เมื่อทั้งสองเดินพ้นทางลาดเข้าสู่เส้นทางเล็กที่ลัดเลาะเข้าสู่เขตใกล้ร้านชา ดวงจันทร์เริ่มสาดแสงลงบนพื้นดินได้ชัดเจนมากขึ้น ลี่อินรู้สึกได้ว่าลมเย็นช่วงค่ำพัดแรงกว่าปกตินิดหน่อย หรือไม่ก็เป็นเพราะอุณหภูมิในใจเธอมันยังไม่คงที่
ซินอี๋มองหน้าเธอเล็กน้อยก่อนจะถามขึ้นอีกแบบไม่ได้ตั้งใจ “แล้วปกติ...เจ้าชอบฝันถึงอะไรเหรอ?”
เธอหลุดหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ “เจ้าจะไม่หยุดเรื่องนี้จริง ๆ ใช่ไหม?”
“ก็แค่อยากรู้...เผื่อข้าจะเข้าไปอยู่ในฝันนั้นได้บ้าง” เขายิ้มอย่างสุภาพ แต่แฝงความหมายที่ลี่อินไม่กล้าสบตา
“อย่าหวังเลย...ฝันข้าบางเรื่องเจ้าคงไม่อยากเข้าไปอยู่หรอก”
“งั้นก็แปลว่าข้ามีสิทธิ์อยู่ในบางเรื่องสินะ?” เขาโยนคำกลับมาแบบเงียบ ๆ แต่คมกว่าใบมีด
ลี่อินชะงักเท้าไปเสี้ยววินาที ก่อนจะหลบตาแล้วเดินต่อ “เจ้าก็แค่ชอบแหย่ข้าเท่านั้นแหละ…”
ซินอี๋หัวเราะเล็กน้อยแล้วเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดอย่างจริงจัง “เปล่าหรอก ข้าไม่ได้แหย่...แค่บางทีข้าชอบดูเจ้ายิ้มเวลาเขิน มันทำให้ข้ารู้สึกเหมือนชาแก้วนั้นรสกลมขึ้นมาทันที”
เธอหยุดเดิน พลันหันหน้ามาหาเขานิ่ง ๆ “…เจ้าจะพูดอะไรแบบนี้กับหญิงทุกคนไหม?”
“เปล่า” เขาตอบเร็วทันที พร้อมสบตาเธอกลับ “เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ทำให้ข้ารู้สึกแบบนี้ได้”
บรรยากาศเงียบลงทันที ไม่ใช่เงียบเพราะอึดอัด...แต่เป็นความเงียบที่คล้ายจะทำให้หัวใจเต้นดังขึ้นจนได้ยินเอง
แสงจันทร์ทาบเงาลงบนใบหน้าของซินอี๋ มุมริมฝีปากเขายกขึ้นเล็กน้อย
“ไปกันเถอะ...ก่อนที่ร้านชาจะปิด” เขาพูดด้วยเสียงนุ่ม พร้อมเดินนำไปแบบไม่หันกลับมามอง
ส่วนลี่อิน...ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มหน้ายิ้มบาง ๆ กับตัวเองแล้วเดินตามไปอย่างเงียบ ๆ
‘บางที...เขาก็รู้แหละว่าเราคิดอะไรอยู่...แต่ก็ยังทำเหมือนไม่รู้ เพื่อให้เราใจเต้นแรงได้แบบนี้อีกเรื่อย ๆ’