ในตอนเที่ยงณัฐวลัญช์ก็เดิยตามลำเภา ที่ถือถาดอาหารเที่ยงขึ้นไปให้เดซี่ที่ห้องนอน ณัฐวลัญช์นั้นทำใจดีสู้เสือยิ้มรับทุกอย่าง เพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าภายในใจของเธอ ในเวลานี้หวาดกลัวจับใจ แต่ก็ต้องทำ ถ้าทำแล้ว ทำให้เธอต้องเจ็บตัวและไม่มีอะไรดีขึ้น แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย
“คุณหนูเดซี่ค่ะ ทานอาหารเที่ยงนะคะ”
ลำเภาเปิดประตูห้องนอนของเดซี่ เดินถือถาดอาหารเข้ไปภายในห้อง วางลงบนโต๊ะข้างเตียงนอน พูดบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
เดซี่ที่มือโอบกอดตุ๊กตา แววตาเหม่อลอยเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัด พอได้ยินเสียงคุ้นหูของลำเภา ก็หันมองมายังลำเภาช้าๆ แต่พอเห็นณัฐวลัญช์ยืนอยู่ข้างๆ ก็เบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจหวาดกลัว พร้อมกับลนลานขยับถอยหลังจนร่างไปติดหัวเตียงนอน
“ไม่!! ฉันไม่ได้ทำ ไม่ได้ทำให้พี่เดฟเจ็บ ไม่ได้ทำให้เธอต้องเลือดออก คุณแม่เดซี่ไม่ได้ทำ เดซี่แค่ป้องกันตัว อึก!!....”
เดซี่พร่ำพูดออกมาทั้งน้ำตา อย่างคนที่กำลังกลัวความผิด ที่ตนเองได้ก่อก่อนหน้านี้ ลำเภาเห็นอย่างนี้แล้วก็ไม่รู้จะทำอย่างไงดี จึงได้แต่นิ่งอึ้งนิ่งงันทำอะไรไม่ถูกอยู่อย่างนั้น
“คุณเดซี่!! ลันไม่เป็นไรมากหรอกค่ะ อย่ากลัวเลยนะคะ ลันเข้าใจที่คุณเดซี่ทำอย่างนั้น อย่างร้องไห้ไปเลยนะคะ”
ณัฐวลัญช์เดินมานั่งลงบนเตียงนอนใกล้กับที่เดซี่นั่งอยู่ มองใบหน้าที่หวาดกลัวเธออย่างเข้าอกเข้าใจและเห็นใจ
“ลันก็เคยสูญเสียคนที่รักเหมือนกันค่ะ ลันสูญเสียพ่อกับแม่ ตอนนี้ลันก็ทำให้แทบทำใจไม่ได้ แต่ด้วยความที่เราจะต้องดำเนินชีวิตของเราต่อไป ลันจึงต้องพยายามทำให้ตัวเองเข้มแข็งและมีชีวิตอยู่ต่อไปให้จงได้”
ณัฐวลัญช์หันไปเหม่อมองไปข้างหน้า ในสมองน้อยก็คิดไปถึงเรื่องราวครั้งเก่าก่อน ปากก็บอกเล่าให้เดซี่ฟังไปด้วย
เดซี่มีทีท่าสงบลง ไม่หวาดกลัว ไม่ร้องไห้ออกมาอีก เดซี่ขยับร่างเข้ามาใกล้กันกับที่ณัฐวลัญช์นั่งอยู่ ยื่นมือมาจับมือณัฐวลัญช์ ทั้งสายตาก็มองใบหน้าของณัฐวลัญช์ ด้วยแววตาเศร้าสร้อยแกมเห็นอกเห็นใจและรู้สำนึกผิดอยู่ในที
“ฉันอยากเข้มแข็ง ฉันอยากมีชีวิตอยู่ได้อย่างเธอ แต่ฉันทนไม่ได้ ทนไม่ไหว เมื่อคิดถึงเรื่องราวอันโหดร้าย ที่ทำให้เจ็บช้ำทุกข์ทรมานนั้น ฉันรักลูก ฉันรักคนใจร้ายและก็เกลียดไปพร้อมๆ กัน”
เดซี่พูดทั้งมีน้ำตาออกมาอีกรอบ แต่รอบนี้ดูสงบและมีสติมากขึ้นกว่าครั้งไหน เหมือนว่าได้เจอคนที่สูญเสียเหมือนกัน จึงยอมระบายสิ่งที่อยู่ภายในใจออกมา
“คุณเดซี่ยังมีคุณเดฟ คุณแม่ที่คอยเป็นห่วงและให้กำลังใจคุณอยู่นะคะ คุณเดซี่รู้ไหมว่า คุณเดซี่เป็นอย่างนี้คนที่รักคุณทั้งสองคน เป็นทุกข์ใจ และเจ็บช้ำไปกับคุณเดซี่ด้วยมิใช่น้อยเลยนะคะ เพราะฉะนั้นคุณเดซี่ต้องเข้มแข็งให้ได้นะคะ”
ณัฐวลัญช์ยื่นมือไปทาบทับมือของเดซี่ ที่ยื่นมาจับมือเธอก่อนหน้านี้เอาไว้อีกมือ พูดให้เดซี่ได้คิดถึงคนที่เป็นห่วงเป็นกังวลกับอาการขึ้นๆ ลงๆ ที่เดซี่เป็นอยู่ในขณะนี้
“คุณเดซี่ทำได้ค่ะ ลันเชื่ออย่างนั้น ลันยังผ่านความเจ็บปวดที่สูญเสียพ่อกับแม่ได้ คุณเดซี่ก็ต้องทำได้เหมือนกันค่ะ เดี๋ยวเรามาช่วยกันข้ามผ่านมันไปให้ได้นะคะ”
ณัฐวลัญช์คลี่ยิ้มที่มุมปากบางๆ กล่าวขึ้นมาอีกอย่างหนักแน่น และเชื่อว่าเดซี่จะทำได้ทำที่เธอพูดมานั้นจริงๆ
“ใช่สิ!!ฉันยังมีพี่เดฟ ยังมีคุณแม่ ฉันจะเข้มแข็ง ฉันจะต้องเข้มแข็งให้ได้”
เดซี่ฮึดมีกำลังใจสู้กับจิตใจอันบอบช้ำของตัวเอง เมื่อคิดเห็นบุคคลอันเป็นที่รักสองคนของเธอขึ้นมา
“งั้นเราก็มาเริ่มกันเลยนะคะ เริ่มจากทานข้าวแล้วก็ทานยา”
ณัฐวลัญช์พูดอย่างกระตือรือร้น และมีหวังที่จะช่วยทำให้เดซี่ดีขึ้น เพราะได้รับความยินยอมจากเจ้าตัวอย่างนี้
“ได้ๆ เราจะทานข้าวแล้วก็ทานยา”
ว่าแล้วเดซี่ก็เลื่อนตัวขยับเข้ามาใกล้ๆ ถาดอาหาร หยิบช้อนส้อมตักอาหารมาใส่จานข้าว ก่อนจะตักเข้าปาก เคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย โดยที่มีสายตาของลำเภามองอย่างทึ่งๆ อย่างรู้สึกอัศจรรย์ใจเอามากๆ ที่เดซี่ยอมง่ายๆ อย่างนี้
๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