อัจฉริยะพลิกโลก

    ตอนที่ 49 ทองของคนโง่


    "อืม...มากันครบแล้ว เริ่มประชุมกันเถอะ"

    โดมินิคพูดกับบรรดาแขกชาวต่างชาติที่มาจากประเทศต่างๆ ทั้ง 23 คน

    ซึ่งใน 23 คนนั้น มีประธานาธิบดีที่มาจากประเทศมหาอำนาจอยู่ถึง 2 ประเทศ (ไม่รวมไอโนว่ากับเซเซียร์)

    ทว่า คำพูดของโดมินิคนั้นไร้การตอบสนองโดยสิ้นเชิง

    สาเหตุคือตอนนี้ทุกคนกำลังเหม่อมองดูดาวหางสีแดงขนาดยักษ์ดวงเบ้อเริ่มอยู่ มันค่อยๆ ลอยผ่านศีรษะของทุกคนไปช้าๆ

    โดมินิคได้แต่ถอนหายใจ ตอนมาโลกเสมือนใหม่ๆตนเองอาการไม่ต่างจากคนพวกนี้เลยสักนิด

    ห้องประชุมอวกาศของอาณานิคมเอเทนีก้านั้นถือว่าเป็นหอประชุมที่สูงที่สุดของอาณานานิคมแห่งนี้

    แน่ล่ะ! เพราะชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่าอยู่บนอวกาศ จะมีที่ไหนสูงไปกว่าอวกาศอีกหรอจริงไหม?

    ซึ่งห้องประชุมแห่งนี้นั้นมีอยู่จริงๆในอนาคต เฟรีสก็แค่จำลองมาแค่นั้นเอง

    ปกติแล้วก็มักจะใช้สำหรับการประชุมในวาระสำคัญๆ เช่น งานประชุมระดับนานาชาติ เป็นต้น เนื่องเพราะค่าเช่าอันสูงลิบของมันนั่นเอง

    ตัวห้องประชุมมีลักษณะราวกับโดมรูประฆังคว่ำ ผนังรอบด้านใสทั้งหมดรวมทั้งพื้นด้วยทำให้สามารถเห็นรอบด้านได้อย่างไม่มีอะไรปิดบัง

    ด้านล่างของห้องจะถูกเชื่อมติดกับตัวอาณานิคมด้วยสิ่งที่ดูเหมือนเหล็กเพื่อไม่ให้มันหลุดลอยออกไปในอวกาศ

    ถึงแม้ในห้องจะมีเฟอร์นิจเจอร์หรูหราทันสมัย รวมถึงอุปกรณ์บางอย่างที่ดูแปลกตา แต่สิ่งที่ทำให้น่าตื่นตะลึงกลับไม่ใช่สิ่งของพวกนั้นแต่อย่างใด มันกลับเป็นวิวที่อยู่ด้านนอกต่างหาก ซึ่งสวยงามจนเรียกได้ว่าน่าตื่นตะลึงเลยทีเดียว

    ทั้งดวงดาวที่มีวงแหวนสีแปลกๆหรือแบบที่เป็นลูกไฟยักษ์คล้ายดวงอาทิตย์ก็มี ดาวหางต่างๆ รวมทั้งเนบิวล่าหลากหลายเฉดสี

    เมื่อทั้งหมดถูกนำมารวมกันก็ทำให้ดูสวยงามราวกับอยู่บนสวรรค์ 

    "นะ...นั่น มันมีตัวอะไรในนั้น" รัฐมนตรีคนหนึ่งขยี้ตาและชี้ไปทางกลุ่มของเนบิวล่า

    ภายในนั้นมีบางอย่างซึ่งดูคล้ายกับปลากระเบนราหูที่กำลังแหวกว่ายไปมาอยู่ในเนบิวลา

    พอเจ้ากระเบนนั่นว่ายเข้ามาใกล้ๆเท่านั้นแหละ พวกแขกชาวต่างชาติก็ตกตะลึงทันที เพราะเจ้าปลานั่นตัวมันใหญ่ขนาดเท่าสนามฟุตบอลเลยทีเดียว

