ภายในบ้านพักหลังเล็ก ๆ ของคอออสมีเพียงตัวเขาและคนรับใช้หนึ่งคนใช้ชีวิตติดดินจนนึกว่าเป็นเพียงตาแก่บ้า ๆ บอ ๆ แต่ใครจะคิดว่าเขาเป็นถึงหนึ่งในมหาอำนาจของอาณาจักรเซีย
“ทำไมสายลมถึงผิดแปลกไปเช่นนี้ ราวกับพายุกำลังจะถาโถมเข้ามาทั้ง ๆ ฟ้าปลอดโปร่งยิ่งกว่าวันไหน ๆ”
ขณะที่กำลังเชยชมวิวทิวทัศน์ของชานเมืองจู่ ๆ ก็สัมผัสได้ถึงออร่ามานามหาศาลพุ่งมาแต่ไกล
“อะไรวะนั่น” เขาใช้เวทวายุทำให้ตัวลอยเหมือนบินได้พุ่งไปยังกรมทหารเพื่อบอกลางสังหรณ์ของตน
“จริงหรือครับท่าน” เสียงอันตกตะลึงของเหล่าผู้คุมยศสูงเบิกตากว้างจ้องมองผู้เฒ่าแห่งปัญญา
เมื่อเขาได้เห็นท่าทางเป็นกังวลของคอออสก็สั่งให้ลูกน้องกดปุ่มฉุกเฉินทำให้มีเสียงสัญญาณเตือนภัยดังไปทั่วเมืองแอสต้า เสียงสัญญาณที่ไม่ดังมาหลายปีจนทุกคนลืมเลือนมันไปแล้วแต่เมื่อมันดังขึ้นอีกครั้งก็ยิ่งทำให้ความวิตกกังวลกลับมาทวีคูณยิ่งขึ้น
“มีออร่ามานาเทียบเท่าไวเวิร์นระดับสูงหรือลูกมังกร ย้ำ ! มีออร่ามานามหาศาลกำลังพุ่งตรงมาที่นี่”
กองทัพทหารตั้งรับกันอย่างดิบดีและคอออสก็กางบาเรียครอบคลุมส่วนกลางของเมืองไว้ ชาวบ้านชาวเมืองที่อยู่นอกอาณาเขตบาเรียก็ได้แต่สวดภาวนาให้รอดพ้นไปให้ได้
“มันมาแล้ว...โจมตี !” ทหารที่ชั้นนอกบาเรียจู่โจมไปตามติดทิศทางที่คอออสบอกแต่ก็ไร้ซึ่งความแม่นยำและยังเกือบทำเมืองเสียหายเองด้วยซ้ำ
“ไม่ได้ผลเลยครับหัวหน้า...มันอยู่สูงเกินไป”
สายตาทุกผู้คนจับจ้องขึ้นไปยังท้องฟ้าเห็นนกเหล็กสีเงินกำลังจะบินเข้าเขตเมืองแอสต้าบรรยากาศอันตึงเครียดราวกับหายนะกำลังจะมาเยือน
“ถอยไปให้หมด ปกติพวกมังกรจะจู่โจมจากข้างบนทำให้ต่อสู้ได้ยากลำบากแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางโต้ตอบเลย” โกโด้แทรกตัวออกมาแนวหน้ากัดฟันคิดไม่ตกแม้จะมีแผนแต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่
ทันใดนั้นก็มีการปล่อยตัวนักบินที่สวมเครื่องร่อนรูปแบบปรับปรุงใหม่ที่ทำให้เคลื่อนไหวได้ง่ายยิ่งขึ้น สามารถใช้ได้ทั้งการต่อสู้บนท้องฟ้า สอดแนม หรือโจมตีภาคพื้นก็ยังได้
“ไปเว้ย ! ถึงเวลาที่เราจะได้แสดงพลังสิ่งประดิษฐ์ของคุณแคลลี่แล้ว”
ขณะที่ยังมีแรงใจฮึกเหิมพวกเขาก็ได้บินขึ้นสูงตามนกเหล็กตัวนั้นแต่ก็ยังช้าเกินไปจนกระทั่งพวกเขาเห็นใครบางคนร่วงหล่นลงมาต่อหน้าต่อตาราวกับเป็นเทวดาตกสวรรค์
“ระวังตัวไว้มันอาจจะเป็นลูกไม้ของปีศาจก็ได้” ท่าทางหวาดระแวงที่มาพร้อมการเตรียมตัวตั้งรับอย่างมีระเบียบแบบแผนเห็นได้ถึงความพยายามฝึกซ้อมกันมาอย่างหนัก
วงล้อยักษ์ปรากฏขึ้นตรงหน้าเมื่อพวกเขาผสานมานาเข้าด้วยกันเป็นเวทผสานรูปแบบหนึ่งที่ใช้ได้ทั้งตั้งรับและจู่โจมและขณะที่หญิงสาวผมบลอนด์ทองกำลังร่วงลงมาพวกเขาก็ยิงลำแสงสีแดงชาดดั่งเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้
“[จงหยุด]” คำพูดเพียงแค่ไม่กี่คำก็สามารถทำให้กลุ่มพลังเวทมากมายเช่นนั้นหยุดอยู่กับที่ก่อนที่มันจะเข้าปะทะกับตัวเธอ
