนเริ่มมองหาเด็กสาวที่อยู่ข้างๆ ว่าจะถามเธอว่า ทำไมคนพวกนี้ถึงต้องการที่จะจับเธอ และที่น่าสงสัยคือ คนเหล่านี้มาจากสนามบินเมืองซันชาย พวกเขาไปทำอะไรที่เมืองซันชายกัน ?
“ สวัสดีคุณหมอเทียน” เสียงใสใสภาษาญี่ปุ่นดังมาจากข้างหลัง
“ นี่ รู้จักผมด้วยหรือ” เทียนเอ่ยด้วยความสงสัย
“ ฉันชื่อ ฟูมะ ซาโยอิ เป็นเพื่อนของริเอะ เธอเล่าเรื่องของหมอเทียนให้ฉันฟังอยู่บ่อยๆ พอเจอตัวจริงสมคำร่ำลือจริงๆ ” ซาโยอิ กล่าวด้วยความยินดี
“ ริเอะกันพวกสบายดีหรือ ” เทียนรีบถาม
“ พวกเขาเจอปัญหามากมาย แต่คงไม่อยากให้หมอเทียนเข้ามายุ่งด้วย คงกลัวทำให้หมอเทียนลำบากไปด้วย “ ซาโยอิกล่าว เทียนพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“ ว่าแต่คุณมาทำอะไรที่ซันชาย แล้วพวกสาวกแมงมุมจะจับคุณไปทำไม” เทียนอยากรู้
“ ฉันมาหาคุณปู่ทวดของฉันที่ จังหวัดกาญจนบุรี ส่วนพวกสาวกแมงมุมอยากจะจับฉันไปให้เจ้านายของมัน เลยตามสะกดรอยมาจนถึงที่นี่ แล้วรอขึ้นเครื่องบินแล้วพวกมันค่อยลงมือ คิดว่าพวกมันคงรอส่งตัวฉันก่อนเครื่องลงจอดที่สนามบินคิดไม่ถึงเพราะฉันคนเดียว อาจเป็นเหตุให้คนนับร้อยเกือบต้องเสียชีวิต โชคดีที่ได้หมอเทียนช่วย “ ซาโยริ ก้มหัวแบบญี่ปุ่นให้เทียน
เทียนคิดจะสอบถามบางอย่างต่อแต่ว่าได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นได้มาเชิญเทียนไปให้ปากคำรายละเอียดที่เกิดขึ้น เทียนได้ถูกสอบปากคำเป็นเวลาเกือบ 2 ชั่วโมง จนเทียนต้องบอกว่าเป็น เจ้าหน้าที่รัฐบาลของซันชาย และให้พวกเขาติดต่อให้ไปถามต้นสังกัดของเทียน ได้ปู่อินทรีย์ ช่วยเจรจาให้ผ่านทางท่านทูตญี่ปุ่น ไม่ถึง 10 นาที เจ้าหน้าที่ ก็ปล่อยเทียนออกมาทันที
ขณะที่ ไกด์ซายูริ ถือธงส้ม ยืนรอพร้อมกับลูกทัวร์จำนวน 16 คน พอเห็นเทียนเดินออกมา ก็ยกธงเดินนำหน้าพาทุกคนขึ้นรถบัสขนาดกลางเดินทางไปที่ เทือกเขาฮาโกเน่ เป็นที่แรก ของการท่องเที่ยวทริป นี้...