    "มันคือเนบีล่าสกายเรย์น่ะ แล้วก็ไม่ได้มีอยู่แค่ในโลกเสมือนด้วย" เฟรีสอธิบายราวกับเป็นมัคคุเทสก์

    "ถึงแม้จะตัวใหญ่ก็จริง แต่ถ้าพวกคุณไม่ทำอันตรายพวกมันก็จะไม่มีปัญหาอะไร ที่สำคัญคือเมื่อเอารังสีที่เป็นพิษออกแล้ว เนื้อของเจ้านี่ก็จะอร่อยสุดๆไปเลย หาทานยากด้วยนะครับ แต่วันนี้เรามีเสิร์ฟให้ทุกท่านด้วย"

    เฟรีสอดพูดอวดไม่ได้เมื่อเห็นประกายตาของแต่ละคนดูเหมือนเด็กๆ ที่อยากรู้อยากเห็น

    "ส่วนนั่นก็....."

    เฟรีสกำลังอธิบายต่อ แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงแก่ๆยานๆเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ทำให้ชายหนุ่มหน้ามุ่ยหมดอารมณ์อวดทันที

    "พอกันที รีบประชุมได้แล้ว คืนนี้ฉันต้องไปดูแข่งสปีดบอลกับหลาน ค่าตั๋วบัดซบนั่นแพงมากซะด้วย ไอ้คนใจดำแถวก็ไม่ช่วยเลย รวยมากแท้ๆ"

    โดมินิคพูดพร้อมถลึงตามองเฟรีสด้วยความหงุดหงิด เมื่อคืนเขาที่เป็นถึงประธานาธิบดีประเทศมหาอำนาจอันดับ 1 อุตส่าห์บากหน้าไปขอส่วนลดตั๋วจากไอ้หนุ่มกวนบาทาตรงหน้า แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดีแล้วบอกแค่ว่า

    "มันเป็นกฏ อยากได้ก็ต้องหาเครดิตซื้อเอง" ทำให้ชายชราอยากจะตั้นหน้ายียวนนั่นสักหมัด (โดมินิคกับเฟรีสมักนัดเจอกันบ่อยๆในโลกเสมือน)

    ถึงจะรู้ดีว่านั่นเป็นกุศโลบายให้เขาต้องทำภารกิจเพื่อฝึกฝนตัวเองในโลกเสมือน ชายชราก็อดที่จะโมโหไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ

    ค่าเงินในโลกเสมือนนั้นไม่ได้หาได้ง่ายๆเลย บางวันโดมินิคก็ต้องขับยานบินขับไล่กระจอกๆของเขาไปสู้กับศัตรูที่ชื่อว่า"เพลก"จนตายแล้วตายอีกนั่นแหละถึงจะฆ่ามันลงได้ จากนั้นก็ถึงจะได้ค่าตอบแทนมา

    หลังจากที่การชมวิวถูกขัดจังหวะการประชุมก็ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ ซึ่งประเด็นแรกที่ทั้งหมดมุ่งเป้าคือเรื่องหุ่นยนต์ของเฟรีส

    "อืม...ถ้าเป็นหุ่นยนต์รุ่นดาวน์เกรดก็พอจะขายให้ได้อยู่ แต่ก็ต้องมีเงื่อนไขด้วย" เฟรีสพูดและจ้องไปที่คนทั้งหมด

    ในสังคมที่ยังไม่ได้พัฒนาและเห็นแก่ตัวแบบในปัจจุบันนี้ เขาไม่มีทางขายหุ่นรบให้คนพวกนี้เด็ดขาด เพราะใครจะรู้ว่าพวกเขาจะเอาไปทำอะไรบ้าง