“สมกับเป็นพลเอกแห่งกองทัพจริง ๆ พลังเดอะที่เลื่องลือไปทั่วพอได้เห็นใกล้ ๆ ก็รู้ได้ทันทีว่ามันแข็งแกร่งแค่ไหน”
“นี่นายก็พูดได้เรื่องดีเหมือนกันนี่ นึกว่าจะเป็นหุ่นไล่กาที่คอยแก้ปัญหาเฉย ๆ” ลักซ์แสยะยิ้มแปลกใจกับท่าทีของซึฮากิที่เหมือนกำลังสนุกสนาน เขาพาเธอบินไปมาเป็นเสมือนเครื่องร่อนส่วนตัวเพียงแต่ต้องโอบกอดและอุ้มตัวลักซ์อยู่ตลอดเท่านั้นเอง
ไม่นานนักพวกเขาก็พุ่งลงพื้นอย่างกับจะฆ่าตัวตายแต่เพียงแค่ไม่กี่เมตรก่อนที่พวกเขาจะกระแทกพื้นซึฮากิก็ได้ใช้แรงผลักจากเวทวายุลงจอดได้อย่างสวยงาม
“หยุดอย่าขยับ !” กองทัพทหารมากมายเข้ามาล้อมพวกเขาทันทีที่เหยียบพื้นโดยไม่ดูด้วยซ้ำว่าหญิงสาวผู้นั้นเป็นใคร
“ปลดอาวุธและบาเรียทั้งหมดออกเดี๋ยวนี้ ฉันได้พาเหล่ากบฏกลับมาแล้ว” แววตาเคร่งขรึมจ้องเขม็งทำเอาทหารชั้นผู้น้อยทั้งหลายกลัวจนตัวสั่น
“เมื่อกี้อะไรตกลงมา?” จอมพลโกโด้และคนในหน่วยของเขาตามมายังที่เกิดเหตุกลางถนน
“เฮ้ย ๆ นั่นมันหนูลักซ์จริงหรือ?” พวกเขาเดินฝ่าแรงกดดันที่ลักซ์แพร่กระจายออกมาเหมือนไม่รู้สึกอะไรช่างแตกต่างกับพลทหารเหล่านั้นเสียเหลือเกิน
“คุณโกโด้ออกมาทำงานเป็นด้วยเหรอคะ?”
“อ้าว ๆ ลุงเองก็เป็นทหารนะ ถ้าเกิดเรื่องอะไรก็ต้องออกมาปกป้องประชาชนอยู่แล้ว” น้ำเสียงเนือย ๆ ดูน้อยใจเอ่ยออกมาจากปากจอมพลผู้น่าเกรงขามโชคดีที่คนที่ได้ยินมีไม่มากนัก
ลักซ์กระแอมเบา ๆ “ขอแนะนำนะคะ ทางนี้คือซึฮากิหนึ่งในกบฏที่เคยเป็นพวกพ้องของผู้กล้าฟราน”
จอมพลเลื่อนสายตามองพินิจวิเคราะห์ดึงหน้าตรึงเพื่อข่มขวัญ
“เธอจับกบฏมาแล้วทำไมมันถึงได้ยืนหน้าสลอนอยู่เช่นนั้น ทำไมไม่ใส่กุญแจมือไม่ก็ทำให้หมดสติไปเลย”
“ไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังแต่ช่วยปลดบาเรียออกได้ไหมคะเพราะเครื่องบินของเราเข้าไปใจกลางเมืองไม่ได้”
หลังจากนั้นโกโด้ก็ตรงไปหาคอออสเพื่อบอกสถานการณ์แปลก ๆ แต่เพราะเป็นลักซ์จึงยอมรับฟังและทำตามโดยการปลดบาเรียออก เครื่องบินที่ฝากสเตล่าและร่างโคลนช่วยกันขับได้ลงจอดด้านหลังโรงเรียนหลวงเพราะมีลานกว้างเหมาะแก่การเอาเครื่องลง
ที่ห้องประชุมใหญ่เหล่าผู้มีอำนาจได้รวมตัวกันเพื่อไต่สวนกบฏทั้งสามคน
“นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรอีกแล้ว กบฏ ” ราชาโอบาตะเบ็งเสียงดังหงุดหงิดกับท่าทีของลักซ์ที่ไม่กำจัดกบฏตามที่ตนต้องการ
“ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะท่าน ดิฉันพาตัวกบฏกลับมาแล้วและพวกเขาต้องการอิสระโดยการลบสถานะกบฏออกจึงต้องมีการเปิดโต๊ะประชุมเจรจา” ลักซ์ก้มหัวยอมโดนราชาโอบาตวาดใส่ไม่หยุดเป็นเสมือนที่รองรับอารมณ์
“ไร้สาระ ! กบฏก็คือกบฏต้องฆ่าทิ้งเสีย”
หนวกหูชะมัดเลยไอ้แก่นี่ คนอย่างนี้เหรอคือราชาแล้วก็เป็นสามีของคุณวิกตอเรีย แต่ตอนนี้เรายังพูดอะไรไม่ได้ต้องรอคอยจังหวะและโอกาสดี ๆ
