ตอนที่ 96 แอสทารอส คำกล่าวของชายหนุ่มทำให้ใบหน้าของศิษย์ปงพลันบิดเบี้ยวประหนึ่งว่าถ้อยคำเหล่านั้นได้ปลุกระดมความโหดเหี้ยมในจิตใจ จิตสังหารกระจายออกอย่างบ้าคลั่ง “รนหาที่ตาย!!” หมัดของศิษย์ปงพุ่งเป้าใส่ใบหน้าของกาติรัสด้วยแรงกายทั้งหมด เสียงคลื่นคำรามต่ำของอากาศดังเป็นระลอก ฉับพลันนั้นเอง ภาพเบื้องหน้าที่สมควรจะเป็นกาติรัสที่ถูกหมัดต่อยเข้าจังๆ แต่ทว่า มันกลับเกิดปรากฏการณ์ประหลาด ร่างของศิษย์ปงกระเด็นพุ่งไปด้วยความเร็วดุจสายอัสนี บึ้ม!! เสียงดังสนั่นสะท้านกัมปนาท ร่างของศิษย์ปงพุ่งชนใส่ประตูสีน้ำตาลเข้มอย่างรุนแรงพลันหมดสติในพริบตา เพียงสามลมหายใจ หยาดโลหิตเริ่มไหลรินจากส่วนของอวัยวะต่างๆ บังเกิดแอ่งโลหิตขนาดเล็ก แม้ร่างของศิษย์ปงจะพุ่งชนใส่ประตูอย่างรุนแรง ถึงกระนั้น มันไม่มีวี่แววว่าประตูจะขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย เหตุการณ์มันปุบปับจนเกินไป ใบหน้าของอีกสามคนยังคงอยู่ในอารมณ์ตื่นเต้น สืบเนื่องมาจากพวกเขาคาดคิดว่าจะได้เห็นการต่อสู้ของศิษย์มากฝีมือร้อยอันดับแรก มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะได้ชมเหล่าศิษย์มากฝีมือประมือกับคนอื่น แน่นอน พวกเขาทั้งสามล้วนคิดไปในทางเดียวกัน ชายหนุ่มคนนั้นจะถูกศิษย์พี่ปงอัดจนสภาพเละเทะ ศิษย์ปงนั้นขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม มีหรือที่เขาจะปราณีศัตรู? ยิ่งเป็นจำพวกเหยียดหยามเขาด้วยแล้วยิ่งไม่มีความปราณี! หากแต่ว่า… เรื่องราวที่คาดคิดไว้มันกลับตาลปัตรไปหมด กลับกลายเป็นว่าศิษย์พี่ปงกลับนอนจมกองเลือดแทน สามศิษย์ล้วนอยู่ในอาการหวาดสะพรึงกลัว ทั่วร่างแข็งค้างราวกับรูปปั้นหิน สิ่งที่ขยับเล็กน้อยคงมีเพียงลูกตาดำซึ่งหดเล็กลงราวกับเม็ดเข็ม ไม่มีใครเลย… ไม่มีใครสามารถมองเหตุการณ์เหล่านั้นได้ทันกาล… ในสายตาของพวกเขา จู่ๆร่างกายของศิษย์พี่ปงพลันหายไปตรงหน้า และไปปรากฏนอนจมกองเลือดอยู่หน้าประตู… ศิษย์นูริเข่าล้มพับลงพลางสีหน้าซีดขาวดุจกระดาษ หญิงสาวเป็นเพียงคนเดียวที่ยืนพิงประตูอยู่จนชั่วขณะนั้น ห่างออกไปแค่สามก้าว ศิษย์พี่ปงนอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้น… เหล่าศิษย์ทั้งสามคนไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว! แม้เพียงปลายนิ้วยังมิหาญกล้าพอ!! กาติรัสชำเลืองมองไปที่ประตูสีน้ำตาลเข้ม