หนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์

    การล่มสลายของดินแดน

    ดวงตาของชายหนุ่มจับจ้องเป้าหมายด้วยความหลงไหล เขาไม่รอช้าลงมือในทันทีชุดเกราะน้ำแข็งพลันถูกห่อหุ้มและเสริมกำลังเป็นอย่างดี ในมือปรากฏหอกที่มีลักษณะลวดลายคล้ายกับมังกรออกมา

     

    เปลวเพลิงสวรรค์เมื่อสัมผัสได้ว่ามีคนมารบกวนมันก็พลันแผ่แม่เบี้ยเพื่อข่มขวัญ ทันใดนั้นรอบตัวของชายหนุ่มก็ปรากฏเปลวเพลิงสีทองขึ้นหลายจุดและทำให้แรงกดดันและแรงโน้มถ่วงบริเวณจุดที่ชายหนุ่มอยู่ก็หนาแน่นขึ้นเป็นสิบเท่า

     

    แต่เขาก็ยังคงยืนอยู่ได้ เนื่องจากแรงโน้มถ่วงเหล่านี้ถูกชุดเกราะที่สร้างจากแก่นแท้น้ำแข็งต่อต้านเอาไว้ ชายหนุ่มกระชับหอกจนเข้ามือและพุ่งเข้าใส่เปลวเพลิงสวรรค์ในทันที พร้อมกับดวงเนตรสีเหลืองจางจับจ้องหาจุดอ่อนของอีกฝ่าย หอกระดับสวรรค์แทงเข้าใส่อย่างไร้ปรานีแต่กลับทะลุผ่านร่างจำแลงเปลวเพลิงไปเสียอย่างนั้น

     

    ชายหนุ่มหันกลับไปและสรรค์สร้างโซ่น้ำแข็งพันธนาการร่างจำแลงเปลวเพลิงสวรรค์ทันที ด้วยความที่เป็นที่สุดแห่งธาตุเหมือนกันการดิ้นรนจากการพันธนาการนี้นั้นจึงหาใช่เรื่องง่ายดายไม่

     

    "ผนึกนิรันดร์"

     

    ลั่วอู่หลินปลดปล่อยโซ่ตรวนน้ำแข็งออกมามามากขึ้น เปลวเพลิงสวรรค์ขู่คำรามไม่ยินยอมให้จับกุมโดยง่าย เมื่อสิ้นเสียง ลาวาที่บริเวณด้านนอกไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะก่อตัวเป็นอสูรนับไม่ถ้วนดูน่ากลัว

     

    ลั่วอู่หลินเมื่อเห็นเช่นนั้นก็พลันตีสีหน้าเคร่งครึมในทันที เหล่าอสูรพวกนี้มีระดับตั้งแต่บรรชนมาจนถึงวีรชนเลยทีเดียว เมื่อมันจู่โจมเข้ามาชายหนุ่มจึงต้องถอยหล่นไปอย่างช่วยไม่ได้

     

    "ลำบากกว่ากำราบแก่นแท้น้ำแข็งอีก"ลั่วอู่หลินกล่าว เบื้องหน้าของเขานอกจากร่างจำแลงเปลวเพลิงสวรรค์ที่โดนโซ่ตรวณพันธนาการเอาไว้ บัดนี้ได้มีอสูรนับร้อยปรากฏขึ้นมาทำให้การจับเปลวเพลิงสวรรค์ยากยิ่งขึ้นไป

     

    "ช่วยไม่ได้ เช่นนั้นข้าก็ต้องงัดพลังทั้งหมดออกมาเช่นกัน"ชายหนุ่มกล่าว กรงเล็บ เขา และปีกของราชามังกรอัสนีบาตทรราชปรากฏขึ้นพร้อมกับสายฟ้าทมิฬ ดวงดาวหนึ่งดวงที่เป็นสิ่งบ่งบอกถึงระดับวีรชนปรากฏขึ้นด้านหลัง ก่อนที่เขาจะระเบิดพลังสายฟ้าทมิฬเข้าโจมตีในทันทีจนเกิดเสียงดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ

     