“ใจเย็นก่อนสิโอบา เอ็งก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าเรายังมีลักซ์อยู่ยังไงพวกมันก็ทำอะไรไม่ได้หรอก” คอออสที่เป็นสหายของโอบาตบหลังเบา ๆ ช่วยให้ผ่อนคลายลง
“เฮอะ ก็ได้ ๆ ไหนลองสาธยายมาสิว่ามีเหตุผลอะไรให้ละเว้นชีวิตของพวกมัน”
ลักซ์เหลือบมองหน้าซึฮากิเหมือนกับเป็นการส่งสัญญาณ
“ก่อนจะพูดอะไรขอปลดกุญแจมือก่อนได้ไหม? มันรู้สึกอึดอัดชอบกลเวลาโดนผูกมัดแบบนี้” ขณะที่กล่าวเช่นนั้นซึฮากิก็ยังกวาดสายตามองสังเกตพฤติกรรมและนิสัยของมหาอำนาจแต่ละคน
จอมพลโกโด้ปลดกุญแจมือให้กับกบฏทั้งสามและพวกพ้องของซึฮากิ
“ก่อนอื่นก็...ที่พวกเราเป็นฝ่ายกบฏเพราะหนีจากค่ายทหารใช่ไหม? หรือเพราะลงมือสังหารทหารไปหลายคนถ้าเป็นเรื่องนั้นเรายินดีจ่ายค่าเสียหายชดเชยแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตถึงมันจะไม่ใช่วิธีไถ่โทษที่ดีที่สุดแต่นั่นเป็นสิ่งที่เราทำให้ได้ ส่วนถ้าเป็นเรื่องแรกที่พวกเราหนีค่ายก็ต้องขอโทษจริง ๆ”
“ไม่ต้องมาขอโทษอะไรเลยแค่ดูก็รู้แล้วว่าแกมันพวกปีศาจร้ายจ้องทำลายอาณาจักรเซีย ถ้าเกิดวันหนึ่งแกปลุกระดมพลแล้วทำสงครามขึ้นมาล่ะ?”
“สงคราม? ทำไมอาณาจักรเซียที่มีกองกำลังมากที่สุดถึงต้องกลัวกบฏแค่สามคน ที่สำคัญเรื่องที่พวกเราหนีออกจากค่ายก็เพราะรูปแบบการฝึกของพวกคุณนั่นแหละ มันทั้งไร้สาระ ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ความเป็นมนุษย์”
“นี่แกดูถูกวิธีฝึกเหรอวะ เรื่องค่ายฉันให้ตระกูลฮับเบิลเป็นคนดูแลเลยนะเว้ย ! พวกเขาเป็นตระกูลที่อยู่คู่อาณาจักรเซียมาช้านานเพราะฉะนั้นไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นแน่”
“ฮับเบิลเหรอ?” ซึฮากิหัวเราะลั่นอย่างกับคนบ้าท่ามกลางความตกตะลึงทั้งมหาอำนาจทั้งเจ็ดและเพื่อน ๆ ของเขา ครั้งแรกที่ได้เห็นกิริยาท่าทางเช่นนี้แม้แต่การยิ้มหรือโกรธก็ยังไม่มีให้เห็นแท้ ๆ
ไม่ได้ ๆ สงบสติอารมณ์ไว้ต่อให้ความทรงจำพวกนั้นโผล่ออกมาก็ตาม เลวาธาน ฮับเบิล คนที่สั่งการให้มีการทดสอบมิโนทอร์ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
“หัวเราะบ้าอะไร? ประสาทไปหมดแล้วมั่ง”
“เคยได้ยินเรื่องชาวนาเลี้ยงงูเห่าไหม? ให้ทายว่าไม่เพราะถ้ารู้ก็คงไม่เลี้ยงตระกูลพรรค์นั้นไว้หรอก”
ค่อย ๆ ปั่นประสาทให้ควบคุมอารมณ์ไม่ได้และเมื่อถึงเวลานั้นทุกอย่างก็จะเป็นของเรา ถึงเรื่องที่พูดไปจะจริงบ้างไม่จริงบ้างก็เถอะ
“สามห้าวยิ่งนักไอ้กบฏปลิ้นปล้อน โกโด้ฆ่ามันทิ้งเสีย”
ซึฮากิลุกจากเก้าอี้ทันควันเช่นเดียวกับผู้คนรอบตัวที่เตรียมชักดาบตามสัญชาตญาณแต่ทุกอย่างก็หยุดนิ่งด้วยพลังของลักซ์
ลักซ์ถอนหายใจเหนื่อยใจ “จะไปรอดไหมเนี่ย” เธอยึดอาวุธของพวกเขาทั้งหมดเพื่อป้องกันการใช้เวทมนตร์ที่อาจสุ่มเสี่ยงถึงชีวิตและผู้คนรอบข้าง
“แบบนี้เองสินะ ถ้าทำได้ถึงขนาดนี้ก็คงไม่มีใครหน้าไหนสู้เธอได้เลยสิ”
ใบหน้าตกใจเหลือบมองซึฮากิช้า ๆ ยิ่งกว่าเห็นผี “ทำไมนายถึงยังขยับได้?”
