แนวเทือกเขาสิ้นสูญ แคว้นหนานหลิง
ม่านหมอกทมิฬปกคลุมเทือกเขานับร้อยพันลอยอวลราวกับธารน้ำซึมซับไม่จางหายดูเหมือนจะมีพลังลึกลับปกคลุมอยู่และสกัดกั้นพลังจิตสัมผัสของผู้ฝึกตน
เสียงคำรามของสัตว์อสูรโหยหวนก้องกังวานสะท้อนไปทั่วหุบเขาเป็นระยะๆเพิ่มความพิศวงให้แก่ดินแดนแห่งนี้
ตึก… ตึก...
เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากที่ไม่ไกลนักกิ่งไม้แห้งกรอบที่ร่วงหล่นบนพื้นถูกเหยียบย่ำจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ
เสียงนั้นเบาบาง แต่กลับบาดหูยิ่งนักทำลายภวังค์แห่งความเงียบงัน
เมื่อเพ่งสายตามองก็ปรากฏร่างของผู้ฝึกฝนมนุษย์วัยกลางคนสวมใส่ชุดคลุมเต๋า กำลังเดินด้อมๆ มองๆ ไปข้างหน้าในเทือกเขาสิ้นสูญ
ในมือของเขาถือครองอาวุธวิเศษที่เปล่งแสงสว่างดวงตาคมกริบสำรวจไปทั่วบริเวณด้วยความระมัดระวัง
เมื่อเดินไปได้เพียงไม่กี่จั้งก็จะหยุดลงเพื่อสำรวจภูมิประเทศราวกับหวาดกลัวว่าจะมีอสูรร้ายที่แข็งแกร่งพุ่งออกมาไอหมอกแล้วฉีกร่างของเขาให้เป็นชิ้นๆ
ณ ช่วงเวลานี้ผู้ฝึกตนที่เดินทางมายังหนานหลิงเพื่อค้นหาร่องรอยของผู้สืบทอดจักรพรรดินีหานเหรินนั้นมีนับไม่ถ้วนเช่นเดียวกับเขา
ผู้แข็งแกร่งที่สุดในระดับเทพสวรรค์และเอกะมีอยู่มากมายและส่วนใหญ่ก็เป็นผู้อาวุโสสูงสุด หรือไม่ก็บุคคลสำคัญระดับสูงของสำนักใหญ่ต่างๆซึ่งพวกเขาออกเดินทางเป็นกลุ่มเป็นก้อน
อย่างไรก็ตามผู้ฝึกตนอิสระในระดับไฟศักดิ์สิทธิ์และธรรมกายก็มากันไม่น้อย
แม้กระทั่งปรมาจารย์ถ้ำสวรรค์ที่กล้าหาญจนน่าตกใจบางรายยังเดินทางมาถึงหมายช่วงชิงโชคลาภนี้!
หากพวกเขาเจอผู้สืบทอดของจักรพรรดินีหานเหรินที่บาดเจ็บสาหัสใกล้ตายจริงๆ
หากสังหารเขาได้นั่นย่อมเป็นการสร้างบุญบารมีครั้งยิ่งใหญ่ที่จะสั่นสะเทือนฟ้าดิน
สำหรับผู้ฝึกตนที่ไร้รากเหง้าและมีพรสวรรค์น้อยนิดสิ่งนี้ช่างเป็นสิ่งยั่วยวนใจอย่างยิ่ง
แน่นอนว่ามีจำนวนไม่น้อยเช่นกันที่ยังไม่ทันได้เริ่มทำอะไรก็ต้องตายเสียก่อน
ท้ายที่สุดแล้วหนานหลิงก็เป็นดินแดนของเผ่าอสูร
ในแต่ละช่วงของเทือกเขาอาจมีอสูรร้ายที่แข็งแกร่งซ่อนตัวอยู่
เมื่อเผชิญหน้ากันสงครามแห่งโลหิตย่อมบังเกิด!
ในเวลาเพียงไม่กี่วันผู้ฝึกตนมนุษย์ที่ไม่ต่ำกว่าหลายร้อยคนก็ถูกฉีกร่างเป็นชิ้นๆเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วหนานหลิง และต้องจบชีวิตลงที่นี่ตลอดกาล
แต่ถึงกระนั้นก็ไม่อาจหยุดยั้งความปรารถนาของคนเหล่านั้นได้
ฉึก...
ฉึก...
