เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคปฐมบท (จบแล้ว)

    ตอนที่ 99 เทพเจ้ามังกรเก้าหัว

    หลังจากเทียนอัดพวกสาวกแมงมุมจนหมดสภาพแล้ว ก็มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบของเครื่องบิน ปรากฏตัว คอยช่วยเทียน จับมัดพวกคนร้าย ทั้ง 9 คน โดยเทียนใช้ไข่มุกดูดวิญญาน ดูดพลังของ ยันต์บนข้อมือ ที่เป็นสัญญลักษณ์ แมงมุม ออกจากทุกคนเพื่อไม่ให้มันเป็นอันตราย ได้อีก  

    จากนั้นไม่นานเครื่องบินก็ลงจอดสนามบินนาริตะ อย่างปลอดภัย มีรถพยาบาล รถตำรวจมากันเต็มไปหมด เทียนเลยถอนพลังเทพออก ประตูห้องน้ำที่เอามากั้นไว้จึงหลุดทันที  

    เทียนเริ่มมองหาเด็กสาวที่อยู่ข้างๆ ว่าจะถามเธอว่า ทำไมคนพวกนี้ถึงต้องการที่จะจับเธอ   และที่น่าสงสัยคือ  คนเหล่านี้มาจากสนามบินเมืองซันชาย พวกเขาไปทำอะไรที่เมืองซันชายกัน ?

    “ สวัสดีคุณหมอเทียน”  เสียงใสใสภาษาญี่ปุ่นดังมาจากข้างหลัง  

    “ นี่ รู้จักผมด้วยหรือ” เทียนเอ่ยด้วยความสงสัย

    “ ฉันชื่อ ฟูมะ ซาโยอิ เป็นเพื่อนของริเอะ เธอเล่าเรื่องของหมอเทียนให้ฉันฟังอยู่บ่อยๆ  พอเจอตัวจริงสมคำร่ำลือจริงๆ ”   ซาโยอิ กล่าวด้วยความยินดี

    “ ริเอะกันพวกสบายดีหรือ ”  เทียนรีบถาม

    “ พวกเขาเจอปัญหามากมาย แต่คงไม่อยากให้หมอเทียนเข้ามายุ่งด้วย คงกลัวทำให้หมอเทียนลำบากไปด้วย “ ซาโยอิกล่าว เทียนพยักหน้าอย่างเข้าใจ

    “ ว่าแต่คุณมาทำอะไรที่ซันชาย แล้วพวกสาวกแมงมุมจะจับคุณไปทำไม”  เทียนอยากรู้

    “ ฉันมาหาคุณปู่ทวดของฉันที่ จังหวัดกาญจนบุรี ส่วนพวกสาวกแมงมุมอยากจะจับฉันไปให้เจ้านายของมัน เลยตามสะกดรอยมาจนถึงที่นี่ แล้วรอขึ้นเครื่องบินแล้วพวกมันค่อยลงมือ  คิดว่าพวกมันคงรอส่งตัวฉันก่อนเครื่องลงจอดที่สนามบินคิดไม่ถึงเพราะฉันคนเดียว  อาจเป็นเหตุให้คนนับร้อยเกือบต้องเสียชีวิต  โชคดีที่ได้หมอเทียนช่วย “  ซาโยริ ก้มหัวแบบญี่ปุ่นให้เทียน

    เทียนคิดจะสอบถามบางอย่างต่อแต่ว่าได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นได้มาเชิญเทียนไปให้ปากคำรายละเอียดที่เกิดขึ้น   เทียนได้ถูกสอบปากคำเป็นเวลาเกือบ 2 ชั่วโมง จนเทียนต้องบอกว่าเป็น เจ้าหน้าที่รัฐบาลของซันชาย และให้พวกเขาติดต่อให้ไปถามต้นสังกัดของเทียน ได้ปู่อินทรีย์ ช่วยเจรจาให้ผ่านทางท่านทูตญี่ปุ่น ไม่ถึง 10 นาที เจ้าหน้าที่ ก็ปล่อยเทียนออกมาทันที

     ขณะที่ ไกด์ซายูริ ถือธงส้ม ยืนรอพร้อมกับลูกทัวร์จำนวน 16 คน พอเห็นเทียนเดินออกมา ก็ยกธงเดินนำหน้าพาทุกคนขึ้นรถบัสขนาดกลางเดินทางไปที่ เทือกเขาฮาโกเน่  เป็นที่แรก ของการท่องเที่ยวทริป นี้...

