“คุณเข้าใจถูกแล้ว ผมมันคนเลว ตอนนี้คุณรอคำตอบต่อไปว่าอะไร” ชีวาชี้นิ้วใส่แผงอกตัวเอง แววตาผิดหวังของหญิงสาวที่ยืนอยู่กลางสระว่ายน้ำ “เธอหมั้นกับคุณตอนไหน ทำไมไม่มีใครรู้เื่” นาเดียจ้องดวงตาของเ้านาย “ก่อนผมจะกลับอินเดีย” อานิสาตบผิวน้ำในสระว่ายน้ำอย่างแรง “โกหก คุณกลับไปเจอจูลี่ที่อินเดีย” นาเดียขมวดคิ้วย่นกว่าเดิม “จูลี่” ชีวาสบตากับนาเดีย “เพื่อนอีกคน” ชีวาคว้าโทรศัพท์มือถือ “ผมจะโทรเรียก อันชูมันมารับคุณ” อนิสาร้องกรี๊ดขึ้น “คนบ้า ทำไมคุณต้องเรียกพี่ชายของฉันมาด้วย มันเป็เื่ระหว่างเราสองคน” ชีวายกคิ้วขึ้นเมื่อรู้ว่าเธอกลัวพี่ชาย “ระหว่างเราสามคน ใช่ไหมที่รัก” ชีวาฉกจูบแก้มนาเดียที่ยืนงุนงงในอ้อมแขนของเขา
“อย่าโทร ฉันบอกว่า อย่าโทร” อนิสาก้าวขึ้นมาจากสระว่ายอย่างง่ายดาย ชีวาปล่อยร่างของนาเดีย ก้าวเข้ายืนบังร่างของนาเดียไว้ “อยู่ข้างหลังผม เธอเป็ผู้หญิงที่อันตรายมาก” อนิสาบีบชายเสื้อ สะบัดเส้นผม สายตามองหาอะไรพอที่จะเป็อาวุธ รองเท้าส้นสูงคือสิ่งสุดท้ายที่เธอคว้ามันขึ้น ปาใส่หน้าของชีวา แต่ชายหนุ่มปัดรองเท้าส้นสูงได้ทัน “อนิสา เธอนี่มันนางมารร้ายจริงๆ” ชีวาหมดความอดทน ก้าวยาวเพียงไม่กี่ก้าวถึงร่างของอนิสา เงื้อมฝ่ามือขึ้น นาเดียวิ่งเข้ามาล็อคท่อนแขนไว้ทัน “ปล่อยเธอนะคะ เธอคงกลัวคุณเรียกพี่ชายของเธอแค่นั้น”
อนิสาวิ่งเข้าไปข้างใน ร่างเปียกโชกวิ่งขึ้นบันไดทรงกลมเพื่อหาทางออกก่อนที่ชีวาจะตามเธอทัน เสียงปิดบานประตูใหญ่ดังโครม นาเดียปล่อยมือของเธอออกจากท่อนเเขนของชีวา ชีวาสบตากับหญิงสาวที่ยืนตรงหน้าของเขา สายตาของเขามองที่ต้นแขนของเธ รอยแผลฟกช้ำ “แผลนี้ ฝีมือของอนิสาใช่ไหม” นาเดียนึกขึ้นได้ตอนอนิสาผลักบานประตูใส่ร่างของเธอ “เธอไม่ได้ตั้งใจค่ะ” ชีวาดึงร่างของนาเดียเข้ามากอดแน่น “ฉันขอบใจเธอมาก และขอโทษที่ทำให้เธอเดือดร้อน”
นาเดียยืนตัวเเข็งในอ้อมแขนของชายหนุ่มที่เธอรู้สึกอบอุ่นแบบแปลกๆ ใบหูของเธอแนบลำคอของเขา เสียงในลำคอทุ้มน่าฟัง “ผมมีนัดทานอาหารค่ำกับญาติผู้ใหญ่ คุณกลับบ้านก่อนเวลาเลิกงานได้” ชีวาผละร่างของเธอออก เขาเดินเลี่ยงเข้าในบ้าน ตรงเข้าห้องนอน นาเดียยืนมองดูสภาพบริเวณรอบๆสระว่ายน้ำ เศษแก้วแตกกระจาย และรอยหยดน้ำเปียกทั่วทุกหนทุกแห่ง “หน้าที่เราคือทำความสะอาด ชีวิตของพวกคนรวยเป็แบบนี้เองเหรอ” นาเดียเปลี่ยนเสื้อผ้าสวมชุดแม่บ้านสีน้ำเงิน เริ่มทำความสะอาดเช็ดพื้นเปียกจนแห้งสนิท หญิงสาวรวบเส้นผมขึ้นมวยเพราะอากาศร้อน เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด บิดลำตัวซ้ายขวา “วันนี้งานหนักจริงๆ”
