ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 153 พลังอำนาจสุดขีดแผ่ซ่านสะท้านไท่เสวียน!

            แนวเทือกเขาสิ้นสูญ แคว้นหนานหลิง

            ม่านหมอกทมิฬปกคลุมเทือกเขานับร้อยพันลอยอวลราวกับธารน้ำซึมซับไม่จางหายดูเหมือนจะมีพลังลึกลับปกคลุมอยู่และสกัดกั้นพลังจิตสัมผัสของผู้ฝึกตน

            เสียงคำรามของสัตว์อสูรโหยหวนก้องกังวานสะท้อนไปทั่วหุบเขาเป็นระยะๆเพิ่มความพิศวงให้แก่ดินแดนแห่งนี้

            ตึก… ตึก...

            เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากที่ไม่ไกลนักกิ่งไม้แห้งกรอบที่ร่วงหล่นบนพื้นถูกเหยียบย่ำจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ

            เสียงนั้นเบาบาง แต่กลับบาดหูยิ่งนักทำลายภวังค์แห่งความเงียบงัน

            เมื่อเพ่งสายตามองก็ปรากฏร่างของผู้ฝึกฝนมนุษย์วัยกลางคนสวมใส่ชุดคลุมเต๋า กำลังเดินด้อมๆ มองๆ ไปข้างหน้าในเทือกเขาสิ้นสูญ

            ในมือของเขาถือครองอาวุธวิเศษที่เปล่งแสงสว่างดวงตาคมกริบสำรวจไปทั่วบริเวณด้วยความระมัดระวัง

            เมื่อเดินไปได้เพียงไม่กี่จั้งก็จะหยุดลงเพื่อสำรวจภูมิประเทศราวกับหวาดกลัวว่าจะมีอสูรร้ายที่แข็งแกร่งพุ่งออกมาไอหมอกแล้วฉีกร่างของเขาให้เป็นชิ้นๆ

            ณ ช่วงเวลานี้ผู้ฝึกตนที่เดินทางมายังหนานหลิงเพื่อค้นหาร่องรอยของผู้สืบทอดจักรพรรดินีหานเหรินนั้นมีนับไม่ถ้วนเช่นเดียวกับเขา

            ผู้แข็งแกร่งที่สุดในระดับเทพสวรรค์และเอกะมีอยู่มากมายและส่วนใหญ่ก็เป็นผู้อาวุโสสูงสุด หรือไม่ก็บุคคลสำคัญระดับสูงของสำนักใหญ่ต่างๆซึ่งพวกเขาออกเดินทางเป็นกลุ่มเป็นก้อน

            อย่างไรก็ตามผู้ฝึกตนอิสระในระดับไฟศักดิ์สิทธิ์และธรรมกายก็มากันไม่น้อย

            แม้กระทั่งปรมาจารย์ถ้ำสวรรค์ที่กล้าหาญจนน่าตกใจบางรายยังเดินทางมาถึงหมายช่วงชิงโชคลาภนี้!

            หากพวกเขาเจอผู้สืบทอดของจักรพรรดินีหานเหรินที่บาดเจ็บสาหัสใกล้ตายจริงๆ

            หากสังหารเขาได้นั่นย่อมเป็นการสร้างบุญบารมีครั้งยิ่งใหญ่ที่จะสั่นสะเทือนฟ้าดิน

            สำหรับผู้ฝึกตนที่ไร้รากเหง้าและมีพรสวรรค์น้อยนิดสิ่งนี้ช่างเป็นสิ่งยั่วยวนใจอย่างยิ่ง

            แน่นอนว่ามีจำนวนไม่น้อยเช่นกันที่ยังไม่ทันได้เริ่มทำอะไรก็ต้องตายเสียก่อน

            ท้ายที่สุดแล้วหนานหลิงก็เป็นดินแดนของเผ่าอสูร

            ในแต่ละช่วงของเทือกเขาอาจมีอสูรร้ายที่แข็งแกร่งซ่อนตัวอยู่

            เมื่อเผชิญหน้ากันสงครามแห่งโลหิตย่อมบังเกิด!

            ในเวลาเพียงไม่กี่วันผู้ฝึกตนมนุษย์ที่ไม่ต่ำกว่าหลายร้อยคนก็ถูกฉีกร่างเป็นชิ้นๆเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วหนานหลิง และต้องจบชีวิตลงที่นี่ตลอดกาล

            แต่ถึงกระนั้นก็ไม่อาจหยุดยั้งความปรารถนาของคนเหล่านั้นได้

            ฉึก...

            ฉึก...