    ขึ้นรถบัสกันครบ ระหว่างเดินทางไกด์ซายูริ ก็แบกกระสอบสีรุ้งขึ้นมาด้วยแล้ว ล้วงขนมขบเขี้ยว ออกมานับเกือบ 20 ถุง แล้วเปิดให้ลูกทัวร์กินกันอย่างสนุกสนาน จนแม่ต้องอดถามไกด์ซายูริไม่ได้

    “ ซายูริ ถั่วที่มีรสชาติวาซาบินี่ อร่อยนะ ราคาแพงไหม “  แม่ถามไปเพราะคิดว่าอร่อยดี

    “ คุณแม่นี่ตาถึงจริงๆ  นี่คือถั่วพิซาลิโอ นำมาอบแล้วใส่เครื่องปรุงวาซาบิแบบญี่ปุ่น ลูกทัวร์ที่ผ่านมาต่างก็ซื้อกลับบ้านไปฝากเพื่อน พ่อ แม่ พี่ น้อง กันทุกคนราคาไม่แพงเลย ถ้าคุณแม่นภาชอบ คุณแม่เพียงจดรายการตามที่ต้องการได้เลย” ซายูริ รีบแจกรายการพร้อมราคาสินค้าให้แม่นภาทันที

    แม่นภาเห็นก็ให้น้องหนิงจดสั่งชื้อของไปทั้งหมด 20 ห่อ ทันที  นี่ไม่รวมพวกเพื่อนๆ เทียนทั้งหมดที่ต่างก็กระหน่ำจดรายการสินค้าที่ต้องการส่งให้ซายูริ ทันที

    “ นี่เราต้องอยู่กันอีกหลายวัน ยังมีของให้เลือกอีกเยอะนะ” เทียนกระซิบบอกแม่

    “ พอดีเพื่อนแม่เยอะน่ะ” แม่บอกเบาเบา เทียนได้แต่ยิ้ม...

    “ ทุกคน ตอนนี้เรามาถึง เทือกเขาอาโกเน่  ด้านหน้าคือทะเลสาบอาชิ   แล้วมองไปไกล จะเห็นภูเขาไฟฟูจิ  วันนี้เราจะลงเรือโจรสลัด  ล่องทะเลสาบอาชิ ประมาณ ครึ่งชั่วโมง  แล้ว พวกเราจะมากินหมูทอด กับ กุ้งเทมปุระ อันเลื่องชื่อของที่นี่ ตอนนี้ ขอให้ทุกคน ตามซายูริมา เลย”  ซายูริ โบกธงสีส้มไปมา เดินนำหน้าแล้วมาหยุดที่รอลงเรือ  

    “ ด้านโน้นเป็นศาลเจ้าฮาโกเน่ อันศักดิ์สิทธิ์ ใครขออะไร ส่วนใหญ่จะสมหวังหลังจากกินอาหารเสร็จจะมีเวลาให้ ครึ่ง ชั่วโมง ให้ทุกคนไปไหว้ และถ่ายรูป โดยเฉพาะซุ้มประตูสีแดงส้ม ตรงนั้น เรียกว่าเสาโทริอิ ผู้คนถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันมาก ว่ากันว่า ซุ้มประตูแบบนี้ตั้งตรงไหน ที่ดินแดนแถบนั้นล้วนมี เทพเจ้าปกปักรักษาอยู่”  ซายูริเล่ารายละเอียดให้ฟัง  

     ทุกคนต่างถ่ายรูปกันสนุกสนานกับสถานที่แปลกใหม่ที่ไม่เคยเห็น โดยเฉพาะพอลงเรือ ไป กำลังนั่งสบายๆ กลับมีคนแต่งตัวแบบโจรสลัดโผล่เข้ามา  แล้วมาร่วมถ่ายรูป แต่ละคนมีความสุข กับบรรยาศที่ไม่ต้องนึกถึงความวุ่นวาย ที่จากมา หลังจากกินอาหารกันเรียบร้อยทุกคนมาที่ศาลเจ้าฮาโกเน่ เพื่อขอพร  เทียนสัมผัสได้ถึงความคงอยู่ ของเทพเจ้าที่คุ้นเคย เลยใช้จิตสัมผัสส่งไปเพื่อที่จะทักทาย

    “ เจ้าหนุ่ม เจ้าเป็นใครกันแน่ ทำไมกลิ่นอายของเจ้าช่างคุ้นเคยเหมือนของข้าเหลือเกิน”  เสียงอันส่งพลัง ดังเข้าในหัวของเทียน