ถึงชายหนุ่มจะซัดศิษย์ปงไปชนประตู ทั้งที่ประตูควรจะเปิดออกด้วยแรงปะทะที่รุนแรง มันกลับนิ่งสนิทแข็งแกร่งดุจปราการเหล็กกล้า ชายหนุ่มยืนมองประตูสีน้ำตาลเข้มอยู่พักใหญ่ก่อนจะสังเกตเห็นรูกุญแจขนาดเล็กบริเวณใจกลางของประตู หากสังเกตดูให้ดีจะพบว่ามีรอยอักขระสีน้ำตาลวาดอยู่บนประตูเต็มไปหมด เนื่องจากรอยอักขระกลมกลืนไปกับสีของประตู หากไม่เดินเข้าไปดูในระยะสามก้าวห่างจากประตู มันก็ยากที่จะสังเกตเห็นได้เพราะอักขระและประตูบานนี้ ถูกสร้างโดยผู้มีฝีมือระดับหนึ่ง อาจไม่ทัดเทียมกับยอดฝีมือแต่ก็ไม่ห่างกันมากนัก ในขณะนั้นเองที่สายตาของนิสเวมซึ่งจับจ้องมาทางกาติรัสด้วยแววตาเป็นประกายดุจดารา มันไม่ใช่ครั้งแรกที่จู่ๆก็มีคนฟุบลงไปนอนและบาดเจ็บสาหัส แต่มันเกิดขึ้นถึงสองครั้ง!! ครั้งแรกที่ร้านอาหารมังกรคู่… ครั้งนี้ที่สถาบันมังกร… นิสเวมคาดเดาไปว่าคงเป็นฝีมือของชายหนุ่มผู้นี้ ยิ่งคาดเดาถึงความแข็งแกร่งของเขา สายตาของสาวน้อยยิ่งทอแววประกายด้วยความตื่นเต้น ถึงกระนั้น สาวน้อยก็ไม่เอ่ยปากพูดอะไร จักรพรรดิทอดสายตาคมกริบกวาดมองเหล่าสามศิษย์ที่ยืนแข็งค้างราวกับรูปปั้น “กุญแจอยู่ที่ใด?” เหล่าสามศิษย์พากันสะดุ้งโหยง ฮู่ไป๋เข่าล้มพับพลันแสดงสีหน้าอ้อนวอน “ได้โปรดอย่าฆ่าข้า… ได้โปรด…” น้ำเสียงสั่นเครือยากจะจับใจความของคำที่กล่าว “กุญแจอยู่กับเขา…” ปลายนิ้วของฮู่ไป๋ชี้ไปทางแท่นประลองที่อยู่ห่างออกไปหนึ่งกิโลเมตรถ้วน กาติรัสมองกลับไปทางแท่นประลองพลางสลับกับมองมาที่ประตูสีน้ำตาลเข้ม ด้วยความสามารถของจักรพรรดิเขาสามารถเจาะอักขระและเปิดประตูได้โดยง่าย แต่มันจะเป็นการดีหากเก็บไพ่ตายเอาไว้ หากผู้คนรับรู้ถึงความสามารถของเขามากเกินไป การดำเนินแผนการมันจะถูกจำกัดปัจจัยโดยมาก กาติรัสครุ่นคิดดังนั้นจึงเดินกลับไปทางแท่นประลอง สีหน้าซื่อใสบริสุทธิ์ของนิสเวมจับจ้องกาติรัสด้วยความใคร่รู้ ก่อนสาวน้อยจะเดินตามชายหนุ่มไป “ทะ---ท่านจะทำอะไร…” ศิษย์นูริกล่าวในขณะที่ฟันกัดกระทบกันดังกรอดๆ กาติรัสไม่กล่าวตอบ ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะหันกายกลับมา กาติรัสเดินเท้าไปได้สักพักจนในที่สุดเรือนร่างของชายหนุ่มก็เข้าสู่ฝูงชนและถูกคลื่นกลุ่มคนกลืนหายไป… ในช่วงเวลานี้เองที่บริเวณลานประลองเต็มไปด้วยความคึกคักอย่างยิ่ง สีหน้าหม่นหมองของฝูงชนที่ถูกศิษย์ลู่ผิงด่ากราดเริ่มดูสดใสยิ่งขึ้น