    ส่วนหุ่นรุ่นดาวน์เกรดนั้น จะทำได้เพียงเป็นคนรับใช้สำหรับทำงานจิปาถะเท่านั้น

    แต่ว่าก็ยังต้องมีเงื่อนไขกำกับเข้าไปด้วย เฟรีสไม่ต้องการให้หุ่นของตนเองถูกดัดแปลงใส่อาวุธเข้าไปโดยพลการ

    "เงื่อนไขที่ว่าคือห้ามละเมิดต่อบทบัญญัติในประมวลกฎหมายสากลนิวอีร่า" เฟรีสพูดเสียงเรียบ

    "กฎหมายสากลนิวอีร่า มันคืออะไรน่ะ?" ประธานาธิบดีเฒ่าคนหนึ่งขัดขึ้น ดวงตาพร่ามัวของเขาเป็นประกายนิดๆ

    "มันเป็นกฎหมายของยุคใหม่ที่ผมได้ร่างขึ้น และจะใช้บังคับในเมืองของผมเร็วๆนี้ ถ้าพวกคุณจะซื้อหุ่นก็ต้องยอมรับมัน" เฟรีสพูดยิ้มๆ

    "ไอ้หนู! เรื่องหุ่นช่างมันก่อน เรามาพูดเรื่อง"เมือง"ของแกกันดีกว่า" โดมินิคพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกเคืองๆ

    ไอ้หนุ่มตรงหน้าเผลอแปปเดียวก็แอบไปสร้างเมืองแล้ว แถมพนักงานในอนาคตอย่างเขาก็ยังไม่รู้เรื่องเลยสักนิด ทำให้อดน้อยใจเล็กน้อยไม่ได้

    "คือ...ผมกะว่าจะพาทุกคนไปดูวันนี้ทีเดียวไปเลยไง" เฟรีสที่จับน้ำเสียงน้อยใจของปู่ขี้งอนตรงหน้าได้รีบอธิบาย

    "อืม...เอาเป็นว่าเรื่องหุ่นก็ชะลอไว้ก่อนแล้วกัน รอเธอส่งกฎหมายนั่นมาให้พวกเราก่อน จากนั้นก็ค่อยพิจารณาอีกทีว่ารับได้ไหม" น้ำเสียงทุ้มๆดังขึ้นตัดบทโดมินิคที่กำลังจะเริ่มบ่นใส่เฟรีส 

    เขาคือประธานาธิบดี เรมิงตัน โดมิงเกสแห่งสาธารณรัฐอาเรียเรน่า ซึ่งถือว่าเป็นประเทศมหาอำนาจอันดับสองรองจากไอโนว่า

    เรมิงตันเป็นชายชรารูปร่างผอมบางราวกับกิ่งไม้แห้งกรอบ ผมของเขาขาวโพลน มองดูเผินๆก็รู้ว่าเหลืออายุอีกไม่มากแล้ว โดมินิคซึ่งอายุรุ่นราวคราวกันดูสุขภาพดีกว่าอย่างเทียบไม่ติด

    แน่นอนว่าเป็นเพราะนาโนบอท ไม่เช่นนั้นโดมินิคก็คงอยู่ในโลงเรียบร้อยแล้ว

    ก่อนเข้าประชุม เฟรีสได้สืบประวัติของแขกทุกคนมาแล้ว และก็พบว่าประวัติของประธานาธิบดีเรมิงตันผู้นี้นั้นน่าสนใจมากเลยทีเดียว

    ในอดีตสมัย 50 ปีที่แล้ว ซึ่งอาเรียเรน่ายังปกครองด้วยระบอบกษัตริย์ เรมิงตันผู้นี้เคยเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองมาก่อน

    เขาเป็นคนแรกๆที่ลุกขึ้นมาปลุกระดมมวลชนให้ต่อต้านกษัตริย์

    ทว่า การปฏิวัติครั้งแรกของเรมิตันกลับประสบความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ทางราชวงศ์ได้ปิดล้อมและปราบปรามอย่างรุนแรงและจับคนเห็นต่างเข้าคุก

