ตอนที่ 86
เปิดด่าน
หลังเสร็จสิ้นการประลองในรอบแปดคนสุดท้ายสำนักมังกรฟ้าก็ได้ตัวแทนในการส่งเข้าร่วมการประลองเก้ามังกรทั้ง 4 คน คือก้านลู่อันดับหนึ่งของสำนัก จิวซินอันดับสามของสำนัก จื่อเจียงอันดับสี่ของสำนัก และคนสุดท้ายเสวี่ยหมิงอันดับยี่สิบแปดของสำนัก ทำให้เหลือที่ว่างอีกเพียงหนึ่งตำแหน่ง โดยการคัดเลือกจะเป็นการจับคู่ประลองเช่นเดียวกับการหาอันดับหนึ่ง
ซึ่งผลก็เป็นไปตามคาดผู้ที่ผ่านเข้าเป็นตัวแทนของสำนักมังกรฟ้าคนสุดท้ายก็คือจงเหลียงอันดับสองของสำนัก
เมื่อได้ตัวแทนครบทั้ง 5 คนแต่การประลองหาหาอันดับหนึ่งยังไม่เสร็จสิ้นการจับคู่ประลองจึงยังคงดำเนินต่อไป โดยในรอบนี้เป็นการปะทะกันของก้านลู่กับจื่อเจียง ซึ่งผลก็เป็นไปตามคาดจื่อเจียงรับมือก้านลู่พอเป็นพิธีเมื่อเห็นความต่างของฝีมือมันก็เลือกที่จะก้าวลงจากเวทียอมแพ้ไปด้วยตัวเอง
ส่วนการประลองอีกคู่หนึ่งนั้นน่าสนใจมากกว่า เพราะถือเป็นการวัดตัดสินกันว่าใครคืออัจฉริยะอันดับหนึ่งของสำนักมังกรฟ้ากันแน่ระหว่าง...หลงเสวี่ยหมิงกับจิวซิน
แต่ไม่ทันที่การประลองจะเปิดฉากต่อสู้เสวี่ยหมิงก็ตัดสินใจสละสิทธิ์ยอมแพ้เอาดื้อ ๆ ทำเอาผู้ชมต่างผิดหวังไปตาม ๆ กัน รวมถึงจิวซินเองที่ดื้อดึงไม่ยินยอมรับการยอมแพ้ของเสวี่ยหมิง โวยวายท้าทายเสวี่ยหมิงไม่ขาดปาก จนกลบภาพหญิงงามของตัวเองไปจนสิ้น แต่เสวี่ยหมิงหาได้ใส่ใจเพียงยักไหล่หนึ่งคราแล้วเดินลงจากเวที ทำให้ซือไฉจำต้องออกหน้ามาห้ามปราม ทำให้การประลองในครั้งนี้สิ้นสุดลงไปด้วยความวุ่นวายเพราะจิวซินเองก็ไม่ยอมขึ้นประลองต่อไปอีก เสวี่ยหมิงที่ถอนตัวก็ไม่ได้สนใจจะประลองต่อไป
เมื่อทุกอย่างจบลงเช่นนี้ประมุขซือไฉก็รู้สึกเสียหน้าเล็กน้อยต่ออู่ซานประมุขสำนักมังกรดินจึงได้รวบรัดกล่าวปิดการประลอง และแจ้งว่าผู้ที่เป็นตัวแทนของสำนักทั้ง 5 คน ให้มารวมตัวกันที่สำนักในอีก 3 วันให้หลัง
ซึ่งหลังสิ้นสุดการประลองลำดับของศิษย์ภายในสำนักมังกรฟ้าก็ได้ถูกจัดลำดับใหม่ โดยจงเหลียงที่พ่ายแพ้แก่เสวี่ยหมิงหล่นลงไปอยู่อันดับที่ 5 ตามมาด้วยเสวี่ยหมิงที่ยอมแพ้ต่อจิซิวนทำให้กลายมาเป็นอันดับ 4 ส่วนลำดับที่ 3 ตกเป็นของจื่อเจียง ตามมาด้วยจิวซินซึ่งถอนตัวไปในรอบชิงได้ขึ้นเป็นอันดับ 2 และสุดท้ายอันดับหนึ่งยังคงเป็นก้านลู่เช่นเดิม
.
.