ขึ้นรถบัสกันครบ ระหว่างเดินทางไกด์ซายูริ ก็แบกกระสอบสีรุ้งขึ้นมาด้วยแล้ว ล้วงขนมขบเขี้ยว ออกมานับเกือบ 20 ถุง แล้วเปิดให้ลูกทัวร์กินกันอย่างสนุกสนาน จนแม่ต้องอดถามไกด์ซายูริไม่ได้
“ ซายูริ ถั่วที่มีรสชาติวาซาบินี่ อร่อยนะ ราคาแพงไหม “ แม่ถามไปเพราะคิดว่าอร่อยดี
“ คุณแม่นี่ตาถึงจริงๆ นี่คือถั่วพิซาลิโอ นำมาอบแล้วใส่เครื่องปรุงวาซาบิแบบญี่ปุ่น ลูกทัวร์ที่ผ่านมาต่างก็ซื้อกลับบ้านไปฝากเพื่อน พ่อ แม่ พี่ น้อง กันทุกคนราคาไม่แพงเลย ถ้าคุณแม่นภาชอบ คุณแม่เพียงจดรายการตามที่ต้องการได้เลย” ซายูริ รีบแจกรายการพร้อมราคาสินค้าให้แม่นภาทันที
แม่นภาเห็นก็ให้น้องหนิงจดสั่งชื้อของไปทั้งหมด 20 ห่อ ทันที นี่ไม่รวมพวกเพื่อนๆ เทียนทั้งหมดที่ต่างก็กระหน่ำจดรายการสินค้าที่ต้องการส่งให้ซายูริ ทันที
“ นี่เราต้องอยู่กันอีกหลายวัน ยังมีของให้เลือกอีกเยอะนะ” เทียนกระซิบบอกแม่
“ พอดีเพื่อนแม่เยอะน่ะ” แม่บอกเบาเบา เทียนได้แต่ยิ้ม...
“ ทุกคน ตอนนี้เรามาถึง เทือกเขาอาโกเน่ ด้านหน้าคือทะเลสาบอาชิ แล้วมองไปไกล จะเห็นภูเขาไฟฟูจิ วันนี้เราจะลงเรือโจรสลัด ล่องทะเลสาบอาชิ ประมาณ ครึ่งชั่วโมง แล้ว พวกเราจะมากินหมูทอด กับ กุ้งเทมปุระ อันเลื่องชื่อของที่นี่ ตอนนี้ ขอให้ทุกคน ตามซายูริมา เลย” ซายูริ โบกธงสีส้มไปมา เดินนำหน้าแล้วมาหยุดที่รอลงเรือ
“ ด้านโน้นเป็นศาลเจ้าฮาโกเน่ อันศักดิ์สิทธิ์ ใครขออะไร ส่วนใหญ่จะสมหวังหลังจากกินอาหารเสร็จจะมีเวลาให้ ครึ่ง ชั่วโมง ให้ทุกคนไปไหว้ และถ่ายรูป โดยเฉพาะซุ้มประตูสีแดงส้ม ตรงนั้น เรียกว่าเสาโทริอิ ผู้คนถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันมาก ว่ากันว่า ซุ้มประตูแบบนี้ตั้งตรงไหน ที่ดินแดนแถบนั้นล้วนมี เทพเจ้าปกปักรักษาอยู่” ซายูริเล่ารายละเอียดให้ฟัง
ทุกคนต่างถ่ายรูปกันสนุกสนานกับสถานที่แปลกใหม่ที่ไม่เคยเห็น โดยเฉพาะพอลงเรือ ไป กำลังนั่งสบายๆ กลับมีคนแต่งตัวแบบโจรสลัดโผล่เข้ามา แล้วมาร่วมถ่ายรูป แต่ละคนมีความสุข กับบรรยาศที่ไม่ต้องนึกถึงความวุ่นวาย ที่จากมา หลังจากกินอาหารกันเรียบร้อยทุกคนมาที่ศาลเจ้าฮาโกเน่ เพื่อขอพร เทียนสัมผัสได้ถึงความคงอยู่ ของเทพเจ้าที่คุ้นเคย เลยใช้จิตสัมผัสส่งไปเพื่อที่จะทักทาย
