"จื้อเพ่ยเจ้าเป็นอะไร..." เสียงของเซี่ยซีหานทำเด็กชายออกจากภวังค์ มันยิ้มและจ้องมองจื้อเพ่ยเด็กชาย เมื่อเด็กชายได้สติเขารีบส่ายหน้าและพูดปฏิเสธ
"ไม่มีอะไรขอรับท่านอาจารย์"
"แบบนั้นก็ดีแล้ว เจ้าได้ยินที่อาจารย์พูดเมื่อกี้ใช่ไหม พวกเราจะไปร่วมงานประมูลตระกูลหลี่ ได้เวลาที่ต้องแต่งตัวดีๆ แล้ว ข้าจะไปแวะซื้อเสื้อผ้า และจะซื้อฝากเด็กๆ ทุกคนด้วย อีฝานนางคือหญิงสาวที่ตัวใหญ่มาก การให้นางใส่แต่ชุดของผู้ชายนั้นดูไม่ดี ข้าควรเลือกชุดให้นางหลายตัวหน่อย ส่วนจื้อเยว่... ข้าก็ต้องเลือกชุดน่ารักน่ารักให้นางเช่นกัน ลูกสาวข้านางเหมือนตุ๊กตา" เซี่ยซีหานเรียกจื้อเยว่เด็กหญิงเป็นลูกของตัวเองอย่างไม่เก้อเขิน
"ท่านอาจารย์ข้ารู้ว่าจื้อเยว่ชอบชุดแบบไหน"
"งั้นดีเลย เราไปกันเถอะ"
"อืม" จื้อเพ่ยส่ายหน้ามองแผ่นหลังของเซี่ยซีหานที่เดินนำไป เขามองสารมุมเมืองครู่หนึ่ง จากนั้นก็เก็บมันเข้ากระเป๋า รอยยิ้มที่มุ่งมั่นของจื้อเพ่ยปรากฏ พร้อมร้องตะโกนว่าท่านอาจารย์รอข้าด้วย
...
เดินตามมุมเมือง ด้วยความที่มีเวลาว่างมาก ก่อนที่งานประมูลจะเริ่มพรุ่งนี้ เซี่ยซีหานอยากปรับปรุงการแต่งตัวของเขา
เซี่ยซีหานรับรู้ว่าการแต่งตัวของตัวเองนั้น ดูธรรมดามากเกินไป และนั้นก็มักนำปัญหาเล็กๆ น้อยๆ มาให้ตัวเองเสมอ เช่นการไม่ได้รับการต้อนรับอย่างดี และการถูกเข้าใจผิดว่าเป็นลูกกระจ๊อกของใครบางคน
ถ้าตัวเซี่ยซีหานยากจน ตัวมันจะอดทนกับสิ่งที่เกิดขึ้น
แต่ไม่ใช่กับตอนนี้ ที่มันรู้สึกว่าตัวเองร่ำรวย ในฐานะของคนที่เกิดในศตวรรษที่ 21 เซี่ยซีหานรู้ว่า การมีเสื้อผ้าหรือการแต่งกายที่ดีสำคัญแค่ไหน ในกลุ่มเพื่อนชายของเซี่ยซีหานมีคำพูดว่า แฟนสาวของนายจะสวยขนาดไหน มันขึ้นอยู่กับว่านายขับรถอะไร และมีบ้านหลังใหญ่แค่ไหน
ส่วนหนึ่งเซี่ยซีหานคิดว่ามันเป็นจริง
ดังนั้น มันจะไม่ละเลยการแต่งตัว บ้านเมืองในโลกใบนี้เป็นระเบียบมากกว่าที่คิด แต่อาจจะติดปัญหาเล็กๆ นั่นคือ มันเบียดเสียดกันมากไป มีแต่บ้านที่เป็นตึกแถวเสียส่วนใหญ่ แต่นี่ก็ช่วยไม่ได้ ในโลกที่มีสัตว์ปีศาจ ตัวเมืองจำต้องมีกำแพงล้อมรอบ ที่ดินในตัวเมืองจึงมีจำกัด บ้านแบบตึกแถวจึงเป็นที่นิยมมาก