ชีวาอาบน้ำแต่งตัวสวมชุดสูทสีดำสนิท ยืนมองนาเดียใกล้บันไดทางขึ้น “นาเดีย” นาเดียหันตามเสียงเรียก ใบหน้างามที่ดูซีดเซียวต้องแดงระเรื่อเมื่อต้องสบตาคมกริบ ชีวายิ้มที่มุมปากเดินตัวตรงก้าวเข้ามาหาเธอ เขาจับมือของเธอหงายขึ้นวางธนบัตรแบงค์ร้อยในมือของเธอ นาเดียมองที่แบงค์ร้อยแล้วเงยหน้ามองใบหน้าของชายหนุ่มรูปหล่อ “ค่าอะไรคะ” ชีวายิ้มกว้าง รอยยิ้มที่มีเสน่ห์ทำให้นาเดียกำธนบัตรในมือ “ขอตอบแทนที่เธอช่วยฉัน” นาเดียรู้สึกเสียววาบในหัวใจ หญิงสาวล้วงกระเป๋ากระโปรง หยิบธนบัตรแบงค์ยี่สิบสองใบแล้วจับมือของชีวาหงายขึ้น “เงินทอนสี่สิบเหรียญค่ะ ฉันจะรับเฉพาะค่าแรงของวันนี้เท่านั้น ฉันไม่ได้ขายจูบนะคะ” นาเดียพยายามกลั้นหยดน้ำตา หันหลังเดินเข้าไปในห้องครัวอย่างเร็ว
ชีวามองธนบัตรแบงค์ยี่สิบสองใบในมือของเขา ชายหนุ่มเริ่งฝีเท้าตามเธอเข้าไปในห้องครัว “นาเดีย คุณเข้าใจผมผิด ผมไม่ได้คิดอย่างที่คุณพูด” นาเดียซับหยดน้ำตา สะพายเป้สีน้ำตาล เธอก้มมองนาฬิกาบนข้อมือ “หมดเวลาทำงานแล้วคะ ฉันขอกลับบ้านค่ะ” นาเดียวิ่งผ่านร่างสูงขี้นบันไดทางออก ก่อนจะเปิดประตู เธอหันหลังมองลงมา ดวงตากลมโตมองร่างสูงที่ยืนมองเธอ ทำให้ชีวารู้สึกชาไปทั้งตัว นาเดียปิดประตูบานใหญ่อย่างเบาๆ “โธ่เว้ย เราทำแบบนั้นทำไมวะ” ชีวากุมธนบัตรแบงค์ยี่สิบในมือ
ร้านเหล้ามายทามส์ “อนิสา ไปอาละวาดที่เพ้นเฮ้าท์ของนายได้ไงวะ” ชีวานั่งจ้องหน้าของเพื่อน “ไม่รู้.. ใครให้ที่อยู่ ก็มีแค่นายไม่ใช่หรือวะ ที่รู้ว่าฉันอยู่ที่นี่” ชีวาเพ่งโทษไปที่เพื่อนรักอย่างหัวเสีย ”เดี๋ยวก่อน อานิสาน้องสาวของอันชูมัน ไอ้อันชูมันไม่มีทางรู้ หรือว่ามีคนรู้จักเห็นนาย” เทวินจ้องที่ปลายคางของชีวา “อนิสาต่อยหน้านายด้วยหรือวะ” ชีวาส่ายหน้า “นาเดีย” หน้าของเทวินย่นเข้าเหลือนิ้วเดียว “นาเดีย คนไหนวะ นายคบกับใครอีกวะ ทำไมมันเยอะแบบนี้” ชีวากระดกแก้วเหล้าจนหมดเกลี้ยง ชูแก้วขึ้นให้บริกรชายนำมาเสริ์ฟเพิ่ม