            ในขณะนั้นเองเสียงประหลาดดังขึ้นจากส่วนลึกของหมอกหนาทึบหลายครั้ง

            สิ่งนี้ทำให้ผู้ฝึกฝนวัยกลางคนถึงกับขนลุกชันร่างกายเกร็งกระตุก อาวุธเวทในมือเปล่งแสงเจิดจ้าออกมา พลางตะโกนเสียงเย็น

            "ใคร! ออกมา!!!"

            เพิ่งเสียงตะโกนนั้นเสียงประหลาดในส่วนลึกของหมอกก็หยุดลง

            หลังจากความเงียบงันผ่านไปเสียงอีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

            "สหาย!"

            "อย่าตื่นตระหนกข้าไม่ใช่คนของเผ่าอสูร!"

            ขณะที่พูดร่างที่หลังค่อมก็เดินออกมาจากหมอกอย่างช้าๆ

            เป็นชายชรารูปร่างธรรมดามีพลังฝึกตนอยู่ในระดับเอกะ

            ทันทีที่ทั้งสองเผชิญหน้ากันพวกเขาก็ใช้จิตสัมผัสตรวจสอบซึ่งกันและกัน แล้วค่อยๆ ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

            “สหายท่านนี้ท่านก็คงมาที่หนานหลิงเพื่อค้นหาผู้สืบทอดของจักรพรรดินีหานเหรินเหมือนกันสินะ?”

            ผู้ฝึกฝนวัยกลางคนประสานมือคารวะแล้วถามขึ้น

            "ถูกต้อง" ชายชราตอบกลับตรงไปตรงมา

            “เฮ้อ ช่วงสองสามวันที่ผ่านมาข้าเดินทางไปตามเทือกเขานับหมื่นลี้ แต่ก็ไม่พบอะไรเลย”

            "ท่านพอจะมีสิ่งใดให้ข้าได้พบเห็นบ้างหรือไม่?"

            ผู้ฝึกฝนวัยกลางคนแสดงสีหน้าขมขื่นแล้วกล่าว

            "แม้แต่ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์และเทพสวรรค์จากตระกูลโบราณก็ยังไม่พบร่องรอยอะไร"

            “แล้วนับประสาอะไรกับผู้ฝึกฝนระดับเอกะอย่างเรา”

            “ที่มายังสถานที่แห่งนี้ส่วนใหญ่ก็เพื่อหวังจะเสี่ยงโชคกันทั้งนั้น”

            "อย่ากดดันตัวเองเลย"

            ชายชราหัวเราะไม่ถือสาพลางกล่าวอย่างไม่เร่งรีบ

            "ก็จริงดังว่า"

            "ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัว!"

            "ขอให้โชคดี"

            ทั้งสองประสานมือคารวะ จากนั้นก็หันหลังกลับเดินไปในทิศทางที่ตรงกันข้าม

            แต่พวกเขายังก้าวไปได้ไม่เท่าไรในพริบตาต่อมาพลังมารอันมหาศาลราวกับคลื่นยักษ์ถาโถมก็พลันปะทุขึ้นจากความว่างเปล่า

            ตูม!

            ตูม!!!

            กายเนื้อและจิตวิญญาณของผู้ฝึกฝนทั้งสองในระดับเอกะถูกบดขยี้เป็นละอองเลือดในพริบตา

            ภูเขาน้อยใหญ่โดยรอบของเทือกเขาสิ้นสูญถล่มทลายลงหินร่วงหล่น ต้นไม้โบราณแตกกระจาย

            แม้แต่ไอหมอกอันน่าขนลุกก็ยังถูกแรงสะเทือนนั้นทำลายด้วยพลังทำลายล้างน่าประหวั่นใจ!

            ในเวลาต่อมาร่างที่ถูกห่อหุ้มไปด้วยหมอกทมิฬก็ปรากฏขึ้นบนอากาศ

            ในมือของเขาไหดินลึกลับที่สลักด้วยอักขระโบราณซึ่งเผยให้เห็นร่องรอยของพลังอำนาจน่ากลัวสุดขีด

            หลังจากนั้นไม่นาน หมอกทมิฬก็จางหายไป

            ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นที่นี่

            ไม่นานนักเสียงแหวกอากาศก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็วในเทือกเขาสิ้นสูญบรรยากาศกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นทันที

            เหล่าประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์ผู้นำตระกูลโบราณ และจักรพรรดิแห่งราชวงศ์จิ่วหลีรวมถึงจักรพรรดิราชวงศ์ต้าเซี่ยก็มาถึงด้วยตนเอง

            แม้กระทั่งผู้อาวุโสจากเผ่าพญาหงส์สรรค์และพญาคุนเผิงสีทองน้อยก็ยังเดินทางมาด้วยกัน และมาปรากฏตัวที่นี่

            ผู้แข็งแกร่งนับไม่ถ้วนล้อมรอบเทือกเขาสิ้นสูญจนแทบไม่เหลือที่เกราะเหล็กสะท้อนแสงจ้า พลังแห่งวิถีดังก้องกังวาน

            “พลังอำนาจสุดขีดเพิ่งเริ่มแผ่ซ่านเขาอยู่ไม่ไกลจากที่นี่!"