    ทำให้เรมิงตันต้องหลบซ่อนราวกับหนูตัวน้อยๆตัวอยู่หลายสิบปี วันเวลาของเขาผ่านไปด้วยความทุกข์ระทมและลำบากยากแค้น 

    ต่อมาเมื่อมีวิกฤติโรคระบาดเกิดขึ้นในประเทศ ผู้คนพากันล้มตายไปเป็นจำนวนมาก เศรษฐกิจของประเทศซบเซาหนักจนแทบล้มละลาย

    ซึ่งกษัตริย์ก็ไม่ได้ช่วยอะไร ไม่มีให้เงินชดเชย ไม่มีการบรรเทา ไม่มีการรักษา ไม่มีอะไรเลยที่พระองค์จะทำเพื่อช่วยประชาชน แถมยังเอางบประมาณภาษีไปผลาญเล่นสนองกิเลสตัวเองอีกต่างหาก ประชาชนจึงเริ่มเดือดจนร้อนขึ้นเรื่อย

    เรมิงตันจึงอาศัยจังหวะนั้นปลุกระดมครั้งที่สอง และครั้งนี้เขาก็ได้ชัยชนะในที่สุด ไม่สิ! ถ้าพูดให้ถูกคือประชาชนเป็นผู้ได้ชัยชนะ

    บรรดาราชวงศ์ถูกปลดให้กลายเป็นสามัญชนทั้งหมด คดีความมากมายที่กษัตริย์ได้เคยก่อเอาไว้ถูกรื้อขึ้นมาพิจารณาใหม่ สุดท้ายพระองค์ก็ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต

    ตั้งแต่วันที่ประชาชนชนะ ประเทศแห่งนี้ก็ถูกเปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นประชาธิปไตยตลอดมา 

    จากประเทศที่ยากจนก็เจริญเอาๆจนกลายเป็นมหาอำนาจได้เพียงในเวลาไม่ถึง 10 ปี ซึ่งผู้ที่ทำให้มันเป็นเช่นนั้นได้ก็คือเรมิงตันคนนี้นี่เอง

    จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าประชาชนอาเรียเรน่าจะพร้อมใจกันเลือกเขาเป็นผู้นำสองสมัยติดกันรวด แบบได้เสียงชนิดที่ว่าถล่มทลายเลยทีเดียว

    ถ้าวัดกันเรื่องความสามารถสามารถ ประธานาธิบดีเฒ่านับว่าอยู่ในระดับเดียวกับโดมินิคเลยก็ว่าได้ เพียงแต่ทั้งสองเก่งกันไปคนละด้าน

    โดมินิคจะเก่งเรื่องบริหารเศรษฐกิจ ส่วนเรมิงตันจะเก่งในเรื่องบริหารระบบราชการ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ระบบราชการในอาเรียอาน่านั้นการก้าวหน้ากว่าทางไอโนว่าเสียอีก คอรัปชั่นแทบจะไม่มี

    ที่สำคัญเรมิงตันผู้นี้ยังเป็นคนมือสะอาดอีกด้วย ในอนาคตเฟรีสเองก็อยากจะร่วมงานกับคนแบบนี้เช่นกัน

    เมื่อประธานาธิบดีเรมิงตันพูดจบ บรรดาบุคคลสำคัญทั้งหลายก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

    "เอาอย่างนั้นก็ได้ เดี๋ยวออกไปผมจะให้หุ่นทุกคนไปใช้ฟรีๆ คนละตัวแล้วกัน จะได้ติดต่อกันได้ และก็จะส่งเอกสารให้ผ่านทางมันแล้วกัน"

    "ต่อไป มีอีกเรื่องที่ผมอยากจะหารือทุกท่านน่ะครับ เกี่ยวกับยุคใหม่ที่กำลังจะมาถึง ยุคที่มนุษยชาติสามารถเดินทางระหว่างดวงดาวได้ ยุคที่ดาวเคราะห์นับร้อยนับพันเชื่อมต่อกัน"

    "ซึ่งผมก็ไม่ได้พูดลอยๆ ก่อนเข้ามาทุกท่านคงได้เห็นยานอวกาศนั่นแล้ว"