“พอได้สังเกตตอนใช้พลังก่อนหน้านี้จะเห็นออร่ามานาสะพัดไปทั่วอย่างกับฝุ่นที่โดนลมโกรก ก็เลยตั้งสมมุติฐานเล่น ๆ ว่าเงื่อนไขในการใช้พลังเดอะคืออะไร เสียง การมองเห็น บาดแผล ของเหลวหรือจะต้องใช้เวทมนตร์อื่นด้วย ถึงจะไม่ค่อยแน่ใจแต่ก็ลองใช้เสริมกำลังคุมตัวไว้ก่อนเป็นทั้งการทดสอบสมมุติฐานและป้องกันตัวจากพวกที่มุ่งร้ายด้วย”
“แล้วตอนนี้สมมุติฐานเป็นยังไงล่ะ?” ลักซ์ถามกลับอีกครั้งแม้จะเกร็ง ๆ เพราะท่าทีแปลก ๆ ของซึฮากิ
“ตัดปัจจัยโดยตรงอย่าง การมองเห็น การได้ยินเสียงหรือการหายใจออกก็จะเหลือสิ่งที่ต้องเข้ามากระทบร่างกายจากภายนอก มีความเป็นไปได้หลายอย่างเช่น อาวุธขนาดเล็กอาจจะเป็นเข็ม การโดนของเหลวหรือเวทมนตร์บางชนิด และไม่ว่าตอนนั้นหรือตอนนี้สิ่งที่มีเหมือนกันก็คือออร่ามานาฟุ้งกระจายไปทั่วแสดงว่ามันต้องเป็นเวทมนตร์ไม่ก็ตัวมานาเองเลย”
“เหอะ ฉลาดเป็นกรดเลยนะแถมสเตตัส...” ลักซ์เงียบไปเสียก่อนจะพูดจบ
เดี๋ยวก่อนนะ สเตตัสของเจ้านี่มันมากเกินเลเวลหกไปเท่าไรแล้วเนี่ย นี่มันมากกว่าเซนกับคานะที่อยู่เลเวลเจ็ดเสียอีก
“สเตตัสมันทำไมเหรอครับ?”
“มะไม่มีอะไร เรารีบเก็บอาวุธทั้งหมดก่อนเถอะจะได้คุยกันสบายใจขึ้น”
อาวุธระดับสูงมากมายมาอยู่ในมือของซึฮากิแล้วถ้าหากเขาต้องการกำจัดขั้วมหาอำนาจในอาณาจักรเซียก็สามารถทำได้เลยแต่ก็ไม่ใช่ผลดีในระยะยาว บุคลากรมากความสามารถต้องหายไปและเมื่อถึงคราวจอมมารบุกโจมตีก็อาจพ่ายแพ้ก็เป็นได้
“[คลาย]”
เมื่อพวกเขากลับมาเป็นปกติก็ต้องสับสนเพราะอาวุธในมือหายไปในพริบตายิ่งเป็นโกโด้ที่มีเลเวลเก้าก็ยิ่งแล้วใหญ่หลังจากตั้งสติมองไปรอบ ๆ จึงเห็นอาวุธของพวกเขากองอยู่ข้างหลังพลเอกลักซ์
“เธอใช้พลังเดอะสินะ” คอออสเอ่ยถามถอนหายใจเหมือนกับรู้อยู่แล้ว
“ค่ะ...ทุกท่านโปรดใจเย็น ๆ แล้วฟังกันก่อนนะคะ”
จะใจเย็นจริงเหรอ? ดูหน้าราชานั่นสิโกรธจนเส้นเลือดจะแตกอยู่แล้ว ทำไมทหารยศสูงที่คอยประคบประหงมถึงไปช่วยกบฏ เขาคงจะคิดอะไรแบบนั้นอยู่และดูจากลักษณะนิสัยก็คงใช้อารมณ์มากกว่าสมอง
“พวกคุณรู้จักตู้เย็นแบตเตอรี่ไหม?”