ในขณะนั้นเองเสียงประหลาดดังขึ้นจากส่วนลึกของหมอกหนาทึบหลายครั้ง
สิ่งนี้ทำให้ผู้ฝึกฝนวัยกลางคนถึงกับขนลุกชันร่างกายเกร็งกระตุก อาวุธเวทในมือเปล่งแสงเจิดจ้าออกมา พลางตะโกนเสียงเย็น
"ใคร! ออกมา!!!"
เพิ่งเสียงตะโกนนั้นเสียงประหลาดในส่วนลึกของหมอกก็หยุดลง
หลังจากความเงียบงันผ่านไปเสียงอีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
"สหาย!"
"อย่าตื่นตระหนกข้าไม่ใช่คนของเผ่าอสูร!"
ขณะที่พูดร่างที่หลังค่อมก็เดินออกมาจากหมอกอย่างช้าๆ
เป็นชายชรารูปร่างธรรมดามีพลังฝึกตนอยู่ในระดับเอกะ
ทันทีที่ทั้งสองเผชิญหน้ากันพวกเขาก็ใช้จิตสัมผัสตรวจสอบซึ่งกันและกัน แล้วค่อยๆ ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
“สหายท่านนี้ท่านก็คงมาที่หนานหลิงเพื่อค้นหาผู้สืบทอดของจักรพรรดินีหานเหรินเหมือนกันสินะ?”
ผู้ฝึกฝนวัยกลางคนประสานมือคารวะแล้วถามขึ้น
"ถูกต้อง" ชายชราตอบกลับตรงไปตรงมา
“เฮ้อ ช่วงสองสามวันที่ผ่านมาข้าเดินทางไปตามเทือกเขานับหมื่นลี้ แต่ก็ไม่พบอะไรเลย”
"ท่านพอจะมีสิ่งใดให้ข้าได้พบเห็นบ้างหรือไม่?"
ผู้ฝึกฝนวัยกลางคนแสดงสีหน้าขมขื่นแล้วกล่าว
"แม้แต่ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์และเทพสวรรค์จากตระกูลโบราณก็ยังไม่พบร่องรอยอะไร"
“แล้วนับประสาอะไรกับผู้ฝึกฝนระดับเอกะอย่างเรา”
“ที่มายังสถานที่แห่งนี้ส่วนใหญ่ก็เพื่อหวังจะเสี่ยงโชคกันทั้งนั้น”
"อย่ากดดันตัวเองเลย"
ชายชราหัวเราะไม่ถือสาพลางกล่าวอย่างไม่เร่งรีบ
"ก็จริงดังว่า"
"ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัว!"
"ขอให้โชคดี"
ทั้งสองประสานมือคารวะ จากนั้นก็หันหลังกลับเดินไปในทิศทางที่ตรงกันข้าม
แต่พวกเขายังก้าวไปได้ไม่เท่าไรในพริบตาต่อมาพลังมารอันมหาศาลราวกับคลื่นยักษ์ถาโถมก็พลันปะทุขึ้นจากความว่างเปล่า
ตูม!
ตูม!!!
กายเนื้อและจิตวิญญาณของผู้ฝึกฝนทั้งสองในระดับเอกะถูกบดขยี้เป็นละอองเลือดในพริบตา
ภูเขาน้อยใหญ่โดยรอบของเทือกเขาสิ้นสูญถล่มทลายลงหินร่วงหล่น ต้นไม้โบราณแตกกระจาย
แม้แต่ไอหมอกอันน่าขนลุกก็ยังถูกแรงสะเทือนนั้นทำลายด้วยพลังทำลายล้างน่าประหวั่นใจ!
ในเวลาต่อมาร่างที่ถูกห่อหุ้มไปด้วยหมอกทมิฬก็ปรากฏขึ้นบนอากาศ
ในมือของเขาไหดินลึกลับที่สลักด้วยอักขระโบราณซึ่งเผยให้เห็นร่องรอยของพลังอำนาจน่ากลัวสุดขีด
หลังจากนั้นไม่นาน หมอกทมิฬก็จางหายไป
ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นที่นี่
ไม่นานนักเสียงแหวกอากาศก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็วในเทือกเขาสิ้นสูญบรรยากาศกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นทันที
เหล่าประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์ผู้นำตระกูลโบราณ และจักรพรรดิแห่งราชวงศ์จิ่วหลีรวมถึงจักรพรรดิราชวงศ์ต้าเซี่ยก็มาถึงด้วยตนเอง
แม้กระทั่งผู้อาวุโสจากเผ่าพญาหงส์สรรค์และพญาคุนเผิงสีทองน้อยก็ยังเดินทางมาด้วยกัน และมาปรากฏตัวที่นี่
ผู้แข็งแกร่งนับไม่ถ้วนล้อมรอบเทือกเขาสิ้นสูญจนแทบไม่เหลือที่เกราะเหล็กสะท้อนแสงจ้า พลังแห่งวิถีดังก้องกังวาน
“พลังอำนาจสุดขีดเพิ่งเริ่มแผ่ซ่านเขาอยู่ไม่ไกลจากที่นี่!"