            “หนีไปได้ไม่ไกลหรอก!”

            ผู้อาวุโสจากเผ่าพญาหงส์สวรรค์แสดงสีหน้าเหี้ยมโหดอย่างที่สุดเค้นคำพูดลอดไรฟัน

            จิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัวแผ่ปกคลุมไปทุกทิศทางทำให้ผู้ฝึกตนระดับเอกะจำนวนไม่น้อยในที่นั้นถึงกับขนลุกชันและสั่นเทิ้มไปด้วยความหวาดกลัว

            "จะรออะไรอยู่!?"

            "รีบไปตามหากันเร็วเข้า!"

            จักรพรรดิจิ่วหลีคำรามใส่เทพสวรรค์สองสามคนที่อยู่ข้างกายด้วยเสียงอันดุดัน

            “ขอรับ!”

            ในเวลาต่อมา ทุกคนต่างก็เคลื่อนไหว

            ร่างของผู้แข็งแกร่งแห่งเผ่าอสูรและผู้แข็งแกร่งแห่งเผ่ามนุษย์ต่างพากันพุ่งทะยานออกไปสัตว์ร้ายของตระกูลเจียงและตระกูลจีเหยียบย่ำเวหาบดบังแสงตะวันจนกลายเป็นเมฆดำเคลื่อนตัว

            เหล่าเจ้าสำนักและจักรพรรดิที่แข็งแกร่งต่างแผ่จิตสัมผัสออกมาครอบคลุมพื้นที่นับหมื่นลี้ และค้นหาทุกตารางนิ้วโดยรอบของเทือกเขาสิ้นสูญ!

            จนกระทั่งเวลาผ่านไปนานแสนนานทุกสิ่งก็ค่อยๆ กลับสู่ความสงบ

            ทุกคนไม่พบอะไรเลยราวกับถูกผู้สืบทอดจักรพรรดินีหานเหรินปั่นหัว!

            ความโกรธที่สั่งสมอยู่ในใจของเหล่าเจ้าสำนักและจักรพรรดิรวมถึงผู้นำเผ่าอสูร ราวกับภูเขาไฟที่กำลังจะปะทุ รุนแรงและร้อนระอุ!

            ……

            ห้าวันต่อมา

            ไหกลืนสวรรค์ปรากฏขึ้นอีกครั้งสังหารผู้ฝึกตนระดับเอกะของตระกูลจีสองคนในพริบตา แล้วก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

            หลังจากนั้นไม่นานกองกำลังนับไม่ถ้วนก็พากันแห่มา

            เหตุการณ์ในวันนั้นของเทือกเขาสิ้นสูญได้หวนกลับมาอีกครั้งพวกเขายังคงไม่พบสิ่งใด

            จากเหตุการณ์สองครั้งนี้ผู้ฝึกตนของสำนักใหญ่มากมายต่างรู้สึกพรั่นพรึงและพากันอุทานด้วยความชมชื่น

            วิธีการซ่อนตัวของผู้สืบทอดคนนั้นช่างยอดเยี่ยมเสียจริงสามารถซ่อนตัวจากการตรวจจับของเหล่าเจ้าสำนักและเทพสวรรค์มากมายในขณะที่มีพลังฝึกตนอยู่ในระดับผู้ฝึกตนระดับเอกะ!

            นับเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อจริงๆ

            สิบวันต่อมา

            พลังอำนาจสุดขีดได้แพร่กระจายออกมาอีกครั้ง

            อย่างไรก็ตามคราวนี้ตำแหน่งอยู่ห่างจากหนานหลิงแล้ว!

            ยี่สิบวันต่อมา

            สำนักใหญ่แห่งหนึ่งทางตะวันออกในแคว้นใต้ใกล้กับสำนักไท่เสวียน

            ไหกลืนสวรรค์สำแดงอิทธิฤทธิ์สะท้านฟ้าสะเทือนปฐพี บดขยี้ขุนเขา และสังหารเอกะไปกว่าสิบนาย!

            ในเวลาเดียวกัน

            เหนือยอดเขาดาราของสำนักไท่เสวียนแห่งหนึ่ง

            เครื่องรางมิติของชายหนุ่มคนหนึ่งก็ระเบิดออกไหฝากวิญญาณสีดำขลับลอยคว้างอยู่บนฟ้า ราวกับถูกแรงดึงดูดบางอย่างดึงเอาพลังสุดขีดที่ทำให้ใจสั่นออกมา!

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】 ที่คุณอ่าน