เป็เวลา 10กว่าชั่วโมงจากกรุงเทพฯ ถึงสนามบินเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย แม้กายจะเหนื่อยจากการเดินทางเพียงใดแต่ความตื่นเต้นและตื่นตาตื่นใจกับการได้เดินทางมาต่างประเทศครั้งแรกนี้ไม่อาจทำให้รินหยุดยิ้มได้หลังจากรับกระเป๋าเสร็จ หญิงสาวเดินไปยังทางออกพลางกวาดสายตามองหาคนที่บอกว่าจะมารับเธอถึงที่นี่
“คุณคือ...อีธานใช่ไหมคะ?” รินถามขึ้นเป็ภาษาอังกฤษด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่มั่นใจนักกับชายหนุ่มฝรั่งคนหนึ่งผู้ซึ่งหน้าตาละม้ายคล้ายกับแฟนหนุ่มออสซี่ที่เจอกันผ่านโซเชียลมีเดีย
“ใช่ครับ ผมดีใจที่ได้เจอคุณ ริน” ชายหนุ่มตอบกลับพร้อมรอยยิ้มบางๆก่อนจะดึงเธอเข้าไปสวมกอด พาให้รินตกตะลึงตัวแข็งทื่อ ก่อนจะยกมือขึ้นกอดตอบเขา
“ฉันก็ดีใจค่ะ” เธอตอบเขาเสียงสั่นด้วยความดีใจ ในเวลานี้หัวใจเธอพองโตและรู้สึกอิ่มเอมจนบอกไม่ถูกความรู้สึกคือ เบาสบายเหมือนได้ยกภาระหนักๆ ออกจากอก ต่อจากนี้ไป ชีวิตนี้คงจะพบเจอแต่ความสุขแล้วสินะ
รถยนต์คันกะทัดรัดของชายหนุ่มออกเดินทางจากสนามบินกว่าจะถึงบ้านของเขาซึ่งอยู่แถบชานเมืองก็หมดเวลาไปเกือบชั่วโมงแล้วเขาลงจากรถมาช่วยเธอขนของ รินกวาดสายตามองไปยังบ้านชั้นเดียวตรงหน้าที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นสวยงามมีสนามหญ้าเล็กๆ หน้าบ้าน ดวงตาของหญิงสาวเป็ประกาย ไม่อยากจะเชื่อว่า นี่ไม่ใช่ความฝันภาพบ้านฝรั่งสไตล์ยุโรปของจริงดูสวยกว่าในทีวีเสียอีก พอเข้าไปข้างในก็ยิ่งน่าตื่นตาตื่นใจห้องรับแขกมีเตาผิงไฟอย่างกับในหนังแน่ะ พื้นบ้านเป็พรมเกือบทั้งหมด การตกแต่งภายในดูสะอาดตาและเป็ระเบียบเรียบร้อยถ้าความสุขของเธอวัดได้ ตอนนี้มันคงจะพุ่งปรี๊ดจนทะลุเพดานไปแล้ว
“บ้านคุณสวยจังเลยค่ะ” รินเอ่ยขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น เก็บอาการไม่อยู่ รู้อย่างนี้เธอน่าจะลาออกจากงานให้เร็วกว่านี้
“ขอบคุณครับ อันนี้เป็บ้านที่ผมเช่าอยู่คนเดียวมาได้ปีกว่าแล้ว” เขาเล่าให้ฟังพร้อมกับยิ้มบางๆร่างสูงถือกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เข้าไปในห้องนอนเตียงเดี่ยวขนาดไม่ใหญ่แต่ก็ไม่เล็กมาก
“พอดีว่า ตอนนี้ห้องผมดูรกไปหน่อย ให้คุณนอนห้องนี้ไปก่อนนะครับ” คำพูดของเขาทำให้รินพยักหน้าหงึกหงักรับทันใดใจจริงแล้วเธอเองก็ยังไม่พร้อมที่จะนอนร่วมกับเขาเท่าใดนัก เพราะเธอยังรู้สึกเขินอยู่ไม่น้อยอยากจะขอเวลาศึกษาดูใจให้นานกว่านี้อีกสักหน่อย
*******************************
นี่ก็เป็ระยะเวลาสองสัปดาห์กว่าแล้วในการมาอยู่ที่ออสเตรเลียรินไม่เคยมีความสุขขนาดนี้มาก่อนเลยอีธานอุตส่าห์ลางานตั้งหนึ่งสัปดาห์เพื่อพาเธอท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็แหล่งธรรมชาติอันสวยงามซึ่งอยู่ไกลจากตัวเมืองออกไป และสถานที่ใกล้ๆอย่างในเมืองที่มีความศิวิไลซ์แต่ยังอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว ที่สำคัญคืออากาศเย็นสดชื่นสุดๆ ไม่มีมลภาวะให้กวนใจเหมือนบ้านเกิดของเธอ เหตุผลเหล่านี้สินะที่ทำให้คนมาเที่ยวหรือย้ายมาอยู่ที่เมืองนี้กันเยอะ