เทวินะเิเสียงหัวเราะดังลั่น ทำให้ชีวาฉุนหนักขึ้นกว่าเดิม “ฉันขอพบเธอสักครั้งได้ไหม ใครล้มชีวาได้ แสดงว่าฝีมือไม่เบา ลูกครึ่งรัสเซียคงสวยมาก” ชีวาส่ายปลายนิ้วมือ “เธอไม่ใช่เด็กอย่างว่า เด็กเรียนจริงๆ นักเรียนทุนของอินเดีย ้าเรียนหนังสือให้จบและกลับไปทำงานช่วยทางบ้าน” ชีวามองเวลาบนนาฬิกาข้อมือ “เที่ยงคืน พรุ่งนี้ฉันจะไปสำนักงานวีเอสกรุ๊ป พ่อสั่งมาให้ไปพบคุณลุงที่นั่น” ร่างสูงเดินเซเล็กน้อย ไปจ่ายเงินค่าเครื่องดื่ม “ขอขวดสีดำขวดนั้นอีกขวดครับ” เทวินมองเพื่อนซื้อเหล้าเพิ่มยื่นขวดเหล้าให้เทวิน “ฝากให้เอริค เจอกันวันศุกร์หน้า”
บ่ายสามโมงของวันต่อมา นาเดียเดินขึ้นมาจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เมื่อถึงตึกสูงใหญ่ นาเดียเงยใบหน้าขึ้นมองหาชั้นยี่สิบเอ็ด “อ่าว นาเดีย” นาเดียจำเสียงเรียกนี้ได้ “คุณพารุณ” พารุณจอดรถเก๋งสีดำดับเครื่องยนต์รอให้เธอวิ่งไปหาเขา “สวัสดีค่ะ” พารุณยื่นมือทักทายกับนาเดีย “เราไปดื่มกาแฟกันไหมตรงหัวมุมถนน คุณชีวายังไม่ตื่นนอน สงสัยเมื่อคืนไปสังสรรจนดึก” พารุณเปิดประตูรถเก๋งให้นาเดียเข้ามานั่งข้างคนขับ “ทำงานสนุกไหมครับ” นาเดียพยักหน้า “ก็ดีค่ะ” มือเรียวงามลูบต้นแขนที่มีรอยฟกช้ำ “ผมทำงานกับตระกูลนี้มาเกือบจะครบสามสิบปี” นาเดียมองที่นาฬิกาข้อมือของพารุณ “แสดงว่าก่อนคุณชีวาจะเกิดใช่ไหมคะ” พารุณพยักหน้า “คุณพ่อของคุณชีวาอยู่ที่ไหนคะ” นาเดียกุมนิ้วมือแน่น “อยู่กับคุณแม่ของเขาที่อินเดีย” นาเดียรู้สึกแปลกใจแต่ไม่กล้าถามอะไร
ร้านกาแฟตรงหัวมุม นาเดียสั่งกาแฟร้อนธรรมดา “ร้านกาแฟนี้เป็ของคุณพ่อของคุณชีวา” นาเดียเงยใบหน้ามองร้านกาแฟยี่ห้อดังในย่านนี้ “มีทั้งหมดสามสิบหกสาขาใช่ไหมคะ” พารุณมองหน้าของนาเดีย “ฉันเคยสมัครเป็พนักงานชงกาแฟของที่นี่ค่ะ” ผู้จัดการร้านกาแฟออกมาทำความเคารพพารุณ และทักทายนาเดีย “สวัสดีครับ” พารุณพูดคุยธุระกับผู้จัดการร้านแล้วกลับมานั่งดื่มกาแฟ “คุณชีวา ตื่นแล้ว เรารีบไปกันเถอะ”
พารุณกดรหัสเปิดประตูโดยอัตโนมัติ ร่างสูงนั่งรอในห้องนั่งเล่น เขาลุกขึ้นต้อนรับพารุณ นาเดียเดินตามหลังพารุณ แววตาแปลกใจของชีวาทำให้พารุณรีบรายงานเื่นาเดีย หญิงสาวไม่ยิ้มไม่ทักทายเหมือนเช่นเคย เธอเลี่ยงเข้าในห้องครัว “พอดีผมเจอกับนาเดียตอนบ่ายสามโมง ผมชวนเธอไปนั่งดื่มกาแฟกับผมที่ร้านหัวมุมครับ” ชีวามองตามร่างเพรียวบางที่ยกตะกร้าซักผ้าเข้าไปในห้องซักรีด “ผมเพิ่มค่าจ้างให้เธอตามที่คุณชีวาแจ้งไว้ และ นี่คือเอกสารกรรมสิทธิ์และโฉนดของเพ้นเฮ้าท์ครับ คุณชีวาช่วยเซ็นรับให้ผมด้วย” ชีวารับปากกาหมึกซึมจากพารุณ เซ็นชื่อรับและยื่นเอกสารกลับให้พารุณ “ถ้าเช่นนั้นผมขอตัวกลับก่อนครับ” พารุณกล่าวคำลา ชีวาเดินตามไปส่งถึงหน้าประตู “ขอบคุณมากครับ”