“รู้สิที่บ้านฉันก็ใช้ เพราะมันเลยนะที่ผ่านช่วงหน้าร้อนมาได้สบาย ๆ ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าได้ดื่มน้ำเย็น ๆ แล้ว” เดมอสยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อนึกถึงตอนได้กระดกเบียร์เย็น ๆ พลางนั่งพักผ่อนไปด้วย
“ฉันก็ด้วย เห็นมันเย็นก็เลยเปิดประตูแล้วเอามาวางข้าง ๆ และมันก็ให้ความเย็นที่สุดยอดไปเลยนะถึงแบตเตอรี่อะไรนั่นจะหมดก็เถอะแต่ฉันก็ซื้อตุนไว้เป็นห้องเลย” แพกซ์นั่งลูบหนวดไปด้วยขณะที่กล่าวเช่นนั้น รอยยิ้มพึงพอใจแสดงออกนอกหน้าจนโอบาหงุดหงิดที่ทุกคนสบายใจกันเช่นนี้
“ที่ยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดก็เพราะทางเราเป็นคนผลิตมันเอง ที่สำคัญเรายังมีผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่อีกมากมายรอให้มีคนมาซื้อ ดูแค่เครื่องบินที่เราใช้เดินทางมาก็ได้จากการเดินทางที่ต้องใช้เวลาอย่างต่ำเป็นเดือนแต่เราสามารถมาถึงที่นี่ได้ไม่ถึงวัน”
“เฮอะ ไอ้พวกกบฏที่ได้แต่หนีจะมีปัญญาสร้างอะไรได้ อย่างมากก็แค่ขอทานไปขอเขากินเท่านั้นแหละแถมที่อาณาจักรอาฟก็มีอมนุษย์เต็มไปหมด”
“ไม่แปลกเลยที่จะมีข่าวลือแย่ ๆ เกี่ยวกับผู้ปกครองอาณาจักรเซียเยอะขนาดนี้ ด้วยปัญญาที่เหมือนเด็กน้อยเอาแต่ใจคิดแค่สิ่งที่ตัวเองเชื่ออย่างเดียว”
โอบาโกรธมากจนขว้างแก้วน้ำใส่ซึฮากิ
นั่นแหละเอาให้โกรธที่สุดไปเลย ยิ่งแสดงอารมณ์ด้านลบมากเท่าไรคนรอบข้างก็ยิ่งรู้สึกแย่ไปด้วย เมื่อเป็นเช่นนั้นพวกเขาก็จะได้แต่นึกคิดอยู่ในใจว่าทำไมราชาถึงเป็นคนอย่างนี้แล้วต้องพูดหรือทำอะไรถึงจะช่วยบรรเทาความโกรธให้ได้
“ไหนลองพูดคำเมื่อกี้อีกสิวะ”
และเมื่อเราไล่ต้อนต่อไปเรื่อย ๆ ผู้คนที่ภักดีก็จะโผล่หัวออกมาปกป้องแสดงท่าทีโกรธออกนอกหน้า ถ้าเป็นคนที่มีหัวคิดก็จะพยายามนิ่งเงียบรอเวลาที่ไฟเริ่มเย็นลง
“ผู้นำที่ดีไม่ใช่แค่มีพลังมากกว่าใครแต่ต้องมีคุณสมบัติหลายอย่างเช่น การควบคุมอารมณ์เพราะผู้คนภายใต้อำนาจไม่ได้มีแค่คนเดียวยังไงก็ต้องมีคนที่มีความคิดขัดแย้งกันและการแก้ปัญหาด้วยความใจเย็นมีสติก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ”
“ไร้สาระน่า ท่านโอบาเนี่ยแหละผู้มีจิตใจเมตตาไม่ใช้กำลังทำร้ายใครง่าย ๆ อีกทั้งยังคอยช่วยเหลือผู้ยากไร้อีกด้วย”
อารมณ์ด้านบวกเป็นอะไรที่ใคร ๆ ก็สร้างมันได้แต่ไม่ใช่กับอารมณ์ด้านลบ นั่นเป็นสาเหตุที่คนบางคนแค่คุยด้วยครู่เดียวก็สัมผัสถึงความอิจฉาหรือรู้สึกเกลียดขี้หน้าไปเลยทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จักกันและยิ่งอารมณ์โกรธแค่ได้นั่งหรือยืนข้าง ๆ ก็สามารถรู้สึกได้เช่นกัน