    หอกในมือถูกร่ายรำด้วยท่วงท่าที่พริ้วไหวและรวดเร็ว ลั่วอู่หลินใช้เวลาเพียงไม่ถึงสิบลมหายใจก็พลันสังหารอสูรลาวาระดับบรรพชนไปจนหมดสิ้นเหลือเพียงอสูรระดับวีรชนสองตนที่บัดนี้ปกป้องเปลวเพลิงสวรรค์ประดุจองครักษ์ปกป้องผู้เป็นราชา

     

    ชายหนุ่มยกยิ้มเย็น หอกที่เต็มไปด้วยประกายสายฟ้าเล็งเป้าไปที่อสูรตนหนึ่งและพุ่งออกไปสุดแรงจนทำให้มันต้องตั้งรับด้วยม่านพลังลาวาในทันที ส่วนอสูรอีกตนนั้นพุ่งเข้าหาชายหนุ่มอย่างรวดเร็วพร้อมกับต่อยอย่างรุนแรงหมายจะสังหารเขาให้สิ้นไป

     

    ทว่าขาซ้ายของลั่วอู่หลินพลันเปล่งประกายและดำดิ่งสู้ใต้พื้นดินในทันที มาโผล่ยังหน้าอสูรที่กำลังตั้งรับหอกของเขาอยู่พร้อมกับใช้กรงเล็บราชามังกรอัสนีบาตทรราชแทงไปที่มันและระเบิดสายฟ้าออกมาจากด้านในร่างกายจนแตกสลายออกไป

     

    "โฮกก!"

     

    อสูรลาวาอีกตนกลับมาแล้วระเบิดพลังใส่ชายหนุ่มจนพื้นที่ทั้งบริเวณนั้นกลายเป็นแอ่งลาวาขนาดใหญ่ ลั่วอู่หลินถอยหล่นไปอีกครั้งดึงเอาหอกระดับสวรรค์กลับมาก่อนจะแทงมันลงไปยังพื้นที่ๆเป็นลาวา และทำการปลดปล่อยแก่นแท้น้ำแข็งที่หนาวเย็นลงไปจนแงลาวาถูกแช่แข็งอย่างรวดเร็ว

     

    แม้สภาพภูมิอากาศจะไม่เป็นใจ แต่ด้วยความหลากหลายของพลังที่ชายหนุ่มมีแค่เรื่องสภาพอากาศไม่สามารถทำอะไรเขาได้ ลั่วอู่หลินเมื่อแช่แข็งบ่อลาวาแล้วก็ไม่รอช้าอัสนีบาตทมิฬถูกปลดปล่อยออกมาจากหอกทำลายอสูรตนนั้นที่ถูกพันธการไว้กับแอ่งลาวาในทันที

     

    เวลานี้เหลือเพียงเปลวเพลิงสวรรค์และลั่วอู่หลินเท่านั้นที่อยู่ที่นี่ ด้วยความกังวลว่าจะมีอะไรออกมาอีก ลั่วอู่หลินจึงได้พุ่งเข้าไปหาเปลวเพลิงสวรรค์อย่างรวดเร็ว แต่ทว่าเมื่อมาหยุดลงตรงหน้าของมัน เปลวเพลิงสวรรค์สีทองเมื่อครู่ก็พลันเปลี่ยนเป็นสีดำทมิฬพร้อมกับแรงโน้มถ่วงรอบด้านที่ทวีความรุนแรงเป็นร้อยเป็นพันเท่า

     

    จนถึงขนาดทำให้ชายหนุ่มมิอาจจะบินอยู่บนอากาศได้และหล่นลงสู่พื้นดิน นี่คือความสามารถที่หน้าหวาดกลัวของเปลวเพลิงทองคำแกนภพ 'ดินแดนแรงโน้มถ่วงไร้ขอบเขต' เป็นการสร้างแรงโน้มถ่วงพันธนาการศัตรูเอาไว้ เมื่อพันธนาการได้ก็ใช้เปลวเพลิงสีทองที่ร้อนแรงแผดเผาให้สิ้นซาก ทักษะนี้ปรากฏอยู่ในตำราและชายหนุ่มก็รู้ถึงมันดี

     