ชีวายืนมองสระว่ายน้ำ ถอนหายใจหนักเมื่อนึกถึงคำพูดของนาเดีย “ฉันไม่ได้ขายจูบนะคะ” ชายหนุ่มเสยเส้นผมขึ้น เงยหน้ามองท้องฟ้าโปร่งใส “วันนี้เธอไม่ทักทาย ไม่ถามว่าหิวหรือเปล่า” ชีวาบ่นพรึมพรำหันหลังกลับมา พบนาเดียยืนอยู่ด้านหลัง “ฉันกำลังจะมาถามว่า อาหารค่ำคุณจะทานอะไรคะ” ชีวายิ้มให้เธอ “ผมขอซุปเห็ดกับขนมปังสักสองชิ้น” นาเดียหมุนร่าง ชีวาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น “ผมขอโทษสำหรับเื่เมื่อวาน” สีหน้าของนาเดียเรียบนิ่ง “เื่มันจบไปแล้วค่ะ”
ค่ำวันเดียวกัน เสียงดับไฟในห้องซักรีด หญิงสาวจัดวางเสื้อในรถเข็นเสื้อผ้า ชีวาเคาะประตูห้องนอน “คุณชีวาคะ ขอเก็บเสื้อผ้าค่ะ” ชีวาปิดหน้าจอโน๊ตบุ๊ค “เข้ามาได้” นาเดียหมุนลูกบิดประตูเเง้มบานประตู รถเข็นเสื้อผ้าจอดที่หน้าตู้เสื้อผ้า หญิงสาวจัดเสื้อผ้าไว้ตามชั้น แยกประเภทเสื้อผ้าได้ถูกต้อง วางถุงเท้าในลิ้นชัก ผ้าเช็ดหน้า และเน็คไท เมื่อเธอเก็บเสร็จเรียบร้อย “วันนี้ขอกลับก่อนเวลาสิบนาทีนะคะ” ชีวามองที่ห่อกระดาษบนโต๊ะในห้องนอน “นาเดีย” นาเดียหันหน้ามา “ช่วยส่งห่อนี้ที่ไปรษณีย์ให้ผมได้ไหม” หญิงสาวรับห่อกระดาษสีน้ำตาล “ได้ค่ะ” ชีวายื่นเงินค่าส่งไปรษณีย์ให้เธอ “พรุ่งนี้ผมอาจจะไม่อยู่บ้านใน่บ่าย” นาเดียยืนฟังไม่กล่าวอะไร “นาเดีย” นาเดียถอยห่างจากร่างสูง “รับทราบค่ะ” ชีวารู้สึกไม่สบายใจ “ผมจะลงไปซื้อของ ผมเเวะไปส่งคุณที่บ้านดีไหม” นาเดียส่ายหน้าเล็กน้อย “วันนี้ฉันมีธุระค่ะ เอาไว้โอกาสหน้านะคะ” เธอก้มตัวลงเปลี่ยนรองเท้าใส่เล่น ในขณะนั้นกระเป๋าเงินใบเล็กร่วงจากกระโปรงลงบนพื้น นาเดียไม่รู้สึกตัว รีบกล่าวลาวิ่งขึ้นบันได ก้าวออกไปพร้อมปิดประตูบ้าน
ชีวานั่งลงบนเก้าอี้ยาว ก้มผูกเชือกรองเท้าของเขา ชีวามองผ่านๆที่ชั้นวางหนังสือ สายตาสะดุดที่กระเป๋าเงินใบเล็กสีเหลืองอ่อน “กระเป๋าเงินของนาเดีย” ชีวาหยิบขึ้นมารูดซิปพบธนบัตรพับเล็กหลายใบ “แล้วเธอจะกลับบ้านยังไง” ชีวามองหาเสื้อเจ็กเเก็ต สวมใส่อย่างไว เพียงไม่กี่นาที ชีวาลงมาที่ลานจอดรถ “บ้านของเธออยู่ที่ไหน” ในมือกุมกระเป๋าใบน้อย เสียงแตรรถดังขอให้เขาหลีกทาง