“หนีไปได้ไม่ไกลหรอก!”
ผู้อาวุโสจากเผ่าพญาหงส์สวรรค์แสดงสีหน้าเหี้ยมโหดอย่างที่สุดเค้นคำพูดลอดไรฟัน
จิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัวแผ่ปกคลุมไปทุกทิศทางทำให้ผู้ฝึกตนระดับเอกะจำนวนไม่น้อยในที่นั้นถึงกับขนลุกชันและสั่นเทิ้มไปด้วยความหวาดกลัว
"จะรออะไรอยู่!?"
"รีบไปตามหากันเร็วเข้า!"
จักรพรรดิจิ่วหลีคำรามใส่เทพสวรรค์สองสามคนที่อยู่ข้างกายด้วยเสียงอันดุดัน
“ขอรับ!”
ในเวลาต่อมา ทุกคนต่างก็เคลื่อนไหว
ร่างของผู้แข็งแกร่งแห่งเผ่าอสูรและผู้แข็งแกร่งแห่งเผ่ามนุษย์ต่างพากันพุ่งทะยานออกไปสัตว์ร้ายของตระกูลเจียงและตระกูลจีเหยียบย่ำเวหาบดบังแสงตะวันจนกลายเป็นเมฆดำเคลื่อนตัว
เหล่าเจ้าสำนักและจักรพรรดิที่แข็งแกร่งต่างแผ่จิตสัมผัสออกมาครอบคลุมพื้นที่นับหมื่นลี้ และค้นหาทุกตารางนิ้วโดยรอบของเทือกเขาสิ้นสูญ!
จนกระทั่งเวลาผ่านไปนานแสนนานทุกสิ่งก็ค่อยๆ กลับสู่ความสงบ
ทุกคนไม่พบอะไรเลยราวกับถูกผู้สืบทอดจักรพรรดินีหานเหรินปั่นหัว!
ความโกรธที่สั่งสมอยู่ในใจของเหล่าเจ้าสำนักและจักรพรรดิรวมถึงผู้นำเผ่าอสูร ราวกับภูเขาไฟที่กำลังจะปะทุ รุนแรงและร้อนระอุ!
……
ห้าวันต่อมา
ไหกลืนสวรรค์ปรากฏขึ้นอีกครั้งสังหารผู้ฝึกตนระดับเอกะของตระกูลจีสองคนในพริบตา แล้วก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
หลังจากนั้นไม่นานกองกำลังนับไม่ถ้วนก็พากันแห่มา
เหตุการณ์ในวันนั้นของเทือกเขาสิ้นสูญได้หวนกลับมาอีกครั้งพวกเขายังคงไม่พบสิ่งใด
จากเหตุการณ์สองครั้งนี้ผู้ฝึกตนของสำนักใหญ่มากมายต่างรู้สึกพรั่นพรึงและพากันอุทานด้วยความชมชื่น
วิธีการซ่อนตัวของผู้สืบทอดคนนั้นช่างยอดเยี่ยมเสียจริงสามารถซ่อนตัวจากการตรวจจับของเหล่าเจ้าสำนักและเทพสวรรค์มากมายในขณะที่มีพลังฝึกตนอยู่ในระดับผู้ฝึกตนระดับเอกะ!
นับเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อจริงๆ
สิบวันต่อมา
พลังอำนาจสุดขีดได้แพร่กระจายออกมาอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามคราวนี้ตำแหน่งอยู่ห่างจากหนานหลิงแล้ว!
ยี่สิบวันต่อมา
สำนักใหญ่แห่งหนึ่งทางตะวันออกในแคว้นใต้ใกล้กับสำนักไท่เสวียน
ไหกลืนสวรรค์สำแดงอิทธิฤทธิ์สะท้านฟ้าสะเทือนปฐพี บดขยี้ขุนเขา และสังหารเอกะไปกว่าสิบนาย!
ในเวลาเดียวกัน
เหนือยอดเขาดาราของสำนักไท่เสวียนแห่งหนึ่ง
เครื่องรางมิติของชายหนุ่มคนหนึ่งก็ระเบิดออกไหฝากวิญญาณสีดำขลับลอยคว้างอยู่บนฟ้า ราวกับถูกแรงดึงดูดบางอย่างดึงเอาพลังสุดขีดที่ทำให้ใจสั่นออกมา!