“ที่รัก เรามาถ่ายรูปกันก่อนค่ะ” รินเรียกแฟนหนุ่มเอาไว้ ขณะที่เขากำลังเข็นรถออกจากตัวซูเปอร์มาร์เก็ตตรงไปยังรถอีธานสีหน้างุนงงเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา หญิงสาวรีบถ่ายรูปเซลฟี่กับเขาอยู่หน้าประตูทางเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตด้วยท่าทางชื่นมื่นไม่สนเลยว่า สีหน้าเขาดูจะไม่เต็มใจขนาดไหนก็ตาม นี่ขนาดเธอถ่ายรูปกับเขาทุกวันก็ควรจะชินได้แล้วนะรินแอบคิดในใจ แม้หญิงสาวจะรู้สึกผิดนิดหน่อยที่ทำให้เขาไม่สบายใจเช่นนั้น แต่เธอจำเป็ต้องเก็บหลักฐานการอยู่ด้วยกันให้มากที่สุดเพื่อที่จะได้ขอวีซ่าย้ายประเทศได้ง่ายขึ้นอย่างไรล่ะ
“วันนี้คุณอยากทานอะไรเป็ดินเนอร์คะ?” รินเอ่ยถามชายหนุ่ม ขณะที่เขากำลังขับรถเลี้ยวออกจากซูเปอร์มาร์เก็ต
“เอาแค่พาสต้าง่ายๆ ก็ได้” เขาตอบเสียงเรียบดูไม่ใส่ใจนัก
“โอเค เดี๋ยวฉันทำพาสต้าให้คุณเอง แต่ฉันอยากทานอาหารไทยคุณช่วยแวะที่ร้านเอเชียหน่อยสิคะ จะไปซื้อวัตถุดิบ” หญิงสาวพูดเสียงอ่อยพร้อมกับจ้องหน้าเขาตาปริบๆ แต่ดูเหมือนว่า สีหน้าของชายหนุ่มจะบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิมอีธานถอนหายใจออกมาหนักๆ ก่อนจะพูดขึ้น
“ที่รัก...สัปดาห์นี้ผมขอมีเงินเก็บไว้จ่ายค่าบ้านได้ไหม? ขอโทษที่ต้องบอกแบบนั้นแต่่นี้ผมต้องประหยัดจริงๆ” น้ำเสียงของเขาดูเครียดและจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนจนคนฟังอึ้งงันตั้งตัวไม่ทัน
“ถ้างั้นก็ได้ค่ะ” รินตอบเสียงแ่ แอบรู้สึกผิดขึ้นมาทันทีเพราะที่ผ่านมานั้น เธอให้เขาเป็คนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดคนเดียวเวลาจะซื้อของสิ้นเปลืองทีไร ก็จะถูกมองตาเขียวทุกครั้ง อีธานเขาไม่ใช่คนงกอะไรหรอกแต่เขาจำเป็ต้องบริหารเงินเพื่อเก็บไว้ใช้ในอนาคต เพราะชายหนุ่มเคยบอกเธออยู่ว่าอยากจะเก็บเงินไว้ให้ได้สักก้อนเพื่อเปิดธุรกิจของตัวเอง
แต่ดูเหมือนว่าเวลาแห่งความสุขของรินกำลังจะจืดจางลงเรื่อยๆ เพราะท่าทีของชายหนุ่มเริ่มเปลี่ยนไปเขาพูดกับเธอน้อยลง ถามคำตอบคำ หลังกลับมาจากทำงานก็หมกตัวอยู่แต่ในบ้านไม่เคยชวนเธอออกไปเที่ยวข้างนอกสุดสัปดาห์อีกเลย แต่ก็มีบางวันที่เขาออกไปกับเพื่อนๆโดยไม่ได้บอกหรือชวนเธอเลยสักคำ ปล่อยให้หญิงสาวนั่งรอเขากลับบ้านจนดึกดื่น อย่างเช่นวันนี้
อีธานกลับมาถึงบ้าน่เวลาเที่ยงคืนกว่าเมื่อเห็นดังนั้นรินจึงรีบลุกออกจากโซฟาเดินไปหาร่างสูงใหญ่คิ้วเรียวของหญิงสาวขมวดมุ่น ริมฝีปากบางเม้มตรง
“ทำไมกลับดึกจังคะ?”รินเอ่ยถามเสียงขุ่น ที่ผ่านมาเธอเลือกที่จะเงียบตลอดแต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะเลวร้ายลงเรื่อยๆ เขาแทบจะไม่พูดกับเธอแถมยังออกไปเที่ยวกลางคืนบ่อยขึ้น ความอึดอัดสะสมของเธอจึงได้ล้นทะลักออกวันนี้
“ไม่ใช่เื่ของคุณ”เขาตอบกลับเสียงเรียบ ใบหน้านิ่งเฉยดูห่างเหิน นั่นทำให้คนฟังรู้สึกมีน้ำโหขึ้นมาทันใด
“หมายความว่าไง!ฉันเป็แฟนของคุณและมีสิทธิ์ที่จะรู้!ทำไมคุณถึง...”