“ เจ้าหนุ่ม เจ้าเป็นใครกันแน่ ทำไมกลิ่นอายของเจ้าช่างคุ้นเคยเหมือนของข้าเหลือเกิน” เสียงอันส่งพลัง ดังเข้าในหัวของเทียน
“ ท่านคงเป็นเป็น ส่วนหนึ่งของท่านมหาเทพเจ้ามังกรใช่ไหม” เทียนถามไปทันที
“ ข้าอยู่มาเป็นพันๆ ปี แล้ว เพิ่งมีคนคุยกับข้าเป็นครั้งแรก ใช่แล้วท่านมหาเทพเจ้ามังกรได้ทิ้งเกล็ดมังกรทั้งเก้า ไว้ณ ที่แห่งนี้แล้วแบ่งจิตมังกรเอาไว้ ทำให้ข้ากลายเป็น มังกรเก้าหัว ได้อยู่เฝ้าดินแดนแถบนี้มาหลายพันปีแล้ว “ เทพเจ้ามังกรเก้าหัว เอ่ยอย่างภูมิใจ
“ ผมได้ปลดปล่อยท่านมหาเทพเจ้ามังกร ออกจากที่คุมขังมา เกือบหมื่นปี ท่านให้เกล็ดมังกร และ หยดเลือดให้ผมเป็นการตอบแทน ผมจึงได้สัมผัสท่านได้” เทียนกล่าวตามจริง
“ ฮ้า เป็นเจ้าเองหรอกหรือ ที่ปลดปล่อยท่านมหาเทพเจ้ามังกรออกมา ข้ารู้ว่าท่านถูกคุมขังเอาไว้ แต่ว่าข้าไม่มีปัญญาไปปลดปล่อยท่านได้ ได้แต่เสียใจอย่างเดียว แต่ว่าเจ้าถือเป็นผู้มีบุญคุณต่อข้าด้วยเช่นกัน ขอบคุณเจ้าจริงๆ “ มังกรเก้าหัวกล่าว
“ ผมอยากรู้เรื่องหนึ่ง ท่านรู้จักปีศาจแมงมุมบ้างหรือไม่” เทียนถามตามตรง
“ ปีศาจแมงมุม เป็นปีศาจที่บำเพ็ญตบะมาหลายพันปี แต่ว่ามันจะชอบกินของเหลวในตัวมนุษย์เป็นอาหาร มันแฝงตัวในรูปของนักบวช เมื่อหกร้อยปีก่อนถูกโชกุนมินาโมโตะสังหารและสะกดวิญญานของมันไว้ ในตะเกียงแก้วอันหนึ่ง หากไม๋ใช่ทายาทของโชกุนมินาโมโตะ จะไม่มีใครปลดปล่อยมันออกมาได้” มังกรเก้าหัว อธิบายละเอียด
“ ผมสัมผัสได้ถึงพลังของมันได้ มันมีสาวกที่สามารถใช้พลังของแมงมุมปีศาจ
หากมันออกมาได้จริง คงจะมีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากแน่ๆ “ เทียนเริ่มเป็นห่วง
“ เจ้าหนุ่ม เจ้าเป็นคนดีข้าสัมผัสได้ แต่ตัวของเจ้ามีไอปีศาจอยู่ในร่างเจ้าไม่น้อยเช่นกัน แสดงว่า เจ้าดูดพลังปีศาจไปใช้เพิ่มพลังใช่ไหม” มังกรเก้าหัวเอ่ยถาม
“ ใช่ผมใช้ดวงตาปีศาจเพิ่มพลังให้กับตัวเองไม่น้อยเช่นกัน” เทียนเริ่มนึกได้
“ หากเจ้ายังดูดพลังปีศาจแล้วไปเพิ่มพลังให้ตัวเองอีก ต่อไปเจ้าก็จะกลายเป็นปีศาจโดยเจ้าไม่รู้ตัว” มังกรเก้าหัวกล่าว
เทียนเริ่มคิดที่ผ่านมาช่วงหลัง ตัวเขาเริ่มมีปีศาจเข้ามาในจิตใจจริงๆ คงจะต้องเลิกดูดพลังจากไข่มุกปราบวิญญานแล้ว
