ตอนที่ 3: สวนสมุนไพรและน้ำใจที่คาดไม่ถึง
สายลมยามสายพัดนำพากลิ่นหอมจางๆ ของพรรณไม้ลอยมาััจมูก บริเวณด้านหลังของยอดเขาสำนักวิถีเมฆาคือลานกว้างที่ถูกจัดสรรไว้เป็สวนสมุนไพริญญา แปลงดินสีเข้มถูกยกร่องอย่างเป็ระเบียบ เรียงรายไปด้วยพืชพรรณหลากชนิดที่กำลังดูดซับละอองปราณธรรมชาติ
หลินเทียนได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่รดน้ำสมุนไพรในเขตตะวันออก ชายหนุ่มยืนอยู่ริมลำธารใสสะอาด สองมือจับหูหิ้วของถังไม้โอ๊กขนาดใหญ่ที่บรรจุน้ำจนเต็มเปี่ยม สำหรับผู้ฝึกตนสายนอกทั่วไป การยกถังน้ำที่หนักอึ้งเช่นนี้เดินขึ้นเนินเขาจำเป็ต้องโคจรลมปราณเพื่อช่วยผ่อนแรง ทว่าสำหรับผู้ที่มีมวลกายาหนาแน่นและหนักอึ้งเหนือจินตนาการอย่างเขา น้ำสองถังนี้มีน้ำหนักไม่ต่างอะไรกับขนนก
ทว่าการทำตัวกลมกลืนคือสิ่งสำคัญที่สุด หลินเทียนสูดลมหายใจเข้าลึก แสร้งทำเป็เกร็งกล้ามเนื้อแขนและปรับจังหวะการก้าวเดินให้ดูเชื่องช้า คล้ายกับคนที่กำลังฝืนทนแบกรับน้ำหนักจนสุดกำลัง เหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่เขาจงใจขับออกมาผุดซึมตามไรผม
ขณะที่เขากำลังก้าวเดินไปตามทางเดินหินปู แสงแดดที่สาดส่องลงมาถูกบดบังด้วย เงา ของต้นกระบี่เวหาที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ความร่มรื่น ชายหนุ่มแกล้งทำเป็วางถังน้ำลงเพื่อหยุดพักหอบหายใจ
"หลินเทียน เ้าพักก่อนเถอะ หน้าของเ้าซีดเผือดหมดแล้ว"
น้ำเสียงนุ่มนวลและอ่อนโยนดังขึ้นจากด้านข้าง ปรากฏร่างของหญิงสาวในชุดกรอมเท้าสีฟ้าอ่อน สวมทับด้วยเสื้อคลุมบางเบา ใบหน้าของนางหมดจดงดงามราวกับหยกสลัก เส้นผมสีดำขลับถูกรวบปักด้วยปิ่นไม้เรียบง่าย นางคือ 'มู่หรงเสวี่ย' ศิษย์พี่หญิงสายนอกผู้มีจิตใจเมตตาและมักจะคอยดูแลศิษย์ใหม่ที่อ่อนแออยู่เสมอ
"ศิษย์พี่หญิงมู่หรง ข้าไม่เป็ไรขอรับ งานแค่นี้ข้ายังพอไหว" หลินเทียนประสานมือคารวะอย่างนอบน้อมพร้อมกับระบายยิ้มบางๆ
มู่หรงเสวี่ยส่ายหน้าเล็กน้อย นางเดินเข้ามาใกล้แล้วยื่นกระบวยไม้ที่ตักน้ำเย็นเฉียบส่งให้ "ดื่มน้ำก่อนเถอะ ร่างกายของเ้าไม่ได้แข็งแรงเหมือนคนอื่น หากฝืนทำจนล้มพับไป ลำบากข้าต้องแบกเ้าไปส่งที่เรือนพักอีก"
ชายหนุ่มรับกระบวยน้ำมาดื่มด้วยความยินดี ความเย็นสดชื่นไหลผ่านลำคอ ช่วยดับความร้อนจากแสงแดดได้อย่างดีเยี่ยม เขาแอบสังเกตเห็นว่าบนฝ่ามือของหญิงสาวมีรอยด้านเล็กน้อยจากการฝึกฝนกระบี่อย่างหนัก นางไม่ได้มีพร์สูงส่ง แต่กลับพยายามอย่างหนักเพื่อหยัดยืนในสำนักแห่งนี้
[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบละอองปราณบริสุทธิ์จากสมุนไพริญญาโดยรอบ ระบบกำลังทำการดูดซับอย่างช้าๆ เพื่อฟื้นฟูม่านพลังพยุงกาย ระดับพลังงานปัจจุบันเพิ่มขึ้น 0.001%]
เสียงแจ้งเตือนในหัวไม่ได้ทำให้หลินเทียนแสดงอาการผิดปกติใดๆ ออกมาทางสีหน้า การได้ทำหน้าที่ดูแลสวนสมุนไพรนับเป็ความโชคดี เพราะนอกจากจะสงบเงียบแล้ว เขายังสามารถค่อยๆ รวบรวมพลังงานเพื่อฟื้นฟูระบบได้โดยไม่ต้องออกไปเสี่ยงอันตราย
"ขอบคุณศิษย์พี่หญิงที่เมตตา" หลินเทียนกล่าวอย่างจริงใจ "สวนสมุนไพรแห่งนี้ร่มรื่นยิ่งนัก ข้ารู้สึกว่าการได้ทำงานที่นี่ทำให้จิตใจสงบลงมาก"
"หากเ้าชอบก็ดีแล้ว การบ่มเพาะวิถีเซียนไม่ได้มีเพียงการเข่นฆ่าหรือแก่งแย่งชิงดี การทำความเข้าใจธรรมชาติรอบตัวก็ถือเป็การขัดเกลาจิตใจเช่นกัน" มู่หรงเสวี่ยยิ้มตอบ พลางช่วยเขาหิ้วถังน้ำใบหนึ่งขึ้นมาอย่างเบาแรง "มาเถอะ ข้าจะช่วยเ้ารดน้ำแปลงฝั่งขวาเอง จะได้เสร็จเร็วขึ้น"
หลินเทียนไม่ได้ปฏิเสธความหวังดีนั้น เขายกถังน้ำอีกใบขึ้นมาแล้วเดินเคียงข้างศิษย์พี่หญิงไปตามร่องดิน บรรยากาศยามเช้าดำเนินไปอย่างเชื่องช้าและราบเรียบ ปราศจากการต่อสู้ ปราศจากความวุ่นวาย มีเพียงเสียงน้ำที่รินรดลงบนผืนดิน และรอยยิ้มจางๆ ที่ประดับอยู่บนใบหน้าของชายหนุ่มผู้กุมความลับอันยิ่งใหญ่เอาไว้