    บอกตามตรงถ้าหากลั่วอู่หลินไม่มีที่สุดแห่งธาตุอย่างธาตุหยินและแก่นแท้น้ำแข็งคุ้มกาย เขาได้ร่างแตกสลายไปตั้งแต่แรงโน้มถ่วงสิบเท่าแล้วไม่ต้องรอให้มีเปลวเพลิงมีแผดเผากายแต่อย่างใด

     

    "ขยับไม่ได้แรงโน้มโถงมากมายเกินไป"ชายหนุ่มตระหนักได้ถึงแรงโน้มโถ่งพันเท่าที่เปลวเพลิงสวรรค์ปลดปล่อยออกมา ร่างกายรวมไปถึงเกราะน้ำแข็งเริ่มมีรอยปริแตกอย่างช่วยไม่ได้

     

    "ในเมื่อหนีไม่ได้ ก็มาวัดกันว่าแรงโน้มถ่วงเจ้าจะทำให้ข้าตายได้ก่อน หรือเป็นน้ำแข็งของข้าที่สยบเจ้าได้ก่อนกัน"ลั่วอู่หลินยกยิ้ม แขนของชายหนุ่มค่อยๆยกขึ้นอย่างยากลำบากชี้ไปที่ร่างจำแลงเปลวเพลิงสวรรค์ที่คำรามอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ

     

    โซ่ตรวนน้ำแข็งของชายหนุ่มเริ่มผูกมัดพันธนาการมันอีกครั้ง ในขณะเดียวกันแรงโน้มถ่วงของเปลวเพลิงสวรรค์ก็ทวีความรุนแรงเข้าไปใหญ่ นี่คือการสู้กันตาต่อตาอย่างแท้จริง ศึกครั้งนี้ไม่มีใครยอมใคร

     

    เปลวเพลิงสวรรค์มีโซ่ตรวนน้ำแข็งผูกมันจนเกือบเต็มร่างกาย ส่วนลั่วอู่หลินก็โดนพลังแรงโน้มถ่วงเข้าไปจนชุดเกราะน้ำแข็งส่วนใหญ่แตกออก ร่างกายของชายหนุ่มตอนนี้เริ่มที่จะปริแตกมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้หยุดมือแต่อย่างใด

     

    "เยียวยา"

     

    เขากล่าวเพียงสั้นๆเเสงสว่างสีทองพลันปกคลุมร่างกายรักษารอยปริแตกอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้มันลุกลามไปมากกว่านี้ ในขณะที่ได้รับการเยียวยา ร่างจำแลงของเปลวเพลิงสวรรค์ก็เปลี่ยนเป็นสีทองตามเดิมและปลดปล่อยเปลวเพลิงออกมมาหมายจะแผดเผาศัตรูให้สิ้นไป ทำให้ชายหนุ่มยกยิ้มเย็น

     

    เป็นดังที่ตำราว่าไว้เมื่อเปลวทองคำแกนภพกลับมาเป็นสีทองแรงโน้มถ่วงที่มันแสดงออกมาก็เหลือแค่สิบเท่า ซึ่งมันจึงทำให้ชายหนุ่มขยับได้และบินลอยหลบหลีกเปลวเพลิงที่กำลังจะมาแผดเผ่าร่างกายในทันทีอย่างไม่อยากเย็น พร้อมกับผสานมือเป็นสัญลักษณ์เเปลกประหลาด

     

    ทันใดนั้นทักษะเยือกแข็งนิรันทด์อันเป็นทักษะปิดผนึกที่เขาได้มาจากกายผนึกเหมันต์ของภรรยาอย่างไป่หนี่ก็สำแดงพลังออกมา โซ่ตรวนน้ำแข็งที่พันธนาการไว้ระเบิดออกทันที กลายเป็นผลึกน้ำแข็งผนึกร่างจำแลงเปลวเพลิงสวรค์เอาไว้ด้านใน

     

    ยังไม่หมดเพียงเท่านั้นดวงเนตรอสรพิษสวรรค์เพ็งมองเพื่อหาแกนกลางของเปลวเพลิงในทันที เมื่อพบเจอก็พลันพุ่งไปคว้าจับมันเอาไว้

     

