เกิดใหม่เป็นหญิง!?

    Ch.7 ปลุกพลังมานาล่ะ! (1)

    ภาพของท่านปู่และท่านย่าของอาร์ทีเมีย กดดูที่รายละเอียดของนิยายนะครับ


    สองวันผ่านไป..."อาร์ทีเมีย หลานเตรียมของครบหรือยังคะ?"ผมที่ตอนนี้ยิ้มหน้าแป้นอยู่หน้าคฤหาสน์ก่อนที่จะพูดตอบเจ้าของคำถาม.."เตรียมของครบแล้วค่ะ ท่านย่า!"เจ้าของคำถามที่ว่าก็คือท่านย่านั่นเอง..ที่ท่านย่ามาหาผมนั้นก็เพราะว่าท่านมาดูพรสวรรค์ของผมเนื่องจากพิธีนี้ค่อนข้างสำคัญไม่น้อยดังนั้นพิธีนี้ส่วนใหญ่จะมีพ่อแม่ของเด็กที่ร่วมพิธีปลุกพลังมานาด้วยส่วนหนึ่งก็เพราะมาพบปะมิตรสหายอีกส่วนหนึ่งก็คงมาเพื่อสานสัมพันธ์"ท่านปู่ละคะ?"ผมถามท่านย่าไปแบบนั้นเพราะว่าไม่เห็นท่านปู่เลยน่ะสิ.. ท่านปู่ไม่ได้มาคงติดงานละมั้ง?"ปู่ของหลานติดราชกิจจากองค์จักรพรรดิให้ไปทางเหนือของอาณาจักรค่ะ..""อ่อ.. ปู่ฝากบอกคิดถึงหลานด้วยนะคะ""งื้อ~"ผมส่งเสียงครางในลำคอตอบก่อนจะเดินเข้าไปเกาะขาท่านย่า..ซึ่งผมสูงแค่ต้นขาท่านย่าเลยต้องเงยหน้ามองท่านย่าที่เอามือลูบหัวผมด้วยความเอ็นดูผมอ้อนท่านย่าน่ะ.. ไม่ใช่เพราะความคิดถึง..จริงๆนะ.."ไปกันเถอะ.."หลังจากนั้นท่านย่าก็อุ้มผมขึ้นรถม้าก่อนที่ท่านแม่จะตามขึ้นมาพร้อมกับท่านย่าหลังจากนั้นพวกเราก็ออกเดินทางทันที..
    ใช้เวลาไม่นานผมก็มาถึงโบสถ์ที่ทำการปลุกพลัง..ในตอนนี้บรรยากาศรอบๆมีขุนนางทั้งชั้นสูงต่ำจำนวนมากและสามัญชนอีกนับไม่ถ้วน..พร้อมกับนายทหารมากมาย..ซึ่งทหารที่ว่านี้กำลังเคลียร์ทางให้รถม้าของผมอยู่..สาเหตุก็เพราะว่าผมเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของคนใหญ่คนโตที่เทียบเคียงได้ราวกับจักรพรรดิมาเสด็จมาเลยล่ะมั้ง?ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมเห็นเหล่าขุนนางมากมายกำลังมองมาที่รถม้าที่ผมนั่งอยู่กับท่านแม่และท่านย่าอ่อ.. รวมถึงสามัญชนคนธรรมดาด้วยนะ..นั่นทำให้ผมประหม่าไม่น้อย..ผมไม่ชอบอยู่เป็นเป้าสายตาขนาดนี้นี่นา..ถึงโลกก่อนผมจะเป็นนักแข่งเกมส์ที่ต้องอยู่บนเวทีแข่งนับไม่ถ้วนก็เถอะ..
    ในที่สุด.. ผมก็มาถึงก่อนจะลงจากรถม้าพร้อมกับท่านแม่และท่านย่าเดินจูงมือไปยังที่นั่งรอ..ก่อนจะพบกับท่านพ่อ..ท่านพ่อนั่งอยู่บนที่นั่งอันดับสอง.. ซึ่งมีคนนั่งอยู่ข้างๆท่านพ่อ..ดูเหมือนจะเป็นสหายของท่านพ่อหรอ?ผมเหม่อมองท่านพ่อที่ตอนนี้กำลังพูดคุยกับสหาย..ก่อนที่ท่านพ่อจะละสายตามาสบตากับผมพร้อมกับโบกมือเบาๆ ให้กับผมผมยิ้มพร้อมกับโบกมือตอบท่านพ่อก่อนที่ท่านแม่จะพาผมไปที่นั่งที่มีเด็กน่าจะหลายร้อยคนแหละ.."อาร์ทีเมีย มานั่งนี่สิ.."ท่านแม่ตบเบาะข้างๆ ก่อนที่ผมจะไปนั่งอยู่ตรงนั้นพร้อมกับท่านย่าที่เดินมานั่งประกบข้างสาเหตุที่ว่าทำไมท่านย่ากับท่านแม่ถึงมานั่งข้างๆผมล่ะก็..เพราะที่นั่งที่ว่าเป็นที่นั่งพิเศษน่ะสิ!ทำให้เด็กๆที่นั่งอยู่นั้นมองมาที่ผมจุดเดียว..ก่อนที่ผมจะมองพร้อมส่งยิ้มกลับไปแต่เด็กก็ก้มหน้าหนีโดยเฉพาะเด็กผู้ชาย..ส่วนผู้หญิงก็มองผมด้วยสายตาแปลกๆ.. เหมือนคนหลงใหลอะไรสักอย่าง..ช่างเถอะ.. ก่อนที่ผมจะตั้งใจรอเวลาเริ่มการปลุกมานาด้วยความตื่นเต้น..
    หลังจากที่ผมรอได้สักพักก็มีชายแก่ใส่ชุดสีขาวพร้อมกับเสื้อคลุมสีขาวขอบทองและมีลวดลายปักเป็นสีทองคำชายแก่ที่ว่ายังสวมหมวกทรงสูงที่มีลวดลายสีทองเช่นเดียวกับชุดกำลังถือไม้เท้าเดินขึ้นลานกว้าง..error loadedขออนุญาตใช้ภาพแทนคำอธิบาย"อะแฮ่ม..""ยินดีต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน.."ชายแก่ที่ว่าน่าจะเป็นบาทหลวงของโบสถ์พูดขึ้นก่อนจะผายมือไปยังลานกว้างข้างๆ"วันนี้คือวันสำคัญ""เป็นวันที่จะเป็นจุดกำหนดชีวิตของบุตรหลานทุกท่าน""ขอให้พวกท่านยอมรับลูกของท่าน""ไม่ว่าลูกของท่านจะเป็นอย่างไรก็ตาม!"หลังบาทหลวงว่าแล้วก็มีกลุ่มสาวกของโบสถ์เดินมาพร้อมกับคริสตัสทรงกลมขนาดใหญ่ราว 2 เมตรก่อนที่กลุ่มสาวกนั้นจะวางคริสตัสไว้บนลานข้างๆบาทหลวงเมื่อคริสตัสถูกจัดวางเรียบร้อยแล้วนั้นบาทหลวงก็กล่าวคำเปิดพิธีปลุกมานาก่อนที่บาทหลวงจะเดินลงจากลานกว้างซึ่งหลังจากที่บาทหลวงเดินลงจากลานกว้างแล้วนั้นก็มีกลุ่มสาวกที่เดินขึ้นมาพร้อมกับใบรายชื่อก่อนที่จะประกาศออกมา"หมายเลข 1 ไวเปอร์ ฟวอคิส!""เชิญขึ้นเวที"สิ้นเสียงประกาศก็มีเด็กชายที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดลุกขึ้นก่อนจะเดินอย่างมาดมั่นขึ้นเวทีก่อนที่สาวกนั้นจะพาเด็กที่ชื่อไวเปอร์ไปที่คริสตัสพร้อมกับให้เขานั้นแตะมือบนที่คริสตัส.....วู๊ดดดด~!!หลังจากที่เด็กชายแตะบนคริสตัสได้ราว 3 วินาทีคริสตัสก็เปร่งแสงสีแดงส้มเรืองรองออกมา"ธาตุที่เข้ากันได้.. ธาตุไฟ""ความเข้ากันได้ของมานา.. ขั้นกลางค่อนสูง!!"เมื่อคริสตัสเปล่งแสงออกมานั้นสาวกที่รับหน้าที่ประกาศก็ส่งเสียงตะโกนบอกถึงคุณลักษณะของธาตุเด็กชายไวเปอร์เมื่อได้ยินก็เชิดหน้าอย่างหยิ่งทะนง.. ก่อนจะเดินลงจากลานกว้างไปนั่งประจำที่ของตัวเอง..ก่อนที่เด็กทั้งหลายจะเริ่มซุบซิบกันกับเหล่าเพื่อนสหายที่มาด้วยกันหรือทำความรู้จักกันทีหลังจนก่อเป็นเสียงเซ็งแซ่!สาวกคนนั้นรอให้เสียงซาลงไปก่อนที่จะเริ่มประกาศรายชื่อคนที่สอง"หมายเลข 2 คริส เมลเลอร์!!".."หมายเลข 3 เฟรซ เทรย์เวอร์!""หมายเลข.. 4 ...""หมายเลข 5.."การดำเนินการปลุกมานาและธาตุที่เข้ากันได้ของเหล่าเด็กรุ่นใหม่เป็นไปอย่างรวดเร็ว"หมายเลข 76!! ฟีลีซ เดอะ การ์เดี้ยน!!"คราวนี้เกิดเสียงดังระหมพร้อมกับร่างของเด็กชายที่หน้าตาหล่อเหลาใบหน้าคมเข้ม จมูกโด่งสัน ผมสีดำสนิท ดวงตาเขียวร่างกายเป็นไปด้วยกล้ามเนื้อที่ผ่านการฝึกฝนอย่างดี..เด็กชายชื่อ ฟีลีซ เดินขึ้นไปบนลานกว้างก่อนที่จะเอื้อมมือแตะคริสตัสโดยไม่รอสาวกของโบสถ์พูดerror loadedฟีลีซ เดอะ การ์เดี้ยน"ท่านแม่.. ทำไมเด็กกับคนที่มางานถึงจ้องจะเป็นจะตายเลยล่ะ?"ผมหันไปถามท่านแม่ของผมเมื่อเห็นว่าทุกคนไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ขุนนางทั้งหลายต่างจับตามองเด็กคนนี้และแน่นอนว่าท่านแม่เองก็จับตามองเด็กคนนี้ไม่ละสายตาเลยทีเดียว แต่เมื่อได้ยินคำถามของผมก็หันมาตอบคำถามผม"เด็กคนนี้..""เป็นเด็กที่เกิดจากตระกูลเก่าแก่ที่ได้รับตำแหน่งเป็นองครักษ์องค์จักรพรรดิที่ตั้งแต่อาณาจักรถือกำเนิดค่ะลูก อาร์ทีเมีย"ท่านแม่ยิ้มตอบผมก่อนที่จะหันไปสนใจเด็กชายที่ว่าต่อ..
    ...หลังจากที่เด็กชายวางมือบนคริสตัสนั้นได้ครู่หนึ่งก็ยังไม่เกิดแสงใดๆสว่างขึ้นสักนิด..จนสาวกที่ทำหน้าที่นั้นจะเอ่ยปากประกาศนั้น..วู๊ดดดดด!!แสงสีเขียวเข้มก็เปร่งออกมา ก่อนที่มันจะเปร่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ..จนในที่สุด..เพล๊งงง!!ลูกแก้วคริสตัวระเบิด!!ลูกแก้วคริสตัสที่ทำหน้าที่ตรวจสอบธาตุและความเข้ากันได้ของเหล่าเด็กๆและมานานั้นแตกเป็นสะเก็ด!"..."ทุกอย่างบนลานกว้าง ไม่สิ.. ทุกคนที่อยู่ในพิธีนั้นไม่กล้าส่งเสียงขึ้นมาสักคน..แต่ละคนนั้นมีหน้าตาที่ประหลาดใจ.. ดีใจ.. สับสน.. หรือแม้กระทั่งอิจฉาริษยาก่อนที่เด็กชายคนนั้นจะเดินกลับเข้าที่นั่งของตัวเอง.. แต่ฟีลิีซก็ไม่วายหันหน้ามาทางอาร์ทีเมีย..พร้อมกับรอยยิ้มสดใส(?)
    จนเมื่อฟีลีซนั่งลงที่นั่งแล้วนั้น ทั่วทั้งโบสถ์ก็ส่งเสียงเซ็งแซ่ถึงเหตุการณ์ไม่คาดฝันว่าจะเกิดขึ้น..และด้วยเสียงดังนั้นทำให้เหล่าสาวกได้สติก่อนจะอ้าปากหายใจเข้าพร้อมกับประกาศออกมาด้วยเสียงอันดัง!"ฟะ.. ฟีลิซ!""ธาตุลม!!""ความเข้ากันได้มานา.. ไม่สามารถประเมินได้!!"