    “ ท่านคงเป็นเป็น ส่วนหนึ่งของท่านมหาเทพเจ้ามังกรใช่ไหม”  เทียนถามไปทันที

    “  ข้าอยู่มาเป็นพันๆ ปี แล้ว เพิ่งมีคนคุยกับข้าเป็นครั้งแรก  ใช่แล้วท่านมหาเทพเจ้ามังกรได้ทิ้งเกล็ดมังกรทั้งเก้า ไว้ณ ที่แห่งนี้แล้วแบ่งจิตมังกรเอาไว้ ทำให้ข้ากลายเป็น มังกรเก้าหัว ได้อยู่เฝ้าดินแดนแถบนี้มาหลายพันปีแล้ว “ เทพเจ้ามังกรเก้าหัว เอ่ยอย่างภูมิใจ

    “ ผมได้ปลดปล่อยท่านมหาเทพเจ้ามังกร ออกจากที่คุมขังมา เกือบหมื่นปี ท่านให้เกล็ดมังกร และ หยดเลือดให้ผมเป็นการตอบแทน ผมจึงได้สัมผัสท่านได้” เทียนกล่าวตามจริง

    “ ฮ้า เป็นเจ้าเองหรอกหรือ ที่ปลดปล่อยท่านมหาเทพเจ้ามังกรออกมา  ข้ารู้ว่าท่านถูกคุมขังเอาไว้ แต่ว่าข้าไม่มีปัญญาไปปลดปล่อยท่านได้ ได้แต่เสียใจอย่างเดียว แต่ว่าเจ้าถือเป็นผู้มีบุญคุณต่อข้าด้วยเช่นกัน ขอบคุณเจ้าจริงๆ “  มังกรเก้าหัวกล่าว  

    “ ผมอยากรู้เรื่องหนึ่ง ท่านรู้จักปีศาจแมงมุมบ้างหรือไม่”  เทียนถามตามตรง

    “ ปีศาจแมงมุม เป็นปีศาจที่บำเพ็ญตบะมาหลายพันปี แต่ว่ามันจะชอบกินของเหลวในตัวมนุษย์เป็นอาหาร  มันแฝงตัวในรูปของนักบวช เมื่อหกร้อยปีก่อนถูกโชกุนมินาโมโตะสังหารและสะกดวิญญานของมันไว้ ในตะเกียงแก้วอันหนึ่ง  หากไม๋ใช่ทายาทของโชกุนมินาโมโตะ  จะไม่มีใครปลดปล่อยมันออกมาได้” มังกรเก้าหัว อธิบายละเอียด

    “ ผมสัมผัสได้ถึงพลังของมันได้ มันมีสาวกที่สามารถใช้พลังของแมงมุมปีศาจ

    หากมันออกมาได้จริง คงจะมีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากแน่ๆ “ เทียนเริ่มเป็นห่วง

    “ เจ้าหนุ่ม เจ้าเป็นคนดีข้าสัมผัสได้ แต่ตัวของเจ้ามีไอปีศาจอยู่ในร่างเจ้าไม่น้อยเช่นกัน แสดงว่า เจ้าดูดพลังปีศาจไปใช้เพิ่มพลังใช่ไหม”  มังกรเก้าหัวเอ่ยถาม

    “ ใช่ผมใช้ดวงตาปีศาจเพิ่มพลังให้กับตัวเองไม่น้อยเช่นกัน”  เทียนเริ่มนึกได้

    “ หากเจ้ายังดูดพลังปีศาจแล้วไปเพิ่มพลังให้ตัวเองอีก ต่อไปเจ้าก็จะกลายเป็นปีศาจโดยเจ้าไม่รู้ตัว” มังกรเก้าหัวกล่าว

    เทียนเริ่มคิดที่ผ่านมาช่วงหลัง ตัวเขาเริ่มมีปีศาจเข้ามาในจิตใจจริงๆ คงจะต้องเลิกดูดพลังจากไข่มุกปราบวิญญานแล้ว