“งั้นก็เลิกกันเถอะ!” เขาสวนกลับทั้งที่เธอยังไม่ทันได้พูดจบคำพูดของเขาทำให้รินตาเบิกกว้าง หัวใจหล่นวูบ แทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนได้ยิน
“คะ...คุณพูดว่าไงนะ?!” รินถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้งเผื่อว่า เธอจะได้ยินภาษาอังกฤษผิดไป
“พอได้มาอยู่กับคุณจริงๆแล้ว ทำให้ผมรู้ว่า เราแตกต่างกันเกินไป และผมก็พึ่งมารู้ตัวว่ายังไม่พร้อมที่จะมีใครในเวลานี้” แววตาจริงจังของเขาจับจ้องมายังเธอไม่วางตาบรรยากาศเงียบสงัดระหว่างคนทั้งสองเกิดขึ้นอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่หญิงสาวจะตัดสินใจพูดขึ้นมาทำลายความเงียบ
“คะ...คุณคงเมาแล้วแน่ๆ”รินเอ่ยเสียงสั่น หญิงสาวยังคงไม่อยากยอมรับในสิ่งที่ตนได้ยิน
“ผมไม่ได้เมาและผมคิดเื่นี้มาหลายวันแล้ว” ชายหนุ่มยืนยันเสียงหนักแน่นแต่นั่นยิ่งทำให้หัวใจของรินเจ็บจุกยิ่งขึ้นไปอีก
“ฉันทำให้คุณไม่พอใจตรงไหนหรือเปล่า?คุณบอกฉันมาตรงๆ ได้เลยนะ ฉันพร้อมจะปรับเปลี่ยนเสมอ ฮึก! ฉันขอโอกาสแก้ตัวได้ไหม?”ระหว่างที่พูดไป น้ำตาเ้ากรรมพลันไหลเอ่อออกมา เธอกลัวเหลือเกินเธอไม่อยากกลับไทยตอนนี้
“แล้วคุณมีอะไรอยากบอกผมหรือเปล่าล่ะ?” คำถามของชายหนุ่มทำให้รินสะอึกไปหญิงสาวพยายามหลบสายตาไปทางอื่น เธออึกอักพูดอะไรไม่ออก รินเลือกที่จะเงียบไปสักพักใหญ่ก่อนจะเอ่ยตอบเขาเสียงแ่
“...ไม่มี” สิ้นคำตอบของเธอ สีหน้าของชายหนุ่มพลันแปรเปลี่ยนไปทันทีเขาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ พร้อมกับแสยะยิ้มเหยียดมุมปากดวงตาคมคู่นั้นมองมายังเธอด้วยความเย้ยหยัน
“งั้นก็ดี!เยี่ยมเลย!”ชายหนุ่มพูดแบบนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงประชดประชันก่อนจะเดินกระแทกเท้าปึงปังเข้าไปในห้องนอนของตนเอง ปล่อยให้รินที่น้ำตาไหลพรากจนมือไม้สั่นเทายืนอยู่ในห้องรับแขกคนเดียว
ไม่หรอกนะ...เธอจะไม่ยอมแพ้อุตส่าห์ทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังเพื่อมาเริ่มนับหนึ่งใหม่ที่นี่ ใครมันจะยอมทิ้งความหวังไปง่ายๆล่ะ รินอดที่จะนึกถึงคำแนะนำจากเพื่อนที่ยังคงตราตรึงในใจเธอเสมอมาไม่ได้ ‘ยิ่งเดิมพันสูงก็ยิ่งคุ้ม’ คอยดูเถอะ! เธอจะทำทุกวิถีทางเพื่ออยู่ที่นี่ให้ได้!
************************************************
เปิดมา 2 ตอนก็ตึงซะล้าว ยางงายๆ
อย่าลืม! กดติดตามเพจ พิศสราญ กันนะคะ ^3^