สืบเนื่องมาจากผู้ท้าชิงคนปัจจุบัน… นามของเขาคือ “แอสทารอส” ชายหนุ่มดูอายุอานามราวสิบห้าสิบหกปี ผมสีเงินยาวสลวย ร่างกายบอบบางราวกับสตรี ผิวพรรณขาวผ่องเนียนละเอียดดุจหยกทำให้เขาดูเหมือนพวกเจ้าสำอาง ขณะนั้นเองที่กระบี่ของแอสทารอสฟาดฟันใส่ศิษย์ลู่ผิงอย่างไร้ปราณี เสียงประดาบดังสะท้านกึกก้องบริเวณ การโจมตีอันรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาดพลันทำให้ศิษย์ลู่ผิงเหงื่อตก ถึงแม้มันจะรับการโจมตีไปได้อย่างหมดจด ทว่า สองมือนั้นอดไม่ได้ที่จะรู้สึกชาไปทั่ว ไม่ใช่เพียงแค่เร็วเท่านั้น หากแต่ยังมีพละกำลังอันน่ายำเกรง!! “เจ้านี่มันอะไรกัน… แค่แตะต้องตัวข้าก็พอแล้วไม่ใช่รึไง…” ลู่ผิงลอบสถบในใจ แอสทารอสสามารถประมือรับกระบวนท่าของลู่ผิงได้อย่างสบายๆ อีกทั้ง ยังสามารถสวนการโจมตีกลับมาได้ด้วย ด้วยความสามารถระดับนี้แค่การแตะต้องตัวลู่ผิงให้โดนมันย่อมไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร หากแต่ ทุกการโจมตีของแอสทารอสราวกับจงใจหลบเลี่ยงร่างของลู่ผิงทุกครั้งไป ฟู่ววววว----------- เสียงกระบี่แหวกวาดผ่านห้วงอากาศเสียงดังอื้ออึง เหตุการณ์น่าตื่นตาตื่นใจนี้ทำให้ผู้คนอ้าปากค้างกันครั้งแล้วครั้งเล่า กระบี่ของแอสทารอสทะลวงผ่านเส้นผมของศิษย์ลู่ผิง กระบี่ของเขาอยู่ห่างจากคอของลู่ผิงเพียงแค่ปลายเส้นผม หากแอสทารอสขยับเพียงเศษเสี้ยว ลู่ผิงย่อมหลั่งเลือดอย่างเลี่ยงไม่ได้ ศิษย์ลู่ผิงกลืนน้ำลายคำโต บุรุษหนุ่มยืนนิ่งค้างราวกับรูปปั้น มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาถูกชายหนุ่มเบื้องหน้ากระทำให้อับอาย มันเป็นครั้งที่สามแล้ว!! กระบี่ของแอสทารอสจ่อคอลู่ผิงไปแล้วถึงสามครั้ง!! การกระทำนี้เป็นการหยามเกียรติของลู่ผิงโดยที่สุดราวกับการตบหน้าฉาดใหญ่ต่อฝูงชนนับพัน ถึงกระนั้น ลู่ผิงก็ไม่สามารถต่อต้านได้เลย… “ขะ---ข้ายอมแพ้…” ศิษย์ลู่ผิงจำต้องกัดฟันกล่าว หากยิ่งต่อสู้ต่อไปคงไม่เป็นการดีเท่าไหร่นัก มันเหมือนเอาตัวเองไปให้เขาเชือด ลู่ผิงจับกุญแจในชายเสื้อก่อนจะส่งมอบให้กับแอสทารอส แอสทารอสไม่กล่าวอันใด สีหน้าของชายหนุ่มเรียบนิ่งดุจผิวน้ำ มันยากจะคาดเดาความคิดของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แววตาคู่นั้นช่างทรงพลังและหยิ่งผยอง แอสทารอสรับกุญแจไว้ไม่แม้แต่จะเอ่ยคำใดๆ ทันใดนั้นเองที่มีชายหนุ่มทะยานร่างขึ้นมาบนแท่นประลอง บุคคลผู้นั้นอุ้มร่างของสาวน้อยผู้หนึ่งติดมาด้วย กาติรัสวางนิสเวมลงอย่างอ่อนโยน สีหน้าของสาวน้อยฟีนิกซ์กลับกลายเป็นสีแดงระเรื่อ ดรุณีน้อยก้มหน้าลงอย่างเก้อเขิน ฉับพลัน จักรพรรดิเคลื่อนสายตามองไปทางแอสทารอสด้วยแววตาเป็นประกาย ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงมวลโลหิตที่เดือดพลุ่งพล่านทั่วทั้งร่าง เขาช่าง… เป็นบุคคลที่พิเศษดุจเทพจักรพรรดิประทานพร… ชื่อ:แอสทารอส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:ไม่มีปรากฏ อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์ เลเวล:10 พลังกาย:1,000,000 พลังเวทย์:1,000,000 อาชีพ:ไม่มีปรากฏ คุณสมบัติพิเศษ:หยั่งรู้ อดีต ปัจจุบัน อนาคต,ความสามารถด้านการเรียนรู้(อนันต์) [เนื่องจากแอสทารอสมีความสามารถในการปกปิดระดับอนันต์ ทันทีที่แอสทารอสแข็งแกร่งกว่า การส่องค่าสเตตัสจะไม่เป็นผลอีกต่อไป] ค่าสเตตัสที่ปรากฏล้วนทำให้จักรพรรดิประหลาดใจอย่างยิ่งยวด ตามความรู้ของจักรพรรดิ เป็นไปไม่ได้เลยที่เผ่ามนุษย์จะมีคุณสมบัติพิเศษ คุณสมบัติพิเศษมักจะเกิดขึ้นกับเผ่าพันธ์อื่น บ้างติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดบ้างมาปรากฏขึ้นหลังจากโตแล้ว แต่ในเหล่าเผ่าพันธ์อื่นด้วยกัน ประเภทของพวกที่มีคุณสมบัติพิเศษนั้น มันหายากดุจปีนป่ายขึ้นสวรรค์ ในสิบล้านตนอาจพบได้สักตนหนึ่ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคุณสมบัติพิเศษสองประเภทเลย เพราะมันไม่เคยปรากฏขึ้นบนโลกใบนี้มาก่อน!!! “สกิลปกปิดระดับอนันต์ทัดเทียมกับข้า… มันไม่ใช่ตัวตนสามัญธรรมดาแน่ๆ” กาติรัสครุ่นคิด สายตาของจักรพรรดิจับจ้องแอสทารอสอย่างเยือกเย็น เหนือสิ่งอื่นใด พลังที่ทำให้จักรพรรดิสัมผัสได้ถึงหัวใจที่บีบรัด… “หยั่งรู้อดีต ปัจจุบัน อนาคต” ชายหนุ่มจำเป็นต้องไขข้อสงสัยให้จงได้ แอสทารอสประสานสายตากับกาติรัสด้วยความบังเอิญ ทันใดนั้น หัวใจของแอสทารอสพลันเต้นกระหน่ำด้วยความตื่นเต้นเหนือพรรณา เสียงเต้นตึกตักตึกตัก ดังจนได้ยินอย่างชัดเจน ชายหนุ่มตระหนักถึงความสามารถของตนเองเป็นอย่างดี อย่างน้อย แอสทารอสมีความสามารถหยั่งรู้ในระดับทะลุขีดจำกัด ตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาบนโลกใบนี้ เขาล้วนมองเห็นสเตตัสของผู้อื่นมาโดยตลอด