    “ เรื่องแมงมุมปีศาจนั้น ข้าเชื่อมั่นว่า ถ้าเจ้ายื่นมือเข้าช่วยจัดการเจ้าปีศาจแมงมุมต่อให้มันออกมาจากตะเกียงแก้วได้ มันก็ไม่สามารถสู้เจ้าได้อยู่แล้ว ในประเทศแห่งนี้ ล้วนมีศาลเทพเจ้าเป็นจำนวนมาก จะสังเกตจากซุ้มประตูสีแดง ถ้าเจ้าเห็นอยู่ตรงไหน เจ้าก็เรียกพวกเขามาสอบถามเรื่องราว ทุกอย่างที่เจ้าอยากรู้ แค่เพียงนำสิ่งนี้ให้พวกเขาดู นี่คือหนวดมังกรของข้า พวกเขาจะเล่าทุกอย่างโดยไม่ปิดบัง”  

    ท่านมังกรเก้าหัวกล่าวเสร็จก็ ปล่อยหนวดสีทองเส้นเล็กกลายเป็นเส้นด้ายเข้าไปผูกข้อมือให้เทียนทันที   เทียนได้แต่ขอบคุณแล้วนำจิตกลับไปที่ร่าง ทันที

    “ ลูกพี่ ไปกันได้แล้ว”  เจ้าอ้วนรีบมาสะกิดแขนเทียนเห็นเทียนยืนมองที่ศาจเจ้าไม่ขยับ เทียนรู้สึกตัวทันที แล้วเดินตามไปขึ้นรถบัส

    “ เห็นไกด์บอกว่า จะพาไปกินไข่ดำ บนหุบเขานรก” เจ้าอ้วนบอกอย่างตื่นเต้น

    บนหุบเขาโอวาคุดานิ  หรือ หุบเขานรก ทุกคนได้ยินไกด์บอกว่าไข่ดำที่นี่กินแล้วอายุเพิ่มอีก 7 ปี  แต่ละคนเลย กินไป คนละ 2 ใบ แต่เจ้าอ้วนไม่พูดไม่จากับใคร ยัดเข้าปากไป 6 ใบ และซื้อกลับไปกินโรงแรมต่ออีก 5 ใบ  

    “ เฮ้ย เจ้าอ้วน แกไม่รู้หรือไง ว่าเราจะกลับกินขาปูยักษ์กัน นี่แกกดไป 6 ใบ แล้วแกจะกินขาปูยักษ์ไหวหรือ”  เจ้าผอมเห็นเจ้าอ้วนกินไปเยอะ เลยรีบบอก

    “ นั่นซิ นี่นายจะกินให้เป็นอมตะเลยหรือไง” อันอันพูดกับเขาด้วย

    “ ไหวอยู่แล้ว ฉันเก็บท้องไว้ขาปูคืนนี้อยู่แล้ว “ เจ้าอ้วนยิ้มร่า ขณะไข่ยังไม่หมดจากปากเลย

    เทียนมองไปที่หุบเขานรกแห่งนี้ แล้วสัมผัสได้ถึง อำนาจแห่งภูเขาไฟที่ดับไปนานสามพันปีมาแล้ว  กลิ่นกำมะถันที่ฉุนกึก   กลุ่มควันที่ลอยล่องไปตามแรงลม  สายลมอันหนาวเหน็บ ปะทะกับความร้อนที่ระเหยออกมาจากบ่อกำมะถัน

    ทำให้เกิดกลุ่มควันเป็นกลุ่มใหญ่ ทีละกลุ่ม ทีละกลุ่ม เทียนมองไปที่ท้องฟ้า มองเห็นกลุ่มวิญญานที่ลอยไปพร้อมกับกลุ่มควันอย่างเลื่อนลอย วิญญานทั้งมนุษย์และสัตว์เหล่านี้ ล้วนตายจากเหตุภูเขาไฟระเบิดขึ้นเมื่อราว 3,000 ปีก่อน  

    เทียนใช้พลังมหาเทพปล่อยออกมาพร้อมเปล่งเสียงสวดมนต์แผ่เมตตา ให้ได้ยินแต่พวกวิญญานที่ล่องลอย รอบหุบเขาแห่งนี้ บรรยากาศเริ่มนิ่งสงบ เหล่าวิญญานเริ่มหยุดเคลื่อนไหว ต่างหันมามองจุดที่เทียนยืนอยู่  แล้วสุดท้ายวิญญานเหล่านี้

    ก็ค่อยๆ สลายหายไปจนหมด  ท้องฟ้าที่ดูมืดครื้มอยู่ตลอดเวลา กลับเริ่มมีแสงสว่างส่องมา คงเหลือแต่กลุ่มควันบางๆ  ที่เกิดจากธรรมชาติเพียงเท่านั้น

     

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคปฐมบท (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน