มันคือเสียงหวูดร้อง
เป็นเสียงหวูดร้องที่แหลมสูงเสียดแก้วหูจนไม่ว่าใครเป็นต้องอยากวิ่งหนี
เสียงนั้นทะลวงแก้วหูจนทำให้ผู้คนประสาทเสียราวกับจะเป็นบ้า
มันมิใช่เสียงที่เกิดขึ้นจากฝีมือของมนุษย์
มิใช่เสียงที่เกิดจากสัตว์ร้ายที่แสนน่ากลัว
หากแต่เป็นเสียงธรรมชาติที่รังสรรค์ขึ้นจากเหตุบังเอิญ
สายลมเย็นเฉียบราวกับคมมีดที่พัดโกรกผ่านช่องว่างของรอยแยกขนาดใหญ่ คือต้นเหตุของเสียงแหลมเสียดแก้วหูนั้น
มันเป็นเสียงที่โหยหวนน่ากลัวดังสะท้อนก้องกังวาลอย่างมิรู้จบ
ไม่มีใครรู้ว่าลึกลงไปข้างใต้นั้น มันมีสิ่งใดอยู่
เพราะไม่มีใครที่เคยลงไปสำรวจ แล้วรอดชีวิตกลับขึ้นมาได้แม้แต่คนเดียว
ต่อให้โยนคบเพลิงขนาดใหญ่ลงไป ก็ไม่อาจที่จะให้ผลลัพธ์อะไรกลับมา
แสงสว่างนั้นจะเลือนจมหายไปกับความมืดราวกับถูกดูดกลืนไป
ไร้ซึ่งเสียงสะท้อนของวัตถุตกกระทบ เสมือนหนึ่งเป็นหุบเหวที่ไร้ซึ่งก้นบึ้ง
มันเป็นหุบเหว ที่ราวกับว่าจะลึกลงไปให้ถึงขุมนรกอเวจีเช่นนั้น
ณ ตรงปากเหวของรอยแยกขุมนรก คือโพรงถ้ำขนาดใหญ่ที่สามารถจุผู้คนได้มากถึงหนึ่งพันกว่าคน
มันเป็นโพรงที่มีผิวหยาบขรุขระ ราวกับว่าในอดีตเคยมีบางสิ่งมาขุดมันเอาไว้เป็นเส้นทางยาว
เหนือขึ้นไป คือเพดานถ้ำที่เต็มไปด้วยรอยแยกจำนวนมาก
รอยแยกเหล่านั้นมีขนาดเล็กเท่ารูหนู เชื่อมต่อสู้โลกภายนอกเหนือผิวดิน และอยู่กระจัดกระจายไปทั่วทุกตารางนิ้ว
แสงจันทร์ที่ลอดผ่านลงมาตามรูเหล่านั้น ทำให้เกิดเป็นภาพวาดของดวงดาราจักรที่งดงามหาสิ่งใดเปรียบ เขียนเอาไว้บนผืนฝ้าเพดานของถ้ำธรรมชาติแห่งนี้
และภายในพื้นที่สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยเสียงหวีดร้องกับภาพวาดแห่งดวงดาราจักร มันกำลังเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตผู้ทรงภูมิปัญญาจำนวนมากถึงสี่ร้อยห้าสิบชีวิต
ภายในจำนวนนั้น มีสี่ร้อยชีวิตที่กำลังถูกแขวนด้วยโซ่สีขาวบริสุทธิ์
โซ่เหล่านั้นห้อยโยงลงมาจากท่อนไม้ขนาดใหญ่ที่ถูกยื่นเข้าไปในใจกลางหุบเหว
ไร้หนทางดิ้นรน ไร้หนทางหนี และถูกแขวนอยู่บนความตาย
"ปล่อยพวกข้าเดียวนี้! "
"ไอพวกเลวระยำ! "
ผู้ที่ถูกจับแขวนนั้น ต่างกำลังส่งเสียงกนด่าอย่างรุนแรง
พวกเขามีกันทุกชนเผ่า ไล่ตั้งแต่ชนเผ่ายักษ์ ไปจนถึงชนเผ่าสัตว์ ไล่ตั้งแต่วัยเด็ก ไปจนถึงคนเฒ่าชรา
ส่วนที่เหลืออีกห้าสิบชีวิต คือเหล่าผู้คุ้มกันของคุก
ทำไมถึงมีคนคุ้มกันแค่นี้?
นั่นก็เพราะกระต่ายขาว [เบริล] หนึ่งในผู้นำระดับสูงของพวกเขามองว่า [ใช้คนแค่นี้มันก็เพียงพอแล้ว]
สำหรับนักฆ่าอย่างเธอนั้น การมีคนรวมตัวกันอยู่เยอะ จะทำให้เธอรู้สึกลำบากในการสั่งการเสียเปล่า
เธอถนัดทำงานด้วยตัวคนเดียวมากกว่า
แต่ถึงจะมีคนน้อย มันก็มากพอที่จะใช้ข่มขู่พวกตัวประกันนับร้อยได้ด้วยสถานะที่เหนือกว่า
"เงียบ! "
พวกเขาตะโกนข่มขู่ แล้วใช้ขาของตนเองถีบใส่เสาไม้ตรงหน้า
แรงนั้นถูกส่งผ่านออกไป สั่นสะเทือนต่อเนื่อง ไปสู่สายโซ่สีขาว
ร่างของผู้ที่ถูกจับกุม เริ่มแกว่งไปมาดั่งลูกตุ้มนาฬิกา
สายโซ่เส้นบาง เริ่มส่งเสียงลั่นน่าใจหาย
เปลือกไม้ที่ใช้ผูกแขวน ลั่นปริแตกโค้งงอ กวัดแกว่งขึ้นลงเฉกเช่นแผ่นกระดาษ
"จะร่วง จะร่วงแล้ววว! "
"ยอมแล้ว! พวกเรายอมหุบปากแล้ว! "
สิ่งเหล่านี้ ล้วนแต่ทำให้ไฟต่อต้านของพวกเขาเริ่มสิ้นจางหาย
ข้างหน้าคือผู้คุมนับสิบคน ส่วนข้างล่างคือหุบเหว
ถูกพันธนาการ แขวนลอยกลางอากาศ
ถูกน้ำหนักตัวกดทับ ถูกสายโซ่บาดผิวกาย
ไร้ซึ่งอาวุธ ไร้ซึ่งอาหาร ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงต่อต้าน
นี่คือ [คุกริมผา] คุกระดับสูงของพวกนักรบสีขาวที่จัดเตรียมเพื่อกักขังเหล่าผู้คนที่ดูน่ากลัวโดยเฉพาะ
***ลูกศิษย์ลับของผู้กล้านักฆ่า-กระต่ายขาว [เบริล]
“... หึ หึ หึ”
เจ้าอสูรผิวสีเลือดหมูยังคงยิ้มอย่างมีความสุขอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไร
ต่อให้ฉันคนนี้เขย่ามัน ปามีดแทงใส่แขนกับขามัน มันก็ยังทำหน้าเฉยเมยต่อมีดที่ปักคาผิวของมันนั้นได้อยู่ดี
ทั้งที่มันถูกทำร้ายร่างกายไปขนาดนี้…
อย่าบอกนะว่า?
"แกเป็นพวกชอบถูกทรมานหรอกหรือ? "
"ไม่ใช่โว้ย! "
ด้วยเหตุผลบางอย่าง เจ้านี่เลยยอมเงียบไปเอง
"... เบื่อ ไปดูเจ้านิลดีกว่า"
"แต่ว่าท่านนิลสั่งมาว่า---"
"ช่างหัวคำสั่งของมันไปเถอะ"
ฉันเป็นห่วงว่าเจ้าบ้านั่นจะตกหลุมพรางของศัตรูต่างหาก
ถึงจะมีความเป็นผู้นำ แต่ก็บื้ออย่างซื่อตรงจนน่าตกใจไปมาก
ถ้าเกิดเจ้านั่นตายไป ฉันก็ลำบากแย่สิ
เพราะว่าฉันนะ---
"... "
ได้ยินเสียงบางอย่าง…
มันเป็นเสียงของแผ่นดินที่กำลังกรีดร้องอย่างรุนแรง
นี่มัน… แผ่นดินไหว!?!
"ทุกคน รีบถอยออกมาจากปากเหวเร็ว! "
"? "
ทุกคนในคุกหันมามองฉันเป็นสายตาเดียวกัน
ให้ตายสิ! ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว งั้นเอาตัวรอดกันเอาเองก็แล้วกันนะยะ!
ฉันรีบกระโดดถอยออกมาจากริมปากเหว แล้วใช้สองแขนเกาะผนังถ้ำเอาไว้จนแน่น
แล้วมันก็เกิดขึ้น
"รู้สึก… เหมือนมันสั่น ๆ หรือเปล่า? "
พวกตัวประกันเริ่มรู้สึกถึงภัยอันตรายก่อนเป็นกลุ่มแรก
สายโซ่ที่แขวนลอยกำลังทยอยแกว่งไปมา
มันเริ่มแกว่งอย่างเชื่องช้า
จนกระทั้ง---
"เหวอ!? "
---มันเริ่มแกว่งตัวอย่างบ้าคลั่ง
พวกตัวประกันเริ่มแกว่งไปมาใจกลางอากาศอย่างรุนแรง
พวกเขาลอยตัวขึ้นลงใจกลางอากาศ ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังจับพวกเขาเหวี่ยงเล่นเช่นนั้น
รอยแยกนรกเองก็เริ่มปริแตก
มันแหวกแยกออกกว้างขึ้น เศษหินปลิวว่อนกระจัดกระจาย ลุกลามขยายใหญ่โตกินพื้นที่เป็นวงกว้าง
"ม่ายยยยย! "
รอยแยกที่เกิดขึ้น ทำให้แท่นไม้ที่ค้ำจุนตัวประกันเริ่มหักหลุดร่วงพังทลายลงมา
ร่างเนื้อจำนวนมากเริ่มทยอยลงไปในหุบเหวราวหยาดน้ำฝน
แผ่นดินไหวนี้ไม่ได้ทำร้ายเพียงแค่ตัวประกัน แม้แต่ผู้คุมอย่างพวกเราก็ยังได้รับผลกระทบจนล้มทั้งยืน
พวกเขาหลายคนต้องพบกับจุดจบ ด้วยการร่วงหายลงไปในหุบเหวที่มืดมิด เพราะไม่อาจควบคุมสมดุลร่างกายต่อไปได้
"ไม่จริง…"
ทุกสิ่งที่พวกเราพยายามมา กำลังถูกธรรมชาติสูบกลับลงไปในหุบเหว
ทั้งตัวประกัน ทั้งฐานทัพ และพวกพ้อง
แม้แต่ร่างของตัวประกันระดับสูง อย่างพวกผู้กล้ากับเจ้าอสูรยักษ์บานา ก็ยังร่วงหายไปในหุบเหวเช่นกัน
แต่แผนดินไหวนี้ยังพึ่งจะเป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น
"เสียงนี้… บางอย่าง… มีบางอย่างกำลังพุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน!? ระวังตัวด้วยค่ะทุกคน! "
ฉันรีบส่งเสียงเตือนทุกคน
แต่ก่อนที่จะมีใครได้ทันขยับตัววิ่งหนี แผ่นดินรอบหุบเหวก็ฉับพลันนูนตัวขึ้นสูง
สิ่งนั้นมีลักษณะเป็นสีขาวนวลผิวเรียบ
มีหัวเป็นปลายแหลมส่องแสงสีแดง และมีลักษณะปลายมนเล็กกับมีฐานแผ่กว้างออก
ใช่… มันมีรูปร่างคล้ายกับหอคอยของเทพเจ้าโนอาร์มาก
"นี่มัน…"
มันคือหอคอยของเทพเจ้าไม่ผิดแน่นอน
สิ่งนั้นผุดขึ้นมาจากหุบเหว และกำลังกลืนกินพื้นที่โดยรอบไปกับการปรากฏตัวของมัน
ทำไมสิ่งที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับที่พำนักของเทพเจ้า ทำไมถึงมาปรากฏตัวที่นี่?
ไม่สิ…
บันทึกการผจญภัยของผู้กล้าสิงโต มันมีพูดถึงถ้ำลึกลับที่เต็มไปด้วยสมบัติปรากฏอยู่
พวกเราเองก็เคยไปตรวจสอบถ้ำนั้นมาแล้ว และพบว่ามันมีอยู่จริง
หรือว่า?
ไม่ใช่ว่าทำไมหอคอยของเทพเจ้าถึงมาปรากฏตัวที่นี่
แต่มันอยู่ที่นี่มาตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก!
*กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด---!!!!!! *
“โอ๊ย! ”
การปรากฏตัวของหอคอยเทพเจ้านั้น มาพร้อมกับเสียงหวีดร้องที่รุนแรง
ฉันรีบเอามืออุดหูตัวเอง ไปพร้อมกับทำตัวลีบแนบผนังของถ้ำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะดูเหมือนว่าโพรงขนาดใหญ่แห่งนี้ อาจจะใหญ่ไม่พอต่อการปรากฏตัวของมัน
พื้นที่ยืนกำลังถูกหอคอยกลืนกินจนเริ่มเหลือน้อยลงอย่างน่าตกใจ
“ทุกคน! ”
ฉันทำได้เพียงแต่มองพรรคพวกของตัวเองถูกเทพเจ้ากลืนกินไปต่อหน้าต่อตาเท่านั้น
“เหวอ!? ”
แล้วมันก็มาถึงคราวเคราะห์ของฉัน
ผิวผนังของหอคอยโนอาร์ได้ขยายเพิ่มขึ้นจนเบียดมาถึงจุดที่ฉันกำลังยืนเกาะผนังอยู่
ฉันสัมผัสได้ถึงลมหนาวที่กรีดผิวกาย
ความตายกำลังจะมาเยือนฉันแล้ว
ไม่นะ…
ฉันยังไม่อยากตายตอนนี้
ฉันยังมีเรื่องที่ต้องทำอยู่
ฉันคือลูกศิษย์ที่แอบหนีมาจากท่านผู้กล้ากระต่ายเมื่อนานมาแล้ว
หนีออกมาจากสถานที่ฝึกลับ เพื่อมาผจญภัยโลกภายนอกที่กว้างใหญ่ตามที่ฝันเอาไว้
และบนโลกที่ฉันไม่รู้จักใคร ก็มีเจ้าบ้านิลเข้ามาจับมือฉัน ดูแลฉัน อยู่กับฉันเรื่อยมา
ฉัน… อยากอุ้มลูกให้กับเขา
ดังนั้นแล้ว
“ฉันจะมาตายที่นี่ไม่ได้เด็ดขาดค่ะ! ”
ฉันปลุกพลังใจของตัวเอง แล้วใช้ขาสองข้างที่ภาคภูมิใจกระโดดวิ่งไปบนกำแพง
วิ่งไต่กำแพงทางตั้ง สับฝีเท้าที่เต็มไปด้วยขาขนปุยสีขาวสุดกำลัง มุ่งหน้าสู่อุโมงค์ทางเดินที่เชื่อมออกไปจากคุกริมผาแห่งนี้
แต่ทว่าฉันไม่อาจไปถึงจุดหมายได้
“ม่ายยยยยยยยย! ”
ฉันรู้สึกได้ว่าแผ่นหลังของตัวเองกำลังสัมผัสกับบางสิ่งที่เย็นเฉียบ
ร่างกายของฉันกำลังจะถูกหอคอยโนอาร์บี้เข้าไปกับผนังของถ้ำ
รู้สึกได้ว่าร่างกายของตัวเองกำลังเบาบางลง
แสงสว่างเริ่มเลือนหายไปจากดวงตา
ฉัน… กำลังจะตาย...
“ไม่จริง…”
ฉัน… กำลังจะ… เออ...
เดียวนะ?
ทำไมถึงยังไม่ตาย?
“ไม่เจ็บ? ไม่มีแผล? แล้วแสงนี้คือ? ”
ร่างกายของฉันกำลังถูกหุ้มด้วยแสงสว่างสีแดง
ที่ร่างกายรู้สึกเบาโหวง เป็นเพราะว่าร่างกายของฉันกำลังลอยตัวขึ้นสูง
ที่ทุกสิ่งรอบตัวมืดมิด เป็นเพราะว่าตัวเองกำลังพุ่งทะลุผืนปฐพี
แล้วพอรู้ตัวอีกที
“นี่มัน… บนผิวดิน? ”
ฉันก็หลุดลอยขึ้นมาอยู่ที่ข้างบนแผ่นดินโลกไปแล้ว
มันเป็นทิวทัศน์ที่ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นในชีวิตนี้
ภาพของผืนแผ่นดินที่เล็กลงจนเห็นไปถึงขอบเขตมหาสมุทรอันกว้างใหญ่
ภาพของดวงพระจันทร์ทั้งสามที่มีขนาดใหญ่จนราวกับจะเอามือคว้าเอาไว้ได้
ภาพของทะเลเมฆที่แผ่ขยายออกอยู่ในระดับสายตาตัวเอง
อีกทั้งยังสัมผัสได้ถึงกลิ่น ลม แสง สี เสียง ของธรรมชาติตรงหน้า
ทุกสิ่งทุกอย่าง มันช่างสวยงามราวกับเป็นภาพวาดที่ถูกจัดวางขึ้นโดยเทพเจ้า
“ทุกคน… ยังไม่ตาย? พวกตัวประกันก็ด้วย? ”
ไม่ใช่มีแค่ฉันคนเดียวที่กำลังลอยตัวอยู่ในท้องฟ้าข้างหอคอยแห่งเทพเจ้า
ที่ตรงนี้ มีตัวประกันจำนวนมาก กับพรรคพวกของฉันกำลังถูกหุ้มด้วยแสงสีแดง แล้วลอยตัวอยู่เหนือท้องฟ้าไม่แตกต่างไปจากฉัน
ฉันลองก้มลงไปมองที่ข้างล่างของตัวเอง
ที่ตรงนั้น คือผืนป่าขนาดใหญ่ที่กำลังถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีชมพูของพวกจระเข้เวหา
ลึกลงไปข้างใต้ มันคือที่ตั้งของฐานทัพลับของพวกเรา
แต่ทว่า ณ ใจกลางของฐานทัพ กลับมีหอคอยแห่งเทพเจ้าผุดแทรกขึ้นมาแทน
และหากเงียหูฟังให้ดี จะพบว่ามีเสียงวุ่นวายขนาดใหญ่กำลังเกิดขึ้นที่ข้างล่างใต้หมอกสีชมพูตรงนั้นด้วย
นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นมากันแน่ค่ะเนี่ย?