รถที่วิ่งสวนทางเข้ามาจอด “ที่อยู่ของเธออยู่กับพารุณ แต่เราถามเขาไม่ได้ ทำไงดี” เสียงโทรศัพท์ของชีวาดังขึ้น “สวัสดีครับ ผม้าขอคุยกับคุณชีวา ไวศานย์ครับ” ขีวารีบตอบกลับ “ผมเองครับ” เ้าหน้าที่โทรมาจากสำนักงานไปรษณีย์ “คือว่า มีผู้หญิงท่านหนึ่งส่งพัสดุแทนคุณครับ เธอไม่สามารถส่งแบบลงทะเบียนได้” ชีวาเข้าใจเื่ราวว่าเธอไม่มีเงินค่าส่ง “ตอนนี้เธออยู่ที่นั่นไหมครับ” เ้าหน้าที่รับพัสดุมองไม่เห็นนาเดีย “เธอกลับไปแล้วครับ บอกผมว่าขอฝากพัสดุไว้ก่อน เธอทำกระเป๋าเงินหาย ผมขอแนะวิธีให้ใช้การจัดเก็บเงินปลายทาง เธอเป็คนให้เบอร์โทรของคุณเองครับ” ชีวาถอนหายใจ “สำนักงานไปรษณีย์ของคุณอยู่แถวไหนครับ”
ชีวาขับรถเก๋งคันหรูตรงไปที่ย่านไอซ์กรีน “เธอพักที่ย่านนี้ ห่างจากมหาลัยมาก แล้วเดินทางต่อไปที่เราพัก” ชีวาเบรครถอย่างแรง “เอี้ยดดดด” สองมือเกาะพวงมาลัยแน่น “ทำไมจิตใจของเราว้าวุนเื่ของนาเดียด้วยนะ” ชีวาเลี้ยวรถกลับตามลูกศร ในที่สุดเขาพบที่ทำการไปรษณีย์ “ผมชีวาครับ” เ้าหน้าที่ยื่นใบเสร็จรับเงินให้ชีวา “ผมต้องขอโทษด้วยครับ” ชีวาชำระเงินค่าส่งเรียบร้อย เขาเดินออกมาจากที่ทำการไปรษณีย์เพื่อจะเดินเล่นสงบสติอารมณ์ ย่านไอซ์กรีนมีที่อยู่อาศัยราคาถูกั้แ่เดือนละร้อยเหรียญขึ้นไป ชีวาเดินผ่านตึกเก่าๆที่ดัดเเปลงเป็หอพักสำหรับนักศึกษา ในใจเขาภาวนาอย่าให้พบว่าเธอพักที่นี่ “เธอคงไม่พักแถวสลัมแถวนี้เเน่นอน” ชีวาเดินไปจนสุดทางเสียงเด็กวิ่งเล่นดังไปทั่วบริเวณ พ่อค้าแม่ค้าวางสินค้ามือสองเต็มทางเดิน ร่างสูงหยุดที่หน้าร้านขายน้ำผลไม้ เสียงเครื่องปั่นน้ำผลไม้ดังต่อเนื่อง เด็กสาววัยรุ่นยืนต่อแถวซื้อน้ำผลไม้ ชีวายิ้มเมื่ออ่านเมนูน้ำผลไม้ปั่น น้ำปั่นกีวีต่อด้วยน้ำปั้นรสอื่นๆ เขาทอดสายตามองคนปั่นน้ำผลไม้ที่มีมากกว่าห้าคน หนึ่งในนั้นคือ นาเดีย
ชีวาจ้องมองร่างเพรียวกำลังรับออร์เดอร์ลูกค้า เธอหั่นผลไม้และเริ่มปั่นน้ำผลไม้ที่ละแก้ว “ทำงานสองแห่งแล้วอ่านหนังสือเวลาไหน” ชีวาถอยหลังนั่งลงบนเก้าอี้ไม้เก่า เ้าของร้านชื่อป้ามินนี่มองชีวาไม่ละสายตาเช่นกัน ป้ามินนี่เดินเข้ามารับออร์เดอร์ “พ่อหนุ่มจะรับน้ำผลไม้อะไรคะ” ชีวายิ้มกว้าง “ เมนูขึ้นชื่อคือ น้ำสตอร์เบอร์รี่ใส่รัมใช่ไหมครับ” ป้ามินนี่พยักหน้า “ใช่จ๊ะ” สายตาของชีวาจับจ้องที่นาเดียคนเดียว ทำให้ป้ามินนี่เริ่มสงสัย “คุณมาหาใครในร้าน” ชีวาหัวเราะในลำคอ “เปล่าครับ” สักพักน้ำผลไม้ปั่นของชีวาในแก้วทรงสูงหมดเกลี้ยง นาเดียหายเข้าไปในห้องด้านใน ชีวารู้เเปลกใจที่เธอหายเข้าไปนาน เขาชะเง้อมองหาเธออยู่นาน “ฉันคิดว่าคุณมานั่งรอใครสักคน บอกฉันได้ไหมพ่อหนุ่ม คุณไม่ใช่คนแถวนี้ใช่ไหม” ป้ามินนียืนท้าวสะเอวตรงหน้าของชีวา “ผมมาหานาเดียครับ” ป้ามินนี่ส่ายหน้าะโเข้าไปข้างใน “ซูซาน นาเดียอยู่ไหม” พนักงานจัดโต๊ะส่ายหน้า “เธอกลับไปแล้วครับ” ป้ามินนี่ยกคิ้วมองหน้าชีวา “เธอพักที่ถนนมาริดวิน ห่างจากที่นี่สอง่ตึก บ้านเลขที่เจ็ดสิบสอง ชั้นสอง” ชีวาจดที่อยู่ของเธอลงบนฝ่ามือ “วันนี้เธอเหมือนมีความทุกข์ สงสัยขาดเงินจ่ายค่าที่พัก” ชีวาได้ยินแค่นี้เขาจับมือขอบคุณป้ามินนี่
ถนนสายเล็กชื่อมาริดวินเต็มไปด้วยคนผิวสีออกมาเล่นบาสเก็ตบอลตามทางเดิน ชีวามองหาบ้านเลขที่เจ็ดสิบสอง “ไอ้หนู พี่ถามหน่อย” ชีวาแตะบ่าเด็กวัยรุ่นกำลังปั่นจักรยาน เขายื่นที่อยู่ให้ดู “บ้านหลังสีแดงเก่าตรงนั้นครับ” ชีวาเดินเร็วตรงไปสุดซอย เมื่อเขาถึงรั้วบ้านเช่าหลังนั้น แผ่นป้ายบอกเวลาเข้าพักทำให้ชีวาไม่กล้าเดินเข้าไปข้างใน เสียงดังะโขึ้นน้ำเสียงโกรธจัดของหญิงสูงอายุผิวดำ “วันนี้เธอจะเข้าพักไม่ได้ เธอค้างคืนที่พักสองเดือนแล้ว ฉันเก็บของใช้ของเธออยู่ตรงนั้น ก่อนอื่นจ่ายเงินมาก่อนและเอาของพวกนั้นไปได้” ชีวาพยายามมองผ่านผ้าม่านลูกไม้เก่า เขาเงยหน้ามองที่ชั้นสอง ถอนหายใจ กำลังจะเดินกลับ เสียงของนาเดียดังขึ้น “คุณป้า หนูจะได้เงินค่าแรงวันที่สิบห้าของเดือนนี้ ตอนนี้หนูขอกระเป๋าเสื้อผ้าก่อนได้ไหม ของที่เหลือหนูได้เงินเดือนแล้วจะมารับไปทั้งหมด ตอนนี้หนูมีแค่สิบเหรียญ” ชีวาหันหลังกลับ “สิบเหรียญ นี่เธอสติดีหรือเปล่านาเดีย สิบเหรียญ เธอค้างเงินค่าห้องสองร้อยห้าสิบเหรียญร่วมค่าน้ำค่าไฟ ไม่ต้องพูดอะไร ออกไปได้แล้ว” ร่างของนาเดียถูกผลักออกมาอย่างแรง ชีวาผลักประตูรั้วเข้ารับร่างของเธอ นาเดียใเมื่อชีวาโอบร่างของเธอไว้ “คุณชีวา มาได้ไงคะ” ชีวาคว้าข้อมือของเธอ จูงแขนเธอเดินเข้าไปข้างในออฟฟิศเก่าๆ เ้าของบ้านใเมื่อพบร่างสูงบุกเข้ามา “คุณเป็ใคร เข้ามาที่นี่ได้ไง” ชีวาวางเงินสามร้อยเหรียญลงบนเคาน์เตอร์ “ไม่ต้องทอน แต่หาคนมายกของทั้งหมดไปที่รถของผมจอดที่ถนนไอซ์กรีน”
“เธอไม่ต้องพูดอะไรในตอนนี้ ไปกับผม” ชีวาวางกระเป๋าเงินของเธอในมือ