หลังครบกำหนด 3 วันผู้ที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 5 ก็มาอยู่พร้อมหน้ากันที่โถงกลางของสำนักมังกรฟ้า ประมุขซือไฉรวมถึงรองประมุขและผู้อาวุโสของสำนักต่างเดินทางมายังสำนักเพื่อรอส่งเหล่าสายเลือดใหม่ของสำนักสู่ด่านทดสอบที่ได้ชื่อว่าเป็นปริศนาของของมังกรที่ทิ้งเอาไว้ในอดีตกาล เป็นเป็นที่มาของสำนักที่มีนาม...มังกรทั้งเก้าแห่งซึ่งตั้งล้อมรอบประตูมิติทั้ง 9 เอาไว้
ก่อนที่จะเดินทางไปยังประตูมิติซึ่งเปิดเชื่อมไปยังด่านเก้ามังกร ประมุขซือไฉก็กล่าวอธิบายเรื่องราวและข้อควรระวังให้ลูกศิษย์ทั้ง 5 รับรู้ พร้อมทั้งให้คำแนะนำว่าทั้งหมดควรจะจับกลุ่มกันไป เพราะภายในด่านกักมังกรนั้นไม่ได้มีแต่สำนักมังกรฟ้าที่ควบคุมประตูมิติเชื่อมต่อ แต่สำนักมังกรอีก 8 แห่งก็มีสิทธิ์ใช้งานเช่นกัน ซึ่งการใช้งานนั้นแตกต่างกันไปตามลำดับของการประลองยิ่งสำนักไหนได้ลำดับที่ดีก็จะมีสิทธิ์ใช้งานได้มากกว่าสำนักที่ด้อยกว่า
นอกจากนั้นภายในด่านกักมังกรยังมีสัตว์อสูรลมปราณตั้งแต่ระดับพื้นฐานลมปราณและแรกธรรมชาติอาศัยอยู่จำนวนมาก แต่ที่ต้องระวังก็คือส่วนที่ลึกเข้าไปยังหุบเขามังกรซึ่งอยู่ใจกลางของด่านกักมังกร ซึ่งในตำนานเล่าว่ายังคงมีสัตว์อสูรมังกร ซึ่งเป็นสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์อาศัยอยู่ หากพลัดหลงเข้าไปก็อาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้
เมื่อประมุขซือไฉกล่าวจบ มันก็เดินตรงไปยังแท่นประตูโบราณที่อยู่ภายในห้องของประมุข ซึ่งหินลมปราณรวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ ถูกจัดวางเอาไว้พร้อมแล้ว เมื่อคนทั้งหมดมาถึงซือไฉก็สั่งให้ผู้อาวุโสของสำนักที่ยืนประจำตำแหน่งเริ่มการใช้งานประตูมิติในทันที
อักขระที่จารึกโดยรอบกรอบประตูลอยวนเวียนเป็นรูปลักษณ์ของวงกลมที่หมุนวนซ้อนทับกันเปล่งแสงสีขาวเจิดจ้าก่อนจะยืดขยายออกและพุ่งเข้าไปประทับแน่นบนบานประตูที่ปิดตาย ทันทีที่อักขระทั้งหมดจมหายลงไปก็ปรากฏเสียงเปิดแง้มของประตูมิติซึ่งปิดมานานถึงหลายปี หลังจากนั้นประมุขซือไฉก็สั่งให้ผู้อาวุโสที่เชี่ยวชาญอักขระวิชาของสำนัก ทำการจารึกอักขระเชื่อมต่อให้กับศิษย์ทั้ง 5 โดยอักขระเชื่อมต่อจะใช้ในการตรวจสอบว่าศิษย์ที่เข้าไปยังด่านกักมังกรนั้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ โดยเมื่อจารึกอักขระชีวิตที่เชื่อมต่อผู้คนแล้ว ผู้ทำการจารึกอักขระก็จะผูกอักขระอีกชุดหนึ่งเข้ากับหยกแทนตัว ซึ่งหากผู้ที่ถูกจารึกอักขระนั้นบาดเจ็บหยกก็จะเกิดรอยแตกร้าว และหากผู้ที่ถูกจารึกตกตายไปหยกนั้นก็จะแตกสลายตามไปด้วย และประการสุดท้ายก่อนที่จะเข้าไปยังด่านกักมังกรประมุขซือไฉก็ไม่ลืมเอ่ยคำแนะนำและคำเตือนสุดท้าย