“ลืมบอกอีกอย่าง ผู้นำที่ดีควรกระจายทรัพยากรได้เหมาะสมไม่ใช่แค่งบประมาณที่เป็นเงินตราแต่รวมไปถึงบุคลากรว่าใครเหมาะสมกับงานไหนและใครควรเก็บไว้หรือไล่ออก ถ้าให้ทายทั้งหมดนั่นคงมีคนคอยจัดการให้โดยที่ราชาไม่ต้องทำอะไรเอาแต่เสวยสุขอยู่กับกองเงินกองทองไปจนสิ้นชีพ”
“ชักจะทนไม่ไหวแล้วนะเว้ย !” ผู้ช่วยของโอบากระโจนเข้าใส่ด้วยหมัดเปล่า ๆ กระหน่ำชกไม่ยั้งยิ่งกว่าโดนด่าพ่อล่อแม่
ยิ่งได้เห็นอุปนิสัยของแต่ละคนเราก็จะคาดการณ์การกระทำต่อ ๆ ไปได้ง่ายขึ้นรวมทั้งการเข้าควบคุมก็ง่ายเช่นกัน
“พอแล้ว ๆ” ลักซ์พยายามดึงตัวชายหนุ่มผู้ช่วยของราชาโอบาออกมาขณะที่เหล่าผู้ที่นั่งประชุมส่งสายตาให้กัน
“เรากลับเข้าเรื่องกันก่อนดีกว่า รู้สึกว่านายกำลังยั่วโมโหพวกเราอยู่ใช่ไหม?” แคลลี่เอ่ยทักท่ามกลางความวุ่นวาย
“ยกเลิกสถานะกบฏปกติแล้วมันไม่มีอะไรแบบนั้นหรอก ขึ้นชื่อว่ากบฏต่อให้ทำทุกอย่างจนสามารถซื้อใจคนอื่นได้แต่ก็มักจะกลับมาทำร้ายกันอยู่ดี” จอมพลโกโด้ถลึงตามองข่มเหล่ากบฏตัวเล็กตัวน้อยที่ยืนอยู่ข้างหลังซึฮากิ
“อ้อเหรอ นอกจากการค้าขายเทคโนโลยีทางเราก็ยังมีข้อมูลของอาณาจักรนอดด้วยนะ ที่สำคัญพวกคุณจะลงมือกำจัดพวกพ้องของผู้กล้าจริง ๆ เหรอ...แล้วไม่เห็นสินะว่าสองคนนั้นอยู่ในระดับเดียวหรือใกล้เคียงกับผู้กล้าฟราน”
จอมพลโกโด้หนึ่งในผู้มีเลเวลเก้าที่เป็นทหารแนวหน้าสู้รบในสงครามมามากมาย แสดงว่าแข็งแกร่งพอ ๆ กับคุณวิกตอเรียและจักรพรรดินีสินะ
ท่าทีนิ่งเงียบกำลังประมวลผลความคิดเพราะเมื่อมองดูสเตตัสพวกเขาก็เถียงไม่ออกเหมือนกันว่าเหล่ากบฏสามารถเป็นกำลังพลในภายภาคหน้าได้และเป็นพวกพ้องของผู้กล้าอาจจะมีพลังแฝงที่รอวันตื่นก็เป็นได้
“ฉันขอตัวแล้วกันพอดียังมีคนไข้รออีกหลายคน ส่วนเรื่องกบฏหรืออะไรพวกนั้นไม่ใช่หน้าที่ของฉันอยู่” หญิงสาววัยกลางคนผู้มีใบอันอ่อนโยนเพียงได้แค่สบตาครู่เดียวซึฮากิก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากเธอ
นั่นคงเป็นอัจฉริยะแพทย์หญิงที่มีพลังเดอะช่วยให้รักษาคนได้เกือบทุกอาการ
“เดี๋ยวสิคุณอาเกลีย คุณก็เป็นถึงผู้นำด้านสาธารณสุขถ้ามาช่วยตัดสินใจก็จะยิ่งช่วยได้มาก” แพกซ์ดึงมือของเธอแต่แทนที่จะรู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่จะให้เธอมาช่วยแต่กลับเห็นแต่ใบหน้าหื่นกระหายแค่หวังแอบแต๊ะอั๋งเฉย ๆ
“ปล่อยเธอไปเถอะน่า นายก็รู้ว่าคุณอาเกลียเป็นคนยังไงคนที่มีจิตวิญญาณของผู้ช่วยเหลืออย่างแท้จริง คนที่ไม่มีสิทธิ์ตัดสินว่าใครจะอยู่หรือตายแต่ต้องทำหน้าที่รักษาทุก ๆ คนให้รอดให้ได้” คอออสหัวเราะในลำคอช่วยพูดแทนอาเกลียเพราะเห็นแววตาเป็นกังวลของเธอที่ต้องมาตัดสินว่าจะประหารกบฏหรือไม่