จนกระทั่ง… ได้พบกับชายหนุ่มเบื้องหน้า… แอสทารอสที่เงียบขรึมมาตลอดเผลอกล่าวออกมาอย่างไม่รู้ตัว “แข็งแกร่ง…” เมื่อแอสทารอสเคลื่อนสายตามองทางกาติรัส ค่าสเตตัสมันว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง ท่ามกลางฝูงชนผู้สมัครนับพันคน ทุกผู้คนล้วนจับจ้องมาบนแท่นประลองเป็นภาพเดียว ความสนใจทั้งหมดต่างตกไปที่กาติรัส ชายหนุ่มปริศนาที่จู่ๆก็ทะยานร่างขึ้นบนแท่นประลอง ทั้งที่ผู้คนส่วนมากไม่กล้าแม้แต่จะคิด แต่เขากลับพาร่างตัวเองขึ้นไปอย่างไม่ลังเล นับว่าห้าวหาญ!! ด้วยเหตุนี้ ฝูงชนจึงจับจ้องสนใจเป็นพิเศษ ในจังหวะนั้นเองที่จักรพรรดิแผดเสียงสะท้านก้อง “น่าสนใจ… น่าสนใจ… น่าสนใจจริงๆ” จักรพรรดิพูดด้วยสัตย์จริง ชายหนุ่มรู้สึกสนใจแอสทารอสอย่างที่สุด กล่าวได้ว่า แอสทารอสเป็นเพียงคนเดียวที่จักรพรรดิเอ่ยคำว่าสนใจออกมา ด้วยความสามารถระดับจักรพรรดิผู้สรรสร้างเมื่อกาลก่อน อำนาจพลังแห่งทุกสรรพสิ่งเมื่อเผชิญอยู่ต่อหน้าเขาล้วนไร้ประโยชน์ในทันที ต่อหน้าพลังที่แค่คิดก็สรรสร้างขึ้นมาได้ มีอำนาจพลังใดเล่าที่จะนำมาทาบเทียม ถึงแม้ชาติก่อนชายหนุ่มเรืองอำนาจพลัง การพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินล้วนกระทำได้ง่ายดายประดุจพลิกฝ่ามือ แต่ทว่า จักรพรรดิยังมีสิ่งที่ไม่สามารถกระทำได้อยู่ สิ่งนั้นคือ… การหยั่งรู้ลิขิตชะตาฟ้า… ยิ่งกาติรัสจินตนาการถึงพลังที่สามารถหยั่งรู้ฟ้าดิน โลหิตยิ่งเดือดพล่านด้วยความตื่นเต้น “เอ่ยนามของเจ้า” ครั้งนี้กาติรัสกล่าวออกด้วยตัวเอง มันเป็นธรรมเนียมการต่อสู้ที่ทรงเกียรติ “แอสทารอส---ข้าขอฟังนามอันทรงเกียรติของท่าน” แอสทารอสกล่าวพลางใบหน้าเผยความตื่นเต้นที่เก็บไม่อยู่ คำกล่าวของเขานับว่าให้เกียรติกาติรัสอยู่ไม่น้อย ตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาบนโลก เขาไม่เคยพบศัตรูที่คู่ควรต่อกรด้วยเลย ทุกการต่อสู้ล้วนง่ายดายดั่งพลิกฝ่ามือ กาติรัสไม่กล่าวตอบโดยทันที ชายหนุ่มหันมองไปทางนิสเวมด้วยใบหน้าเปี่ยมยิ้ม เขาลูบหัวดรุณีน้อยอย่างอ่อนโยนฝ่ามือพลันปรากฏพลังงานสีขาวนวล เพียงพริบตาเดียว มวลก้อนสีขาวนวลได้ห่อหุ้มคุ้มกายของนิสเวม ความรู้สึกอบอุ่นดุจพรปกปักษ์แห่งทวยเทพทำให้สาวน้อยฟีนิกซ์เลิกคิ้วสูงขึ้น ใบหน้าซื่อใสบริสุทธิ์จับจ้องกาติรัสด้วยแววตาสั่นเครือ “ท่านจะทำอะไร…” กาติรัสไม่กล่าวตอบสาวน้อย