ตอนที่ 42 ค่าปรับ
"เดี้ยวก่อน พวกข้ามีเงินจ่ายค่าปรับนะ เดี้ยวข้าจะจ่ายให้เดี้ยวนี้ละ"
ผู้ที่เป็นพี่สาวพูดออกมาอย่างรีบร้อน แล้วพยายามจะควักเงินออกมา แต่ไม่ทันจะได้ยินเงิน ก็โดนผู้ติดตามเข้าจับตัวซะก่อน
"จะทำไรน่ะ ข้าจะควักเงินออกมาจ่ายให้พวกเจ้าอยู่ไง"
ผู้เป็นพี่สาวตกใจอย่างมากที่กำลังจะควักเงินแต่โดนจับตัวไว้ซะก่อน
"ช้าไปแล้ว เมื่อกี้ข้าอุตสาห์ให้พวกเจ้าจ่ายแต่แรก แต่เนื่องจากพวกเจ้าลีลาพยายามที่จะเบี้ยวจ่ายค่าปรับ ข้าจึงต้องจับพวกเจ้ามา โดยจะใช้ร่างกายพวกเจ้าทั้งสองเป็นค่าคุ้มครองแทน"
เอี้ยหม่าที่พูดจาออกมาแบบหน้าด้านเกินที่จะทนได้ แล้วใช้ข้ออ้างต่างๆนาๆ เพื่อต้องการจับสองสาววันนี้มาเป็นของตนเองให้ได้ จึงไม่คิดจะสนใจเงินค่าปรับเล็กน้อยอีกต่อไป เพราะถ้าเอาไปขายคงได้ราคาดีกว่านี้เป็นแน่
ชาวบ้านต่างเห็น ไม่มีใครกล้าคิดจะเข้าช่วย ได้แต่ยืมมองห่างๆเท่านั้น
ผู้เป็นพี่สาวพยายามขอความช่วยเหลือ ทั้งอ้อนวอนเอี้ยหม่าให้จับแค่ตัวเอง แล้วปล่อยน้องสาวตัวเองไป แต่เอี้ยหม่าทำเป็นหูทวนลมไม่สนใจคำร้องขอของฝ่ายตรงข้ามแต่อย่างไร
จนสุดท้ายก็ถูกนำตัวลากขึ้นรถม้าทันที จากนั้นพวกของเอี้ยหม่าก็จากไป
เอี้ยก้วยที่ยืนดูเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ ก็ติดตามไปอย่างเร่งรีบ ทั้งนี้เป้าหมายที่เค้ารอคอยปรากฏตัวต่อหน้าเค้าแล้ว แต่การปรากฏตัวต่อหน้าฝูงชน มันจะเป็นสิ่งที่สะดุดตาเกินไปหน่อย ตอนนี้ตัวเองยังไม่แข็งแกร่งเพียงพอ ที่จะทำตัวเป็นฮีโร่โผล่ท่ามกลางฝูงชนเช่นนั้น
เพราะไม่รู้ว่าจะมีข่าวลือเล็ดลอดไปมากน้อยเพียงใด ทันทีที่ปรากฏตัวออกมาเพื่อจะสังหารคนตระกูลเอี้ย แถมบริเวณนี้เป็นอาณาเขตตระกูลเอี้ยอีกด้วย เอี้ยก้วยคงไม่โง่พอที่จะทำตัวประเจิดประเจ้อขนาดนั้น นอกจากจะมั่นใจตัวเองจริงๆ
รถม้าของเอี้ยหม่าเคลื่อนตัวด้วยความเร็วคงที่ ไม่ช้าไม่เร็วมากจนเกินไป เอี้ยก้วยที่พยายามติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ไม่รีบร้อนเปิดเผยตัวทันที เอี้ยก้วยที่คิดว่าต้องมีโอกาสเร็วๆนี้ให้เค้าลงมืออย่างแน่นอน
ทันใดนั้นรถม้าก็หยุดจอดที่โรงเตี้ยมแห่งนึงทันที เอี้ยก้วยที่ดูแล้วโรงเตี้ยมแห่งนี้เป็นของตระกูลเอี้ยอย่างแน่นอน โดยมีอักษรตราของตระกูลเอี้ยอยู่ด้วย
"ยินดีต้อนรับครับท่านเอี้ยหม่า"
ผู้จัดการโรงเตี้ยมออกมากล่าวต้อนรับด้วยตนเอง จึงทำให้รู้ว่าเอี้ยหม่ามีอิทธพลพอสมควร
"เปิดชั้นบนสุดให้ข้าซะ ถ้ามีเสียงดังอะไรเกิดขึ้น อย่าให้ใครเข้าไปรบกวนข้าเด็ดขาด"
เอี้ยหม่าสั่งผู้จัดการอย่างเด็ดขาด จากนั้นจัดการให้ผู้ติดตามที่มัดสองพี่น้องไว้อย่างเรียบร้อยแล้ว พาขึ้นไปชั้นบนทันที
เอี้ยก้วยที่คาดเดาอยู่แล้ว จึงเข้าใจการกระทำของเอี้ยหม่าทันที เพราะเห็นสายตาที่มองสองพี่น้องอย่างหื่นกระหายออกมา ตั้งแต่อยู่ในแหล่งชุมชนแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าโอกาสของเค้าจะมาถึงเร็วแบบนี้
เนื่องจากเจ้าหมูอ้วนจอมขูดรีดขูดเนื้อจะหื่นกระหายมาก จนทนไม่ไหว แทนที่จะกลับไปที่ตระกูลเอี้ยก่อน แต่ใจร้อนที่อยากสัมผัสรสชาติของสาวสวยพี่น้องคู่นี้จนทนไม่ไหว เลยเปลี่ยนใจมาโรงเตี้ยมของตระกูลเอี้ย
เอี้ยก้วยที่คิดว่าคงถึงเวลาที่จะเริ่มภารกิจสักที ก็มุ่งหน้าสู่ชั้นบนสุด ซึ่งโรงเตี้ยมแห่งนี้มีห้าชั้น ถือว่าเป็นโรงเตี้ยมที่ใหญ่หรูหราแห่งนึงในอาณาจักรฉินเลยก็ได้
ตอนนี้ทั่วทั้งชั้น 5 ที่ปกติจะเปิดให้ห้องพักเฉพาะคนสำคัญ และแขกพิเศษของตระกูลเอี้ยเท่านั้น วันนี้ชั้นห้าได้กลายเป็นที่พักของเอี้ยหม่าคนเดียวเท่านั้น โดยมีสองพี่น้องอยู่ข้างกาย
ส่วนผู้ติดตามคอยเฝ้าตรงบันไดทางขึ้นไปชั้นห้า แต่อย่างที่รู้กันดีว่าโรงเตี้ยมแห่งนี้เป็นของตระกูลเอี้ย คงไม่มีใครกล้ามาวุ่นวายอย่างแน่นอน ทำให้ผู้ติดตามได้เข้าไปพักห้องที่ชั้นสี่ตรงบันไดขึ้นไปชั้นห้าแทน แม้จะอยู่ในห้องก็สามารถมองเห็นบันไดได้เช่นกัน
เอี้ยก้วยที่ไม่ได้ใช้วิธีปกติในการเดินเข้าไปโรงเตี้ยมเพื่อจะเดินขึ้นบันไดไปชั้นห้าอย่างโจ่งแจ้งเช่นนั้น แต่กลับใช้วิธีการปีนโรงเตี้ยมจากด้านนอกอาคารแทน