บทที่ 3 ตามที่คุณปรารถนา
‘ลู่ซานเหอ’ ที่เพิ่งทานอาหารเช้าเสร็จรีบเดินออกมาจากด้านหลังของจ้าวชุยฮวา เมื่อได้ยินประโยคนั้นแล้วก็รู้สึกใจนตาโต
เขามองใบหน้าของโจวหลีอันด้วยความสงสัย แล้วพูดออกมาโดยไม่ทันคิด "คุณเป็บ้าไปแล้วเหรอ?"
ยัยนี่กล้ามาขอเงินแม่ของเขางั้นเหรอ? ต้องรู้ไว้ว่าในโลกนี้ นอกจากเขาและพี่ชายรองแล้ว ก็มีแต่แม่ของเขาเท่านั้นที่ชอบไปขอเงินคนอื่น!
ไม่ใช่แค่ลู่ซานเหอที่คิดว่าโจวหลีอันบ้าไปแล้ว คนอื่น ๆ ที่อยู่ในที่นั้นก็คิดเช่นเดียวกัน
จ้าวชุ่ยฮวาเป็หญิงปากจัดที่มีชื่อเสียงไปทั่วละแวกนี้ ไม่เคยมีใครได้ผลประโยชน์อะไรจากมือของเธอเลย ป้าหลี่ที่ตามมาดูเหตุการณ์ กังวลว่าพี่น้องตระกูลโจวจะเสียเปรียบ จึงรีบกลับไปตามแม่โจวมา
แม่โจวที่กำลังล้างจานอยู่ที่บ้าน เมื่อได้ยินป้าหลี่บอกว่าลูกสาวของเธอไปเรียกร้องเงินจากจ้าวชุ่ยฮวา ก็ใจนทำจานหล่นกลับลงไปในอ่างล้างจาน
เมื่อเช้านี้ลูกสาวของเธอดูแปลกไปจากปกติเล็กน้อย คิดว่าคงถูกจางเฉี่ยวลี่บีบบังคับ ถ้าไม่ใช่เพราะคนคนนี้พูดจาไร้สาระอยู่ทั้งวัน ลูกสาวสุดที่รักของเธอจะคิดสั้นไปขอเงินจากจ้าวชุ่ยฮวาได้อย่างไร!
แม่โจวตอนนี้ก็ไม่สนใจจานที่ล้างแล้ว รีบไปเรียกสามีและลูกชายคนโต เตรียมตัวไปหาลูกสาว
ส่วนจางเฉี่ยวลี่นั้น ไม่ต้องหวังพึ่งพาอะไรหรอก
ความจริงแล้วจางเฉี่ยวลี่ก็แอบฟังอยู่ั้แ่ตอนที่ป้าหลี่มาที่บ้านแล้ว หลังจากฟังจบเธอก็รู้สึกว่าโจวหลีอันคงบ้าไปแล้ว
อย่าคิดว่าวันนี้พูดชนะเธอแล้ว จะทำให้ได้ผลประโยชน์อะไรจากบ้านตระกูลลู่!
จางเฉี่ยวลี่ ขอทิ้งคำพูดไว้แค่นี้วันนี้ ถ้าโจวลี่อันขอเงินได้สำเร็จฉันจะยอมให้เธอเรียกฉันว่าป้าเลย!