การกระทำของเขาราวกับการบอกลาก่อนเข้าสู่สงคราม ใช่แล้ว… ชายหนุ่มทั้งสองต่างรู้สึกถึงอารมณ์เดียวกันประหนึ่งสงคราม… ทั้งที่เป็นการต่อสู้ของคนสองคน พวกเขากลับรู้สึกว่าตนเองได้เข้าร่วมสงครามขนาดย่อมๆ บรรยากาศของนิสเวมกลับกลายเป็นเศร้าหมอง แม้กระทั่ง สาวน้อยยังพลอยรู้สึกเช่นเดียวกับกาติรัสไปด้วย สัมผัสกับบรรยากาศการจากลาของเหล่าวีรบุรุษก่อนเข้าร่วมสงคราม “ขอให้ปลอดภัยนะ… อย่าตายนะ…” นิสเวมกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ ใบหน้าน้ำนวลงามปรากฏหยาดน้ำตาคลอเบ้า “นามของข้าคือกาติรัส! ผู้ที่จะขึ้นเป็นผู้ปกครองสูงสุด!!” กาติรัสแผดเสียงกึกก้องสะท้านบริเวณ วาจาใหญ่โตของชายหนุ่มกลับทำให้ศิษย์ลู่ผิงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ลู่ผิงมั่นใจว่าตนเองผ่านโลกมามากกว่ากาติรัส… คำกล่าวของเขาล้วนไม่เกิน เขาคือผู้แข็งแกร่งร้อยอันดับแรก แน่นอน เขาเคยพบกับการต่อสู้ของพวกระดับสูงมาแล้ว มันเทียบกับการประลองเล็กๆนี้ไม่ติดเลย แต่ดูท่าทีของสองคนนี้สิ มันทำอย่างกับเข้าร่วมสงครามใหญ่!! แล้วการบอกลานั่นมันอะไรกัน? น่าขันสิ้นดี!! ไหนจะวาจาโอ้อวดใหญ่โตนั้นอีก!! “ฮ่าฮ่าฮ่า” ลู่ผิงหัวเราะร่าอย่างหักห้ามใจไม่อยู่ แต่ทว่า เขาคงเป็นคนเดียวที่หัวเราะอยู่ในบริเวณแถบนี้ ทั้งที่ฝูงชนได้ยินคำกล่าวของกาติรัสไป พวกเขาล้วนสัมผัสได้ถึงเส้นขนที่ลุกชูชันขึ้นทั่วทั้งร่าง แต่ศิษย์ของสถาบันมังกรคนนี้กลับหัวเราะอย่างบ้าคลั่งออกมา… เหตุนั้นสืบเนื่องมาจากมุมมองที่แตกต่าง เหล่าผู้สมัครคนอื่นๆไม่ได้เปิดโลกเช่นเดียวกันกับลู่ผิง พวกเขาไม่เคยเห็นการต่อสู้ของเหล่ายอดฝีมือจึงจินตนาการภาพไม่ออก… หากท่านเป็นลู่ผิงท่านย่อมคิดเช่นเดียวกันกับมัน เพราะการต่อสู้ของยอดฝีมือนั้นน่าตื่นตาตื่นใจและน่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน!! พลังที่สามารถสะท้านฟ้าสะเทือนแผ่นดิน ในความคิดของลู่ผิง วาจาใหญ่โตของกาติรัสกลับเป็นเพียงแค่การพ่นลมไร้สาระ ทันใดนั้นเองที่ด้ามกระบี่พลันกระแทกใส่ศีรษะของศิษย์ลู่ผิงอย่างรุนแรง ผัวะ! โลกเบื้องหน้าพลันมืดสนิทในพริบตาก่อนแอสทารอสจะจับร่างของมันโยนออกไปจากแท่นประลอง ..สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์เลเวล:11,019 พลังกาย:76,454,800 พลังเวทย์:78,070,406 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