    พอเฟรีสพูดจบ ทั้งห้องก็เงียบไปทันที

    ในความเงียบงัน ประกายตาของประธานาธิบดีเฒ่าทั้งสามคนกลับยิ่งเปล่งประกายมากขึ้น

    "รีบพูดเร็วๆ เข้า"

    ประธานาธิบดีเฒ่าคนหนึ่งที่เงียบมาตลอดพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด

    เขาคือ เจมินิด เฟธอน แห่งสหราชอาณาจักรบริทานอน

    อันที่จริงประธานาธิบดีเฒ่าเคยเป็นประธานาธิบดีมาสมัยหนึ่งแล้ว สำหรับตำแหน่งในปัจจุบันตัวเขาเองนั้นไม่ได้ยินดีเลยสักนิด

    ถึงขั้นนับวันเลยด้วยซ้ำว่าเหลืออีกกี่วันถึงจะหมดสมัย เพราะด้วยวัยของเขาและสุขภาพที่ย่ำแย่ ทำให้ผู้เฒ่าอยากอยู่บ้านเลี้ยงหลานเงียบๆ

    ดังนั้น พอหมดสมัยแรกหมดลง เจมินิดจึงลาออกจากพรรคและกลับไปอยู่บ้าน

    แต่พวกตัวภาระทั้งหลายก็ดันไม่ยอมให้เขาได้อยู่อย่างสงบเลยสักวัน

    พอเริ่มเข้าสู่ฤดูการเลือกตั้งเท่านั้นแหละ พวกสมาชิกพรรคทั้งหลายก็มาขอร้องอ้อนวอนจะเป็นจะตายให้ลงสมัครเลือกตั้งอีกสมัย

    พวกนั้นคอยเซ้าซี้อยู่ตลอด 3 เวลาหลังอาหารทุกวัน ไม่สิ! มีโทรมากวนก่อนนอนด้วย

    ในที่สุดเพื่อความสงบสุขในบั้นปลายของตน ผู้เฒ่าจึงรับปากอย่างเสียไม่ได้ โดยมีข้อแม้ว่า ไม่ว่าจะได้รับเลือกหรือไม่ก็ตาม จะต้องห้ามมากวนเขาอีกเด็ดขาด

    หลังรับปากเจมินิดก็กระหยิ่มยิ้มย่องนึกดูถูกเจ้าโง่พวกนั้น เพราะเขารับปากเพียงเพื่อให้พ้นตัวไปเท่านั้นแหละ และก็จะไม่ไปหาเสียงหรือช่วยพรรคอะไรทั้งนั้น

    แต่พอผลเลือกตั้งออกมาเท่านั้นแหละประธานาธิบดีเฒ่าก็หน้าบูดเป็นตูดวัวทันที ขนาดไม่ได้หาเสียงยังได้เป็นประธานาธิบดีอีก

    ผู้คนในประเทศนี้มันบ้าไปแล้ว!

    สาเหตุที่ทำให้เจมินิดเป็นที่รักของประชาชนก็คือความสุข ใช่แล้ว! ความสุข เจมินิดไม่ได้เก่งเรื่องธุรกิจแบบโดมินิค ระบบราชการในบริทานอนก็สู้อาเรียเรน่าไม่ได้

    แต่เมื่อผลการวัดระดับความสุขของประเทศต่างๆออกมา ประเทศบริทานอนกลับได้เป็นอันดับ 1

    ผู้คนในบริทานอนล้วนแต่มีงานทำ มีค่าแรงที่เหมาะสม มีสวัสดิการที่แน่นปึก สาธารณสุขที่เข้าถึงได้ทุกคน กฎหมายที่เป็นธรรม ทั้งหมดนี่ก็เพราะเจมินิดส์ผู้นี้นั่นเอง