จางเฉี่ยวลี่คิดไปคิดมา เธออยากให้โจวหลีอันถูกจ้าวชุ่ยฮวาเอาเปรียบบ้างก็ดีเหมือนกัน
จะได้รู้จักประมาณตนว่ามีความสามารถแค่ไหนถึงกล้าไปหาเขาถึงที่ อย่างไรก็ตามเธอเองก็อยากไปเห็นความวุ่นวายนี้กับตา
ตระกูลโจวทั้งครอบครัวออกไปกันหมด ดังนั้นจึงไม่มีใครสังเกตเห็นว่านิ้วก้อยข้างซ้ายของลู่เยี่ยนโจวที่อยู่ในภาวะผักขยับขึ้นเล็กน้อย
กลับมาที่ฝั่งตระกูลลู่ เมื่อจ้าวชุ่ยฮวาได้ยินว่าโจวหลีอันมาหาเธอเพื่อขอเงิน เดิมทีเธอรู้สึกโกรธมากอยู่แล้ว
จนกระทั่งได้ยินลูกชายคนเล็กของเธอพูดออกมาว่า 'คุณบ้าไปแล้วเหรอ' อารมณ์ของเธอก็ดีขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ
เธอกลายเป็คนที่รู้สึกภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก ใช่แล้ว! เธอคิดว่าไม่มีใครบนโลกนี้สามารถเอาเปรียบเธอได้
เมื่อเห็นโจวหลีอันนั่งอย่างสงบนิ่งอยู่หน้าประตูบ้านของเธอ จ้าวชุ่ยฮวาก็เริ่มหายโกรธลง เธอเพียงแต่กอดแขนอวบ ๆ ของตัวเองแล้วถามกลับอย่างดูถูกไปยังโจวหลีอัน "ได้ยินชัดไหมว่าลูกชายฉันพูดอะไร?"
"ได้ยินชัดเจนเลยล่ะ" โจวหลีอันปัดฝุ่นที่ไม่มองไม่เห็นบนเสื้อผ้าของเธอ แล้วพูดอย่างช้า ๆ ว่า "คุณไม่ให้ใช่ไหม? งั้นฉันก็คงต้องไปขอจากกองพันทหารที่อำเภอสินะ"
เมื่อได้ยินโจวหลีอันพูดถึงกองพันทหาร หัวใจของจ้าวชุ่ยฮวาก็เต้นแรงขึ้นทันที
จากนั้น เธอเห็นโจวหลีอันพูดต่อด้วยสีหน้าไร้เดียงสาว่า "การที่ฉันไปกองพันทหารไม่ใช่เื่เล็ก แต่ว่าตำแหน่งรองผู้จัดการโรงงานของลูกชายคนรอง คุณจะรักษาไว้ได้หรือเปล่า อันนี้ฉันก็ไม่รู้นะ ฮ่า ๆ "
"เธอกล้าเหรอ!" จ้าวชุ่ยฮวาได้ยินเช่นนั้นจึงโกรธจนแทบะเิ
นี่มันการข่มขู่อย่างโจ่งแจ้งชัด ๆ !
"หนอยย นังตัวดี! ฉันจะฉีกเธอเป็ชิ้น ๆ "
พูดจบ จ้าวชุ่ยฮวาก็พับแขนเสื้อขึ้นพร้อมจะเข้าไปต่อยตีโจวหลีอัน
ขณะเดียวกันแม่โจวที่รีบร้อนวิ่งมาถึง ก็เห็นภาพเหตุการณ์แบบนี้พอดี
"จ้าวชุ่ยฮวา คุณอยากตายเหรอ? กล้าดียังไงมาตีลูกสาวฉัน แน่จริงก็มาตีกับฉันแทนสิ" แม่โจวะโจบ แล้วก็พุ่งเข้าไปตบหน้าจ้าวชุ่ยฮวาอย่างแรงสองที
จ้าวชุ่ยฮวาถูกตบจนงงไปหมด เป็เวลานานกว่าที่เธอจะตั้งสติได้
ทุกครั้งก่อนหน้านี้เธอมักจะเป็ฝ่ายลงมือก่อนเสมอ
พอจ้าวชุ่ยฮวาได้สติกลับมา ใบหน้าของเธอก็เจ็บแสบร้อนไปหมดแล้ว ขณะนี้ใบหน้าของเธอบวมขึ้นจนดูเหมือนหัวหมู!
คุณสามารถจินตนาการได้ว่า แม้แต่ใบหน้าของจ้าวชุ่ยฮวาที่หนาเตอะมากขนาดนั้นยังถูกตบจนบวม แม่โจวใช้แรงมากแค่ไหนกัน? ซึ่งในนี้อาจมีความแค้นส่วนตัวอยู่บ้าง อย่าคิดจะมารังแกลูกสาวของเธอเชียวล่ะ!