“เรื่องของความรุนแรงก็ต้องให้พวกหัวรุนแรงตัดสินสิ...ใช่ไหมโกโด้ เดมอส”
“อย่าล้อเล่นแบบนั้นสิครับ พวกผมไม่ได้หัวรุนแรงสักหน่อย” เดมอสหัวเราะเยาะพลางสบตากับซึฮากิเห็นถึงความมุ่งมั่นใจกล้าไม่แสดงด้านอ่อนแอออกมาเลยสักนิด
“ก็นั่นสินะ ดูเหมือนเราต้องคุยกันยาวเลยกว่าจะหาข้อสรุปลงตัวได้”
“มีแต่พวกแก่ ๆ สมองทำงานช้าสินะถึงต้องยืดเวลาออกไปอีกหรือจะมีแผนอื่นอย่างเช่นลอบสังหารไปเลยให้มันจบ ๆ” ซึฮากิพูดแทรกทันทีที่ได้ยินเช่นนั้นสร้างความประหลาดใจให้กับเหล่าขั้วอำนาจทั้งหกคนจนโอบาทุบโต๊ะเสียงดัง
“ยังไม่เลิกพูดจาอย่างนั้นอีกเหรอ คงไม่อยากมีปากไว้กินข้าวแล้วสินะ ไม่สิคงไม่อยากมีชีวิตรอดไปจากตรงนี้แล้วใช่ไหม” เมื่อโอบาตบมือส่งสัญญาณก็มีทหารองครักษ์มากกว่าสิบคนซึ่งมีแต่เลเวลเจ็ดทั้งนั้นเดินมาล้อมเหล่ากบฏไว้
“อะไร? จะปิดงานตรงนี้เลยเหรอไม่กลัวภาพลักษณ์ที่สั่งสมมาจะสั่นคลอนสินะ หรือทุกคนก็ยินดีเห็นด้วยกับการกระทำอันป่าเถื่อนเช่นนี้ ถ้าคุณวิกตอเรียมาเห็นคงสมเพชน่าดู”
“อย่าริอ่านเอาวิกตอเรียมาอ้าง ฉันเชื่อว่าถ้าเป็นเธอคนนั้นจะเข้าใจสิ่งที่เราทำ” โอบาส่งสัญญาณโดยการทำมือปาดคอให้กำจัดเหล่ากบฏเสีย
“เข้าไปไม่ได้นะครับ !” ขณะที่กำลังจะทำเช่นนั้นจู่ ๆ ก็มีเสียงประตูเปิดดังลั่นเมื่อได้เห็นหญิงสาวผู้นั้นเสียงก็ยิ่งดังเข้าไปในหัว
“กิจัง !” ฟรานกระโจนเข้ากอดซึฮากิไม่สนใจสายตาที่ทุกคนเฝ้ามอง
“มาได้เวลาพอดีเลยฟราน เรื่องที่ฝากจัดการเป็นยังไงบ้าง?” การปรากฏตัวของเธอทำให้ทหารองครักษ์ทำตัวไม่ถูกว่าต้องทำตามคำสั่งของโอบาหรือถอยห่างจากผู้กล้าฟรานกันแน่
“ถึงจะหาหลักฐานมาได้แค่เรื่องเดียวเพราะเวลาน้อยแต่นี่จ้ะ” เธอวางซองเอกสารการชำระเงินงบประมาณทหารของเมืองรอบ ๆ ตระกูลฮับเบิลที่มีตัวเลขคลาดเคลื่อนจากงบประมาณของทางหลวง รวมทั้งยังมีใบเสร็จลับที่ไม่ระบุข้อมูลผู้รับผู้ซื้อโดยมีรายละเอียดแปลก ๆ อย่างขาหมูหนึ่งหรือขาหมาสอง
“ท่านฟรานนี่มันหมายความว่าอะไร?” โอบากัดฟันพูดเพราะต้องกดอารมณ์โกรธไว้เวลาพูดกับฟราน
“นี่เอกสารลับที่ทางตระกูลฮับเบิลรับเงินจากครอบครัวทหารฝึกหัดทั้งหลายภายใต้อาณาเขตปกครอง พวกเขาจ่ายเงินเพื่อการเลื่อนขั้นไวขึ้นโดยตระกูลฮับเบิลจะเขียนจดหมายแนะนำผลงานให้ทางกรมทหารและยังมีการเก็บส่วยสำหรับทหารที่ไม่อยากฝึกหนัก อ้อแล้วก็ยังแอบตัดงบประมาณทหารที่ได้เพื่อเอาไปเพิ่มงบส่วนสวัสดิการพลเรือนแต่แท้จริงแล้วเงินมันไปตกอยู่ที่อื่นแทน” ฟรานสาธยายยาวเหยียดจนทุกคนในที่แห่งนั้นพูดไม่ออก
“ท่านฟราน...”