    กลับมาที่ปัจจุบัน เฟรีสลุกขึ้นยืนและชี้ไปที่กระจกใสนอกห้องประชุม ซึ่งตรงนั้นมีดาวเคราะห์ขนาดใหญ่สีน้ำตาลที่มีวงเเหวนแดงเข้มลอยละล่องอยู่ 

    ปลายนิ้วของชายหนุ่มจิ้มไปที่กระจกเบาๆพลางกล่าวว่า

    "เพื่อให้สอดคล้องกับยุคอวกาศ พวกคุณจะต้องปรับปรุงเพิ่มเติมกฎหมายสิทธิมนุษยชนเสียใหม่ มันจะต้องคลอบคลุมแก่เผ่าพันธุ์ต่างดาวด้วย บนนั้นน่ะ ไม่ได้มีแค่เราหรอกนะครับ" 

    ก่อนที่จะมีคนพูดแทรกเฟรีสก็พูดต่อ

    "ส่วนอีกเรื่องคือค่าเงิน พวกเราจะต้องกำหนดสิ่งของมีค่าที่จะมาใช้ผูกค่าเงินเสียใหม่ เพราะบนอวกาศทองคำนั้นไม่ได้หายากเลย"

    หลังพูดจบเฟรีสก็เงียบไป เขารู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้นจึงให้เวลาคนในห้องค่อยๆย่อยความคิดเงียบๆ

    หลังจากนั้นผ่านไปเพียงไม่กี่นาทีก็เกิดการถกเถียงกันยกใหญ่และก็ดูเหมือนจะไม่จบง่ายด้วย

    สถานการณ์ในตอนนี้แบ่งออกได้เป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจนคือพวก 3 ประธานาธิบดีเฒ่ากับพวกกลุ่มประเทศรองๆลงมา

    "คุณไม่รู้หรอกว่าพวกเอเลี่ยนสปีชีย์มันจะทำลายระบบนิเวศน์ขนาดไหน" ทูตใหญ่คนหนึ่งพูดขึ้น

    "โรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศคุณน่ะยังไม่ปรับปรุงเลยนี่หว่า อย่าเพิ่งไปด่าคนอื่น" โดมินิคเถียงกลับด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระ

    "ค่าเงินมันไม่ได้นึกจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนได้" รัฐมนตรีคนหนึ่งพึมพำ

    "ถ้าจะเปลี่ยนมันก็เปลี่ยนได้ทำไมจะไม่ได้ สมัยก่อนประเทศคุณก็ใช้หอยเบี้ยไม่ใช่หรอไง" เจมินิดสวนกลับ

    "ว่าแต่ เธอคิดจะใช้อะไรเเทนทองคำล่ะพ่อหนุ่ม" จู่ๆเรมิงตันก็พูดขึ้นเสียงดัง ทำให้คนทั้งหมดพากันเงียบทันที เพราะคำถามนี้พวกเขาก็อยากรู้เช่นกัน

    "อ๋อ ผลไม้น่ะ" เฟรีสตอบ

    "...." 



    ---------------------------

    ภาคผนวก

    1. ประเทศมหาอำนาจในเอิร์ทเทร่ามีดังนี้

    สหพันธรัฐไอโนว่า มหาอำนาจอันดับ 1
    สาธารณรัฐเอเรียเรน่า อันดับ 2
    สหราชอาณาจักรบริทานอน อันดับ 3

    2. ทองของคนโง่ หรือ fool's gold

    ในสมัยก่อนมักจะมีผู้เข้าใจผิดคิดว่าแร่"ไพไรต์"ที่มีสีเหลืองเหมือนทองคำว่าเป็นทอง แร่ชนิดนี้จึงมีอีกฉายาอีกอย่างว่าทองของคนโง่นั่นเอง ในนิยายเรื่องนี้จะเปรียบเทียบว่าทองคำมันไม่ค่อยมีค่าก็เลยยกสำนวนนี่มาใช้



    คล้ายกับเรื่องอัจฉริยะพลิกโลก ที่คุณอ่าน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    นิยาย แฟนตาซี
    235K 400
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364K 318
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810