จางเฉี่ยวลี่ที่ตามมาดูเหตุการณ์อยู่ข้าง ๆ เห็นสภาพอันน่าสงสารของจ้าวชุ่ยฮวา กลับรู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก นี่เป็ครั้งแรกที่เห็นแม่สามีทำร้ายคน ไม่นึกว่าจะโหดร้ายขนาดนี้
จ้าวชุ่ยฮวาที่ได้สติกลับมา ก็ะโด่าออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ หวังกดตัวแม่โจวไว้เพื่อตี
แต่ยังไม่ทันได้แตะตัวแม่โจว ก็ได้ยินเสียงเ็าของโจวหลีอันพูดว่า "จ้าวชุ่ยฮวา ถ้าคุณกล้าแตะต้องแม่ของฉันแม้แต่เส้นผมล่ะก็… ลองดูสิ ว่าฉันจะทำอะไรคุณ" แม้ว่าโจวหลีอันจะไม่ได้ทำอะไรเลย แต่คำพูดนี้ก็ทำให้จ้าวชุ่ยฮวาที่กำลังโกรธจัดสงบลงได้
"โจวหลีอันถ้าเธอกล้าคิดจะยุ่งกับงานของลูกชายคนรองของฉัน ฉันก็จะจัดการเธอให้หนักเหมือนกัน"
เมื่อเผชิญกับคำขู่ของจ้าวชุ่ยฮวา โจวหลีอันก็ไม่ได้สนใจอะไรเธอนัก แล้วพูดว่า "ลองดูสิ มีมือมีขาเหมือนกัน คุณคิดว่าฉันไม่กล้าลงมือกับคุณเหรอ?"
ท่าทางแบบนั้น ช่างทำให้คนโมโหจนแทบจะตายไปเลย
"ตอนแรกตกลงกันว่าตระกูลลู่จะไม่รับเงินช่วยเหลือ แต่จะรับงานแทน พวกคุณต้องดูแลลู่เยี่ยนโจวให้ดีจนกว่าเขาจะหมดลมหายใจ แต่ตอนนี้การดูแลกลับเป็บ้านของฉัน นี่คือสิ่งที่พวกคุณสาบานว่าจะดูแลให้ดีงั้นเหรอ?" เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของจ้าวชุ่ยฮวาก็หม่นลงอย่างรวดเร็ว
"ฉันจะไปรับเขากลับมาเดี๋ยวนี้ ได้ไหม?"
จ้าวชุ่ยฮวา พลางคิดในใจ
แค่รับศพนั่นกลับมา ครอบครัวของเธอก็จะไม่มีจุดอ่อนให้ตระกูลโจวจับได้อีกต่อไป
เมื่อถึงเวลานั้น การจะจัดการกับโจวหลีอันนังตัวดีนั่น อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับเธอแล้ว!
"เอ่อ… ขอโทษนะ การรับเขากลับมันสายไปแล้ว"
โจวหลีอันพูดตอบด้วยรอยยิ้ม แต่น้ำเสียงกลับเ็า
"ก่อนหน้านี้ไม่มีใครบังคับคุณ คุณยังสามารถไล่คนออกไปได้ แต่ตอนนี้ฉันบังคับเหรอ คุณถึงอยากจะไปรับกลับมา? ถ้ามาอยู่บ้านนี้ก็ไม่รู้ว่าจะถูกทารุณกรรมอะไรบ้าง อย่างไรก็ตามคนก็พูดไม่ได้แล้ว ถึงเวลานั้นแม้จะทุกข์ทรมานแค่ไหนก็คงบอกไม่ได้"
"ฉันคิดว่าฉันควรจะไปที่กองพันทหารสักหน่อย..."
พูดจบโจวหลีอันก็กำลังจะลุกขึ้น
"เดี๋ยวก่อน!" เมื่อได้ยิน โจวหลีอันกลับนั่งลงอย่างว่าง่าย
จ้าวชุ่ยฮวากัดฟันแน่น พลางพูดด้วยเสียงเบา "ฉันจะพาเขากลับมา หลังจากนั้นคุณจะแต่งงานกับใครก็ได้ตามใจชอบเลย ตกลงไหม?"