ด้วยความที่โลกใบนี้มีผู้วิเศษและผู้ฝึกพลังปราณ ทำให้การก่อสร้างบ้านขนาดใหญ่ที่แข็งแรงไม่ค่อยมีปัญหาอะไรนัก พวกเขามีวิธีเป็นร้อยวิธีที่จะเปลี่ยนพลังวิเศษ หรือพละกำลังของตัวเองเป็นบ้านสักหลัง
อย่างเช่นบ้านหลังเล็กของเซี่ยซีหาน เวลาทั้งหมดในการก่อสร้างคือหนึ่งวัน ชายทุกคนที่สร้างบ้านให้เซี่ยซีหาน สามารถแบกต้นไม้ขนาดพอดีมือขึ้นไหล่ได้ด้วยตัวคนเดียว บางคนก็มีพลังวิเศษในการก่อธาตุดินเช่นเดียวกับเซี่ยซีหาน บ้านจึงสร้างไม่ยากเลย
สิ่งที่เซี่ยซีหานชอบเวลาที่เข้าเมือง นั่นคือการได้ชื่นชมสถาปัตยกรรม ในฐานะนักวาดการ์ตูนในอดีต การได้เห็นบ้านที่มีเอกลักษณ์แปลกๆ ของโลกใบนี้ สร้างความประทับใจและจินตนาการให้เซี่ยซีหานได้มาก จนบางครั้งมันอยากจะนั่งลงและวาดสิ่งต่างๆ ที่ได้พบเห็นเก็บไว้
จุดเด่นของบ้านทุกหลังในเมือง ที่ได้รับการป้องกันอย่างดี คือการมีวงจรเวทย์เล็กๆ ถูกแกะสลักเอาไว้ที่หน้าบ้าน ด้วยวงจรเวทมนตร์นี้ มันจะดึงดูดพลังธรรมชาติของโลก แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงาน ทำให้ในตัวบ้านจะมีแสงสว่างจากผลึกหินที่ติดตามฝ้าเพดาน วงจรเวทย์เส้นเล็กลากไปถึงผลึกหินเปล่งแสงเหล่านั้น
ทำให้ค่ำคืนในตัวเมืองจะระยิบระยับ จนเมื่อมองไกลๆ เหมือนเห็นเป็นแสงดาว มันงดงามไปอีกแบบ โลกของผู้วิเศษราวกับเป็นดินแดนที่ไม่มีการหลับใหล
ตอนนี้เกือบค่ำแล้ว เซี่ยซีหานซื้อของมากมาย
แต่ที่นี่กลับยิ่งมีชีวิตชีวา ถนนหลายสายมีคนขายของข้างทางมากมายเหลือเกิน
จื้อเพ่ยเด็กชายมองเซี่ยซีหาน ที่ตอนนี้เขายืนยิ้มอยู่มุมสงบ มองผู้สัญจรไปมาอย่างเงียบๆ เมื่อเวลาใกล้ค่ำคืนมากขึ้นเรื่อยๆ
"ท่านอาจารย์ ท่านชอบดูวิถีชีวิตของผู้คนหรือขอรับ" จื้อเพ่ยถามอย่างสงสัย สำหรับจื้อเพ่ย เซี่ยซีหานคล้ายคลังความรู้ อันไร้จุดจบของเด็กชาย
"การมองดูผู้คน ทำให้ข้าสัมผัสถึงการมีชีวิตจริงๆ และทำให้อาจารย์รู้สึกว่า ตัวเองไม่ได้อยู่ในโลกแห่งความฝัน"
"ข้าไม่เข้าใจที่ท่านอาจารย์พูด" จื้อเพ่ยพูดอย่างหงุดหงิดตัวเอง เด็กชายพยายามตีความทุกอย่างที่เซี่ยซีหานพูด
เซี่ยซีหานยกมือขึ้นลูบศีรษะจื้อเพ่ย
"จงอย่าได้ตีความทุกสิ่ง แต่จงใช้หัวใจรับรู้" จื้อเพ่ยดวงตาเป็นประกาย เขารีบเปิดกระเป๋าและหยิบสมุดจดของตัวเองอีกแล้ว
เซี่ยซีหานเริ่มชินกับนิสัยแปลกๆ ของศิษย์ตัวเองแล้ว
...