    แน่นอนว่าชายหนุ่มไม่ได้บ้าจับที่สุดแห่งธาตุด้วยมือเปล่าแต่อย่างใด แต่ใช้กรงเล็บราชามังกรอัสนีบาตทรราชเคลือบแก่นแท้น้ำแข็งเอาไว้ด้านนอกเพื่อป้องกันการเผาไหม้ของมัน

     

    "สมแล้วที่เป็นเปลวเพลิงสวรรค์ลำดับที่เจ็ด แม้ข้าจะป้องกันสองชั้นก็ยังรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่านฝ่ามือ"ลั่วอู่หลินกล่าวชมเชย เขาใช้ผนึกนิรันดร์ถึงเจ็ดขั้นด้วยกันในการผนึกเปลวเพลิงสวรรค์ชิ้นนี้ อีกทั้งยังใส่กล่องอย่างดีและผนึกไปอีกสามชั้นรวมเป็นสิบชั้นซึ่งนับว่าหนาแน่นเป็นอย่างมากและเก็บมันเอาไว้ในหอคอยมหาสมบัติชั้นที่เก้า

     

    รอยยิ้มอย่างพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าอันขาวซีด เนื่องจากเมื่อครู่กว่าจะผนึกเปลวเพลิงสวรรค์ได้ต้องใช้พลังปราณไปถึงเก้าส่วนด้วยกัน

     

    "คลื่น!!!"

     

    พื้นดินในที่นี้สนั่นหวั่นไหวขึ้นอีกครั้ง ทำให้ลั่วอู่หลินพลันตื่นตระหนกในทันทีและพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะนี่เป็นผลมาจากการกระทำของเขาเองไม่ใช่ใครอื่น

     

    เปลวเพลิงทองคำแกนภพคือเปลวเพลิงที่อยู่ใต้ดินแดน หรือก็คือมันทำหน้าที่เป็นแกนกลางของดินแดนนี้ทั้งหมดเลยก็ว่าได้ การที่เกิดการสั่นไหวเช่นนี้ ลั่วอู่หลินสามารถบอกได้เลยว่าดินแดนแห่งนี้กำลังจะล่มสลาย หรือไม่แน่ด้วยความที่ไร้แรงดึงดูดจากเปลวเพลิงสวรรค์ดินแดนแห่งนี้อาจจะถูกแบ่งแยกไปหลอมรวมกับทุกดินแดนที่มีจุดเชื่อมต่อร่วมกับมัน หรือก็คือทุกดินแดนที่มีประตูมิติของดินแดนบรรพบุรุษนั่นเอง

     

    "ให้ตายสิข้าทำเรื่องใหญ่ไปเสียแล้ว"ลั่วอู่หลินกล่าว เขาพุ่งทะยานออกมาก็เห็นว่าดินแดนที่เคยถูกควบแน่นรวมกันตอนนี้กำลังแยกออกจากกันจริงๆ ชายหนุ่มจึงรีบพุ่งไปหาพวกหยางเหมยกุ้ย และหลี่อิงที่อยู่กับพี่สาวของเขาในทันที ในเวลานี้ขุมกำลังจากดินแดนต่างๆพากันบีบหยกหลบหนีและกลายเป็นเส้นแสงออกจากมิติไป

     

    "หลินหลินนี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดเช่นนี้"

     

    "ท่านพี่นี่ไม่ใช่เวลามาถามนะขอรับ ท่านรีบทำลายหยกหลบหนีแล้วออกไปจากที่นี่ก่อนเร็วเข้า ข้าเองก็จะทำเช่นกัน"เซียนหนิงซีพองแก้ม แต่นางก็หยิบหยกออกมาและทำลายมันอย่างรวดเร็วพร้อมกับทุกคนของตระกูลราชามังกรอัสนีบาต เนื่องจากนางรู้ว่าสถานการร์เช่นนี้ไม่ควรที่จะยืดเยื้อแต่อย่างใด

     

    ชายหนุ่มเมื่อเห็นพี่สาวของตนเองไปแล้วเขาก็พยักหน้าให้หญิงงามทั้งสองก่อนจะบีบหยกหลบหนีกลายเป็นเส้นแสงสามสายตรงไปยังประตูของมิติของดินแดนระดับสูงอย่างรวดเร็ว