จ้าวชุ่ยฮวาเชื่อว่าข้อเสนอนี้ของเธอจะต้องดึงดูดใจโจวหลีอันอย่างแน่นอน เพราะบั้นปลายชีวิตไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากใช้ทั้งชีวิตกับคนที่เป็เ้าชายนิทราแน่นอน
โดยเฉพาะโจวหลีอันที่ยังอายุน้อยในตอนนี้ แม้ว่าเธอจะเคยแต่งงานมาแล้ว แต่การหาผู้ชายที่ไม่เคยแต่งงานมาก่อนอาจจะเป็เื่ยาก แต่เธอก็ยังสามารถหาคนดี ๆ ในกลุ่มผู้ชายที่แต่งงานแล้วได้
โจวหลีอันยิ้มน้อย ๆ "ขอบคุณสำหรับข้อเสนอแต่ฉันไม่เอา" เธอมองดูใบหน้าอันน่าเกลียดของจ้าวชุ่ยฮวา พลางรู้สึกงุนงงว่าคนแบบนี้จะให้กำเนิดคนที่หล่อเหลาและมีบุคลิกดีอย่างลู่เยี่ยนโจวได้อย่างไร?
"คุณมีความตั้งใจที่จะทอดทิ้งลูกอยู่แล้ว แต่ฉันไม่สามารถทิ้งสามีเพื่อร่วมมือกับคุณในการทำเื่ชั่วช้าได้ ดูเหมือนว่าคุณอยากให้ฉันไปที่กองพันทหารจริง ๆ สินะ"
"ถ้าอย่างนั้น ฉัน... จะทำตามความปรารถนาของคุณ" โจวหลีอันยิ้มอย่างสดใส คนที่ไม่รู้เื่อาจคิดว่าเธอทำไปเพราะหวังดีต่อจ้าวชุ่ยฮวาจริง ๆ
แต่ทุกคนที่อยู่ในที่นี้ต่างรู้ดีว่า โจวหลีอันที่ยิ้มสวยงามขนาดนี้ กำลังจะไปเอา 'ชีวิต' ของจ้าวชุ่ยฮวามาให้ได้
หลังจากพูดจบ โจวหลีอันก็ลุกขึ้นเดินออกไปทันที
"เดี๋ยวก่อน… รอเดี๋ยว"
ถึงแม้ว่าจ้าวชุ่ยฮวาที่อยู่ด้านหลังจะะโเรียกหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีใครหยุดเดิน
จ้าวชุ่ยฮวาเริ่มรู้สึกร้อนใจขึ้นมา จึงต้องลากร่างกายที่ค่อนข้างอวบอ้วนของเธอมาขวางทางเดินของโจวหลีอัน เธอตั้งใจจะดึงตัวโจวหลีอันไว้ เพราะการจับตัวคนนั้นดูน่าเชื่อถือกว่าการแค่ขวางทางเขาไว้โดยไม่พูดอะไร
เธอกลัวว่าจะทำให้โจวหลีอันโกรธ และอีกฝ่ายอาจจะตัดสินใจทำอะไรสุดโต่งแบบปลาตายน้ำตื้น
โจวหลีอันที่ถูกจ้าวชุ่ยฮวาขวางทางไว้ เริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา เธอจึงตัดสินใจที่จะจบเื่นี้อย่างรวดเร็ว "นี่เป็โอกาสสุดท้าย ให้ลูกชายคนรองของคุณจ่ายเงินฉันมาสี่ร้อยสามสิบสองหยวน และหลังจากนั้นให้จ่ายสามสิบหกหยวนทุกเดือน!"
เมื่อได้ยินตัวเลขที่โจวหลีอันพูดออกมา จ้าวชุ่ยฮวาสูดหายใจลึก ๆ "นี่เธอกำลังเรียกร้องมากเกินไปนะ"
แม้จะพูดแบบนั้น แต่น้ำเสียงของจ้าวชุ่ยฮวากลับไม่มีความมั่นใจเลยแม้แต่นิด
ไม่เพียงแค่จ้าวชุ่ยฮวาเท่านั้น ชาวบ้านที่มาดูเหตุการณ์ในที่นี้ต่างก็พากันสูดหายใจลึก ๆ เช่นกัน