"ช่วยด้วย ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยข้าที" เสียงของหญิงสาวนางหนึ่งดัง นางวิ่งออกมาจากอาคารที่ดูใหญ่โตและพิเศษด้วยความร้อนรน อาคารนี่เหมือนผับบาร์ของคนรวย มันมีแสงสว่างและสีสันแปลกตา แต่มันก็ดูหรูหราด้วยการตบแต่งอย่างดี ที่นี่มองดูจากภายนอกก็รู้ว่าเป็นสถานที่ของชนชั้นสูง
"กลับเข้าไปเดี๋ยวนี้" เสียงชายร่างใหญ่คนหนึ่งพูดดัง ก่อนที่จะมีชายอีกหลายคนวิ่งกรูกันออกมา
ร่างหญิงสาวสั่นไหวไม่หยุด เมื่อนางเห็นคนวิ่งตามออกมา นางพยายามจะวิ่งหนีต่อ เซี่ยซีหานมองไปที่หญิงสาว ชุดของนางดูน้อยชิ้น มันวิ้งวับไปด้วยเครื่องประดับมีราคา แต่การแต่งตัวของนางใกล้เคียงกับคำว่าโป๊เปลือยมาก
หลังกลุ่มชายวิ่งกรูออกมา ชายหนุ่มคนหนึ่งก็เดินออกมาตาม เขาดูพิเศษ
"นางตัวดี! เจ้าทำให้ข้าเสียเวลา"
สตรีนางนั้นมองชายหนุ่มที่ร่างออกไปทางอวบอ้วน มือทั้งสองข้างของเขาทั้งห้านิ้ว ต่างมีแหวนอัญมณีสวมอยู่
หญิงสาวกลัวชายคนนี้มาก นางถูกจับตัวได้อย่างรวดเร็วด้วยกลุ่มชายฉกรรจ์ น้ำตานางไหลอาบหน้าไม่หยุด
มองไปที่เท้าของนางจะพบว่า มันดูน่าสังเวชมาก มันเจิ่งนองไปด้วยเลือด แม้นางไม่ใส่รองเท้า แต่เลือดก็ไม่ควรไหลมากขนาดนี้ หากเผลอเหยียบเศษแก้วหรือของมีคมเล็กๆ และเพราะเท้าที่เป็นแบบนี้ นางจึงไม่อาจจะวิ่งหนีได้ไกลและเร็ว
เซี่ยซีหานมองเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้น เขาค่อยๆ ก้าวเข้าไปในฝูงชน
"นายท่าน ได้โปรดให้ข้าได้ตาย ให้ข้าได้ตายด้วยเถอะ อย่าให้ข้าต้องทรมานอีกเลย..."
คำพูดของหญิงสาวคนนี้ ทำให้จิตใจของเซี่ยซีหานสลด นางต้องพบเจออะไรจึงทำให้นางเลือกที่จะตายดีกว่าที่จะมีชีวิต
ชายร่างอ้วนมองนาง มือของเขาบีบแก้มนางจนแทบจะเป็นรอยมือ จากนั้นเขาก็ถุ้ยน้ำลาย ก่อนพูดราวกับนางไม่ใช่คน
"ตาย... ตายงั้นเหรอ เจ้ามันตลกเกินไปแล้วนางตัวดี ข้าเสียเงินเพื่อซื้อเจ้ามา เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าตายง่ายๆ งั้นเหรอ จนกว่าจะจบการเดิมพันของข้า แม้เจ้าจะอยากตาย เจ้าก็ไม่อาจจะตายได้ จงไปเดินบนบันไดมีดให้จบ ข้าได้เดิมพันไปแล้วว่า เจ้าเดินผ่านมันได้!!! ต่อให้เจ้าตาย เจ้าก็ต้องทำนังตัวดี!!!"
เสียงที่แผดดังของชายอวบอ้วน ทำให้ผู้คนเดาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในทันที
เสียงคนรอบด้านดังเข้าหูเซี่ยซีหานอย่างอ่อนแรง พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะพูดเสียงดัง เพื่อนิทานชายร่างอวบอ้วนคนนี้
และเซี่ยซีหานก็รับรู้ว่า นี่ไม่ใช่เรื่องที่พึ่งเกิดครั้งแรก
จากบทสนทนาของชาวเมืองทั่วไป ทำให้เซี่ยซีหานรับรู้ว่า ชายอวบอ้วนคนนี้ คือบุตรชายของเจ้าของร้ายอัญมณีใหญ่แห่งหนึ่ง เขาชอบทารุณหญิงสาวด้วยการเดิมพันแปลกๆ บางครั้งก็เอาเหล็กไฟนาบร่าง บางครั้งก็เอามีดกรีดเนื้อพวกนาง คนพวกนี้ทำกับพวกนางราวกับไม่ใช่มนุษย์
แต่ทำไม... จึงไม่มีใครทำอะไรพวกเขา เซี่ยซีหานสับสน เจ้าเมืองและคนที่ดูแลเมืองนี้ไปไหนหมด
ไม่ช้าก็คล้ายมีชายต่างเมืองที่โง่ไม่รู้ความแบบเซี่ยซีหาน พูดถามสหายของตัวเอง
"ทำไมจึงไม่มีใครช่วยเหลือหญิงสาวที่น่าสงสารผู้นั้น"
"สหายข้า ตัวเจ้านั้นไม่รู้อะไร นั่นเพราะเจ้าพึ่งมาถึงอาณาจักรไม้หมื่นกิ่งได้ไม่นาน ที่แห่งนี้ 'ทาส' จะไม่ถูกนับว่าเป็นคน และคนที่อยู่นอกเขตเมืองที่ไม่มีโทเคน หากพวกเขาถูกชนชั้นสูงหรือผู้มีเกียรติจับได้ พวกเขาจะถูกประทับตราทาส นี่คือกิจกรรมที่ชนชั้นสูงของที่นี่นิยมทำกัน"
"เหตุใดจึงป่าเถื่อนเช่นนี้" ชายผู้ไม่รู้ความพูดต่ออย่างงงงัน เขามาจากอาณาจักรชั้น.สอง สิ่งเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้น
"เรื่องนี้ไม่มีใครช่วยได้ ตอนนี้เจ้าปกครองอาณาจักรไม้หมื่นกิ่ง เขาไม่มีรากฐานที่มั่นคงพอ หลายปีมานี้เกิดการรบระหว่างอาณาจักร การควบรวมและการยอมรับกฎของผู้แข็งแกร่ง อาณาจักรกว้างใหญ่ คนที่ต้องใช้ในการดูแลและปกครองก็มีจำนวนมาก มันมากจนถึงบางครั้งอาณาจักรต้องเลือกใช้กองกำลังที่ไม่ต่างจากโจร มาช่วยดูแลผลประโยชน์ของตัวเอง คนชนชั้นสูงก็แบบนี้ หากเขามีประโยชน์ต่ออาณาจักรมากพอ เจ้าอาณาจักรก็ยอมปิดตาข้างหนึ่งเพื่อพวกเขา เหมืองผลึกน้ำเงินจำต้องมีคนดูแลและขนส่งให้เจ้าอาณาจักร ดังนั้น กลุ่มคนที่มีกองกำลังของตัวเอง พวกเขาจึงเย่อหยิ่งและทำตัวเช่นนี้ได้ พ่อของชายคนนั้นนอกจากเขาจะเป็นผู้วิเศษ แต่เขายังมีกองกำลังดูแลเหมืองขนาดใหญ่ของอาณาจักร ดังนั้น บุตรชายของเขาจึงได้รับการปฏิบัติที่เป็นพิเศษ"
เซี่ยซีหานเข้าใจเรื่องในบัดดล
...
ในขณะที่ชายร่างอวบอ้วนกำลังจิกเส้นผมหญิงสาว และลากเธอเดินไปด้วย มือของเซี่ยซีหานก็กุมมือชายคนนั้นไว้
"สหาย..." น้ำเสียงของเซี่ยซีหานฟังดูอบอุ่น เขาจ้องมองชายอวบอ้วนที่ตอนนี้ดูอารมณ์ร้าย