“ เรื่องแมงมุมปีศาจนั้น ข้าเชื่อมั่นว่า ถ้าเจ้ายื่นมือเข้าช่วยจัดการเจ้าปีศาจแมงมุมต่อให้มันออกมาจากตะเกียงแก้วได้ มันก็ไม่สามารถสู้เจ้าได้อยู่แล้ว ในประเทศแห่งนี้ ล้วนมีศาลเทพเจ้าเป็นจำนวนมาก จะสังเกตจากซุ้มประตูสีแดง ถ้าเจ้าเห็นอยู่ตรงไหน เจ้าก็เรียกพวกเขามาสอบถามเรื่องราว ทุกอย่างที่เจ้าอยากรู้ แค่เพียงนำสิ่งนี้ให้พวกเขาดู นี่คือหนวดมังกรของข้า พวกเขาจะเล่าทุกอย่างโดยไม่ปิดบัง”
ท่านมังกรเก้าหัวกล่าวเสร็จก็ ปล่อยหนวดสีทองเส้นเล็กกลายเป็นเส้นด้ายเข้าไปผูกข้อมือให้เทียนทันที เทียนได้แต่ขอบคุณแล้วนำจิตกลับไปที่ร่าง ทันที
“ ลูกพี่ ไปกันได้แล้ว” เจ้าอ้วนรีบมาสะกิดแขนเทียนเห็นเทียนยืนมองที่ศาจเจ้าไม่ขยับ เทียนรู้สึกตัวทันที แล้วเดินตามไปขึ้นรถบัส
“ เห็นไกด์บอกว่า จะพาไปกินไข่ดำ บนหุบเขานรก” เจ้าอ้วนบอกอย่างตื่นเต้น
บนหุบเขาโอวาคุดานิ หรือ หุบเขานรก ทุกคนได้ยินไกด์บอกว่าไข่ดำที่นี่กินแล้วอายุเพิ่มอีก 7 ปี แต่ละคนเลย กินไป คนละ 2 ใบ แต่เจ้าอ้วนไม่พูดไม่จากับใคร ยัดเข้าปากไป 6 ใบ และซื้อกลับไปกินโรงแรมต่ออีก 5 ใบ
“ เฮ้ย เจ้าอ้วน แกไม่รู้หรือไง ว่าเราจะกลับกินขาปูยักษ์กัน นี่แกกดไป 6 ใบ แล้วแกจะกินขาปูยักษ์ไหวหรือ” เจ้าผอมเห็นเจ้าอ้วนกินไปเยอะ เลยรีบบอก
“ นั่นซิ นี่นายจะกินให้เป็นอมตะเลยหรือไง” อันอันพูดกับเขาด้วย
“ ไหวอยู่แล้ว ฉันเก็บท้องไว้ขาปูคืนนี้อยู่แล้ว “ เจ้าอ้วนยิ้มร่า ขณะไข่ยังไม่หมดจากปากเลย
เทียนมองไปที่หุบเขานรกแห่งนี้ แล้วสัมผัสได้ถึง อำนาจแห่งภูเขาไฟที่ดับไปนานสามพันปีมาแล้ว กลิ่นกำมะถันที่ฉุนกึก กลุ่มควันที่ลอยล่องไปตามแรงลม สายลมอันหนาวเหน็บ ปะทะกับความร้อนที่ระเหยออกมาจากบ่อกำมะถัน
ทำให้เกิดกลุ่มควันเป็นกลุ่มใหญ่ ทีละกลุ่ม ทีละกลุ่ม เทียนมองไปที่ท้องฟ้า มองเห็นกลุ่มวิญญานที่ลอยไปพร้อมกับกลุ่มควันอย่างเลื่อนลอย วิญญานทั้งมนุษย์และสัตว์เหล่านี้ ล้วนตายจากเหตุภูเขาไฟระเบิดขึ้นเมื่อราว 3,000 ปีก่อน
เทียนใช้พลังมหาเทพปล่อยออกมาพร้อมเปล่งเสียงสวดมนต์แผ่เมตตา ให้ได้ยินแต่พวกวิญญานที่ล่องลอย รอบหุบเขาแห่งนี้ บรรยากาศเริ่มนิ่งสงบ เหล่าวิญญานเริ่มหยุดเคลื่อนไหว ต่างหันมามองจุดที่เทียนยืนอยู่ แล้วสุดท้ายวิญญานเหล่านี้
ก็ค่อยๆ สลายหายไปจนหมด ท้องฟ้าที่ดูมืดครื้มอยู่ตลอดเวลา กลับเริ่มมีแสงสว่างส่องมา คงเหลือแต่กลุ่มควันบางๆ ที่เกิดจากธรรมชาติเพียงเท่านั้น