"พวกเจ้าทั้งหมดมีเวลาอยู่ในด่านกักมังกรหนึ่งเดือน และทุกคนต้องเอาตัวรอดภายในด่านจนกว่าจะครบเวลาที่กำหนดด่านกักมังกรก็จะส่งพวกเจ้ากลับมายังที่นี่อีกครั้งเอง ดังนั้นจงระมัดระวังตัวเองให้มาก หากพลาดพลั้งจะไม่มีใครช่วยพวกเจ้าได้ แม้ในด่านกักมังกรจะเต็มไปด้วยปราณบริสุทธิ์ชั้นเลิศซึ่งเหมาะแก่การฝึกฝน รวมถึงสมบัติวิเศษที่ยังรอการค้นพบและโชควาสนามากมายแต่อย่าลืมว่าหากพวกเจ้าตายไปของเหล่านั้นก็ล้วนไร้ค่า" ศิษย์ทั้งห้าต่างส่งคำนับแสดงความขอบคุณในคำสั่งสอนของซือไฉ "อืม...ในเมื่อทุกคนพร้อมแล้ว ข้าก็ไม่อยากรั้งพวกเจ้าเอาไว้ให้เสียเวลาอีก จงก้าวหน้าให้ได้มากที่สุด ให้สมกับที่ข้าและเหล่าผู้อาวุโสของสำนักตั้งความหวังเอาไว้" สิ้นคำกล่าวประมุขซือไฉก็เดินหลบฉากออกมาทางด้านข้างปล่อยให้ตัวแทนทั้งห้าของสำนักจับจ้องไปที่ประตูมิติอย่างไม่วางตา
ก้านลู่เป็นคนแรกที่ก้าวเท้าออกมาและเดินหายลับเข้าไปในประตูมิติ ตามมาด้วยจื่อเจียง จิวซินและเสวี่ยหมิงส่วนจงเหลียงที่ได้อันดับห้าในการประลองเป็นบุคคลสุดท้ายที่ก้าวเท้าผ่านประตูมิติเข้าไปก่อนที่ซือไฉจะสั่งให้ผู้อาวุโสของสำนักทำการปิดประตูด่านกักมังกร พร้อมนำหยกชีวิตทั้งห้าชิ้นไปตั้งเอาไว้ในโถงกลางของสำนัก
.
.
ทันทีที่เสวี่ยหมิงก้าวเท้าผ่านประตูมิติ ภาพเบื้องหน้าก็พลันแปรเปลี่ยนไปจากห้องที่มีแสงไฟสลัวภายในสำนักมังกรฟ้าก็กลับกลายเป็นแสงจากดวงอาทิตย์เจิดจ้าที่เบื้องบน ลมเย็นสบายพัดหอบเอากลิ่นต้นไม้ใบหญ้าเข้าปะทะกับใบหน้า สร้างความสุขใจให้แก่เสวี่ยหมิงไม่น้อย แต่ยังไม่ทันที่จะออกเดินสำรวจจงเหลียงที่เข้ามายังด่านกักมังกรเป็นคนสุดท้ายก็เอ่ยขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
..."ศิษย์น้องเจ้าต้องระวังตัวเอาไว้ให้ดี" จงเหลียงจงใจใช้เสียงลมปราณเพื่อปกปิดเรื่องราว "ข้าได้ยินว่าศิษย์พี่ก้านลู่กับจื่อเจียงวางแผนบางอย่างที่ไม่สู้ดีนัก"
..."ขอบคุณศิษย์พี่ที่น้อมเตือน ข้าจะระวังตัวเอาไว้ให้มาก"
..."ดี แต่เจ้าอย่าได้ประมาทไปแม้ข้าจะเป็นศิษย์ลำดับสอง แต่ความจริงฝีมือยังห่างชั้นกับศิษย์พี่ก้านลู่อยู่อีกหลายช่วงตัว ถ้าเจ้าไม่ว่าอะไรข้าจะร่วมเดินทางไปกับเจ้าด้วยดีไหม"
..."ขอบคุณศิษย์พี่ที่เป็นห่วง แต่ข้าถนัดการเดินทางเพียงลำพังเสียมากกว่า" เสวี่ยหมิงเอ่ยปฏิเสธเพราะหากเขาต้องการจะเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับสูงเพื่อฝึกฝน หรือทะลวงฝ่าเข้าไปยังเขตสัตว์อสูรลมปราณ เสวี่ยหมิงจำต้องใช้พลังที่มีทั้งหมดอย่างไม่อาจเก็บงำ ดังนั้นหากมีผู้อื่นอยู่ด้วยการปกปิดพลังฝีมือก็เป็นเรื่องที่ไม่อาจกระทำ ดังนั้นไม่สู้ออกท่องไปเพียงลำพังจะสะดวกกว่า
..."อืม..ข้าเข้าใจขอให้เจ้าโชคดีในการฝึกฝน แต่หากมีเรื่องอันใดก็ตามหาข้าได้ทุกเมื่อ ข้าจะไปฝึกฝนที่ทางด้านทิศเหนือ"
..."ขอบคุณศิษย์พี่"
หลังเสร็จสิ้นการสนทนาศิษย์ทั้ง 5 ของสำนักมังกรฟ้าต่างก็แยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทางเหลือเพียงแค่เสวี่ยหมิงที่ยังคงเดินสำรวจไปรอบ ๆ โดยไม่ได้ตัดสินใจว่าจะไปในทิศทางไหนกันแน่