“จริง ๆ มีเรื่องอื่นอีกแต่หาหลักฐานได้ยาก อีกอย่างพวกท่านทั้งหลายก็น่าจะรับรู้พลังเดอะของฟรานแล้วนะคะ” ฟรานพูดแทรกย้ำอีกหนึ่งครั้งก่อนที่ทุกคนจะนิ่งเงียบเถียงไม่ออก ภายในหัวกำลังคิดว่าผู้กล้าที่ทุกคนเคารพไม่มีทางโกหกแต่กลับกันตระกูลที่อยู่คู่อาณาจักรเซียมาช้านานมีความไว้เนื้อเชื่อใจไม่แพ้กันจึงเกิดการชั่งน้ำหนักทั้งสองสิ่งแต่ก็ยังยากที่จะตัดสิน
“พวกคุณรู้ไหมว่าใครเป็นคนคุมค่ายเมื่อตอนนั้น” ซึฮากิถามต่อหลังจากที่ปล่อยให้ทุกคนคิดพิจารณา
“เลวาธาน ฮับเบิล เขานั้นใช้พวกเราเป็นเครื่องระบายอารมณ์สนองความสนุกส่วนตัว นั่นไม่ใช่การฝึก นั่นไม่ใช่วิธีของผู้นำที่ถูกต้อง นั่นเป็นเพียงคนเขลาที่มีอำนาจในมือ จนแล้วจนเล่าพวกเราก็ตัดสินใจหนีเพราะสิ่งเหล่านั้นแต่หากเป็นนาธาที่ควบคุมค่ายต่อไปพวกเราก็อาจจะทนอยู่ต่อก็ได้”
“แล้วทำไมถึงหนีไปแค่สามคนล่ะ ที่เหลืออีกสี่คนก็ยังทนมาได้ถึงทุกวันนี้” โกโด้เอ่ยถามต่อทันที
“คุณก็น่ารู้ไม่ใช่หรือว่าการเคลื่อนไหวกลุ่มใหญ่มันทั้งเป็นจุดสังเกตและอาจจะถ่วงกันเองได้ เพราะอย่างนั้นจึงเลือกคนที่เชื่อใจกันมากที่สุดก่อนส่วนคนที่เหลือก็ต้องปล่อยไปตามเวรตามกรรม”
นั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งแต่ก็ยังมีอีกหนึ่งสาเหตุเพราะการรับรู้การเคลื่อนของอาณาจักรเซียก็ต้องมีพวกเราแฝงอยู่ด้วยก็คือพวกนัตโตะนั่นเอง หลังจากเสร็จเรื่องราวก็คงต้องไปเจอสักหน่อย
“สาเหตุของการกบฏเกิดจากการกดขี่ของผู้บังคับบัญชา ถึงจะไม่ได้เป็นข้ออ้างที่ดีแต่สิ่งหนึ่งที่พวกเราทำได้ก็คือชดใช้ให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและหากมีสิ่งใดที่ช่วยเหลือได้เราก็จะช่วย” เริ่มด้วยการกดดันให้มากที่สุดและผ่อนคลายลง เทคนิคการขอมากกว่าที่ต้องการเพราะการขอในที่สิ่งที่ต้องการพอดีมันจะได้น้อยกว่าที่ต้องการ
“จริงด้วยฉันมีเรื่องจะเสนออีกเรื่อง เขาสามารถเป็นครูสอนได้นะคะเพราะฉันเห็นมาด้วยตาแล้วเด็ก ๆ ที่เป็นลูกศิษย์ของเขานั้นแข็งแกร่งมาก” ลักซ์ฉวยโอกาสที่ทุกคนกำลังชั่งใจเพิ่มข้อเสนอเงื่อนไขเข้าไปอีกเพื่อกระตุ้นความคิดด้านบวกต่อตัวซึฮากิให้มากขึ้น
“ฟรานก็ขอยืนยันอีกเสียงค่ะ พวกเขาจะไม่ทำอันตรายหากไม่จำเป็นจริง ๆ”
ผู้กล้าฟรานก้มหัวลงขอร้องแทนซึฮากิมันยิ่งทำให้พวกเขาประหลาดใจ ความสนิทสนมของเหล่ากบฏกับผู้กล้ามีมากถึงเพียงนี้เลยหรือ มากพอให้เธอออกหน้ารับแทน
โอบาส่งเสียงเดาะลิ้นไม่พอใจ “ก็ได้ ๆ แต่ฉันจะเพิ่มเงื่อนไขอีก ต่อให้ลบสถานะกบฏออกแต่ก็ยังเป็นบุคคลที่ควรเฝ้าระวังสูงเพราะฉะนั้นจะต้องมีคนจับตาดูทุกฝีเท้า”
แม้จะยังมีข้อข้องใจแต่ด้วยสถานการณ์มันเป็นเช่นนี้เขาจึงต้องกัดฟันพูดมันออกมาและเดินออกไปด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียดเหมือนผู้หญิง